Welcome To ทองหลาง Bloggang ว่างๆ ก็แวะเข้ามา...ยินดีต้อนรับจ้า
ตอนที่ 9

9

ร่างบางยืนโดดเดี่ยวอยู่ท่ามกลางสวยดอกไม้ที่กำลังส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณใบไม้ใบหญ้าส่องประกายระยิบระยับดั่งน้ำค้างกระทบแสงประดุจเพชรน้ำงามชวนให้หลงใหล

ที่นี่ที่ไหนกัน...มันคือเมืองมนุษย์หรือแดนสวรรค์...เป็นคำถามที่เขมขวัญต้องการคำตอบเหลือเกิน ด้วยความรู้สึกตื่นกลัว

“หนูกลัวอะไรที่นี่ไม่สวยงามหรอกหรือ”

คำถามหนึ่งดังขึ้นเขมขวัญหันขวับไปมองยังที่มา ดวงตายังเบิ่งกว้างกับสิ่งที่เห็น ผู้หญิงคนนั้น...คนที่เธอเพิ่งเข้าใจสถานะที่แท้จริงของหล่อน...

“คุณ!..”

“ฉันชื่อทิพย์ราตรีแต่หนูจะเรียกฉันว่าคุณป้าก็ได้นะฉันอนุญาต...เรียกเหมือนอย่างที่กริชนะเรียก”นางบอกอย่างใจดี แต่ความเป็นจริงที่ได้รับรู้คงยากที่จะทำให้อีกฝ่ายซาบซึ้ง

“คุณตายแล้ว...”เขมขวัญเอ่ยราวต้องการตอกย้ำความเข้าใจ

“อืม...” คุณป้าพยักหน้ายอมรับ

“คุณเป็นผี...ละ...แล้วคุณกำลังหลอกหนู”สีหน้าคนที่กำลังแสดงความเข้าใจความเป็นจริงเผือดซีด

“ไม่นะหนูขวัญอย่าเพิ่งเข้าใจฉันผิด...” ทิพย์ราตรีรีบแย้ง “ คนที่ตายแล้วจะยังคงหลงเหลือพลังงานมวลหนึ่งที่ล่องลอย วนเวียน เพราะมีห่วง และความอาลัยเป็นตัวยึดเหนี่ยว อาจเรียกว่าผี หรือวิญญาณ อย่างที่ฉันกำลังเป็นอยู่แต่การปรากฏตัวของฉันใช่ว่าจะมาหลอก”

“คุณต้องการอะไร แล้วที่นี่คือที่ไหน”เขมขวัญมองไปยังร่างที่ปรากฏแสงเรืองรองจางๆ อยู่รอบตัว ทั้งมองไปรอบๆบริเวณที่สวยงามดั่งแดนสวรรค์ด้วยความไม่วางใจ

“ที่นี่คือสวนดอกไม้หน้าเรือนตุ๊กตาที่หนูเรียกไง” ทิพย์ราตรีเอ่ย

ฉับพลันความเรืองรองของบรรยากาศมีอันดับวูบลงคงเหลือเพียงแสงสว่างสลัวราง ดั่งยามสนทยาทว่าเขมขวัญก็จำได้ดีว่าสถานที่ที่เธอยืนอยู่คือสวนดอกไม้งามที่เธอชื่นชมอยู่ทุกเช้าเย็น

“ฉันต้องการให้หนูช่วย...งานของฉันจะต้องดำเนินต่อไปจนเสร็จเป็นการแลกเปลี่ยนในสิ่งที่ฉันช่วยหนู...เข้าไปข้างในเถอะ”

สิ้นคำเชิญชวนร่างบางก็ก้าวตามร่างโปร่งบางสมวัยไปตามทางเดินเล็กๆสู่ประตูที่จะเปิดให้เห็นความต้องการของผู้ที่เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตโดยไม่ได้รับอนุญาตแม้พยายามฝืน แต่ร่างกายของเขมขวัญในเวลานี้กลับไร้การควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปเองโดยอัตโนมัติ กระทั่งมาหยุดลงยังห้องทำงานที่เธอเคยเห็นมาแล้ว...ในฝัน...

“หนูเห็นซองสีน้ำตาลซองนั้นหรือเปล่า”ทิพย์ราตรีชีมือไปยังโต๊ะทำงาน

“ค่ะ...”

“เอามันไปส่งสำนักพิมพ์ให้ที...ฉันเขียนที่อยู่เอาไว้แล้วฉันห้ามหนูส่งทางไปรษณีย์ หนูต้องไปส่งด้วยตัวเอง ตอบแทนที่ฉันช่วยหนู”

“คุณช่วยหนู?...เรื่องอะไรเมื่อไหร่กัน” บอกตรงๆเขมขวัญไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่กับการถูกทวงบุญคุณบ่อยๆ โดยเฉพาะ ผีมันเป็นอะไรที่ไม่อาจบอกได้ถึงความรู้สึกในตอนนี้ว่าจะสยองขนาดไหน หากเธอจะปฏิเสธ

“เรื่องงาน...ฉันช่วยให้หนูได้งานเลขาฯเงินเดือนดีกว่าพนักงานบัญชีเป็นไหนๆ แล้วก็ เรื่องพบลูกค้าวันนี้อีก เพราะฉันหนูถึงได้เล็กเชอร์งานที่เจ้าหลานชายของฉันสั่งได้สำเร็จเรียบร้อย”

“หมายความว่าคุณ...เข้าสิงหนูเหรอ”ดวงตากลมโตเบิกกว้าง

พลังงานที่ก่อตัวจนเป็นรูปร่างชัดเจนประดุจคนมีชีวิต เดินวนรอบร่างบางด้วยรอยยิ้มที่แสดงให้เห็นถึงความใจดี“แค่ยืมร่างเท่านั้นเอง ถ้าไม่ทำแบบนี้ฉันก็ช่วยหนูไม่ได้”

“โอ้ย...ตายแล้ว...”เขมขวัญคิดไปถึงเหตุการณ์ในระหว่างที่ไม่รู้สติ ทั้งนึกไปถึงหนัง ละครรวมไปถึงคำบอกเล่าเกี่ยวกับคนที่ถูกผีสิงมันคงเป็นอะไรที่น่าอับอายไม่น้อยกับพฤติกรรมที่แสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว“คุณใช้ร่างฉันไปทำอะไรมั่งล่ะเนี่ย”

“ก็แค่ทำงานตามคำสั่งไงหลานชายฉันยังทึ่งเลย กับผลงานที่ได้ ไม่มีอะไรน่ากังวลเลยสักนิด”

“แค่นั้นเหรอ...”

“แค่นั้น...”

“แล้วทำไมหนูถึงได้มานอนอยู่ที่บ้านนี้แล้วความฝันนั่นอีก...คุณเป็นคนทำหรือเปล่า”

รูปกายประดับรัศมีเรืองรองหม่นลงเล็กน้อยเมื่อเลื่อนมาหยุดต่อหน้าหญิงสาวผู้ที่นางต้องการความช่วยเหลือ ทว่ากลับไม่มีคำตอบใดๆหลุดออกมาจากพลังงานตนนั้น

“คุณทำอย่างนี้ไม่ได้นะนี่มันร่างกายของหนู หนูไม่อนุญาตให้คุณมาใช้ร่วม...ได้โปรดอย่าทำอย่างนั้น”

“ฉันแค่ต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่าง...และฉันก็รู้คำตอบนั้นแล้ว”

“พิสูจน์อะไร...คุณใช้หนูเป็นหนูทดลองเหรอคะ”

“มันจำเป็นเพราะฉันสามารถติดต่อกับหนูได้คนเดียวเท่านั้น...”

“ถ้าคุณสิงร่างหนูอีกหนูจะไม่ยอมช่วยคุณ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม” เขมขวัญขู่บ้างความกลัวที่เกาะยึดที่จิตใจค่อยๆเบาบางลง

“แสดงว่าหนูยอมช่วยฉันใช่ไหม”รัศมีรอบกายเปล่งแสงสว่างขึ้น

“ถ้าหนูปฏิเสธ...คุณจะหักคอควักหัวใจหนูไหม” ถามด้วยความตื่นกลัวที่ยังคงมีอยู่

“ฉันเป็นคนดี ตายแล้วก็ยังไปผีที่ดีผลบุญที่ฉันสร้างสมมา เพียงพอที่จะส่งวิญญาณของฉันขึ้นสรวงสวรรค์ฉันไม่ทำบาปหนักแบบนั้นหรอก...อย่างดีก็แค่เอาคืนในทุกสิ่งที่ให้หนูไปก็เท่านั้นเอง”

คำตอบนั้นบอกความหมายชัดเจนโดยไม่จำเป็นต้องถามซ้ำการเอาคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่ในตอนนี้ก็หมายความว่า เธอจะกลับไปเป็นคนตกงานเช่นเดิมครอบครัวที่กำลังรอคอยด้วยความหวังจะทำอย่างไร หากเป็นเช่นนั้น

“คุณต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่สิงร่างหนู”

“แค่ครั้งนี้เท่านั้นจ้ะหนูที่ฉันจะขอยืมร่าง ครั้งต่อไปหากไม่จำเป็นจริงๆ ฉันจะไม่ทำ... ฉันสัญญา...”

“จริงๆนะคะ”

ใบหน้ารูปไข่งดงามสมวัย พยักหน้าช้าๆทั้งมองนิ่งลึกลงในดวงตาคู่สวยดั่งกำลังสะกดจิต “แต่หนูต้องช่วยฉันนะ...เอาเอกสารในซองนี้ไปส่งให้ตามชื่อที่อยู่นั้นด้วย...ได้โปรด”

ฉับพลันซองเอกสารฉบับนั้นก็ลอยขึ้นจากโต๊ะอย่างช้าๆ ล่องลอยมาจนอยู่เบื้องหน้า ก่อนจะหล่นลงใส่มือทั้งสองข้างที่ยื่นออกมารับเอาไว้ได้พอดิบพอดีโดยอัตโนมัติ

“ต้องเอาเอกสารนี้ไปส่งใช่ไหมคะ...ต้องเอาเอกสารไปส่ง...ต้องเอาไปส่ง...”

คำเดิมซ้ำๆไหลหลุดออกจากริมฝีปากอิ่มที่เพียรขยับเบาๆ บางเบา จนใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่ใกล้ๆถึงกับโน้มตัวตะแคงหูเข้าชิดริมฝีปากนั้น ฟังอย่างตั้งใจ...

ต้องเอาเอกสารไปส่ง!...อุ๊ย!”

ริมฝีปากนุ่มๆชนเข้าที่ข้างแก้มสากๆอย่างจัง เมื่อร่างบางทะลึ่งพรวดขึ้นทำให้เธอต้องล้มตัวลงนอนมองเจ้าของแก้มที่ถูกละเมิดโดยไม่ได้ตั้งใจ...ดวงตากลมโตเบิกกว้างเป็น2 เท่าก่อนจะกระพริบถี่ๆเมื่อสบตาคมกล้าที่จ้องตอบกลับไม่วางตา เขมขวัญไม่อาจเดาได้ว่าชายหนุ่มตรงหน้ากำลังคิดอะไรอยู่ทว่าสภาพของเธอในเวลานี้...สภาพนอนอยู่บนที่นอนนุ่มมีลำแขนแข็งแกร่งของคนที่นั่งอยู่แทบชิดท้าวค่อมอยู่ในลักษณะที่พร้อมจะก้มลงมาได้ทุกเมื่อ

ร่างสูงยืดตัวขึ้นมือข้างที่ยันพื้นที่นอนเมื่อครู่เลื่อนขึ้นมาลูบแก้มที่ถูกกระแทกดวงตายังคงจับจ้องอยู่กับใบหน้านวลไม่วางตา ด้วยอากัปกิริยานั่นมันทำให้ผิวแก้มขาวซีดแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือดฝาดที่ถูกฉีดขึ้นมาอย่างแรง...

“ขะ...ขะ...ขอโทษค่ะ”เธอรีบกล่าวก่อนจะเบือนหน้าหลบตาคมนั้น

“คุณนี่นะ...ยังไม่วายคิดหากำไรจากผมอีก...”

“ฉันนี่นะหากำไร”เขมขวัญชี้นิ้วมาที่ตัวเอง ทั้งลุกขึ้นนั่งด้วยสีหน้างุนงง

“แต่ช่างเถอะ” ร่างสูงลุกขึ้นเขาสูดหายใจเข้าเต็มปอดเบนสายตาไปยังทิศทางที่ไม่มีดวงหน้าเนียนใส ริมฝีปากอิ่มๆที่จู่ๆก็ทำให้เขาเกิดความรู้สึกอยากจะกระโจนเข้าไปครอบครองซะเหลือหลายแต่...ไม่ได้หรอก ยังไงสมภารอย่างเขาก็ไม่มีวันกินไก่วัดแน่ๆ โดยเฉพาะไก่วัดอ่อนๆตัวนี้ “เห็นว่ายังใส่ใจกับงาน ขนาดไม่มีสติยังคิดถึงเอกสารผมยกโทษให้อีกครั้งก็แล้วกัน”

“ฉันไม่...”หญิงสาวพยายามอธิบายในสิ่งที่เกิด

“ไม่ต้องพูดอะไรอีก...นอนเถอะนอนที่นี่แหล่ะ ถ้าขืนกลับบ้านไปตอนนี้เดี๋ยวจะเป็นลมเป็นแล้งนอนตากน้ำค้างไม่สบายกันพอดี...”พูดจบร่างสูงก็หมุนตัว เร่งฝีเท้าเดินผ่านประตูออกไปโดยเร็วราวกลับกลัวว่าจะมีคนยื้อยุดฉุดเขาให้อยู่ต่อ

“บ้าจริง...นอนละเมอจนเผลอไปจูบแก้มเขาจนได้...แย่มากเลยนะยัยขวัญ...เฮ้อ...”ร่างบางล้มตัวลงนอนด้วยความเซ็งที่มีให้กับตัวเองมาทั้งวัน แต่แล้วเธอก็ลุกพรวดขึ้นมาใหม่เมื่อนึกอะไรบางอย่างออก เอ๊ะ!..เมื่อกี้เขากำลังจะทำอะไรทำไมหน้าเขาถึงได้โน้มเข้ามาใกล้ขนาดนั้น...ไม่ใช่เธอหรอกที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุนั่นแต่เป็นเขาต่างหากแล้วมือทั้งสองข้างก็โอบอุ้มผิวแก้มร้อนๆนั่นเอาไว้เนิ่นนานกระทั่งความร้อนนั้นเจือจางลง

เสียง ตึ๊ก ตึ๊ก ตึ๊ก ดังเป็นจังหวะลงมาตามขั้นบันไดด้วยฝีเท้าแสดงความรีบเร่งของบุคคลที่ตื่นขึ้นมาพบความจริงหลายอย่างโดยเฉพาะความจริงที่ว่า เธอไม่ได้กลับไปนอนที่บ้านมาตลอดทั้งคืน ทั้งๆที่บ้านของเธอออยู่ใกล้แค่เพียงรั้วกั้นเท่านั้น...และอีกข้อที่น่าจะสร้างความอับอายได้พอๆกันนั่นก็คือเวลานี้ไม่ใช่เวลาเข้าตรู่ก็หมายความว่าเธอนอนตื่นสาย ทั้งๆที่นอนอยู่บ้านคนอื่น...

“ตายแล้วยัยขวัญ...ขยันสร้างเรื่องน่าอายให้ตัวเองซะจริงๆ”ได้แต่บ่นอย่างหัวเสีย ก่อนจะมาหยุดชะงักงันเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นภาพของบุคคลที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด

“อย่าลืมที่สัญญาเอาไว้นะหนู...”

“เอ่อ...” จู่ๆเท้าทั้งสองข้างก็ไม่ยอมขยับ มันติดแน่นเหมือนโดนยึดด้วยซีเมนต์

“อะไรอีกเล่า...”

“สัญญาไง...จำได้หรือเปล่า”

“ไม่ลืมค่ะไม่ลืม...” เขมขวัญตอบเร็วจี๋

ความรู้สึกเย็นเฉียบดั่งมีคนเอาน้ำผสมน้ำแข็งเทโครมลงบนศีรษะ...เมื่อได้ยินเสียงทวงสัญญาแผ่วๆใกล้แค่ริมใบหู และไม่ใช่แค่เสียงเท่านั้นที่ได้ยินแม้แต่ภาพถ่ายยังส่งยิ้มมาให้อีก...โอ๊ย...อะไรจะเฮี้ยนมากขนาดหลอกได้แม้แต่ตอนกลางวันอย่างนี้

“จะรีบไปไหน...”

เสียงทุ้มๆดังขึ้นไม่ไกลจากจุดที่เธอยืนนิ่งเหมือนถูกสะกด ทำให้หัวใจอุ่นวาบขึ้นอย่างประหลาดเขมขวัญบอกตัวเองได้เลยว่าไม่เคยดีใจสักครั้งในการมาของเขาเท่าครั้งนี้

“เจ้านาย...” เกิดความรู้สึกอยากโผเข้าซบอบกว้างๆในชุดเสื้อผ้าลำลองนั้นเหลือเกิน

“แวะกินอะไรรองท้องก่อนเดี๋ยวก็ได้เป็นลมเป็นแล้งไปอีกหรอก” กริชนะเอ่ยเมื่อเดินตรงเข้าไปใกล้พิศดูความผิดปกติที่เกิดขึ้น

“คือ...ต้องรีบกลับบ้าน สายแล้ว”เขมขวัญบอก...ยังไงเสีย เธอจะต้องออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

“วันนี้วันหยุด ไม่ต้องรีบก็ได้บ้านคุณก็อยู่แค่นี้เองไม่ใช่เหรอ”

ไม่เพียงแค่พูดเปล่าๆฝ่ามืออันอบอุ่นยังยื่นเข้ามากระชับมือเล็กๆนุ่มๆทั่งลากกึ่งจูงให้เปลี่ยนทิศทางเข้าไปยังอีกประตู แทนการเดินพ้นไปข้างนอก น่าแปลกขาที่เหมือนถูกยึดเอาไว้ให้ก้าวไม่ออกกลับขยับได้อย่างง่ายได้

“มากินข้าวก่อน...เมื่อวานคุณไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันไม่หิวบ้างหรือไง”

เมื่อพูดถึงเรื่องความหิว เขมขวัญถึงกับเอามือลูบท้องเมื่อมันส่งสัญญาณให้รู้ว่าภายในนั้นว่างเปล่า...สมควรที่จะหาอะไรมาเติมให้เต็มได้แล้ว

“นั่งลง...”

กริชนะขยับเก้าอี้ประจำโต๊ะอาหารให้ทั้งหันไปสั่งคนรับใช้ที่ยืนรออยู่ก่อนที่เขาจะเคลื่อนตัวไปนั่งยังเก้าอี้อีกตัวตรงหัวโต๊ะ...

ไม่นานข้าวต้มร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมฉุยก็ถูกนำมาวางตรงหน้า...

“กินซะ...จะได้มีแรงทำงาน”ว่าพลางเลื่อนกระเช้าเครื่องปรุงตามไปให้อีก

“ดะ..เดี๋ยวค่ะ...ก็ไหนบอกว่าวันนี้วันหยุด...แล้วทำไมต้องทำงาน...”ตากลมโตเหลือบมองเจ้านายด้วยแววตาแสดงคำถาม

“ก็คุณทำงานยังไม่เสร็จยังมีงานค้างอยู่ เป็นงานที่ผมต้องการด่วนที่สุดในตอนนี้”

“งานค้าง?”

“ตรวจสอบเอกสารการเงิน...”

เขมขวัญคิดย้อนไปถึงแฟ้มงานกองนั้นทันทีงานที่เขาเคยใช้เป็นข้อพิสูจน์ประสิทธิภาพการทำงานของเธอ...จริงสิ...เธอยังไม่ทันได้ลงมือเลยสักหน้าเพราะมีงานแทรกเข้ามาเสียก่อน...ว๊า...นึกว่าจะห่วงกัน ที่แท้ก็ห่วงงาน...

“โอเคค่ะ...ถ้าอย่างนั้นเตรียมแฟ้มงานพวกนั้นไว้ให้ดิฉันเลยนะคะดิฉันจะเอากลับบ้านไปทำให้เสร็จ” แม้ปรับสีหน้าให้ดูเรียบเฉยทั้งทำทีสนใจคุ้ยคนข้าวต้มให้คลายร้อน แต่น้ำเสียงก็ยังพอฟังออกถึงความรู้สึกที่แท้จริง

“ใครบอกว่าผมจะยอมให้คุณเอาแฟ้มเอกสารสำคัญพวกนั้นไป”

“อ้าว...”

“ผมอนุญาตให้คุณกลับบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แต่คุณต้องกลับมาทำงานที่นี่ ในห้องทำงานของผมห้องนั้น วันนี้”กริชนะชี้มือไปยังประตูไม้แกะสลักเคลือบแล็กเกอร์จนเงาวับที่พอมองเห็นอยู่เป็นประตูถัดไป“ผมให้เวลาคุณหนึ่งชั่วโมงพอมั๊ย...ก็น่าจะพอนะ”ดวงตาคมกวาดมองร่างบางตรงหน้าอย่างสำรวจตรวจตรา“อย่างคุณจะแต่งเติมตรงไหนก็คงไม่แตกต่างจากเดิมมากนักหรอก”

แหมดูถูกกันจริง...คนฟังถึงกับเข็ดเขี้ยวเคี้ยวฟันกับคำสบประมาทนั้น

“หนึ่งชั่วโมงถ้าผมยังไม่เห็นคุณที่นี่ ผมจะตามไปลากตัวคุณมาทำงานด้วยตัวเอง”

“เจ้าค่ะเจ้านาย...”รับคำสั่งเสียงยาวเหยียดทั้งส่งค้อนไปให้ด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะก้มหน้าก้มตารับประทานข้าวต้มต่อไป

จริงๆแล้วเรื่องการเข้ามาทำงานในบ้านหลังนี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขมขวัญเลยสักนิด บ้านห่างกันแค่รั้วกั้นเดินเท้าไม่ต้องเสียค่าโดยสาร แถมที่นี่ยังติดแอร์เย็นฉ่ำไปทั้งบ้าน แต่ปัญหาใหญ่ที่เธอกังวลอยู่ตอนนี้ก็คือคำสัญญาที่เธอตกลงว่าจะทำตามที่ผีขอร้องนั่นต่างหาก...

เอกสารในซองสีน้ำตาลซองนั้นมันมีจริงอยู่เหรอภาพที่เห็น เสียงที่ได้ยินหรือแม้แต่ความฝันที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะเธอเมาอย่างที่กริชนะพูดจริงหรือ...ถ้าจริงตอนนี้เอกสารที่ว่านั้นอยู่ไหน แล้วเธอจะเอามันไปส่งตามสัญญาได้ยังไงถ้าไม่ทำคำขู่ที่ว่าจะถูกเรียกเอาทุกอย่างคืนมันก็ฟังน่ากลัวซะยิ่งกว่าเห็นผีซะอีกยิ่งคิดก็ยิ่งปวดสมอง

ช่างเถอะ ถ้าคุณป้าคนนั้นเป็นผีจริงๆเดี๋ยวท่านก็หาวิธีส่งมอบเอกสารให้เธอเองแหล่ะเหมือนอย่างในหนังที่ผีทำอะไรได้ทุกอย่างเธอไม่จำเป็นต้องทำอะไรแค่เดินตามเกมเท่านั้น

“อิ่มแล้วค่ะ”

เขมขวัญวางช้อนลงในถ้วยข้าวต้มที่อยากจะบอกนักว่าอะไรที่สุดในสามโลกเบาๆเธอดื่มน้ำจนหมดแก้วก่อนจะขยับตัวลุกจากก้าวอี้ ชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำตาม

“เอ่อ...ไม่ต้องลุกไปส่งก็ได้นะคะ...เจ้านายทานต่อเถอะ”เธอเหลือบมองถ้วยข้าวต้มของอีกฝ่ายที่ยังอีกค่อนถ้วย

“ผมอิ่มแล้ว” เขาตอบเบาๆ

“เอ่อ...ค่ะ...งั้นดิฉันลาเลยก็แล้วกันขอบคุณสำหรับอาหารเช้าที่แสนจะอร่อย”

ว่าแล้วก็รีบเดินออกจากห้องอาหารกระทั่งออกมายืนอยู่หน้าอาคารหลังใหญ่ เขมขวัญก็ต้องหยุดหันกลับไปมองเบื้องหลังเมื่อรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนกำลังเดินตามเธอออกมา และคนคนนั้นก็คือกริชนะ

เขาจะไปไหนนะหรือว่าจะออกมาเดินย่อยอาหาร...เขมขวัญไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาจะเดินไปส่งเธอถึงที่บ้านก็เขาบอกเอาไว้แล้วนี่ว่า หากหนึ่งชั่วโมงไม่เห็นเธอที่บ้าน เขาถึงจะไปตาม...ช่างเถอะจะคิดทำไมให้ปวดหัว...

แล้วเขมขวัญก็เดินต่อไปโดยไม่เอ่ยไม่ถามในสิ่งที่สงสัยแม้จะรับรู้ว่ามีคนเดินตามในระยะห่างเท่าเดิมนั่นมันทำให้เธอยิ่งเกิดความสงสัยจนอดทนไม่ไหว

“เจ้านายจะไปไหนคะ”

“ไปบ้านคุณ” เขาตอบดื้อๆด้วยสีหน้าราบเรียบ

“ฮะ!...ปะ...ไปบ้านฉัน...ไปทำไมคะ”

“ก็ไม่มีอะไรแค่อยากจะรู้ว่าคุณอยู่ยังไงในบ้านหลังนั้นคนเดียว...”

ดวงตาที่จ้องมองมานั้นเป็นประกายวาววับก่อนจะเมินหลบทั้งเดินผ่านร่างบางตรงไปยังประตูเหล็กข้างกำแพง อันเป็นเส้นทางที่เขาและเธอได้มีโอกาสพบกันด้วยความรู้สึกที่แปลกประหลาดและเวลานี้ เขมขวัญก็กำลังรู้สึกแบบนั้นความรู้สึกที่มองแผ่นหลังกว้างของคนแปลกประหลาดแล้วอยากรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่




Create Date : 24 มิถุนายน 2558
Last Update : 28 มิถุนายน 2558 16:22:42 น. 2 comments
Counter : 700 Pageviews.

 
รอตอนต่อไปนะจ๊ะ


โดย: panon IP: 203.158.141.4 วันที่: 24 มิถุนายน 2558 เวลา:16:33:37 น.  

 
เริ่มมีใจกันละ...รออ่านตอนต่อไปจ้า


โดย: ดอกฝิ่น IP: 119.63.78.248 วันที่: 27 มิถุนายน 2558 เวลา:14:45:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นิยายฝันหวาน
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




เชิญอ่านนิยายสนุกๆ สไตล์นิยายฝันหวาน



Writer By tonglang
: Copyright © 1999-2008
ข้อตกลง
1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน

2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

3. ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งเจ้าของบล็อกทันที


Smells like Christmas

Posted by Daniela Andrade on 23 ธันวาคม 2014
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2558
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
24 มิถุนายน 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นิยายฝันหวาน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.