Welcome To ทองหลาง Bloggang ว่างๆ ก็แวะเข้ามา...ยินดีต้อนรับจ้า
ตอนที่ 7

เขมขวัญวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานหน้าห้องก่อนจะทรุดตัวลงนั่ง เธอหยิบแต่ละแฟ้มมาเปิดดูสาระอย่างคร่าวๆทำให้พอทราบว่างานชิ้นแรกที่ได้รับมอบหมายก็คือการตรวจสอบงบดุลบัญชีการเงินทั้งรายรับและรายจ่ายของบริษัทซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่าหนักใจสักเท่าไหร่สำหรับคนที่เรียนจบมาทางด้านบัญชีอย่างเธอ

“เฮ้อ...โล่งอกไปทีนึกว่าจะให้ไปร่างจดหมาย จดวาระการประชุม ติดต่อนัดหมายลูกค้า จิปาถะซะอีก”

“งานพวกนั้นคุณก็ต้องทำด้วย”เสียงหนึ่งดังมาจากประตูที่เธอเพิ่งจะเดินออกมา

“ฮะ...”

“ฟังไม่ผิดหรอก...เอาล่ะ...ตอนนี้พักแฟ้มงานพวกนั้นเอาไว้ก่อนอ้อ...เอาแฟ้มงานพวกนั้นตามผมมา” กริชนะเอ่ย ก่อนจะออกเดินนำไปยังลิฟต์ที่ใช้สำหรับผู้บริหารเท่านั้น

เขมขวัญรวบรวมแฟ้มเอกสารที่เพิ่งจะเปิดดูหอบขึ้นแนบอก ก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายแล้ววิ่งตามร่างสูงไปให้ทันแม้จะสงสัยว่าเจ้านายจะรีบไปไหน ทำไมต้องให้เธอไปด้วยแต่เมื่อคิดถึงตำแหน่งที่เพิ่งได้รับ เธอก็พร้อมจะเข้าใจ

“วันนี้จะมีการเจรจาธุรกิจกับลูกค้าต่างชาติผมต้องการให้คุณเล็คเชอร์ความคิดเห็นและความต้องการของลูกค้า เอาให้ละเอียดเลยนะ”

“ฮะ!” เขมขวัญเผลออุทานออกมาเหมือนตกใจกับคำสั่งที่ได้รับคำสั่งจากเจ้านายหมาดๆ

“มีปัญหาอะไร...เป็นเลขาฯต้องทำได้ทุกอย่างอย่าทำตัวให้มีปัญหามากนัก เพราะผมจ้างคุณมาให้ช่วยแก้ปัญหาไม่ใช่ให้มาสร้างปัญหา”

กริชนะถือโอกาสสั่งสอนทั้งเหลือบตามองสีหน้าปั้นยากของคนข้างๆอดไม่ได้ที่จะกวาดตามองเลยไปยังชุดที่เธอสวมใส่ มันช่างดูล้าสมัยขัดหูขัดตาเหลือเกินกับวัยไม่เกินยี่สิบห้าของหล่อน

“ค่ะ...คือ...ฉัน...เอ่อ...” ตายล่ะ...ลูกค้าต่างชาติก็ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสนทนาให้เล็คเชอร์อย่างละเอียดเหรอ แค่ฟังจะหรือเรื่องหรือเปล่าก็ไม่รู้...

“อย่าบอกนะว่าคุณพูดภาษาอังกฤษไม่ได้”เจ้านายหนุ่มดักคอ สีหน้าของเลขานุการคนใหม่เป็นคำตอบที่ชัดเจนจนเจ้านายหนุ่มต้องส่ายหน้าอย่างระอา“ไม่อยากเชื่อระบบการศึกษาของประเทศเลยจริงๆเรียนภาษามาตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนจบปริญญาตรีแท้ๆ แต่หาคนพูดได้ใช้คล่องแทบพลิกแผ่นดินก็อย่างว่าล่ะ การสอนภาษาต่างประเทศที่นี่ คงสอนไว้เพื่อทำข้อสอบให้ได้คะแนนอย่างเดียว”

บ่นเหมือนคนแก่...เขมขวัญนึก เมื่ออีกฝ่ายพูดจบ “ก็คงเป็นอย่างที่เจ้านายว่าล่ะค่ะ ดิฉันเองก็ไม่ได้อยู่ในข้อยกเว้นและดูเหมือนแย่กว่าคนอื่นๆก็ตรงที่ เกรดที่ได้ไม่เคยมากกว่าซีบวกสักครั้งแต่ฉันจะพยายามหาวิธีเก็บข้อมูลมาให้เจ้านายโดยละเอียดตามต้องการนะคะ ไม่ต้องห่วง...”ตอบกลับไปงั้นๆ แต่ในใจสุดแสนจะกังวลเป็นที่สุด

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวลเดี๋ยวฉันจะช่วยหนูเอง”

“ฮะ!...อะไรนะ” เสียงเย็นยะเยือก แผ่วๆที่แว่วเข้าโสตประสาทเหมือนกระซิบอยู่ที่ริมหูทำเอาเขมขวัญถึงกับขนลุกซู่ เธอหันซ้ายมองขวาหาที่มาของเสียงนั้นทั้งๆที่รู้ว่าภายในลิฟต์ไม่มีใครอื่นอีก นอกจากเธอและเจ้านายสุดเฮี้ยบ

“มีอะไร”

“เปล่าค่ะ...”บอกพลางลูบแขนที่ยังกอดแฟ้มงานไว้กับอกไปมา ดับความรู้สึกยะเยือก

“แฟ้มบัญชีการเงินนั่นผมต้องการให้คุณตรวจสอบอย่างลับๆ ห้ามบอกหรือให้ข้อมูลกับใครงานนี้ถือเป็นงานนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานประจำ เข้าใจไหม”กริชนะถือโอกาสชี้แจงในความต้องการที่แท้จริง

“ไม่เข้าใจค่ะ” เขมขวัญตอบไปตามรู้สึก

ชายหนุ่มมองเลขาฯคนใหม่ของเขาอย่างหนักใจนอกจากหล่อนจะเป็นผู้หญิงเรื่องมาก จุ้นจ้านแล้วหล่อนยังเป็นผู้หญิงประเภทเข้าใจอะไรได้ยากอีกด้วย

ลิฟต์พาคนทั้งคู่ลงมาจนถึงชั้นที่จอดรถเขมขวัญยังคงหอบแฟ้มเดินแกมวิ่งตามเจ้านายขายาวๆที่คงไม่มีความคิดที่จะหันมาช่วยแบ่งเบาภาระหรือแม้แต่จะลดระดับความเร็วในการเดินลง เพื่อให้เธอตามไปได้ทัน

“มาครับผมช่วย”คนที่เข้ามารับแฟ้มในมือกลับเป็นลุงคนขับรถแสนจะสุภาพที่วิ่งเข้ามาหาอย่างรู้หน้าที่

“ขอบคุณค่ะลุง”

“ชูครับ ผมชื่อชู”คนขับรถถือโอกาสแนะนำตัว

“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อขวัญนะคะ”

“สวัสดีครับคุณขวัญได้รู้จักกันเป็นทางการซะที” ลุงชูผู้ทำหน้าที่คนขับรถเอ่ยทั้งส่งยิ้มให้อย่างใจดี

“รีบๆหน่อยสายแล้วเราควรไปให้ถึงที่นัดหมายก่อนลูกค้านะ”

เสียงทรงอำนาจดังขึ้นคนทั้งคู่จึงต้องรีบเดินไปให้ถึงรถโดยเร็วลุงชูวางแฟ้มงานกองใหญ่ไว้ที่เบาะข้างคนขับ

“ฉันว่าฉันควรนั่งตรงนั้นนะลุง”

“แฟ้มงานมันเยอะครับนั่งด้านหลังกับคุณกริชเถอะ จะได้นั่งสบายๆ” ว่าแล้วเดินแกมวิ่งอ้อมไปเปิดประตูรถให้เจ้านายที่เบาะหลัง

ส่วนเขมขวัญ เธอเปิดเข้าไปนั่งเองไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาเปิดประตูให้เสียเวลา

“ไว้คราวหน้าดิฉันจะนั่งข้างลุงชูก็แล้วกัน”เขมขวัญเอ่ย เมื่อเหลือบมองสบตาเจ้านายเข้าอย่างจังทันทีที่เธอขยับให้นั่งในท่าสบาย

“ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่”เขาเอ่ยก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบหนังสือเล่มหนึ่งที่ช่องประตู

เขมขวัญอดไม่ได้ที่จะเหลือบตาดูหนังสือที่เจ้านายอ่าน...แต่...แค่เห็นรูปปกและชื่อเรื่องก็ทำเอาใบหน้าเนียนใสแดงระเรื่อจนต้องเบือนหน้าหนีออกไปมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างพลางนึกในใจยี๊...ไม่อยากจะเชื่อ...คนหน้าตาท่าทางอย่างท่านประธานจะสนใจอ่านหนังสือประเภทนี้ด้วย...รักร้อนลมสวาท...ปรื๋อ...แค่ชื่อก็...อดหันมามองใบหน้าด้านข้างของเจ้านายอีกรอบไม่ได้ สีหน้าเขาแน่นิ่งราวกับว่ากำลังอ่านหนังสือพิมพ์ หรือว่าเขาจะเป็นผู้ชายซ่อนบุคลิก...ตายล่ะ...ต้องระวังตัวให้มากขึ้นแล้วล่ะเขมขวัญ คิดแล้วก็ร้อนวูบไปทั้งตัวเมื่อภาพเหตุการณ์เสียจูบแรกของเธอผุดขึ้น...ปรื๋อ...เธอสลัดศีรษะขับไล่ความฟุ้งซ่านทิ้งไป

“เป็นอะไร” คนถามถามทั้งๆที่สายตาเขาไม่ได้ละไปจากหน้าหนังสือ

“เปล่าค่ะ”

“ถ้าเปล่าก็อยู่นิ่งๆ สิ ทำตัวหยุกหยิกรบกวนสมาธิคนอื่นอยู่ได้”

“ค่ะ”

แล้วความเงียบก็เข้าปกคลุมภายในรถที่เปิดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำทว่าในความเย็นฉ่ำและว่างเปล่านั้นกลับมีพลังงานอีกรูปแบบหนึ่งวนเวียนล่องลอยไปโดยรอบด้วยความเจิดจ้าเรืองรองใสละเอียด

“ดีใจเหลือเกิน...กริชอ่านหนังสือของป้าด้วย...คงไม่มีอะไรที่ป้าจะดีใจและภูมิใจเท่านี้อีกแล้ว...”


7


ช่วงสายของวันนั้น...

อัสนียาหรือนักเขียนผู้มีนามปากกาว่าอัสนี เดินผ่านแสงแดดอ่อนๆที่ถูกอำพรางโดยเมฆก้อนใหญ่เข้าสู่ชายคาอาคารอันระบุด้วยป้ายข้างประตูว่า ‘สำนักพิมพ์มโนฝัน’ ด้วยความหวังที่ผุดขึ้นในหัวใจอย่างล้นหลามจนอดกระหยิ่มยิ้มแย้มออกมาทางสีหน้าไม่ได้

“สวัสดีค่ะพี่อัสนี...ลมอะไรหอบพี่มาถึงสำนักงานได้คะ”พนักงานประจำสำนักพิมพ์เอ่ยทัก เมื่อเห็นนักเขียนสาวใหญ่เดินผ่านประตูกระจกเข้ามา

“พี่มีพล็อตนิยายมาเสนอบ.ก...ว่าแต่บ.ก.เชวงอยู่ไหม”

“อยู่ค่ะเพิ่งมาถึงเมื่อครู่นี้เองค่ะ”

อัสนียายิ้มให้คำตอบแล้วเดินต่อไปยังห้องที่มีป้ายระบุชื่อและตำแหน่งของเจ้าของห้องไว้ชัดเจนงานนี้อัสนียามั่นใจอย่างยิ่งว่าไม่พลาด เพราะถ้าพลาดก็หมายความว่า การพิจารณางานเขียนในแต่ละครั้งของบรรณาธิการมันมีเรื่องของเส้นสายเข้ามาเกี่ยวข้อง

“สวัสดีค่ะบ.ก.” อัสนียาเอ่ยทักทายเมื่อได้รับอนุญาตให้ผ่านเข้าสู่ห้องทำงานหลังเคาะประตูตามมารยาท

“อ้าวพี่อัสนี...สวัสดีครับ...ว่าแต่ลมอะไรหอบพี่มาเยี่ยมเยียนผมถึงสำนักพิมพ์ได้”บ.ก.หนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงแสดงความประหลาดใจไม่น้อย

“พี่มีพล็อตมานำเสนอค่ะ”ว่าพลางยื่นซองกระดาษสีน้ำตาลส่งให้

“เอ...ทุกทีถ้าพี่จะส่งพล็อตพี่ก็ส่งทางอีเมลล์นี่ครับ ไหงวันนี้ถึงลำบากมาเองได้”

“พี่กลัว บ.ก.จะไม่ว่างอ่านพล็อตนิยายเรื่องนี้เป้นผลงานชิ้นโบว์แดงของพี่เชียวนะ เลยอยากนำเสนอด้วยตัวเอง”

คำบอกกล่าวของนักเขียนที่ถือได้ว่าเก่าแก่คนหนึ่งของสำนักพิมพ์ทำเอาบรรณาธิการหนุ่มอดเปิดซองแล้วดึงกระดาษแผ่นนั้นออกมาดูไม่ได้...กระดาษแค่ไม่กี่แผ่นเขาสามารถอ่านจับใจความให้เข้าใจถึงเนื้อหาได้ด้วยเวลาเพียงไม่กี่นาที

“เป็นยังไงบ้างคะ...”หญิงวัยเฉียดห้าสิบเอ่ยถาม ทั้งสังเกตสีหน้าหนุ่มใหญ่ที่มีวัยอ่อนกว่าไม่กี่ปี

“ก็น่าสนใจดีนะครับผมอ่านแล้วทำให้คิดถึง...”บ.ก.หนุ่มนึกไปถึงนักเขียนมือทองของสำนักพิมพ์ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเดือนกว่าๆ

“พล็อตนิยายเรื่องนี้พี่ใช้เวลาหลายเดือนเชียวนะกว่าจะเขียนเสร็จได้ลงตัวแบบนี้คุณเชวงต้องนึกถึงผลงานของพี่สิ จะไปนึกถึงคนอื่นทำไม” อารมณ์ศิลปินเริ่มรวน

“ผมก็แค่คิดถึงพี่ทิพย์พล็อตนิยายเรื่องนี้มันดีมากๆ ดีพอๆกับที่พี่ทิพย์วางพล็อตมาเสนอสำนักพิมพ์และทุกเรื่องที่พี่ทิพย์เขียนก็ได้รับผลตอบรับอันดีมาโดยตลอด”

“แต่พล็อตนี้พี่เขียนของพี่เองนะ...พล็อตนี้เป็นของพี่ไม่ใช่ของทิพย์ราตรี”อัสนีแย้ง สีหน้าแสดงอาการไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด “ถ้าคุณเชวงไม่สนใจพี่ก็จะเอาพล็อตไปเสนอสำนักพิมพ์อื่น...นี่เห็นเป็นคนกันเองเคยร่วมงานกันมาก่อนหรอกนะ เลยคิดถึงที่นี่เป็นอันดับแรก”

“ผมเชื่อครับว่าเป็นพล็อตของพี่เพราะแนวนิยายมันแตกต่างกันชัดเจน ของพี่ทิพย์จะเป็นแนวอีโรติกโรแมนติคส่วนพล็อตที่พี่อัสนีเอามาให้ผมพิจารณาเป็นแนวโรแมนซ์ ซอฟกว่ากันเยอะแต่ให้ความน่าสนใจไม่แพ้กัน” เชวงวางแผ่นกระดาษในมือลงบนโต๊ะทั้งยืดตัวขึ้นนั่งตัวตรง สีหน้าของเขาดูจริงจังเมื่อเอ่ยประโยคที่ฟังดูเป็นงานเป็นการ“เอาเป็นว่าผมสนใจนิยายเรื่องนี้...พี่อัสนีลงมือเขียนได้เลยเขียนจบเมื่อไหร่ก็ส่งมาให้ผมพิจารณาอีกรอบ”

“ไม่ให้พี่เซ็นสัญญาเลยเหรอทีทิพย์ราตรียังเซ็นสัญญาทันทีทั้งๆที่เป็นเพียงพล็อตเรื่อง”

“ผมขอดูสักสี่ถึงห้าตอนก่อนครับ เชื่อเถอะว่าถ้าได้เสนอที่ประชุมยังไงก็ผ่านครับ”

“จริงเหรอคะ”นักเขียนวัยดึกยิ้มอย่างดีใจ

“ครับ...เรื่องนี้จะทำให้พี่อัสนีกลับมาดังเป็นพลุเหมือนเดิมแน่นอน”

“ขอบคุณที่ยังให้กำลังใจและสนับสนุนพี่มาโดยตลอดนะคะ”

“เราก็ไม่ต่างจากน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าหรอกครับถ้าพี่ไม่มีผลงานดีดีมานำเสนอผมก็คงไม่มีนิยายดีๆมาวางขาย”คำตอบของบรรณาธิการหนุ่มทำเอานักเขียนสาววัยดึกถึงกับยิ้มหน้าบาน

“ถ้าอย่างนั้นพี่ก็ขอลาล่ะขอบคุณคุณเชวงมากที่ยังให้โอกาสพี่แสดงฝีมือ” อัสนีเอ่ยทั้งลุกขึ้นพลอยให้บ.ก.หนุ่มลุกตาม

“ครับ...ผมจะรอผลงานดีๆของพี่นะครับ”

รอยยิ้มถูกส่งแนบไปกับความหวังกระทั่งร่างสมวัยของนักเขียนผู้เคยมีผลงานดีเลิศในอดีตพ้นประตูไป บ.ก.เชวงหวังที่จะมีใครสักคนเข้ามาทดแทนนักเขียนเลื่องชื่อผู้ทำผลงานดีเยี่ยมมาโดยตลอดทว่ากลับมาจบชีวิตลง

เชวงจำได้ดีถึงครั้งสุดท้ายที่เขามีโอกาสได้ติดต่อพูดคุยกับทิพย์ราตรีเกี่ยวกับนิยายเรื่องใหม่ที่ได้รับการวางพล็อตไว้แล้วเรียบร้อยนิยายที่ทิพย์ราตรีบอกกับเขาว่า เธอจะลดแนวเขียนจากอีโรติกลงให้เหลือเพียงโรมานซ์น่าเสียดายเหลือเกินที่เขาไม่มีโอกาสได้เห็นพล็อตนิยายแนวโซมานซ์เรื่องแรกของนักเขียนผู้มีนามปากกาว่าทิพย์ราตรี

 พล็อตนิยายแนวโรมานซ์ที่อัสนีนำมาเสนอจึงเป็นมิติใหม่ที่จะสร้างชื่อเสียงให้อัสนีผู้เคยมีผลงานเด่นโด่งดังในอดีตให้มีชีวิตชีวากลับโด่งดังอีกครั้งหลังซบเซามาหลายปี

รถยังแล่นไปด้วยความเร็วสม่ำเสมอท่ามกลางความเงียบเชียบที่แทบจะได้ยินแม้เสียงลมหายใจ...สายตาคมกริบเหลือบมองหญิงสาวผู้พยายามทำตัวไม่สนใจสิ่งใดมากไปกว่าสรรพสิ่งที่อยู่นอกหน้าต่างรถเธอคงรู้ตัวอยู่บ้างว่ากำลังถูกจับตามองอาการหยุกหยิกอยู่ไม่สุขจึงเกิดขึ้นเป็นระยะด้วยความประหม่าและขาดความมั่นใจ

“มีอะไรหรือเปล่าคะ” บางทีการหันมาถามกันตรงๆคงจะดีกว่าปล่อยให้ผู้ชายที่ยังมีหนังสือนวนิยายแนวสิบแปดบวกหรืออาจจะเป็นยี่สิบห้าบวกอยู่ในมือมองสำรวจอย่างละเอียดลอออย่างนี้

“ลุงชู”

แทนที่จะตอบคำถามเธอเขากลับหันไปเรียกคนขับรถ ผู้กำลังตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างดีเยี่ยมอยู่ข้างหน้า

“ครับคุณกริช”

“แถวนี้พอมีห้องเสื้อดีๆ สักแห่งไหม”กริชนะก้มมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือ “เรายังพอมีเวลาอยู่บ้าง ถ้ายังไงก็แวะสักครู่”

“คุณกริชจะหาสูทสำหรับงานเลี้ยงต้อนรับคืนพรุ่งนี้เหรอครับ”

“เปล่า...ฉันแค่ทนมองชุดเลขานุการเชยๆไม่ได้ มันทำให้รู้สึกเหมือนกำลังพาป้าแก่ๆ มาเจรจาธุรกิจยังไงยังงั้น”พูดพลางเหลือบตามองคนข้างๆ อย่างไม่คิดปิดบังสายตา

“เอ๊ะคุณ...” ลมแทบออกหูเมื่อได้ยินคำวิจารณ์ซึ่งๆหน้า ถึงชุดที่เธอสวมอยู่ตอนนี้จะเป็นชุดมือสองที่หาซื้อมาจากตลาดนัดแถวบ้านแต่เขมขวัญก็มั่นใจว่าเมื่อมันอยู่ในร่างของเธอ รูปร่างสมส่วนไม่ผอมแห้งหรืออวบอ้วนจนเกินไปยังไงมันก็ดูดี

“ผมจะให้คุณเปลี่ยนชุดคุณป้าชุดนี้ทิ้งผมต้องการให้คุณดูดีในสายตาลูกค้าของเรา”

“ฉันไม่มีเงินถุงเงินถังมากมายพอที่จะจับจ่ายเสื้อผ้าสุรุ่ยสุร่ายตามแฟชั่นหรอกนะ...และไม่ต้องมานำเสนอเลยว่าผมจะออกตังค์ให้ก่อน คุณค่อยผ่อนทีหลัง...ไม่เด็ดขาดฉันไม่ยอมเป็นหนี้ใครโดยไม่จำเป็นอีก”

“แล้วถ้าผมซื้อให้เลยล่ะ จะรับไหม”กริชนะถามกลับ นึกขำในความตระหนี่ของป้าเชยคนนี้

“บอกแล้วไงคะว่าไม่อยากเป็นหนี้ซื้อให้ก็เป็นหนี้อยู่ดี”

“ยังไง?”

“หนี้บุญคุณไงคะใช้ชาตินี้ถึงชาติหน้าก็ไม่รู้ว่าจะพอใจเจ้าหนี้หรือเปล่า”

“คิดมาก”

“เอาเป็นว่าครั้งนี้ขอดิฉันแต่งตัวเชยๆในสายตาเจ้านายออกงานสักงานก่อนไว้คราวหน้าดิฉันจะพยายามไม่ทำให้เจ้านายขายหน้านะคะ” เธอเอ่ยอย่างนอบน้อม

“สรุป เอาไงครับคุณกริช”

“แวะร้านเสื้อ...”

“เอ๊ะ...ฟังไม่เข้าใจเหรอคะเจ้านาย ดิฉันบอกแล้วไงว่าไม่อยากเป็นหนี้”

“นั่นมันก็เรื่องของคุณถ้าจะคิดเล็กคิดน้อยอย่างนั้นสำหรับผมภาพลักษณ์ของเลขานุการประจำตัวประธานก็เสมือนภาพลักษณ์ของบริษัทถ้าไม่อยากตกงานอีกรอบก็หุบปาก แล้วทำตามที่ผมสั่ง”น้ำเสียงแม้ไม่ดังแบบตะโกนใส่หน้า แต่ก็ห้วนจัดเป็นมะนาวไม่มีน้ำให้คนฟังได้ขยาด

“ห้องเสื้อใช่ไหมครับข้างหน้ามีอยู่ที่หนึ่งที่คุณผู้หญิงเข้าไปใช้บริการอยู่บ่อยๆ” ลุงชูเอ่ยเพื่อช่วยลดดีกรีความร้อนระอุของบรรยากาศการเจรจาระหว่าเจ้านายและเลขานุการคนใหม่ที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยเกรงกลัวเจ้านายสักเท่าไหร่นัก

รถจอดสนิทที่หน้าห้องเสื้อชื่อดังแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ทางผ่านพอดีกริชนะเปิดประตูก้าวลงไปก่อน เขมขวัญจำต้องก้าวตามลงมาอย่างเสียไม่ได้

เมื่อเดินผ่านประตูกระจกไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศปะทะผิวกายผ่อนคลายความร้อนที่ระอุอยู่ภายในจิตใจลงได้บ้างยิ่งมีโอกาสได้เดิมชมชุดเสื้อผ้าสวยๆนับสิบที่สวมประดับอยู่บนหุ่นโชว์ก็ยิ่งให้ความรู้สึกระรานตา

“สวัสดีค่ะ...มีอะไรให้ทางร้านของเรารับใช้บอกได้นะคะที่นี่มีชุดสวยๆหลายแบบหลายสไตน์ ทั้งแบบแอนด์เม็ค แบบยี่ห้อดังจากต่างประเทศมีชุดราตรี ชุดทำงาน หรือแม้กระทั่งชุดแต่งงาน แบบสำเร็จรูป และพร้อมรับสั่งตัดด้วยนะคะ”พนักงานในร้านเข้ามาต้อนรับ ทั้งสาธยายบริการแก่ลูกค้าอย่างคล่องแคล่ว

“ช่วยหาชุดทำงานที่ทันสมัยให้คุณผู้หญิงคนนี้สักชุดเถอะครับ”กริชนะสั่ง ก่อนจะขยับไปนั่งยังโซฟารับแขก ที่ทางร้านจัดเอาไว้

“เชิญคุณผู้หญิงทางนี้เลยค่ะว่าแต่มีแบบที่ชอบเป็นพิเศษไหมคะ” พนักงานเอ่ยถามอย่างเอาใจใส่เมื่อเห็นอีกง่ายส่ายหน้า รอยยิ้มก็ผุดขึ้นที่มุมปาก

“แบบนี้ก็สวยนะคะเพิ่งสั่งเข้ามาใหม่กำลังเป็นที่นิยมเชียวค่ะ” พนักงานคว้าชุดทำงานชุดหนึ่ง“นั่นไงคะ เป็นแบบเดียวกับที่อยู่บนตัวหุ่นโชว์ตัวนั้น...เชิญทางนี้ค่ะ ห้องลองชุดอยู่ทางนี้”

เขมขวัญเหลือบตาขึ้นมองหุ่นโชว์ในชุดทำงานสวยเก๋บอกเลยว่ามันถูกตาต้องใจเธอเหลือเกิน จนไม่อาจเอ่ยปฏิเสธและมันก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นคนละคน เมื่ออยู่ในชุดสวยชุดนี้

“สวยค่ะ...คุณเหมาะกับชุดนี้มากๆทั้งเอว ทั้งสะโพก ทั้งช่วงไหล่ ยังกับสั่งวัดตัวตัด” พนักงานของร้านเชียร์เมื่อลูกค้าสาวเดินออกจากห้องลองเสื้อมาให้เห็น

“จริงหรือคะ”

“จริงสิคะ...คุณนะหุ่นดีมากๆไม่อ้วนไม่ผอมจนเกินไปนี่ถ้าดัดผมเป็นลอนอีกสักหน่อยคงเหมือนตุ๊กตา”แววตาของพนักงานชื่นชมอย่างเปิดเผย

“แต่...เฮ้ย!” เมื่อดูแผ่นป้ายราคา เขมขวัญก็ถึงกับหน้าซีดเผือดรีบหมุนตัวกลับเข้าห้องลองชุด ถอดชุดเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับเป็นชุดเชยแสนเชยในสายตาของคนบางคนในทันที

สองพันเก้า...ตายๆๆๆสั่งตัดเย็บมาจากดาวอังคารหรือ

ยังไง ทำไมถึงได้แพงขนาดนี้...

“ทำไมคะ...หรือไม่ชอบทางร้านมีแบบอื่นๆ ให้เลือกอีกหลายแบบนะคะ”

“เรื่องชอบมันก็ชอบอยู่หรอกแต่...มีที่ถูกกว่านี้ไหม”

“ชุดนี้ถูกสุดแล้วค่ะ”

“ฮะ! ถูกสุดแล้วเหรอ งั้นเอาไว้ก่อนก็แล้วกันไว้เก็บเงินครบค่าชุดเมื่อไหร่จะมาอุดหนุนนะคะ” เขมขวัญเอ่ย

กริชนะวางนิตยสารที่เขาใช้อ่านฆ่าเวลาลงบนโต๊ะคิ้วเข้มขมวดหมุนเข้าหากัน เมื่อมองดูชุดราตรีสีหวานชุดหนึ่งที่สวมอยู่บนหุ่นโชว์

กริชนะนึกไปถึงผู้หญิงที่ถูกบังคับให้ลองชุดทำงานใหม่อยู่ภายในอีกไม่กี่วันทางบริษัทจะจัดงานเลี้ยงฉลองการเข้ารับตำแหน่งประธานกรรมการคนใหม่และงานนี้ คนที่ทำหน้าที่เลขานุการก็ต้องเข้าร่วมงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่ยิ่งกว่าแน่คือเธอจะลากชุดคุณป้าเชยๆไปร่วมงานอย่างไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรมที่ไหน คงได้มีการขายหน้ากันแน่งานนี้หากเขาไม่จัดการทำอะไรสักอย่างพอจบความคิด เขาก็เห็นเลขานุการคนใหม่กลับออกมาด้วยชุดทำงานชุดเดิม

“ทำไม ไม่มีชุดไหนถูกใจเลยเหรอ”

“ถูกใจค่ะ”

“ถูกใจแล้วทำไมยังใส่ชุดนี้อยู่เหมือนเดิม”

“มันแพงนี่คะ ดิฉันซื้อไม่ไหวหรอก”

“กลับไปใส่ชุดนั้นออกมาให้ผมดูเดี๋ยวนี้ถ้ายังอยากได้งานทำอยู่...เร็ว!”ชายหนุ่มชี้นิ้ว

เขมขวัญถึงกับสะดุ้งในเสียงตวาดของเจ้านาย เธอรีบรนรานเข้าไปทำตามคำสั่งในทันที เพราะยังไงเสียค่าชุดก็คงจะน้อยกว่าเงินเดือนที่เธอจะได้รับแต่ละเดือนในอนาคต...ยังไงก็ขอเลือกเงินเดือนเอาไว้ก่อนล่ะ

และแล้วสุดท้ายเขมขวัญก็ได้ไปพบลูกค้าด้วยชุดทำงานชุดใหม่แถมยังได้ชุดทำงานแบบอื่นอีกหนึ่งชุดรวมไปถึงชุดราตรียาวสีครีมที่สุดท้ายเขาก็ยัดเยียดให้เธอจนได้

“กริชนี่ตาแหลมจริงๆป้าก็หมายตาชุดชุดนี้ให้กับแม่หนูขวัญเหมือนกัน...”

เสียงแผ่วๆที่ดังในโสตประสาททำให้หญิงสาวถึงกับหันซ้ายหันขวามองหาที่มาของเสียงทั้งขนแขนที่ลุกซู่ขึ้นมาพร้อมความรู้สึกเย็นเฉียบ

“มีอะไรเหรอ...หันซ้ายหันขวายังกับกลัวว่าใครจะตามฆ่าซะงั้น”ผู้เป็นเจ้านายเอ่ยขึ้นเมื่อเข้ามานั่งเรียบร้อยในรถ

“ปะ...เปล่าค่ะ...สงสัยหูจะแว่ว”

เขมขวัญพยายามประคับประครองจิตใจให้อยู่ในอาการสงบโดยเร็วที่สุดเรื่องชุดทำงานผ่านพ้นไป แต่ปัญหาใหญ่ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้นเรื่องการพบปะเจรจากับลูกค้าคนสำคัญของเจ้านายนั่นตั่งหากล่ะที่สำคัญสุดสำคัญตรงที่เธอจะทำยังไงได้ผลลัพธ์ออกมาตรงตามความต้องการ

ขับรถไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงภัตตาคารหรูใจกลางกรุงอันเป็นจุดนัดหมายเจรจาธุรกิจกริชนะก้าวนำผ่านประตูกระจกเข้าสู่ภายในสัมผัสอากาศเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศที่แผ่รัศมีความเย็นจนครอบคลุมทั่วพื้นที่ภายใน

“อย่าลืมที่สั่ง...ผมต้องการประเด็นสำคัญในทุกรายละเอียดเพื่อพิจารณาว่าเราสมควรจะร่วมทำธุรกิจกับเขาหรือเปล่า”

“อ้าว...ที่มาคราวนี้ไม่ได้มาทาบทามเหรอคะ”

“เปล่า...ลูกค้ารายนี้เป็นลูกค้าที่เข้ามาติดต่อกับเราผ่านกรรมการแผนกอื่นผมยังไม่รู้สถานะความมั่นคงหรือแม้แต่คุณลักษณะอื่นๆในกิจการของเขาดีพอนี่คือการเจรจาครั้งแรกเพื่อประกอบการตัดสินใจผมจึงต้องพึ่งคุณช่วยเก็บข้อมูลระหว่างสนทนา”

ความหนักใจเริ่มก่อเกิดหลังจากที่ลืมไปได้สักพักใหญ่เขมขวัญเดินตามเจ้านายเข้าไปยังห้องที่พนักงานเดินนำเข้าไปอย่างเหม่อลอย และเมื่อเธอได้พบกับลูกค้าที่เจ้านายพูดถึงชาวต่างชาติผมสีทองตาสีฟ้า พลันเกิดอาการกระตุกวาบไปทั้งตัวทุกสิ่งทุกอย่างโดยรอบเริ่มมืดมิดเหมือนมีใครสักคนกำลังดับแสงสว่างคล้ายเธอกำลังยืนอยู่ในที่โล่งกว้างท่ามกลางสุริยะคาสที่ในที่สุดก็ดับมืดไปทั้งดวง

จากความมืดมิดที่แทบจะมองอะไรไม่เห็นฉับพลันความสลัวลางกลับบังเกิดขึ้น เขมขวัญพยายามเพ่งมองไปข้างหน้าเพ่งมองภาพเลือนรางของบุคคล...

“นั่นใคร...ใช่เจ้านายหรือเปล่าคะ” เธอถามออกไปเพื่อความแน่ใจ

“ฉันเองจ๊ะหนู...เรื่องงานหนู.ไม่ต้องกังวลแล้วนะฉันจะช่วยหนูเอง”

สิ้นคำตอบนั้น ร่างที่เห็นเป็นเพียงเงาค่อยๆเคลื่อนเข้ามาใกล้...เข้ามาใกล้ ใกล้จนเขมขวัญต้องหลับตาลงสติสัมปชัญญะของเธอที่มีอยู่เต็มร้อยก็มีอันค่อยๆลดลงไปจนในที่สุดก็ไม่มีหลงเหลืออยู่ในจิตแม้เพียงน้อย




Create Date : 02 มิถุนายน 2558
Last Update : 2 มิถุนายน 2558 19:52:40 น. 2 comments
Counter : 493 Pageviews.

 
เหวออออมีการเข้าสิงร่างกันด้วยยยยคุณป้าๆๆๆขออนุญาตหรือยังเจ้าค่ะ เมื่อเข้าสิงแล้วกรุณาทำตัวดีๆ รักษาหน้าหนูขวัญหน่อยนะจ๊ะ


โดย: panon IP: 1.20.168.240 วันที่: 2 มิถุนายน 2558 เวลา:20:26:43 น.  

 
มีแบบนี้ด้วย...คุณป้าลงมือเองเลย...คงสำเร็จแน่ๆ


โดย: ดอกฝิ่น IP: 119.63.78.246 วันที่: 3 มิถุนายน 2558 เวลา:17:25:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
นิยายฝันหวาน
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




เชิญอ่านนิยายสนุกๆ สไตล์นิยายฝันหวาน



Writer By tonglang
: Copyright © 1999-2008
ข้อตกลง
1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน

2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

3. ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งเจ้าของบล็อกทันที


Smells like Christmas

Posted by Daniela Andrade on 23 ธันวาคม 2014
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2558
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
2 มิถุนายน 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นิยายฝันหวาน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.