Welcome To ทองหลาง Bloggang ว่างๆ ก็แวะเข้ามา...ยินดีต้อนรับจ้า

ตอนที่ 27









นานมากกกก...ที่ไม่ได้เเขียนเรื่องนี้ต่อ ถ้าใครลืมเรื่องราวก่อนหน้านี้ จะย้อนกลับไปอ่านหน่อยก็ไม่ว่ากันค่ะ เพราะคนเขียนเองก็ลืมไปด้วยเหมือนกัน...ขอให้สนุกๆ นะคะ...ขอคอมเม้นท์เป็นกำลังใจให้คนอ่านหน่อย จะขอบคุณที่สุด...พล่ามมาพอแล้ว เชิญแฟนๆ ติดตามเรื่องราวได้แล้วค่ะ ^_^


27

“ฉันคงช่วยอะไรหนูไม่ได้หรอก...” เสียงหนึ่งดังแว่วเข้ามาในโสตประสาทแผ่วเบา ดั่งเกิดขึ้น ณ ดินแดนอันไกลแสนไกล

“คุณป้าช่วยหนูได้หนูรู้...ได้โปรดแยกหลานชายคุณป้าออกไปอีก ก่อนหนูจะหัวใจวายตายซะก่อน” เขมขวัญขอร้องด้วยมโนวิธีทั้งยังพยายามหดคอก้มหน้างุดหลบปลายจมูกโด่งที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ทุกที

“ฉันกำลังทำโทษตัวเองอยู่...ฉันทำให้หนูโกรธ” น้ำเสียงเย็น ๆ นั้นเอ่ยออกมาแผ่ว ๆ

“ตอนนี้อย่าเพิ่งเลยค่ะมาช่วยหนูก่อน...” หญิงสาวร่ำร้องอยู่ในใจเธอไม่กล้าแม้กระทั่งจะเงยหน้ามองคนที่กำลังครอบครองร่างกายของเธอเอาไว้ทั้งตัว

“ว่าไง...จะอยู่หรือจะไปให้รีบตัดสินใจซะ”เสียงทุ้ม ๆ ดังอยู่แนบชิดโสตทวาร

เขมขวัญรู้สึกได้ถึงสัมผัสของริมฝีปากที่งับใบหูเบาๆ ให้เกิดอาการขนลุกซู่ ร้อนวูบไปทั้งหน้าและยิ่งสร้างความตกใจเพิ่มขึ้นไปอีกเมื่อจู่ ๆ ตัวเธอก็ลอยหวือขึ้นมาอยู่ในวงแขน เธอเผลอผวาเข้าโอบรอบคอของเขาด้วยกลัวว่าจะหล่นลงฟื้น

“คุณกริช...นี่คุณจะทำอะไร...ปล่อยขวัญลงเดี๋ยวนี้นะคะ”

ชายหนุ่มไม่เพียงไม่ทำตามเขายังรัดวงแขนแน่นขึ้นกันไม่ให้อีกฝ่ายดิ้นหลุด ทั้งพาเดินออกไปทางประตูเขมขวัญนึกหวาดหวั่นกับแววตาวาว และหยาดเยิ้มคู่นั้นที่ก้มลงสบตาเธอนัก

“กลับห้องของเราไปสานสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยา” เขาตาหน้าตาเฉย

“ฮะ! นี่คุณจะบ้าไปแล้วเหรอคะ...ปล่อยขวัญนะขวัญไม่ไปไหนแล้ว...” เธอรีบบอก

“ไม่ไปแล้วจริงๆ เหรอ”

เขาถามซ้ำเมื่อยืนยันความมั่นใจทว่าสองขายังคงก้าวขึ้นบันไดทีละขั้นโดยไม่รีบร้อน ไปพร้อมกับร่างนุ่มนิ่มกลมกลึงในวงแขน

“คะไม่ไปแล้วไม่ย้ายไปไหนทั้งงั้น” เธอตอบเพื่อเอาตัวรอด

“ดี...”กริชนะตอบรับสั้น ๆ ทว่าเขากลับไม่คิดที่จะหยุดเดิน หรือแม้แต่จะวางคนที่ยังพยายามดิ้นหาอิสรภาพลง

“ปล่อยขวัญนะคะ...ขวัญจะไม่ยั่วโมโหคุณและจะไม่ทำให้คุณขายหน้าเหมือนเมื่อค่ำวานอีกขวัญจะอยู่ที่เรือนเล็กอย่างสงบเสงี่ยมเจียมเนื้อเจียมตัวและจะพึงระลึกอยู่เสมอว่า ขวัญเป็นเลขาฯ ของคุณ ไม่ก้าวก่ายล้ำเส้นเป็นอย่างอื่น”เธออ้อนวอน หูยังคงจับจังหวะเสียงฝีเท้าของเขาที่ยังคงก้าวต่อไป

“จะรำลึกว่าเป็นภรรยาอีกตำแหน่งตอนนี้ก็ไม่มีใครว่าหรอก ยิ่งพรุ่งนี้ ทุกคนได้รับการยืนยันคุณก็จะกลายเป็นคุณผู้หญิงของบ้านนี้อย่างเต็มตัว”

“ไม่ค่ะไม่...โธ่...จะให้ขวัญทำยังไงคุณถึงจะยอมปล่อยขวัญไป”หญิงสาวร้องโอดครวญ ยิ่งรู้สึกผวามากเข้าไปอีกเมื่อเขาพาเธอเดินมาหยุดลงตรงหน้าห้องห้องหนึ่ง

“คุณป้าขา...หนูไม่โกรธคุณป้าแล้วคุณป้าจะทำอะไรกับร่างหนู จะเข้าสิงจะยึดครองก็ตามสบายเถอะค่ะ หนูรู้ว่ายังไงคุณป้าคงไม่ใจร้ายพอที่จะยึดครองไปตลอดหรือแม้แต่จะทำร้ายให้ถึงชีวิต...แต่ได้โปรดกลับมาช่วยหนูก่อน”เธอตั้งจิตส่งความคิดความต้องการไปยังสิ่งที่มีเพียงรูปพลังงานที่ไร้ตัวตน

ประตูถูกเปิดออกด้วยวิธีใดเขมขวัญไม่ได้ให้ความสนใจเท่าสายตาของเธอที่เหลือบแลเข้าไปภายในห้องกว้างโอ่อ่านั้นก่อนสายตาจะไปหยุดลงยังเตียงกว้าง เสียงประตูปิดลงแม้จะไม่ดังเหมือนกระแทกแต่ก็ทำให้หญิงสาวเกิดอาการสะดุ้งโหยง

“คุณกริชคะได้โปรด...” เสียงของเธอสั่นเทา อาการดิ้นรนดูเหมือนจะไม่มีแล้วเมื่อรับรู้ว่าถึงดิ้นไปก็เหนื่อยเปล่า

“จากนี้เป็นต้นไป ที่นี่คือห้องของคุณ...”

ร่างบางถูกวางลงบนเตียงนุ่มทว่าเขมขวัญไม่ได้รู้สึกยินดีเลยแม้แต่น้อยเพราะนั่นไม่ใช่การถูกปล่อยให้เธอได้รับอิสระทว่านี่น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการถูกจองจำทั้งตัวและหัวใจจะมากกว่าและสิ่งที่ยืนยันในความคิดก็คือร่างหนาที่ตามลงมาโถมทับเธอเอาไว้ทั้งตัวจนไม่อาจกระดิกหญิงสาวไม่คิดที่จะขอร้องใครให้เหนื่อยใจอีกต่อไปแล้วไม่ว่าจะผีหรือคน...หมดแล้วซึ่งทางรอดทุกทางจริง ๆ แต่...เธอจะมายอมแพ้แค่นี้เหรอ...

“ไม่งอแงแล้วใช่ไหมถ้าฉันจะยืมร่างหนู”

เสียงที่คิดว่าจะไม่มีโอกาสได้ยินอีกในช่วงเวลานี้ก็ดังขึ้นสร้างความหวังให้เกิดแก่คนผู้กำลังถูกรุกรานด้วยสายตาคมที่ไม่อาจต่อกร ให้หัวใจรู้สึกสั่นไหว

“ค่ะ...”

“ได้...”

คำตอบที่ได้ยินทำเอาหญิงสาวรู้สึกใจชื้นขึ้นเป็นกองทว่าเพียงไม่นาน สมองของเธอก็เกิดอาการมึนงงสับสนวุ่นวายเมื่อเจ้าของใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้จนเธอต้องหลับตาที่พร่ามัวนั้นลงก่อนจะเกิดความรู้สึกนุ่มๆ สัมผัสแผ่วพริ้วเบาบางเหมือนขนนกที่ริมฝีปาก แล้วค่อยหนักหน่วงขึ้นดูดกลืนความคิดต่อต้านออกไปจนหมด แม้แต่ความคิดสุดท้าย...

“ไหนคุณป้าบอกจะช่วยหนูคะ...คำสัญญาของผีก็ยังจะเชื่อไม่ได้เชียวเหรอ...”

กลีบปากนุ่มถูกแยกออกห่างเป็นช่องทางให้ปลายลิ้นอุ่นผ่านเข้าไปแม้แต่ปราการมุกที่แข็งแกร่งยังแยกห่างปล่อยให้ความนุ่มชื้นล้วงเข้าไปแตะต้องกอดกวัดหยอกเย้าสิ่งที่อยู่ภายในดูดดื่มความหวานอย่างถือสิทธิ์

“ขะ...คุณกริชคะ...คือ...”

เมื่อริมฝีปากได้รับอิสระเธอก็ยังพยายามที่จะเตือนเขาให้รับรู้ว่าเขากำลังทำสิ่งที่ผิดเขากำลังจะขืนใจผู้หญิงที่ไม่ได้คิดยินยอมพร้อมใจไปกับเขาแม้แต่น้อย...เพียงเพราะความเจนจัดช่ำชองในเรื่องความรักใคร่ของเขาทำให้เธอเผลอโอบมือกอดเขาแค่นั้น

“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นเราแต่งงานกันแล้วไม่ใช่เหรอ” เขากระซิบบอก ที่ริมหูก่อนจะงับเบา ๆแล้วลากริมฝีปากไต่ลงมาตามลำคอระหก

“แต่นั่นมัน...”

“อะไรก็แล้วแต่...คุณเป็นของผมแล้ว”เขาเอ่ยขัด เมื่อเดินทางสำรวจมาถึงซอกคอหอมกรุ่นที่สัมผัสได้แม้แต่การเต้นตุบ ๆของหลอดเลือนเส้นใหญ่ เชิญชวนให้นึกอยากจะงับมันให้เต็มเขี้ยว

นิ้วเรียวแข็งแกร่งพยายามแกะสิ่งกีดขวางออกไปให้พ้น...ดูเหมือนมันจะทำงานประสานกันได้ดีกับปากและจมูกตื่นตาตื่นใจดั่งค้นพบขุมทรัพย์มหาศาลเมื่อเขาแตะแต้มจุมพิตลงมาจนถึงเนินเนื้อนุ่มนิ่มขาวผ่อง...นั่นทำให้เขานึกไปถึงบทเลิฟซีนจากนิยายโดยการประพันธ์ของทิพย์ราตรีที่เขาเพิ่งจะอ่านจบไปเมื่อไม่นาน

‘ชายหนุ่มเลื่อนมือลูบไล้ไปตามช่วงขาเรียวเนียน

นิ่มนุ่มเย็นที่แยกออกเปิด

ทางให้เขาโดยสัญชาตญาณ สะโพกกลมกลึง

แอ่นเบียดเสียดสีปลายนิ้วที่

ลากขึ้นวนรอบส่วนกลางลำตัวเลื่อนใบหน้าต่ำลง

ครอบครองปลายยอด

สีชมพู ตวัดลิ้นโลมเลียดูดเม้ม จูบซับอย่าง

กระหายก่อนจะย้ายไปเย้ายวน

หยอกล้ออีกข้างให้ขมวดเกลียวแน่นแข็งเป็นไตชู

ชันท้าทายริมฝีปากร้อน

ชื้นที่พร้อมจะกลืนกินดอกไม้สวรรค์อันหอมหวาน

ตรงหน้า’

วันนี้และเวลานี้เขากำลังจะมีโอกาสทดสอบความเป็นไปได้ของนิยายบทนั้นแล้ว...พอนึกถึงตรงนี้รอยยิ้มอ่อนละมุนก็ผุดขึ้นประดับใบหน้าคมคายที่อีกฝ่ายไม่มีโอกาสได้เห็นเพราะเปลือกตาทั้งสองข้างของเธอยังคงปิดสนิทไม่อยากเชื่อเลยว่าความรู้สึกเมื่อได้สัมผัสแตะต้องผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของเขาที่เพิ่งจะผ่านพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์มาไม่กี่วันนี้ไม่ต่างอะไรกับเด็กหนุ่มที่เพิ่งจะลองรักเป็นหนแรก... ทว่า...

เสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังขึ้นแต่ถูเหมือนเจ้าของโทรศัพท์ไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย ก็อย่างที่รู้ ๆจะทีอะไรน่าสนใจเท่าเนื้อนิ่ม ๆ หอม ๆ ตรงหน้า ทว่านั่นแตกต่างจากอีกคนโดยสิ้นเชิงเมื่อเสียงนั้นปลุกให้คนที่กำลังล่องลอยเข้าสู่วังวนพิศวาสให้ตื่นขึ้น...

“คุณกริชคะ...โทรศัพท์”เธอเตือนเขาด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม ใบหน้าแดงก่ำ

“ช่างมัน...”เขาตอบ ก่อนจะก้มลงชิมความหวานจากปลายบัวงามที่ยังห่อหุ้มอยู่ภายใต้ผ้าลูกไม้สีอ่อนพอใจที่ได้ยินเสียงครวญเบา ๆ ในลำคอของคนที่กำลังต่อสู้กับใจตัวเอง

“ช่างไม่ได้นะคะเผื่อมีเรื่องสำคัญ” ทั้งพยายามยันอกกว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่างยังไงก็ใจอ่อนไม่ได้ และนี่คือโอกาสเดียวที่เธอจะรอดพ้น “รับสายเถอะค่ะ...นะคะ”

กริชนะผงกศีรษะขึ้นมองหน้าหวานดวงตาฉ่ำเยิ้มไหวระริกแล้วก็อดที่จะกดริมฝีปากทาบทับเรียวปากนุ่มที่มักจะเอ่ยอะไรออกมาขัดอกขัดใจอยู่เสมอแล้วก็ถอนหายใจเฮือก ก่อนจะล้วงหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกงแต่อย่าหวังเลยว่าเขาจะปล่อยขนมหวานออกห่าง

“มีอะไร...”น้ำเสียงที่กรอกลงไปในเครื่องสื่อสารขนาดจิ๋วติดจะห้วน“ว่าไงนะ...อืม...จะไดเดี๋ยวนี้แหละ” เขาพูดประโยคต่อไปอีกไม่กี่คำก็วางหูขยับตัวออกจากร่างบางที่โถมทับไว้ทั้งตัว โดยที่อีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องต่อต้านดิ้นรนอีกต่อไป...

เขมขวัญลุกตามมือควานสาบเสื้อเข้ามากลัดกระดุมมือไม้สั่น นึกอยากจะผละหนีให้ไกลในทันทีด้วยความอับอายที่มีมากที่สุดเท่าที่เคยปรากฏแต่แข้งขาที่สั่นเทาตอนนี้คงทำให้เธอก้าวไปไหนไม่พ้นคงได้แต่ก้มหน้าเมินมองไปทางอื่น

“ผมจะออกไปข้างนอก...รออยู่ที่นี่แหละผมไปไม่นานหรอก”

ใครอยากจะรอล่ะ... เธอคิดในใจ

“เสื้อผ้าข้าวของของคุณ ผมจะสั่งคนขนมาให้”เขาสั่งไปพร้อมกับการจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ก่อนจะผละเดินออกจากห้องยังไม่วายขอความชื่นใจเล็กน้อยจากพวงแก้มแดงก่ำนั้น

ประตูห้องนอนปิดลงทิ้งไว้เพียงคนที่ยังสับสนในเหตุการณ์วาบหวามที่เพิ่งจะผ่านไปสด ๆ ร้อน ๆหญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก แม้จะสงสัยอยู่บ้างว่าที่กริชนะผละออกไปกะทันหันนั้นเป็นความบังเอิญหรือเพราะฝีมือคุณป้าแต่ถ้าหากเป็นฝีมือคุณป้าจริง ๆ ล่ะก็...

“คุณป้านะคุณป้าจะช่วยทั้งทีให้เร็วกว่านี้หน่อยก็ไม่ได้...โธ่...”

แล้วจู่ ๆดวงตาของเธอก็ลอยคว้างไร้จุดหมายร่างบางแข็งทื่อเริ่มขยับลุกจากเตียงเดินตรงไปยังประตู เชื่องช้าไม่ต่างจากหุ่นยนต์ที่กำลังถูกควบคุม

“ได้เวลาทำงานแล้ว...เหลือเวลาอีกไม่มากต้องรีบทำให้เสร็จ”

กริชนะเลี้ยวรถเข้ามาจอดหน้าคอนโดมิเนียมที่มีความสูงกว่าสิบชั้น...

สถานที่แห่งนี้เขาเคยมาหลายครั้งนับตั้งแต่กลับมาปักหลักใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทยค่อนข้างจะคุ้นเคย จึงไม่แปลกที่เขาจะตรงเข้าไปยังลิฟต์และกำหนดชั้นอันเป็นปลายทางโดยไม่จำเป็นต้องให้เจ้าของห้องลงมานำทาง

ออดหน้าประตูห้องชุดสุดหรูดังขึ้นเพียงชั่วครู่ประตูก็เปิดออกกว้างเป็นการต้อนรับให้เขาผ่านเข้าไปภายในห้องโดยสะดวก

“โทรหาซะดึกดื่น...มีข่าวสำคัญอะไรไหนลองว่ามาสิ”กริชนะเอ่ยถามทันทีที่ก้าวผ่านเจ้าของห้องเข้าไปนั่งลงบนโซฟาบุนวมตัวนุ่มโดยไม่จำเป็นต้องให้ใครเอ่ยอนุญาต

“ดึกที่ไหนกัน...แค่ทุ่มกว่า ๆ เอง...อย่าบอกนะว่าเวลาแค่นี้นายเข้านอนแล้ว” ธนัญชัยตอบกลับขณะเดินผ่านเข้าไปหยุดยังบาร์เพื่อหาเครื่องดื่มเย็นเจี๊ยบมาบริการเพื่อน

“ปกติก็ยังไม่นอนหรอกแต่วันนี้ฉันแค่อยากจะนอนเร็วขึ้นเท่านั้นเอง” กริชนะเอ่ย

“ไม่อยากจะเชื่อนักธุรกิจพันร้านอย่างนายกริชนะ

นี่นะจะนอนแต่หัวค่ำเป็นเด็กอนุบาล” ว่าพลาง

หัวเราะ“หรือว่ามีภรรยามาช่วยกล่อม เลยทำให้นึกอยากนอนเร็ว” ธนัญชัยวางเครื่องดื่มประเภทที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ดีกรีเบาๆ ไว้ตรงหน้าเพื่อน ไม่สนใจสีหน้าที่อีกฝ่ายแสดงความบึ้งตึงออกมาโดยไม่ปิดบัง

อาการอุ่นวาบเกิดในอกเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เร่าร้อนที่บอกตรงๆ ว่ายังนึกเสียดายอยู่มาก เมื่อมันจบลงกลางครันให้รู้สึกอารมณ์ค้างทำให้กริชนะส่งสายตาดุด้วยความหงุดหงิดขัดเขินกับความกล่าวหาของเพื่อนที่เป็นความจริงอยู่มากกว่าครึ่ง

“เรื่องสำคัญที่นายจะบอกรีบบอกมาได้แล้ว” เขารีบเปลี่ยนประเด็น

“โอเค...เพื่อไม่เป็นการเสียเวลานอนของเจ้าบ่าวคนใหม่เรามาเริ่มเรื่องเลยก็แล้วกัน”

กริชนะทำตาดุใส่เพื่อนที่ยังคงล้อเลียนเขาไม่เลิกทว่าไม่ได้ตอบโต้หรือแก้ตัวอะไรเมื่อความสนใจของเขาถูกดึงไปยังซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกนำมาวางไว้ตรงหน้าในเวลาต่อมา

“จากที่นายวานให้ฉันช่วยสืบ...ฉันคิดว่าฉันรู้สาเหตุการตายที่แท้จริงของป้านายแล้วล่ะ”

“จริงเหรอเพื่อน...แล้วป้าทิพย์ตายยังไง”กริชนะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“นี่เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลที่คุณป้าทิพย์ของนายเข้ารับรักษาหลังจากถูกส่งตัวด่วนมาจากโรงพยาบาลในพื้นที่ที่เกิดเหตุ”

กริชนะหยิบเอกสารเหล่านั้นที่มีจำนวนกว่าสิบแผ่นออกมาดูเขากวาดตามองแต่ละภาพอย่างช้า ๆ พยายามระงับอารมณ์ตื่นเต้นลงเพื่อให้ได้สติที่แจ่มชัดที่สุดเขาต้องการหาความผิดปกติที่อาจปรากฏอยู่ในภาพแต่ละภาพพวกนั้น

“สภาพผู้ป่วยหลังการถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาก็ดูเหมือนจะทรงตัวแล้วก็ทรุดลงกะทันหัน ก่อนจะเสียชีวิต หมอพยายามหาสาเหตุมีการนำเลือดส่งตรวจก็ไม่มีสารพิษตกค้างใด ๆ นอกจากการอุดตันหลอดเลือดเฉียบพลัน...”

“นี่นายกำลังจะบอกฉันว่าคุณป้าท่านเสียชีวิตไปเองใช่ไหม...ไม่มีการฆาตกรรมอย่างที่ฉันสงสัยงั้นสิ”

“เปล่า...แต่ฉันกำลังจะบอกนายว่าคุณป้าท่านเสียชีวิตอาจเพราะเกิดภาวะVenous air embolism”

“มันคืออะไร... แล้วนี่ไม่มีคลิปวีดีโอเหรอ”

“มี...ฉันก็อปมาด้วยมันเป็นวีดีโอในวันที่คุณป้าเสียชีวิต และก่อนหน้าวันนั้นหนึ่งวัน นายจะดูมั้ยล่ะเดี๋ยวฉันไปหยิบโน๊ตบุ๊คในห้องมาก่อน” ธนัญชัยทำท่าจะลุก ทว่ากริชนะกลับห้ามไว้

“เดี๋ยวค่อยดูก็ได้แต่...ไหนนายช่วยอธิบายมาให้ฉันเข้าใจหน่อยสิว่า ภาวะVenous air embolismที่นายพูดถึงมันเป็นยังไง” ปากเอ่ยถามสายตายังคงจับจ้องมองหาสิ่งผิดปกติในภาพบนกระดาษเหล่านั้น

“มันก็คือภาวะฟองอากาศในหลอดเลือดดำ หรือก็คือ ภาวะที่มีอากาศหรือฟองอากาศจากก๊าซผ่านเข้าสู่หลอดเลือดดำแล้วทำให้เกิด อาการและอาการแสดงของการอุดตันของหลอด เลือดที่เข้าสู่ปอดและหรือหลอดเลือดแดงที่ไป เลี้ยงอวัยวะที่สำคัญ เพราะความแนบเนียนแบบนี้เลยทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็น ว่าการตายของคุณป้าเป็นเหตุแห่งการฆาตกรรม”

“ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่า...คุณป้าถูกฆาตกรรมอย่างที่ฉันสงสัยจริงๆ นะสิ”

 กริชนะทะลึ่งพรวดขึ้น แทบจะกระชายคอเสื้อของเพื่อนรักเข้ามาเขย่าหาคำตอบ

“คิดว่าเป็นอย่างนั้นนะ”

คำตอบของธนัญชัยทำเอาชายหนุ่มถึงกับเข่าอ่อนทรุดตัวฮวบลงนั่งที่เดิมอย่างไร้เรี่ยวแรง “มีหลักฐานอะไรยืนยันไหม”

“นี่เป็นตารางการให้ยาที่ฉันวานเพื่อนที่เป็นตำรวจทำเรื่องเข้าไปขอตรวจสอบ...มันมีช่วงระยะเวลาในการให้ยาผ่านหลอดเลือดดำชัดเจน”ธนัญชัยเลือกเอกสารบางแผ่นส่งไปให้เพื่อนดู นายสังเกตเวลาที่พยาบาลเข้าไปให้ยาทางหลอดเลือดดำกับคุณป้านะมันมีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งที่ไม่ได้ระบุว่าต้องให้ยา...ภาพในกล้องวงจรปิดยืนยันได้ชัดเจน”

ธนัญชัยมองใบหน้าที่ค่อยๆ ซีดเผือดลงจนแทบจะกลายมาเป็นความหมองคล้ำของเพื่อนแล้วก็ให้เกิดความรู้สึกสงสารและเห็นใจ การเสียชีวิตของญาติผู้ใหญ่ใกล้ชิดที่มีอยู่เพียงคนเดียวโดยไม่มีโอกาสได้ทันดูใจหรือแม้แต่งานศพก็ยังไม่อาจมาร่วมส่งวิญญาณได้มันเป็นเรื่องเจ็บปวดและค้างคาในหัวใจอยู่ไม่น้อย

“แพทย์เก็บตัวอย่างเลือดส่งตรวจแล้วไม่พบว่ามีสารพิษตกค้างใด ๆ จึงสามารถสันนิษฐานได้ว่ายาที่ให้ในช่วงเวลานอกเหนือกว่าปกตินั้นก็คืออากาศปริมาณที่มากพอให้เกิดภาวะอาการเหล่านั้นได้”

คำอธิบายเพิ่มเติมของเพื่อนทำเอากริชนะถึงกับเอามือลูบหน้าแรงๆ ขับไล่ความมึนงงออกไป ทว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรเลยแม้แต่น้อย

“โธ่คุณป้า...ไม่น่าเลยจริงๆ ผมน่าจะเอะใจตั้งแต่ได้รับจดหมายฉบับนั้น ผมน่าจะรีบกลับมา หากผมไม่มัวโอ้เอ้คุณป้าคงจะไม่เคราะห์ร้ายแบบนี้...”

“ตั้งสติเอาไว้ให้ดีนะเพื่อนจากนี้เราคงต้องมาช่วยกันคิดหาวิธีที่จะจัดการหาตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้ยังไงฉันก็เชื่อว่าสวรรค์ไม่เข้าข้างคนผิดอย่างแน่นอน”ธนัญชัยตบบ่าเพื่อนในเชิงปลอบ

“คอยดูเถอะฉันจะจัดการไอ้คนที่มันทำกับคุณป้าให้สาสมกับความผิดของพวกมันฉันจะลากคอพวกมันเข้าคุกให้หมด ทั้งคนว่าจ้างและพวกสมรู้ร่วมคิด...คอยดูก็แล้วกัน”

ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเต็มเปี่ยมไปด้วยความโกรธขึง เครียดแค้น แววตาทั้งคู่ลุกโชนดังมีเปลวเพลิงลุกไหม้ ธนัญชัยรู้ดีว่าเวลานี้ไม่มีวิธีใดดับไฟแห่งอารมณ์ครั้งนี้ได้นอกจากปล่อยให้มันลุกโชติช่วงไปจนกว่าเชื้ออารมณ์จะถูกไหม้จนหมดไปเอง

ณ บ้านไม้หลังเล็กน่ารักจนถูกขนานนามว่าบ้านตุ๊กตาเสียงพิมพ์ดีดยังคงดังระรัวให้ได้ยินอย่างเช่นทุกครั้ง ทุกคนที่อาศัยอยู่ในอาณาบริเวณนั้นต่างทำความเข้าใจเป็นอันเดียวกันว่าเสียงนั้นเกิดจากการทำงานของเลขานุการคนสำคัญของคุณกริชนะหรือในอีกตำแหน่งที่เพิ่งประกาศให้ทราบกันสด ๆ ร้อน ๆ ก็คือคุณผู้หญิงเจ้าของบ้านนั่นเองไม่ใช่เสียงที่เกิดจากสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติอย่างที่คิดในคราแรก ทว่าจะยังไงถ้าไม่มีความจำเป็นอันใด ในยามค่ำคืนก็หาได้มีผู้ใดใจกล้าย่างกรายเข้าไปใกล้...

ร่างบางยังคงนั่งตัวตรงนิ่งงั้นแข็งทื่อดวงตาของเธอเหม่อลอยไร้การกระพริบแม้มันจะจ้องนิ่งอยู่ที่แป้นพิมพ์ดีดอยู่เป็นเวลานานจะมีอยู่ก็เพียงมือทั้งสองข้างเท่านั้นที่ขยับสัมผัสไปตามปุ่มอักษรอย่างชำนิชำนาญก่อนจะหยุดนิ่งดั่งฉับพลัน เมื่อบานประตูที่ปิดสนิทมาตลอดนั้นเปิดกว้างให้ร่างสูงที่ขับรถหายไปกว่าชั่วโมงเดินผ่านเข้ามา

“ทำไมไม่นอนบนตึก...ลงมาทำอะไรที่นี่”เขาถามด้วยน้ำเสียงแหบโหย

“ป้ากำลังเขียนนิยายต่อให้เสร็จป้าเหลือเวลาไม่มากแล้ว” ร่างที่ยังนั่งนิ่งอยู่กับที่ตอบด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

“หึ...”น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจากคอเหมือนจะเยาะ ทว่านั่นคงเป็นการเยาะเย้ยตัวเองมากกว่าเมื่อเวลานี้เขาไม่ได้มีอารมณ์โกรธเกรี้ยวให้กับหญิงสาวที่มักจะแสดงบทบาทผู้เป็นป้าของเขาอยู่เสมอและเวลานี้เขาอยากให้คนตรงหน้ากลายร่างมาเป็นคุณป้าซะจริง ๆ

“กริชไม่สบายใจเหรอลูก...กริชไม่ต้องกังวลนะ”

น้ำเสียง แม้ฟังดูเย็นยะเยือกแต่ทว่ากริชนะกลับรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นเขาชอบความอบอุ่นที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ ชอบมากจนถึงขนาดเดินเข้าไปใกล้นั่งลงที่พื้นตรงหน้าเธอ โน้มศีรษะหนุนตักอุ่นนั้นวงแขนทั้งสองข้างโอบกอดไปรอบเอวบาง นี่เป็นการแสดงความรักของเขาที่มีต่อคุณป้าในทุกครั้งที่เกิดความรู้สึกเหนื่อยหน่ายทดท้อหรือแม้แต่โกรธเกรี้ยว กำลังใจคือสิ่งที่เขาต้องการที่สุด...น่าแปลกที่ผู้หญิงตรงหน้าสามารถให้เขาได้ไม่ต่างจากผู้เป็นป้าเลยแม้แต่น้อยเมื่อมือนุ่ม ๆ อบอุ่นนั้นลูบศีรษะเขาไปมาอย่างอ่อนโยน

“เรื่องอะไรที่มันเกิดขึ้นแล้วยังไงก็ไม่อาจหวนกลับไปแก้ไขได้อีก รับรู้เอาไว้เถอะว่านั่นไม่ใช่ความผิดของกริชจำเอาไว้เท่านั้นก็พอ”

“แต่...”

“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น...ไปเถอะดึกมากแล้วป้าจะพากริชเข้านอน เด็กดีของป้า...อย่าดื้อนะ ว่าง่าย ๆ จะได้โตเร็ว ๆ”

แล้วร่างบางก็ลุกขึ้นจับจูงหลานชายที่ดูเหมือนจะว่าเดินตามเธอไปออกไปภายนอกอย่างว่าง่าย...เป็นดั่งอดีตที่เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว

ใช่แล้ว...ดึกแล้ว...สิ่งมีชีวิตทุกชีวิตสมควรจะพักผ่อนไม่เว้นแม้กระทั่งร่างนี้ ร่างที่ถูกใช้งานหามรุ่งหามค่ำ... ไหนๆวันนี้ก็เขียนนิยายไปได้เยอะพอควรแล้ว อนุญาตให้พักสักหน่อยก็แล้วกัน...




 

Create Date : 24 พฤษภาคม 2560
3 comments
Last Update : 25 พฤษภาคม 2560 10:12:29 น.
Counter : 763 Pageviews.

 

สงสารคุณป้านะ จะฆ่าคนเพื่อเอาพล็อตนิยายก็เว่อร์ไปเนอะ เพราะไม่ใช่นิยายฝรั่ง เขียนเรื่องเดียวรวย สงสัยจะโดนฆ่าเอาสมบัติแล้วก็ตาอยู่ก็เอานิยายไปเลยตามเลยรึป่ะ

หายไปจนคนเขียนลืมเนี่ยนะ อย่าน้า เค้าออกจะคิดถึง

 

โดย: พี่หมูน้อย 25 พฤษภาคม 2560 17:22:21 น.  

 

หายไปจนคนอ่านจำเนื้อเรื่องไม่ได้ยังพอทน แต่หายไปจนคนเขียนเองยังจำเนื้อเรื่องไม่ได้มันต้องโดนตี ความผอดนี้จะให้อภัยถ้า มาอัพทุกวัน วันละ 4 หน้ากระดาษ A4..............ทำไมตอนนี้อ่านแล้วสงสารคุณป้าจังเลยยยยยยยยยยยยยยยยย

 

โดย: panon40 IP: 203.158.141.10 25 พฤษภาคม 2560 20:26:16 น.  

 

สวัสดีนะจ้ะ แวะมาเยี่ยมนะจ้าาา sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ

 

โดย: สมาชิกหมายเลข 4057910 23 สิงหาคม 2560 17:26:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


นิยายฝันหวาน
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




เชิญอ่านนิยายสนุกๆ สไตล์นิยายฝันหวาน



Writer By tonglang
: Copyright © 1999-2008
ข้อตกลง
1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน

2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

3. ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งเจ้าของบล็อกทันที


Smells like Christmas

Posted by Daniela Andrade on 23 ธันวาคม 2014
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2560
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
24 พฤษภาคม 2560
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นิยายฝันหวาน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.