Welcome To ทองหลาง Bloggang ว่างๆ ก็แวะเข้ามา...ยินดีต้อนรับจ้า
ตอนที่ 6



เสื้อผ้าที่ขนมาจากบ้านนอกเกือบทุกชุดถูกนำมาวางเรียงกันบนที่นอนเธอต้องเลือกชุดทำงานที่ดีที่สุดสำหรับการเข้ารายงานตัววันแรก

“เฮ้อ...ดูเป็นยายแก่ทุกชุดเลยเอายังไงดีเนี่ย” เขมขวัญกวาดตามองแล้วก็ถอนใจ

แล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นในสมอง...หญิงสาวหันไปคว้ากระเป๋าสตางค์ใบเล็กมาเปิดดูจำนวนเงินมีอยู่น้อยนิด แต่หากจำเป็นต้องใช้หาชุดทำงานดีๆสักชุดก็น่าจะพอ

“เอาเถอะ...ได้งานแล้วนี่ลงทุนเพื่อภาพลักษณ์ที่ดี ไม่น่าจะมีปัญหา”

ว่าแล้วเขมขวัญก็รีบรุดลงมายังชั้นล่างเพื่อหาซื้อสิ่งที่ต้องการจากตลาดนัดที่เธอเคยเห็นและจำได้ว่าตั้งอยู่ไม่ไกลเกินกว่าจะเดินไปถึง

นี่คงเป็นครั้งแรกที่เขมขวัญจับจ่ายซื้อสินค้าอย่างมีความสุขโชคดีมากที่มีเสื้อผ้า สภาพดี มาวางขาย ถึงจะเป็นเสื้อผ้ามือสองแต่เธอก็สามารถเลือกหาที่สวยๆ เหมาะสมกับการเข้าทำงานวันแรกได้อย่างเป็นที่พอใจแถมยังได้กับข้าวหน้าตาน่ารับประทานมาฉลองความสำเร็จอีกหลายถุง

เมื่อช็อปปิ้งจนเป็นที่พอใจเขมขวัญก็เดินกลับบ้านด้วยความสุขใจ เสียงฮัมเพลงดังอยู่ในลำคอไม่ขาดจนกระทั่งมีบางสิ่งที่ทำให้เธอต้องหยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่าง ด้วยความตกใจก่อนจะวิ่งไปยังรถจักรยานที่ล้มขวางถนนอยู่ตรงหน้า หมาต้นเหตุสองตัวที่ไล่กัดกันวิ่งหายไปอีกทางด้วยความตกใจ

และไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุที่หากมีคนสังเกตจะเห็นว่ารถหรูสีดำมันขลับแล่นมาจอดตั้งแต่รถจักรยานของชายชราล้มลงเพราะโดนสุนัขวิ่งตัดหน้า

“ให้ผมลงไปช่วยตาลุงนั่นไหมครับ”

“ไม่ต้อง...มีคนเข้าไปช่วยแล้ว”คำตอบราบเรียบ สายตายังจับนิ่งอยู่ที่บุคคลทั้งสอง ณ จุดเกิดเหตุ

“เป็นอะไรบ้างเจ็บตรงไหนหรือเปล่าลุง” ถามด้วยความห่วงใย ทั้งยังเข้าพยุงร่างผอมกะหร่องของชายชรามานั่งยังฟุตบาท

“ลุงไม่เป็นไรหรอก แต่ข้าวนั่น...”น้ำเสียงฟังดูสั่นเครือเหมือนคนกำลังจะร้องไห้

เขมขวัญหันไปมองข้าวสารที่หกกระจายเกลื่อนพื้นสภาพถุงหูหิ้วที่ใส่มาก็คงใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้อีกแล้ว

“แย่เลยแบบนี้”

“ลุงเพิ่งไปซื้อข้าวมาจากร้านหน้าปากซอยปั่นจักรยานมาดีๆ ไอ้หมาเวรที่ไหนไม่รู้ดันวิ่งตัดหน้ารถเจ็บตัวน่ะไม่เท่าไหร่แต่ข้าวสารที่ลุงไปขอแบ่งซื้อมานี่สิ...ถ้าไม่ได้กลับบ้านวันนี้คงอดกัน” น้ำเสียงเศร้าชวนให้รู้สึกสงสาร

“ไปซื้อใหม่ก็ได้นี่ลุง” เขมขวัญเสนอความคิด

“ลุงไม่มีตังค์หรอกเงินก้อนสุดท้ายแล้วที่ซื้อข้าวสารถุงนี้ พรุ่งนี้ก็ต้องเก็บของที่เขาไม่ต้องกการแล้วไปขาย ถึงจะได้เงินมาซื้อใหม่” ชายชราหลลีกเลี่ยงคำว่าขยะที่ใครได้ฟังก็คงนึกรังเกียจ

หญิงสาวถึงกับถอนหายใจในคำตอบที่ได้รับเธอมองกองข้าวสารนิ่ง เม็ดสีขาวๆ นั้นก็ใช่จะกระจายไปจนไม่สามารถเก็บกลับคืนได้จะมีก็เพียงบางส่วนที่หล่นลงไปในน้ำขังพื้นถนน เธอจึงตัดสินใจทำอะไรสักอย่างที่น่าจะดีกว่าทิ้งข้าวสารพวกนี้ไว้ให้ไร้ประโยชน์

“เอาเถอะลุงเดี๋ยวหนูช่วยเก็บ”

เขมขวัญจัดระเบียบถุงกับข้าวของเธอจนเหลือเศษหนึ่งถุงวางข้าวของอื่นๆไว้ที่ฟุตบาทก่อนจะเดินไปกอบข้าวสารที่ยังคงสภาพดีใส่ในถุงพยายามเลือกและเก็บอย่างใจเย็น ไม่สนใจแม้จะเป็นเป้าสายตาใครที่เดินผ่านไปมา

“หนูเก็บได้แค่นี้...ส่วนพวกนั้นมันกระเด็นตกน้ำคงต้องทิ้ง ลุงเอาไปร่อนฝุ่นผงออกอีกรอบก็ใช้ได้แล้ว” หญิงสาวยื่นถุงข้าวสารให้ลุงชรา

“แค่นี้ก็ดีถมไปแล้ว ขอบใจแม่หนูมากๆ”ชายชรามองถุงข้าวสารน้ำตาซึมด้วยความซึ้งใจ

“หนูแบ่งกับข้าวให้ลุงด้วยจะได้ไม่ต้องเหนื่อยทำกิน ดูเข่าลุงสิ มีแผลถลอกด้วยไปทำแผลที่คลินิกปากซอยก่อนดีกว่ามั๊ย เดี๋ยวค่าหมอหนูจะออกช่วย”

“อย่าเลย แค่นี้ลุงก็เกรงใจจะแย่แผลนิดหน่อยเอง ที่บ้านลุงมียาใส่แผล เดี๋ยวลุงกลับไปให้เมียที่บ้านทำแผลให้”ชายชราปฏิเสธ

“งั้นลุงรับกับข้าวถุงนี้ไปเถอะไม่ต้องเกรงใจ ถือว่าเลี้ยงลุงเนื่องในวันดีๆของหนูวันนี้...หนูได้งานทำแล้ว”รอยยิ้มสดใสผุดขึ้นให้คนเห็นรู้สึกชื่นใจไปด้วย

“จริงเหรอ งั้นลุงไม่เกรงใจนะ”ชายชรารับถุงกับข้าวมาถือ “ขอบใจจริงๆ ลุงไม่คิดเลยว่าสมัยนี้จะยังมีคนมากน้ำใจอย่างหนูอยู่อีก ขอให้เจริญๆเถอะนะ”

เขมขวัญกลับไปจูงจักรยานมาไว้รอชายชรารับช่วงต่อทั้งยังถามด้วยความห่วงใย “ปั่นไหวนะลุง”

“ไหว...แค่แผลถลอก...ลุงไปก่อนนะหวังว่าลุงจะมีโอกาสตอบแทนหนูบ้าง”

“เรื่องแค่นี้เอง...โชคดีนะคะลุง”

เขมขวัญโบกมือลาลุงนิรนามคนนั้นก่อนจะหันมารวบรวมข้าวของของตัวเองที่วางเอาไว้บนฟุตบาท...เธอถอนหายใจด้วยความรู้สึกสุขใจก่อนจะก้าวเดินต่อได้งาน ได้ทำบุญ คงไม่มีอะไรจะสุขใจเท่านี้อีกแล้ว

“จะว่าไปแม่หนูคนนั้นก็ถือว่าเป็นคนมีน้ำใจหาได้ยากเหมือนกันนะครับ...ดูสิช่วยเก็บข้าวแล้วยังแบ่งกับข้าวให้อีก” คนขับวัยกลางคนเอ่ยด้วยความชื่นชม

“ไปต่อเถอะ ฉันอยากถึงบ้านเร็วๆวันนี้ฉันเหนื่อย” กริชนะเอ่ยตัดบท

เลิกสนใจผู้หญิงตรงหน้า แต่ในสมองของเขากับคิดวนเวียนถึงเธออย่างไม่อาจตัดความคิดนั้นออกไปพ้นได้ไม่อยากเชื่อเลยจริงๆว่าเขาจะสนใจผู้หญิงคนนั้นจนเก็บไปคิดถึง...ไม่หรอกเขาไม่ได้คิดถึงเพราะเธอสวยน่ารัก น่าหลงใหล จนทำให้เกิดสนใจเป็นพิเศษแต่อาจเป็นเพราะผู้หญิงคนนี้มีบางสิ่งที่แปลกอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

ค่ำคืนนั้น...

ร่างบางเดินผ่านเข้าประตูหนึ่งสู่ประตูหนึ่งจนกระทั่งมาหยุดยืนณ ห้องที่เธอบอกตัวเองว่าเคยเข้ามาแต่กลับไม่รู้สึกคุ้นเคย

“หนูพร้อมหรือยัง...คงพร้อมแล้วสินะ พร้อมที่จะทำตามสัญญาของเรา”

เสียงอันคุ้นเคยดังแว่ว เหมือนล่องลอยมาจากที่ไกลแสนไกลทว่าอีกความรู้สึกกลับคล้ายใครสักคนกำลังกระซิบอยู่ที่ริมหู...สัญญาหรือ...เขมขวัญไม่แน่ใจกับสัญญาที่สายลมกำลังกระซิบบอก

“ใช่...สัญญาที่หนูให้ไว้กับฉันเมื่อฉันช่วยหนูสำเร็จ หนูจะต้องสานต่องานของฉันให้สำเร็จเช่นกัน”

เสียงอันปราศจากตัวตนยังดังกังวานในหูช้าๆ แผ่วๆ ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำที่ให้ความรู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงหัวใจ

“งานอะไรคะ”

“นั่นไงล่ะ...งานชิ้นนั้นมันอยู่ตรงหน้าหนูแล้วตอนนี้...ทำมันให้เสร็จฉัน

จะได้ไปในที่ที่ฉันควรไปอย่างสงบซะที”

6

เขมขวัญบอกตัวเองไว้ตั้งแต่ได้รับทราบข่าวดีเรื่องงานว่าวันแรกไม่ควรจะไปสายจึงไม่แปลกที่จะเห็นเธอออกมาเดินย้ำเท้าอยู่ข้างถนนสู่ปากซอยตั้งแต่เช้าตรู่...

แม้จะยังเช้าอยู่มากแต่เพราะระยะทางค่อนข้างไกลกว่าจะถึงป้ายรถประจำทางนั้นก็ทำเอาเหงื่อซึมไปทั้งหน้าผากและปลายจมูกรั้นๆนั่นไม่มีความคิดบ่นเรื่องความลำบากในการเดินนอกจากความสุขที่มีอยู่เต็มเปี่ยมหัวใจ

“ดิฉันชื่อเขมขวัญ...ทางบริษัทติดต่อไปให้ดิฉันมารายงานตัวเข้าทำงานค่ะ”เขมขวัญเอ่ยด้วยรอยยิ้มแห่งมิตรภาพกับประชาสัมพันธ์สาวสวยที่เพิ่งจะละสายตาจากกระจกในตลับแป้งมาส่งยิ้มหวานให้

“เขมขวัญเหรอคะ...สักครู่ค่ะ”

ประชาสัมพันธ์สาวหันไปคว้าแฟ้มมาเปิดเธอไล่รายชื่อในกระดาษแผ่นบางจนกระทั่งถึงชื่อสุดท้ายจึงเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้อีกครั้ง

“ตำแหน่งเลขานุการประธานกรรมการยินดีด้วยนะคะ เชิญคุณเขมขวัญขึ้นไปที่ชั้นสี่ ที่แผนกบุคคลเลยค่ะ”

“เอ๊ะ!...เอ่อ...” แขมขวัญเกิดอาการงงกับตำแหน่งที่ประชาสัมพันธ์เอ่ยเธอสมัครทำงานในตำแหน่งพนักงานบัญชีไม่ใช่ตำแหน่งเลขาฯ อาจมีการเข้าใจผิด

“เอ่อคุณคะ...คือ...”

“คะ...”รอยยิ้มและสีหน้าแสดงคำถามให้เห็นชัดเจน ทว่า...“เดี๋ยวนะคะ...ขอรับโทรศัพท์สักครู่”ประชาสัมพันธ์สาวหันไปให้ความสนใจกับโทรศัพท์ที่ดังขึ้นขัดจังหวะ

“ค่ะ...ถึงแล้วค่ะ...ได้ค่ะ”

เขมขวัญยืนรอเงียบๆ เธอไม่ได้ตั้งใจจะฟังการสนทนาที่ได้ยินอยู่เพียงฝ่ายเดียวนั้นหรอกแต่ลางสังหรณ์บางอย่างผนวกกับสายตาของประชาสัมพันธ์คนสวยทำให้คิดว่าพวกเขากำลังพูดถึงเธออยู่

“คุณเขมขวัญคะคุณไม่ต้องไปที่ชั้นสี่แล้วค่ะทางฝ่ายบุคคลเพิ่งโทรมาแจ้งว่าให้คุณไปที่ห้องท่านประธานเลย”

“คะ?...” คิ้วเรียวขมวดหมุนอย่างงุนงง

“วันนี้ท่านประธานท่านมาทำงานแต่เช้าเป็นโอกาสดีที่คุณจะได้รายงานตัวกับท่านโดยตรงก่อนส่งประวัติอื่นๆที่ฝ่ายบุคคล”

“ คือ...ดิฉันว่าอาจมีการเข้าใจผิด”

“ถ้าคุณชื่อเขมขวัญ พันธ์กฤกษ์ ก็ไม่มีอะไรเข้าใจผิด เชิญคุณที่ลิฟต์ตัวนั้นเลยค่ะ ห้องประธานอยู่ที่ชั้นบนสุด”ประชาสัมพันธ์ผายมือไปยังลิฟต์ที่แตกต่างก็ตรงที่ว่างผู้คน

ห้องท่านประธานอยู่ชั้นสูงสุดของอาคารมีโต๊ะทำงานหนึ่งตัววางอยู่ไม่ไกลจากประตูที่ติดป้ายบอกชื่อและตำแหน่งชัดเจนทำให้เขมขวัญได้รู้จักชื่อและนามสกุลเต็มๆของท่านซะที

“อ่านว่า กริด-ชะ-นะ หรือ กริ-ชะ-นะกันแน่นะ”

เขมขวัญดูนาฬิกาเรือนจิ๋วที่ข้อมือเธอไม่ควรจะมาเสียเวลากับเรื่องชื่อของเจ้านายให้มากความเวลานี้น่าจะเป็นเวลาเหมาะในการทำความรู้จักท่านให้มาก ควรขอบคุณที่ท่านอุตส่าห์เปิดโอกาสให้เธอได้แสดงความสามารถในการทำงานถึงแม้จะเป็นงานที่ไม่ตรงตามใบสมัครที่กรอกก็ตาม

ก๊อก ก๊อก ก๊อก...

ประตูถูกเคาะสามครั้งตามมารยาทก่อนจะถูกเปิดออกกว้างทว่าว่าไม่ใช่ด้วยฝีมือของเธอแต่เป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินผ่านออกมา

“คุณคงเป็นเลขานุการคนใหม่ของท่าน...เชิญเลยครับท่านกำลังรออยู่”

ชายคนนั้นเอ่ยทั้งส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เขาจับอยู่ที่ลูกบิดประตูรอจนหญิงสาวเดินผ่านเข้าไปเรียบร้อยแล้วจึงดึงเข้ามาปิดอย่างเงียบๆ

เขมขวัญรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศห้องทำงานสุดหรูเย็นฉ่ำด้วยแอร์คอนนิชั่นมีโต๊ะทำงานตัวใหญ่วางอยู่ด้านในสุด ข้างๆเป็นชั้นเอกสาร และมุมรับแขกส่วนอีกด้านเป็นผนังกระจกกรองแสงใสแจ๋ว มองเห็นทิวทัศน์สวยๆของเมืองหลวงได้ถนัดตาและที่สำคัญ เธอยังมองเห็นร่างสูงของคนที่น่าจะเป็นเจ้าของห้องยืนหันหน้าเผชิญทิวทัศน์ภายนอกนั้นอย่างสง่างาม

ยังกะในหนังเลยแฮะ... เขมขวัญอดคิดไปถึงไม่ว่าจะเป็นหนังหรือละครการพบกันครั้งแรกของตัวละครสำคัญของเรื่องมักเป็นเช่นนี้

“สวัสดีค่ะ...ดิฉันเขมขวัญ ปุรารักษ์ มารายงานตัวค่ะ”เธอถือโอกาสทักทายก่อนเพื่อส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายรู้ถึงการมา

แล้วมันก็ได้ผลเมื่อเจ้าของร่างสูงที่กำลังยืนหันหลังให้เธอได้หันกลับมาสบตากลมโตที่กำลังจ้องมองเขาอยู่ด้วยอาการตื่นตระหนกแกมประหลาดใจไม่ต่างกัน

“คุณ!...” ต่างเอ่ยออกมาพร้อมกันราวนัดหมาย

“ทำไมคุณอยู่ที่นี่ไม่อยากเชื่อเลยว่าวันนี้จะซวยแต่เช้า” สีหน้าเขมขวัญบ่งบอกว่าเซ็งจัดเมื่อได้พบคนที่เธอไม่คิดแม้แต่จะเหลือบตาแล

“ผมต่างหากที่ต้องถามคุณว่าเข้ามาห้องทำงานของผมทำไม”

“หา...ที่นี่ห้องทำงานคุณเหรอ”ดวงตากลมโตเบิกกว้าง

“ใช่”

“ถ้างั้นคุณก็เป็นเจ้าของที่นี่...ละ...แล้ว...ฉันต้องมาทำงานเป็นเลขานุการให้คุณ...ตายล่ะจะมีอะไรแย่กว่านี้อีกไหมนะ”ประโยคแรกที่เปล่งออกมาในทำนองอุทานก่อนจะลดเสียงลงพูดกะตัวเองเบาๆโดยหวังว่าอีกฝ่ายคงจะไม่ได้ยิน

“คุณน่ะเหรอจะมาเป็นเลขาฯของผม...ต้องมีการเข้าใจผิดแน่ๆ”กริชนะเอ่ยทั้งสาวเท้าไปที่โต๊ะทำงานของเขา หยิบโทรศัพท์ติดต่อภายในขึ้นติดต่อฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ตายล่ะ...ถ้านายขี้เก๊กนิสัยเสียคนนี้เป็นเจ้าของที่นี่ งานที่หวังจะได้คงแห้ว...

เขมขวัญรู้สึกใจแป้วอย่างประหลาดกับประโยคที่ได้ยินเธอได้แต่หวังว่าที่เขาเข้าใจผิดน่าจะเป็นเกี่ยวกับการได้ตำแหน่งที่สมัครเข้าทำงานฝ่ายบัญชีไม่ใช่เลขานุการ

“คุณอนงค์...”

“คะ? ท่านประธาน”

“ผมอยากถามเรื่องเลขานุการที่ผมส่งชื่อไปให้”

“ค่ะ...คุณเขมขวัญ ปุรารักษ์เธอยังไปไม่ถึงหรือคะ”

“คุณเขมขวัญมาถึงแล้วแต่ที่ผมสงสัยก็คือ คุณดูดีแล้วเหรอว่าผมเลือกใครมาเป็นเลขาฯของผม”คิ้วเข้มขมวดหมุนใบหน้าเคร่งเครียดจนคนที่ยืนคว้างอยู่กลางห้องนึกขยาดและหวาดหวั่น

“ค่ะ...ดิฉันยังโทรไปสอบถามความแน่ใจอีกรอบและท่านก็ยืนยันให้เอาตามนั้น”ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ถึงแม้จะฟังดูราบเรียบแต่ก็พอจับความรู้สึกหงุดหงิดได้

“โอเคครับ...ผมถามแค่นี้”เขาบอกก่อนวางสาย แล้วหันมาจ้องความผิดพลาดครั้งใหญ่อย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี

“อย่าบอกนะว่าคุณไม่ได้คิดทีจะเลือกฉันเป็นเลขาฯ...”ไม่มีคำตอบของคนที่กำลังมองเธออย่างใช้ความคิด “ยังไงคุณก็มีหนังสือตอบรับให้ฉันเข้ามาทำงานที่นี่แล้วยังไงฉันก็ต้องได้งานที่นี่ จะเปลี่ยนฉันไปยังตำแหน่งพนักงานบัญชีแทนตำแหน่งเลขาฯฉันก็ไม่ถือสาหาความหรอก แต่ฉันจำเป็นต้องได้งาน”แม้เสนอความคิดเห็นไปฝ่ายนั้นก็ยังเงียบอยู่เช่นเดิม

“โอเค...ในเมื่อนี่คือข้อผิดพลาดถึงฉันจะทำงานให้คุณเพราะความจำใจที่คุณต้องรับอีกไม่ช้าฉันก็คงต้องถูกบีบให้ลาออก เพราะฉะนั้น...ฉันไปก็ได้”

ร่างโปร่งบางหมุนตัวกลับด้วยความรู้สึกผิดหวังจนน้ำตาเอ่อขึ้นกบตา...ไหนป้าบอกว่าหนูจะได้งานไง...โธ่เอ๋ย...มันก็แค่ความฝัน...แต่ถึงอย่างไรเธอก็จะไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นและจะยอมรับในโชคชะตาร้ายๆที่เกิดขึ้นกับตัวเอง

“ไม่นะตากริช...คนนี้ป้าเลือกแล้วเธอจะช่วยกริชได้ ในทุกๆเรื่อง หยุดเธอไว้ อย่าเพิ่งให้เธอไป” เสียงกระซิบแผ่วๆ นั้นยากจะส่งสารไปสู่เครื่องรับที่สัญญาณคลื่นต่างระดับพลังงานโปร่งแสงจึงได้แต่ลอยคว้างวนเวียนอยู่รอบร่างสูงที่ยังไม่แสดงการตัดสินใจอันชัดเจนออกมา

“เดี๋ยว...” น้ำเสียงแสดงถึงอำนาจที่มีมากล้นหยุดเธอไว้ก่อนจะเดินไปถึงประตู

“คะ?...”เขมขวัญหันมามองเจ้านายด้วยตากลมโตที่เบิกกว้างอย่างประหลาดใจแกมยินดีหากเธอคิดไม่ผิด

“คุณจบบัญชีมาใช่ไหม”

“ค่ะ”

“ที่กองอยู่นั่นเอาออกไปหาสิ่งผิดปกติให้พบ นี่ถือว่าเป็นการทดลองงานถ้าคุณหาความผิดปกติในงบดุลบัญชีกองนี้ได้เร็วเท่าไหร่ คุณก็จะผ่านการทดลองงานเร็วเท่านั้น...ที่เห็นอยู่หน้าห้องเป็นโต๊ะทำงานของคุณมีอุปกรณ์ช่วยในการทำงานครบ แต่ถ้าคุณต้องการอะไรเพิ่มเติม ก็สามารถขอเบิกได้ที่ฝ่ายพัสดุ”กริชนะเอ่ยยืดยาวเหมือนสะสมคำพูดมาเนิ่นนาน

เขมขวัญทำตาปริบๆมองกองเอกสารสลับกับหน้าเคร่งๆของเจ้านาย...ในสมองเต็มไปด้วยคำถามที่มันคงมากมายจนแสดงออกมาทางสีหน้า

“สงสัยอะไร...”

“คือ...ถ้าฉันหาในสิ่งที่คุณต้องการไม่เจอคุณยังจะจ้างฉันเข้าทำงานหรือเปล่า”

“อันนั้นมันก็แล้วแต่ว่าคุณจะทำให้ผมรู้และเข้าใจได้ว่าสิ่งที่ผมให้หามันไม่มีข้อผิดพลาดจริงๆ...ชัดเจนใช่ไหม”

“ค่ะ”

“งั้นก็เชิญ”

เขมขวัญกุลีกุจอเข้ามาหอบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะเจ้านายออกไปยังโต๊ะทำงานที่ระบุว่าเป็นของเธอด้วยท่าทีกระตือรือร้นดั่งเกรงว่าฝ่ายนั้นจะเปลี่ยนใจไม่ให้เธอทำงาน เอาวะ...ลองดูสักตั้ง ใส่ใจหน่อยก็ไม่เสียหลาย อย่างน้อยตอนนี้ก็ได้งานทำแล้วล่ะ...

ในเวลาเดียวกันนั้นพลังงานอีกรูปแบบ ม้วนหมุนหลบร่างบางที่เดินผ่านไปทางประตูก่อนจะก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างโปร่งใสคล้ายเงาในกระจก ลอยวนเวียนร่างสูงที่ยังยืนนิ่งมองประตูที่เพิ่งจะปิดลงอย่างคนกำลังใช้ความคิดก่อเกิดเป็นความเย็นยะเยือกให้ขนลุกพอง เพียงไม่ถึงนาทีความเย็นนั้นก็จางหายไปพร้อมกับเงาโปร่งใสที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเนื้อม้วนตัวพวยพุงทะลุผ่านประตูออกไปเช่นกัน

เขมขวัญวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานหน้าห้องก่อนจะทรุดตัวลงนั่ง เธอหยิบแต่ละแฟ้มมาเปิดดูสาระอย่างคร่าวๆทำให้พอทราบว่างานชิ้นแรกที่ได้รับมอบหมายก็คือการตรวจสอบงบดุลบัญชีการเงินทั้งรายรับและรายจ่ายของบริษัทซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่าหนักใจสักเท่าไหร่สำหรับคนที่เรียนจบมาทางด้านบัญชีอย่างเธอ

“เฮ้อ...โล่งอกไปทีนึกว่าจะให้ไปร่างจดหมาย จดวาระการประชุม ติดต่อนัดหมายลูกค้า จิปาถะซะอีก”

“งานพวกนั้นคุณก็ต้องทำด้วย”เสียงหนึ่งดังมาจากประตูที่เธอเพิ่งจะเดินออกมา

“ฮะ...”

“ฟังไม่ผิดหรอก...เอาล่ะ...ตอนนี้พักแฟ้มงานพวกนั้นเอาไว้ก่อนอ้อ...เอาแฟ้มงานพวกนั้นตามผมมา” กริชนะเอ่ยก่อนจะออกเดินนำไปยังลิฟต์สำหรับผู้บริหารเท่านั้น

เขมขวัญรวบรวมแฟ้มเอกสารที่เพิ่งจะเปิดดูหอบขึ้นแนบอก ก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายแล้ววิ่งตามร่างสูงไปให้ทันแม้จะสงสัยว่าเจ้านายจะรีบไปไหน ทำไมต้องให้เธอไปด้วยแต่เมื่อคิดถึงตำแหน่งที่เพิ่งได้รับ เธอก็พร้อมจะเข้าใจ




Create Date : 08 พฤษภาคม 2558
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2559 16:03:45 น. 3 comments
Counter : 568 Pageviews.

 
ตอนนี้คอมเมนท์ในหน้า google chrome ไม่ได้ด้วยค่ะ

เรื่องนี้น่ารักนะ ชอบนางเอกมาก ผีก็ออกแนวหลอนนิดๆหน่อยๆ โอเค

พระเอกก็ดูท่าทางจะดี อย่าปล่อยให้คนอ่านรอหายๆนะจ๊ะ

คิดถึงอยู่เสมอเลย


โดย: พี่หมูน้อย IP: 49.48.215.6 วันที่: 8 พฤษภาคม 2558 เวลา:14:45:30 น.  

 
ดีใจที่มาเขียนต่อให้ได้อ่าน ขอบคุณมากค่ะ


โดย: ดอกฝิ่น IP: 119.63.78.246 วันที่: 8 พฤษภาคม 2558 เวลา:15:51:10 น.  

 
ชิชิทำมาท่ามากนะย่ะอีตากริช


โดย: panon IP: 27.55.40.184 วันที่: 9 พฤษภาคม 2558 เวลา:1:33:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
นิยายฝันหวาน
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




เชิญอ่านนิยายสนุกๆ สไตล์นิยายฝันหวาน



Writer By tonglang
: Copyright © 1999-2008
ข้อตกลง
1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน

2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

3. ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งเจ้าของบล็อกทันที


Smells like Christmas

Posted by Daniela Andrade on 23 ธันวาคม 2014
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2558
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
8 พฤษภาคม 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นิยายฝันหวาน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.