Welcome To ทองหลาง Bloggang ว่างๆ ก็แวะเข้ามา...ยินดีต้อนรับจ้า
ตอนที่ 5

รถหรูคันคุ้นตาแล่นผ่านร่างบางในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าชีฟองสีครีมชายเสื้อเหน็บเข้าในกระโปรงสีน้ำตาลแดงสั้นแค่เข่าเรียบร้อยไปด้วยความเร็วที่ไม่เร็วนักจะมีก็แต่หางตาของผู้โดยสารที่นั่งอยู่เบาะหลังเยื้องๆคนขับยังเหลือบมองความเชยเฉิ่มในการแต่งตัวที่ใครเห็นก็ต้องเรียกป้า

“จอดรับคุณคนนั้นไปด้วยกันไหมครับ”คนขับรถผู้อารีเอ่ยถามเมื่อสังเกตเห็นความสนใจของเจ้านายที่มีต่อหญิงสาวริมฟุตบาทคนนั้น

“ทำไมต้องจอด”

“คนบ้านใกล้เรือนเคียงกันนี่ครับเป็นการแสดงน้ำใจ”

“เผอิญฉันเป็นคนแล้งน้ำใจซะด้วยสิ”กริชนะตอบเสียงเรียบ แล้วก็ก้มอ่านเอกสารในมือต่อไป ทำทีไม่สนใจสิ่งแวดล้อมใดๆอีกแม้กระทั่งดวงตาคู่สวยที่เหลือบมองท้ายรถคันงามด้วยความรู้สึกหมั่นไส้

แว๊บหนึ่งในความคิดเขมขวัญอยากให้รถหรูสีดำคันนั้นจอดรับเธอไปด้วย อย่างน้อยก็ทุ่นเวลาเดินไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิดที่ความคิดนั้นมันเกิดขึ้นมาได้ แต่เมื่อมันวิ่งผ่านไปมันกลับทำให้เธอรู้สึกโล่งอก เมื่อคิดไปถึงเหตุการณ์น่าอับอายที่ผ่านมา

“ใครจะอยากไปด้วยเล่า...แล้วใครจะอยากสู้หน้าไอ้ผู้ชายบ้ากามคนนั้น”เธอบ่นอุบอิบอยู่คนเดียว ก่อนจะทำเสียงอะไรบางอย่างในลำคอด้วยความแปลกใจ

รถคันนั้นแล่นห่างไปไม่กี่เมตรก็เบนเข้าชิดฟุตบาทเขมขวัญมองด้วยความแปลกใจแกมสงสัยแต่เธอยังคงก้าวผ่านไปอย่างมั่นคง...ไม่น่าจะมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเธอ

“ขึ้นรถสิ...จะไปส่ง”เสียงคนที่เพิ่งเลื่อนกระจกรถลง เอ่ยออกมาเหมือนสั่ง เมื่อหญิงสาวเดินผ่านมาถึง

เธอเหลือบมาไปยังคนที่ยังนั่งคอเชิดตรงมองไปข้างหน้า จนทำให้คิดได้ว่าเขาคงพูดกับคนขับรถ หรือคนอื่นที่ไม่ใช่เธอ เขมขวัญจึงทำแค่เพียงเดินผ่านไปเงียบๆไม่สนแม้จะได้ยินเสียงเปิดประตูรถ และเสียงฝีเท้าที่ก้าวตามหลังมาติดๆ

“อุ๊ย!...” เสียงอุทานเบาๆ ทั้งหันกลับไปมองคนที่ถือวิสาสะคว้าต้นแขนเธอเอาไว้ “นี่คุณปล่อยฉันนะ มีสิทธิ์อะไรที่มาทำแบบนี้”

“แล้วคุณล่ะ มีสิทธิ์อะไรเดินหนีผม”

“ฮะ...ฉันเดินของฉันอยู่ดีๆ นะไม่ได้เดินหนีใครทั้งนั้น”

“คุณ กำลังเดินหนีผม”ชายหนุ่มย้ำความเข้าใจอย่างช้าๆ

“ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดทำไมฉันต้องหนีมิทราบ”เขมขวัญพยายามแกะมือแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กนั้นออกให้พ้นจากต้นแขน

“ผมพูดกับคุณ ผมบอกให้คุณขึ้นรถจะไปส่ง ไม่เชื่อหรอกนะว่าคุณจะไม่ได้ยิน”

“คุณพูดกับฉันเหรอ”เขมขวัญทำหน้าแปลกใจ ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

“ใช่...ผมพูดกับคุณและคุณก็ควรจะหยุดรับฟัง ไม่ใช่เดินหนีเหมือนคนไม่มีหูแบบนี้ เสียมารยาทสิ้นดี”น้ำเสียงคนพูดฟังดูห้วนจัด

“พูดโดยไม่มองหน้าคู่สนทนาไม่เรียกขาน ให้เขารู้ว่ามีคนกำลังต้องการสนทนาด้วย แบบนี้คงเป็นมารยาทของผู้ดีงั้นสิ...แต่ขอโทษเถอะค่ะเชิดคอแข็งแบบนั้นฉันตรัสรู้ไม่ได้หรอกนะว่าคุณกำลังพูดด้วย”

“ตอนนี้ก็รู้แล้วนี่...ไปขึ้นรถผมจะไปส่ง” กริชนะเอ่ยทั้งออกแรงดึงเพียงเล็กน้องร่างบางก็เซไปตามทิศทางที่เขาต้องการ

“เดี๋ยวๆ ทำไมฉันต้องไปกับคุณ ในเมื่อเราต่างก็ไม่เคยไว้วางใจกันคุณเองไม่ใช่เหรอที่กล่าวหาว่าฉันเป็นขี้ขโมย”

“ผมต้องการไถ่โทษเรื่องนั้น”

“ไถ่โทษที่กล่าวหาฉันน่ะเหรอ”

ชายหนุ่มไม่ตอบคำถามแต่เขากลับถอนหายใจอย่างระอา ความรู้สึกยังคงสนับสนุนความคิดเดิมๆที่มีอยู่ในสมองนั่นก็คือ ผู้หญิงคนนี้เรื่องมากและเข้าใจอะไรยาก

“ถ้าเป็นเรื่องเมื่อค่ำวานฉันจะไม่ใส่ใจคิดถึงมันอีก หากคุณจะส่งของของฉันคืน”

“ทิ้งไปแล้ว...”เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแกมรำคาญ

“หา...ทิ้งไปแล้วเหรอ...นั่นฉันเพิ่งใช้ได้ไม่กี่ครั้งเองนะ”น้ำเสียงทักท้วงสูงปี๊ด

“มันก็แค่...” เสียงกระแอมในลำคอเหมือนมีบางสิ่งระคายเคือง เมื่อนึกไปถึงสิ่งที่ผู้หญิงตรงหน้าเอ่ยถึง“แล้วผมจะชดใช้ให้ จะเอากี่ตัวก็ว่ามา แต่ตอนนี้ ขึ้นรถก่อนฝนกำลังจะตกรู้ซะบ้างสิ”

เขมขวัญแหงนมองดูท้องฟ้าที่จู่ๆก็มืดครึ้มแต่เธอก็ยังขืนตัวที่จะเดินตามร่างสูงไปยังรถที่จอดอยู่ เธอสัญญากับพี่ก้องเอาไว้ว่าจะระวังตัวไม่ขึ้นรถไปกับคนแปลกหน้าอีกยังไงก็ไม่เสี่ยงที่จะไปกับเขา ผู้ชายที่แม้จะอยู่บ้านใกล้เรืองเคียง แต่ก็ยังเป็นคนแปลกหน้าอยู่ดีเพราะแม้แต่ชื่อเสียงเรียงนามยังไม่เคยรู้เลย

“ปล่อยเถอะค่ะ...ถ้าฝนตกฉันคงไม่ออกไปไหนแล้วฉันจะกลับบ้าน”

“แล้วคุณกำลังจะไปไหน”

“จะไปหาสมัครงานอื่นๆ เผื่อเอาไว้หากที่ที่ไปสัมภาษณ์เมื่อวานเขาปฏิเสธ...จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลานั่งผิดหวังอยู่นานฉันไม่ใช่คนร่ำรวยคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดนี่นะ มีพ่อมีแม่ต้องเลี้ยงดูมีหนี้สินที่ต้องชดใช้ แต่เชื่อเถอะ ถึงฉันจะจน ฉันก็มีศักดิ์ศรีไม่คิดจะรวยทางลัดหรอก”

“ถามนิดเดียว ตอบซะยาวเป็นวรรคเป็นเวร”

มือแข็งดั่งคีมคายออกพร้อมๆกับลำแขนที่สะบัดให้หลุดเร็วขึ้น เขมขวัญถอยห่างจากร่างสูงมาหลายก้าวก่อนจะเดินแกมวิ่งกลับไปทางเดิมโดยมีสายตาคมกล้ามองตามอย่างไม่สามารถคาดเดาความคิดของเขาได้

“ขอบคุณค่ะ...อย่างน้อยครั้งนี้คุณก็ทำให้ฉันมองคุณดีขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง”เธอหันมาตะโกนบอกเขา ก่อนจะเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นเมื่อสายฝนเริ่มโปรยปรายลงมา

“คุณคนนั้นไม่ไปด้วยเหรอครับ”คนขับรถวัยกลางคนถามอย่างสุภาพ เมื่อเจ้านายหนุ่มก้าวขึ้นนั่งประจำที่ทั้งปิดประตูเรียบร้อย

“ไม่ไป... เขาบอกจะกลับบ้าน...เสียเวลาซะจริง...ออกรถเถอะ”กริชนะ บ่นเสียงหงุดหงิด ใบหน้ามุ่ย แต่ก็ยังดูคมคายนัก

คนขับรถ ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้านายทันทีเขายิ้มบางๆ อย่างน้อยก็ได้รู้ว่า เจ้านายที่เคยบอกว่าตัวเขาเป็นคนแล้งน้ำใจไม่ได้แล้งน้ำใจอย่างที่บอกซะทีเดียว เพราะเพียงแค่เขาเอ่ยปากว่าฝนกำลังจะตกกริชนะ ก็บอกให้จอดรถเพื่อรับเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงโดยสารไปด้วยกันถึงแม้ว่าฝ่ายนั้นจะปฏิเสธก็ตาม

“เธอเป็นผู้หญิงน่ารักนะ ถึงผลการเรียนของเธอจะดูแย่แต่ป้าเชื่อว่า เธอจะทำงานในสิ่งที่กริชมอบหมายและสิ่งที่ป้าต้องการได้เป็นผลสำเร็จ เชื่อป้าสิ” เสียงกระซิบแผ่วๆ นั้น คงทำให้คนฟังรับรู้ได้เพียงเสียงฝนที่ตกปรอยๆลงมาเท่านั้น

กริชนะบอกให้คุณขับรถประจำตำแหน่งของเขากลับบ้านไปก่อนเมื่อเพื่อนสนิทอย่างธนัญชัยขับรถมารับถึงบริษัทในเวลาที่ได้ตกลงกัน

“ต้องขอโทษด้วยนะที่ทำให้นายมาเสียเวลาแทนที่จะได้อยู่หาเงินวันละหลายล้าน” กริชนะเอ่ยเมื่อรถเคลื่อนตัวพ้นอาณาเขตบริษัทยักษ์ใหญ่

“บริษัทของฉันระบบมันดำเนินการเป็นอัตโนมัติแล้วไม่จำเป็นต้องเสียเวลานั่งควบคุม...ก็คงไม่ต่างจากบริษัทของนาย ถึงขนาดและทุนจดทะเบียนจะน้อยกว่าก็เถอะ” ธนัญชัยเอ่ยอย่างอารมณ์ดี ไม่มีแววประชดประชัน

“ขอบใจมากเพื่อน...งานนี้ถ้าเรื่องจบลงด้วยดีฉันตอบแทนนายอย่างจุใจแน่นอน...ว่าแต่วันนี้เราจะไปยังจุดเกิดเหตุยังไง...อย่าบอกนะว่านะขับรถคันนี้ไป”กริชนะถามด้วยความสงสัย

“ไม่หรอก...ขับรถไปมันเสียเวลาแถมเหนื่อยด้วย...เราจะนั่งเครื่องไปแล้วค่อยนั่งเครื่องกลับมากรุงเทพในช่วงเย็น...ไปครั้งแรก ขอแค่เป็นการสืบหาเบาะแสแบบคร่าวๆก่อน...ได้ข้อมูลมาเราค่อยวางแผนไปกันอีกรอบ”

“อืม...ความคิดเข้าท่า...ฉันเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าป้าทิพย์แกไปทำอะไรที่นั่น แกไปคนเดียว หรือมีใครไปด้วยหรือเปล่า”

“เท่าที่ทราบจากข่าวแกน่าจะไปคนเดียวนะ ไม่งั้นคงมีคนได้รับอุบัติเหตุร่วม” ธนัญชัยออกความเห็น

“ปกติแกไม่ค่อยเดินทางออกต่างจังหวัดคนเดียวนี่นะเท่าที่รู้...นั่นแสดงว่าธุระที่ป้าทิพย์ไปทำคงสำคัญไม่น้อย”

“อันนี้นายคงต้องสอบถามรายละเอียดจากคนที่บ้านแล้วล่ะ”

ได้ฟังคำแนะนำจากเพื่อนแล้วกริชนะได้แต่ถอนหายใจ... “จริงสินะ...ฉันน่าจะสอบถามที่ไปที่มาจากบริวารในบ้านให้ชัดเจนไม่ใช่ออกมาควานหาในสิ่งที่แม้แต่ฉันเองก็ยังไม่รู้เลยว่า มันคืออะไร”

“แล้วหัวใจนายมันสั่งให้นายหาอะไรล่ะ...”

“เบาะแสสาเหตุการตายว่าเป็น...อุบัติเหตุหรือฆาตกรรม”

“นั่นแหล่ะ...วันนี้เราจะไปสืบเรื่องนี้ไปดูรถคันนั้น แล้วก็ไปสอบถามความคืบหน้า ฉันไม่แน่ใจหรอกนะว่าเขาสรุปและปิดคดีหรือยังแต่นายไม่ต้องห่วง ฉันมีรุ่นน้องเป็นตำรวจอยู่ที่นั่น งานนี้ไม่ใช่เรื่องยาก”ธนัญชัยเอ่ยถึงแผนการคร่าวๆ

“ขอบใจมาก คิดไม่ผิดเลยจริงๆที่รับนายไว้เป็นเพื่อนคู่ใจ” กริชนะตบบ่าเพื่อนเบาๆ

“เออ...อย่าลืมที่พูดก็แล้วกันงานนี้ถ้าสำเร็จ นายจะตอบแทนฉันอย่างจุใจ”

“ไม่ลืมแน่นอนเพื่อน...แต่สิ่งนั้นต้องเป็นสิ่งที่ฉันสามารถให้ได้เท่านั้นนะ...บอกเอาไว้ก่อน”

ธนัญชัยถึงกลับหัวเราะชอบใจในคำตอบรับของเพื่อนนี่แหล่ะที่เขาเรียกว่าเลือดนักธุรกิจ จะรับปากจะให้สัญญาสิ่งใด ยังไม่ทิ้งช่องโหว่ให้กับคำว่าเสียเปรียบหรือขาดทุนธนัญชัยเชื่อว่า กริชนะจะเป็นนักบริหารแนวหน้าในหมู่นักธุรกิจชั้นนำที่หลายๆคนต้องจับตามองอย่าง ประมาทไม่ได้

5

จากการเดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุและได้รับข้อมูลบางอย่างจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดีอีกทั้งสภาพรถที่ดูจะมีพิรุจบางจุดให้สงสัยว่าเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุและสิ่งนั้นก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ทำให้กริชนะฟันธงได้ว่าการตายของผู้เป็นป้าไม่ใช่อุบัติเหตุอย่างที่เขาได้รับข่าวอย่างแน่นอน

“นายต้องหาตัวช่วยแล้วล่ะกริชลำพังแค่นายคนเดียว สู้รบปรบมือกับศัตรูที่อยู่ในมุมมืด นายมีโอกาสเสียเปรียบ” คำแนะนำของธนัญชัย ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิด

แล้วใครล่ะจะเข้ามาช่วยรับมือในสถานการณ์แบบนี้...คนที่ต้องทำงานใกล้ชิดและวางใจได้...คิดพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อดูเหมือนว่าเขาจะคิดไม่ตกขบไม่แตกซะทีกระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นแฟ้มผู้สมัครตำแหน่งเลขานุการ

“ใช่แล้ว...”

ชายหนุ่มหยิบแฟ้มนั้นขึ้นมาพิจารณาอีกรอบไม่รู้หรอกว่าใครในนี้จะวางใจได้มากน้อยแค่ไหน แต่เขาเชื่อใน สัญชาตญาณน่าจะมีใครสักคนในจำนวนผู้สมัครนับสิบคนนี้ถูกชะตากับเขาบ้าง คิดแล้วก็อดขำไม่ได้ไม่อยากจะเชื่อว่า คนอย่างนายกริชนะ ประธานกรรมการฝ่ายบริหารของบริษัทยักษ์ใหญ่อาศัยความรู้สึกต้องชะตาในการเลือกพนักงาน ไม่ใช่จากความสามารถ...

“เอ๊ะ...แยกออกไปแล้วนี่ ทำไมยังมาปนอยู่ในนี้ได้”กริชนะขมวดคิ้วด้วยความงุนงงกับใบสมัครงานใบหนึ่ง ที่แทรกมาให้เห็นทุกครั้งที่เขาพิจารณาผู้สมัครตำแหน่งเลขานุการ

“ยัยนี่จะตามหลอกหลอนฉันไปถึงไหนนะ”ว่าพลาง เหวี่ยงใบสมัครนั้นไปพ้นๆ แล้วเลือกต่อ

มาสะดุดตาที่ภาพถ่ายติดใบสมัครรูปใบหน้าสวยหวานดูกระตือรือร้น ผลการเรียนดีเด่นกว่าทุกคน แถมคะแนนการสัมภาษณ์ยังยอดเยี่ยมกริชนะพยายามนึกถึงตอนที่เขาเข้าไปสังเกตการณ์น่าแปลกที่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นและรับฟังการให้สัมภาษณ์ของเธอ

“สรุปว่าเอาคนนี้แหล่ะ”ว่าพลางแยกใบสมัครมาใส่ในแฟ้มตอบรับการสมัคร ก่อนเขาจะเอนหลังใช้มือนวดขมับหลับตาพักสมอง

“ป้าบอกแล้วไงว่าป้าจะเอาคนนี้...เชื่อป้าสิ”

กริชนะไม่รู้เลยว่าช่วงเวลาที่เขาพักสายตานั้น เอกสารในแฟ้มได้ถูกสับเปลี่ยนไปแล้วโดยที่เขาไม่อาจรู้ตัวด้วยพลังเหนือธรรมชาติที่ยากจะพิสูจน์

“คุณเสริมชัย เข้ามาพบผมหน่อย”ชายหนุ่มโทรศัพท์เรียกหัวหน้าแผนกบัญชีผู้เป็นพนักงานเพียงคนเดียวในเวลานี้ที่เขาพอจะรู้จัก

ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...

เสียงเคาะประตูเป็นจังหวะสม่ำเสมอสามครั้งตามมารยาทดังขึ้นหน้าประตูที่มีแผ่นป้ายขนาดพอเหมาะสลักเป็นตัวอักษรสวยงามอ่านง่ายสบายตาว่าประธานกรรมการบริหารก่อนที่ลูกบิดประตูจะถูกบิดแล้วผลักเข้าไปภายในโดยไม่จำเป็นต้องรอคำอนุญาตจากภายใน

“ต้องขอรบกวนคุณเสริมชัยอีกรอบนะครับ”กริชนะเอ่ยขึ้นเมื่อเงยหน้าจากเอกสารในมือมาสบตาหัวหน้าฝ่ายบัญชีที่ยืนพินอบพิเทารอรับคำสั่งอยู่ด้านหน้า

“ไม่เป็นการรบกวนหรอกครับผมถือว่าเป็นเกียรติซะมากกว่า...”เสริมชัยปฏิเสธความคิดของเจ้านายที่เอ่ยออกกมาให้ทราบ

“ก็คงจะอีกไม่เท่าไหร่หรอกนะรอผมมีเลขาฯเป็นของตัวเองเมื่อไหร่ คุณก็จะทำงานสบายขึ้น ไม่ต้องวิ่งรอกดูแลแผนกบัญชี ควบคู่กับการดูแลผม” ชายหนุ่มผู้เป็นนายเอ่ย

กริชนะลอบสังเกตสีหน้าท่าทางของลูกน้องที่ดูเหมือนจะพยายามปิดบังซ่อนเร้นอาการรุกรนกระวนกระวาย ชวนให้สงสัยว่าเพราะขาดความมั่นใจที่ต้องมายืนต่อหน้าเขาผู้เป็นถึงเจ้าของบริษัทหรือเพราะมีอะไรบางอย่างปิดบังซ่อนเร้นแล้วกลัวว่าจะถูกจับได้ แต่จะด้วยเหตุผลใดอีกไม่นานเขาคงจะรู้ได้เอง

“อืม...ผมอยากให้คุณเอาแฟ้มเอกสารแฟ้มนี้ไปให้ฝ่ายบุคคลที...คือผมเลือกคนที่จะมาเป็นเลขาฯเรียบร้อยแล้ว ตามประวัติและใบสมัครที่แนบอยู่ในแฟ้ม ส่วนพนักงานบัญชีก็ตามแต่พวกเขาจะเห็นสมควร”

กริชนะยื่นแฟ้มเอกสารไปตรงหน้าเสริมชัยขยับเข้ามารับไว้ นึกแปลกใจที่ท่านประธานเรียกให้เขามารับงานนี้ไปส่งแทนที่จะติดต่อให้ฝ่ายบุคคลมารับไปเอง

“พอดีว่าผมมีธุระต้องออกไปข้างนอกคิดว่าคงไม่ได้เข้ามาอีก ฝากหน่อยก็แล้วกัน อ้อ...ผมหวังว่าจะเห็นเลขานุการคนใหม่มารายงานตัวเร็วที่สุดนะจะได้เคลียร์งานที่กองค้างอยู่เต็มโต๊ะให้เสร็จซะที”

“ได้ครับ” เสริมชัยรับคำสั่งเขาทำความเคารพเจ้านายด้วยการโค้งคำนับอย่างงดงาม ก่อนจะถอยออกจากห้องไปโดยมีสายตาของผู้เป็นนายมองส่งไปจนกระทั่งประตูปิดลง

เสริมชัยอดไม่ได้ที่จะหลุบตาดูแฟ้มเอกสารในมืออยากรู้จริงๆว่า เลขานุการของท่านประธานคนใหม่จะหน้าตาเป็นยังไง...ถ้าจะให้เดาผู้ชายส่วนใหญ่จะชอบผู้หญิงสวยๆ เวลาพกพาไปไหนต่อไหน ก็เป็นที่เชิดหน้าชูตายิ่งถ้าได้ทั้งสวย ทั้งเอาใจเก่ง ทั้งคล่องตัวแล้วล่ะก็ ห้องทำงานคงเหมือนสวรรค์คิดแล้วก็ชวนให้เคลิบเคลิ้มไปตามจินตนาการ จนอดไม่ได้ที่จะหามุมลับๆ เปิดแฟ้มออกดูแล้วก็ปิดลงพรางถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อสิ่งที่เห็นภายในไม่ได้เป็นไปตามที่จินตนาการเอาไว้เลยแม้แต่น้อย

“นี่ครับคุณอนงค์ท่านให้ผมเอาแฟ้มเอกสารมาให้ครับ” เสริมชัยเอ่ยเมื่อเข้ามายืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานผู้จัดการฝ่ายบุคคล

“แฟ้มอะไร”อนงค์ขยับแว่นตาเพื่อโฟกัสภาพให้ชัดขึ้นก่อนจะรับมาเปิดดู

“เลขานุการคนใหม่ที่ท่านเลือก”เสริมชัยเอ่ย

“ทำไมท่านฝากคุณมา...ทำไมไม่แจ้งในทางเราไปรับ”เอ่ยปากถามทั้งๆที่สายตายังจับจ้องอยู่ที่แฟ้มในมือ

“เห็นบอกว่าจะไปธุระ ไม่เข้ามาอีก”

“แล้วท่านออกไปหรือยัง...”

“ตอนผมออกมาน่าจะยังนะ...มีอะไรหรือเปล่าครับ”เสริมชัยถามเมื่อสังเกตเห็นรอยขมวดที่กลางหน้าผากอย่างชัดเจนของหญิงวัยกำลังจะแตะห้าสิบ

“ไม่มีอะไรหรอก คุณกลับไปได้แล้ว”อนงค์เอ่ย โดยที่สายตาเธอยังอยู่ที่แฟ้ม

ไม่ได้สนใจว่าฝ่ายนั้นจะออกพ้นประตูหรือยังแต่สิ่งที่สงสัยว่าจะเกิดความผิดพลาดคงรอไว้แก้ไขทีหลังไม่ได้...โทรศัพท์ติดต่อภายในถูกยกขึ้นแนบหูก่อนที่จะกดส่งสัญญาณติดต่อไปยังห้องท่านประธาน

“สวัสดีครับ ผมกริชนะกำลังพูด”

“สวัสดีค่ะ...ดิฉัน อนงค์จากฝ่ายบุคคลนะคะ” เธอกรอกเสียงลงไปทันทีที่ได้ยินคำตอบรับจากปลายสาย

“ครับ...คุณอนงค์”

“คือดิฉันได้รับแฟ้มเอกสารคัดเลือกตำแหน่งเลขานุการจากคุณเสริมชัยแล้วค่ะ”อนงค์เริ่มเกริ่นเรื่อง

“ได้รับแล้วเหรอครับ...คุณเสริมชัยนี่ทำงานเร็วทันใจซะจริง”ตอบกลับพลางเอ่ยชมพนักงานที่ได้รับมอบหมาย

“ค่ะ...แต่...ดิฉันไม่แน่ใจค่ะ เลยโทรมาสอบถามขอคำยืนยัน”

“ตามนั้นแหล่ะครับ...”

“แต่...คนที่คุณเลือกเธอไม่ได้...”

“ตามนั้นครับคุณอนงค์...ช่วยจัดการให้ผมด้วยผมต้องการให้ได้เลขาฯมาปฏิบัติงานเร็วที่สุด...แค่นี้ก่อนนะครับ ผมต้องไปแล้ว”

“เดี๋ยวคะท่านประธาน...เดี๋ยว...”อนงค์ได้แต่ถอนหายใจเฮือกเมื่อการติดต่อถูกตัดสัญญาณไปโดยที่ยังไม่ได้เหตุผลชัดเจนการยืนยันของประธานหนุ่ม

“ก็ได้...ถ้าต้องการคนที่ไม่ได้จบสายงานโดยตรงมาทำตำแหน่งนี้ก็ตามใจถ้าเกิดข้อผิดพลาดอะไรขึ้น ก็อย่ามาโทษฝ่ายบุคคลว่าไม่เตือนก็แล้วกัน” อนงค์บ่นอุบก่อนจะโยนแฟ้มในมือลงบนโต๊ะอย่างไม่ใยดี

ซึ่งความเป็นจริงแล้วอนงค์ไม่ได้ห่วงใยในการรับเลขานุการเพื่อทำหน้าที่สำคัญกับท่านประธานสักเท่าไหร่หรอกแต่สิ่งที่เธอผิดหวังนั้นคงไม่พ้นเด็กฝากที่เธอรับปากดิบดีว่าจะต้องได้ตำแหน่งนี้ในเมื่อเอกสารที่เธอส่งให้ท่านประธานเลือกล้วนแล้วแต่ถูกคัดเป็นพิเศษให้คนที่เธอหวังจะได้ตำแหน่ง ดูเด่นสะดุดตาที่สุด ทั้งผลคะแนนสอบสัมภาษณ์ผลการเรียน ความสวยน่ารัก และความคล่องตัวแต่สุดท้ายคนที่ได้กลายเป็นผู้หญิงหน้าตาจืดๆ ที่ไม่ได้ลงสมัครในตำแหน่งเลขานุการซะด้วยซ้ำ...อย่างนี้สินะที่เขาเรียกว่า...เด็กของนาย...อย่างแท้จริง




Create Date : 14 เมษายน 2558
Last Update : 14 เมษายน 2558 18:45:21 น. 2 comments
Counter : 611 Pageviews.

 
❤️❤️❤️❤️❤️อยากเห็นหน้าพระเอกเวลาเห็นหน้าเลขา555555


โดย: Panon IP: 223.206.165.132 วันที่: 14 เมษายน 2558 เวลา:21:44:33 น.  

 
กลับมาแล้วววว ดีใจจัง รอมาน้านนาน จนจำอะไรไม่ได้ละ จำได้แต่กุงเกงลิง..

ตลกท่านประธานกริชนะ น่าสงสารด้วย ไงๆก็แพ้ป้า เฮ้อ


โดย: พี่หมูน้อย วันที่: 15 เมษายน 2558 เวลา:10:28:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
นิยายฝันหวาน
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




เชิญอ่านนิยายสนุกๆ สไตล์นิยายฝันหวาน



Writer By tonglang
: Copyright © 1999-2008
ข้อตกลง
1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน

2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

3. ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งเจ้าของบล็อกทันที


Smells like Christmas

Posted by Daniela Andrade on 23 ธันวาคม 2014
Group Blog
 
<<
เมษายน 2558
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
14 เมษายน 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นิยายฝันหวาน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.