Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
6 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
ที่มาของสาระดีๆ ขอขอบคุณ


222 :: เด็กวัยสิบเดือนถึงสิบเอ็ดเดือน: สภาพแวดล้อม: เมื่อมีผู้ป่วยเป็นวัณโรคในบ้าน

ในการตรวจสุขภาพประจำปี

อาจพบว่าคุณพ่อหรือคุณแม่เป็นวัณโรค

และมีปัญหาว่าจะทำอย่างไรกับลูกดี

ถ้าเด็กฉีดวัคซีนบี.ซี.จี.เอาไว้แล้ว

คุณพ่อคุณแม่สบายใจได้

เพราะถึงแม้ว่าวัณโรคจะติดลูก

แต่เด็กมีภูมิต้านทานระดับหนึ่ง

แล้วมักจะไม่เกิดโรค

ทางที่ดีถ้ามีผู้ใหญ่เป็นวัณโรค

ควรบอกหมอด้วยว่ามีลูกเล็ก ๆ อยู่ที่บ้าน

หมอจะให้นำเด็กไปทดสอบวัณโรคซ้ำ

และตรวจเป็นระยะ ๆ ด้วย

ปัญหาอยู่ที่ว่า

ถ้าเด็กยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน

จะทำอย่างไร

ในการณีที่วัณโรค

ของคุณพ่อหรือคุณแม่ลุกลาม

ไปมากขนาดมีโพรง

ปรากฏบนฟิล์มเอกซเรย์

และในเสมหะมีเชื้อวัณโรคอยู่มาก

(ตรวจโดยการย้อมสีก็พบเชื้อ)

โรคคงจะติดเด็กไปแล้ว

ลองทดสอบวัณโรค

(Tuberculin Test)

ถ้าให้ผลบวกแปลว่าเด็กติดโรคแน่

ต้องเอกซเรย์เด็กดู

ซึ่งอาจจะพบอาการของโรค

แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่พบ

ในปัจจุบันถึง

แม้ว่าเด็กจะไม่แสดงอาการของโรค

แต่ถ้ารู้ว่าเด็กติดเชื้อแน่

หมอจะทำการรักษาทันที

สำหรับเด็กคงไม่มีปัญหาเท่าไรนัก

แต่ตัวผู้ป่วยเป็นวัณโรค

จะต้องได้รับการรักษา

จนกระทั่งไม่พบเชื้อในเสมหะ

เพื่อไม่ให้ไปติดผู้อื่น

ซึ่งระหว่างนั้นจะต้องแยกผู้ป่วย

ออกจากเด็ก

ควรจัดห้องให้ผู้ป่วยอยู่โดยเฉพาะ

ถ้าผู้ป่วยเป็นวัณโรคคือคุณพ่อ

คงแก้ปัญหาได้ไม่ยากนัก

แต่ถ้าเป็นคุณแม่ซึ่งเป็นผู้เลี้ยงดูเด็ก

ก็ต้องหาคนอื่นมาช่วยเลี้ยงเด็กแทน

และตัวคุณแม่ควรเข้าโรงพยาบาล

รักษาสักระยะหนึ่ง

จนกว่าคุณหมอจะอนุญาตให้กลับบ้านได้

เพราะถ้ารักษาตัวอยู่ที่บ้าน

ถึงจะมีคนช่วยทำงานบ้าน

และแยกเด็กไปให้คุณย่าคุณยายช่วยเลี้ยง

แต่ก็มักจะมีเรื่องจุกจิกหยุมหยิม

ให้แม่บ้านต้องลุกขึ้นไปจัดการดูแล

จึงไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

เหมือนอยู่ในโรงพยาบาล

และทำให้หายช้า

ในกรณีที่เด็กเป็นวัณโรคด้วย

ทั้งคุณแม่คุณลูก

คงต้องเขาตรวจที่โรงพยาบาลทั้งคู่

หมอจะเป็นผู้วินิจฉัยว่า

ผู้ป่วยควรจะทำอย่างไร

ถ้าอาการไม่มาก

หมออาจให้รักษาตัวที่บ้าน

ถ้าทดสอบวัณโรคในเด็ก

ด้วยการทำ Tuberculin Test แล้ว

ปรากฏว่าให้ผลลบ

หมายความว่าเด็กยังไม่ติดโรค

อาจเป็นเพราะในเสมหะของผู้ป่วย

ยังมีเชื้อไม่มาก

อย่างไรก็ตาม

การทำ Tuberculin Test

จะให้ผลบวกก็ต่อเมื่อติดโรคแล้ว

ประมาณ 1 เดือนขึ้นไป

เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าการทดสอบครั้งแรก

จะให้ผลลบ

หลังจากนั้นอีก 1 เดือนขึ้นไป

ต้องทดสอบอีกครั้งหนึ่ง

ถ้าปรากฏว่าเด็กยังไม่ติดโรคแน่

ก็ฉีดวัคซีนบี.ซี.จี.ให้

เด็กจะมีภูมิต้านทาน

หลังจากฉีดวัคซีนแล้วหนึ่งเดือน

อย่าคิดว่าฉีดวัคซีนแล้ว

ไม่เป็นไรและปล่อยให้เด็ก

คลุกคลีกับผู้ป่วยทันที

ถ้าหากผลการทดสอบ

ครั้งที่สองเป็นบวก

แปลว่าเด็กเพิ่งติดโรค

รีบทำการรักษาตอนนั้นก็ยังทัน

ในกรณีที่คุณแม่พักรักษาตัวที่บ้าน

จะเลี้ยงดูลูกได้แค่ไหนนั้น

ขึ้นอยู่กับอาการของโรค

ควรปรึกษาหมอที่รับผิดชอบการรักษาอยู่

และถ้าเด็กยังดูดนมแม่อยู่

ควรเลิกให้นมแม่

เพราะนอกจากจะทำให้เด็ก

มีโอกาสติดโรคมากขึ้นแล้ว

ยังทำให้คุณแม่สูญเสียพลังงาน

ของร่างกายและหายจากโรคได้ช้า

แต่ว่าการตรวจพบจุดที่ปอด

ในการตรวจร่างกายประจำปี

และถูกสงสัยว่าเป็นวัณโรคนั้น

มีเป็นจำนวนมากที่ไม่ใช่วัณโรค

แต่เป็นโรคปอดอักเสบ

จากเชื้อไมโครพลาสม่า

เพราะอาการที่ปรากฏบนฟิล์มเอกซเรย์

คล้ายกับวัณโรคมาก

แต่โรคนี้จะหายได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์

ในกรณีนี้ จะตรวจไม่พบเชื้อวัณโรคในเสมหะ

และหลังจากนั้น 3 สัปดาห์

ถ้าเอกซเรย์ดูอีกครั้ง

อาการของโรคจะหายไป

แปลว่าไม่ได้เป็นวัณโรคปอด

Create Date : 06 เมษายน 2553
Last Update : 6 เมษายน 2553 5:02:55 น. 0 comments
Counter : 290 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

RohanCMI
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add RohanCMI's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.