Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
6 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
ที่มาของสาระดีๆ ขอขอบคุณ


213 :: เด็กวัยสิบเดือนถึงสิบเอ็ดเดือน: ลักษณะของเด็ก

เมื่อเด็กทารกเริ่มยืนอยู่บนขาของตนเอง

ได้ในฐานะคน ๆ หนึ่ง

หมายถึงความเป็น “ตัวเอง” ได้ปรากฏขึ้นแล้ว

เด็กในเดือนนี้

จะแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเอง

อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น อะไรที่ชอบ อะไรที่ไม่ชอบ

เด็กจะแสดงให้เห็นอย่างแจ้งชัด

เมื่อคุณแม่ซึ่งหนูแสนรักเข้ามาใกล้

หนูน้อยจะยิ่งอย่างดีใจ

แต่ถ้าเห็นชุดขาวของคุณหมอ

ซึ่งเคยทำให้หนูเจ็บจนจำ

เจ้าหนูจะร้องลั่นทันที

ของอะไรที่อยากได้

ถึงอยู่ไกลก็พยายามเอื้อมมือไปคว้า

และถ้ามีใครยัดเยียดให้ของที่ไม่ชอบ

เด็กจะเอามือปัด

เวลาใครมาแย่งของโปรดที่อยู่ในมือไป

เพราะกลัวอันตราย

เจ้าหนูจะร้องเพราะความโกรธ

อย่างไรก็ตาม

เรื่องชอบไม่ชอบอะไรตอนไหน

อารมณ์ในขณะนั้นของเด็ก

ค่อนข้างจะมีอิทธิพลมาก

ตอนเช้าตื่นนอนใหม่ ๆ

เด็กบาคนมักจะอารมณ์ไม่ดี

ถึงจะเอาของชอบให้ตอนนี้เด็กก็ไม่เอา

และจะร้องไห้อยู่อย่างนั้น

หรือเมื่อเด็กง่วงนอนตอนใกล้เวลานอน

แม้แต่กับคุณแม่คนโปรดหนูก็ไม่ยิ้มให้

คนที่รู้กระแสอารมณ์ของลูกดีที่สุด คือคุณแม่

เพราะฉะนั้น

เวลาใดที่เด็กควรจะมีอารมณ์ดี

แต่วันนี้กลับอ้อนผิดปกติ

คุณแม่มักจะ “วิเคราะห์”

ได้ว่าลูกคงไม่สบายตรงไหนแน่

การเคลื่อนไหวของเด็กในวัยนี้

พัฒนามากกว่าเดือนที่แล้ว

เด็กที่เพิ่งเกาะยืนเมื่อเดือนที่แล้ว

เดือนนี้จะเริ่มเกาะเดิน

เด็กที่เกาะเดินได้แล้วก็จะปล่อยมือตั้งไข่

ที่ตั้งไข่แล้วก็จะเริ่มก้าวเดิน

เด็กในวัยเดียวกัน

แต่ละคนเคลื่อนตัวในแบบต่าง ๆ กัน

บางคนชอบคลาน บางคนเกาะเดิน

บางคนนั่งถัดเอา บางคนเดินเตาะแตะ

แล้วแต่ความถนัด

เด็กส่วนใหญ่

ถ้ามีคนจับสองมือไว้ให้จะก้าวเดินตามได้

คุณพ่อคุณแม่มักจะชอบสอนให้ลูกเดิน

แต่อย่าหลงดีใจเมื่อลูกก้าวขาเดิน

และสอนเสียเพลินจนทำให้เด็กเดิน

มากเกินไปก็ไม่ดี

การใช้มือของเด็กจะอิสระขึ้น

เปิดบานประตูเบา ๆ ได้เอง

ดึงลิ้นชักออกมาได้

จับถ้วยคว่ำเทน้ำทิ้งบ้าง

ใช้ทั้งสองมือจับของเล่นเอามาเคาะกันบ้าง

และใช้นิ้วชี้บอกให้เอาของที่ต้องการได้

ถ้ามีคนขยันสอนเด็กอยู่ที่บ้าน

เด็กจะทำท่าเลียนแบบได้หลายอย่าง

เช่น บ๊ายบาย จ๊ะเอ๋ จุ๊บ ฯลฯ

เด็กส่วนใหญ่จะพูดคำง่าย ๆ

เช่น หม่ำ ๆ จ๋าจ้ะ ได้แล้ว

และถึงตัวเองจะพูดไม่ได้

แต่เด็กก็เข้าใจคุย

พูดของผู้ใหญ่ได้พอสมควร พอถามว่า

ไหนมือ? ไหนตา? เด็กบางคนจะแสดงให้ดูได้

ทั้งคุณพ่อคุณแม่เวลาพูดกับลูก

ควรพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ

ด้วยภาษาพูดที่ถูกต้อง

ไม่ควรเลียนเสียงภาษาเด็ก

สิ่งที่สำคัญพอ ๆ กับการสอนลูกคือ

การเลี้ยงลูกให้แข็งแรง

ถึงเราจะเลี้ยงเด็กให้อยู่แต่ในบ้าน

ไม่ให้ออกข้างนอกเลย

ร่างกายของเด็กก็เติบใหญ่ขึ้นมาได้เหมือนกัน

ใครเห็นก็ชมว่าเด็กอ้วนท้วน

สมบูรณ์ผิวขาวน่ารัก

แต่นั้นเป็นเพียงรูปภายนอก

ร่างกายคนเราจะแข็งแรงได้

ต้องผ่านการฝึกให้เด็กเคลื่อนไหวใช้แขน ขา

อาจทำได้ภายในบ้าน

แต่ผิวกายเยื่อบุหลอดลมจะแข็งแรงได้

ต้องตากอากาศภายนอก

เวลานอนของเด็กแต่ละคนแตกต่างกัน

ตามความซนของเด็ก

เด็กเรียบร้อยมักจะนอนทั้งตอนเช้า

และบ่ายครั้งละ 1-2 ชั่วโมง

แต่ในวัยนี้มีเด็กจำนวนมาก

ที่เคยนอนกลางวันสองครั้งแล้วค่อย ๆ

ลดลงเหลือเพียงหนึ่งครั้ง

เด็กบางคนนอนครั้งละครึ่งชั่วโมง

แต่นอนบ่อย ๆ วันละ 3-4 ครั้งก็มี

เวลาตื่นตอนเช้าของเด็กก็แตกต่างกัน

บางคนลืมตาตื่นนอน 6 โมงเช้า

พอได้ดูดนมก็นอนต่อถึง 8โมง 9โมง

เด็กบางคนนอนรวดเดียว

ตั้งแต่ 4 ทุ่มถึง 8 โมงเช้าก็มี

ตอนกลางคืน

เด็กมักจะตื่นตอนฉี่และหลับต่อเมื่อได้ดูดนม

แต่เด็กบางคนนอนหลับสนิทดี

ถึงผ้าอ้อมจะเปียก

จนคุณแม่เปลี่ยนผ้าอ้อมให้เสร็จก็ไม่ตื่น

เอาแต่นอนลูกเดียวก็มี

ถ้าลูกตื่นขึ้นมากลางดึก

คุณพ่อคุณแม่ต้องพยายาม

ทำให้แกนอนต่อโดยเร็วที่สุด

ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ตาม

สำหรับอาหารเสริม

เด็กในวัยนี้มีทั้งที่กินอาหารเสริม

2 มื้อและ 3 มื้อ

ถ้าการทำอาหารเสริมให้วันละ 3 มื้อ

ต้องเสียเวลามาก

คุณแม่จะให้ 2 มื้อก็ได้

แต่ถ้าเด็กไม่ชอบดื่มนม

ชอบกินข้าวหรือขนมปังมากกว่า

คุณแม่ก็น่าจะให้ 3 มื้อ

และในกรณีนี้

กับข้าวของเด็กควรเน้นพวกไข่เนื้อปลา

หรือเนื้อสัตว์บดด้วย

มิฉะนั้นเด็กจะขาดโปรตีนจากสัตว์

เด็กในระยะ 10-11 เดือนนี้

ยังควรให้นมวันละไม่ต่ำกว่า 500 ซี.ซี.

เรื่องชอบไม่ชอบอะไรนั้น

จะปรากฏในเรื่องอาหารด้วย

เด็กที่กินเก่งมักจะกินได้ทุกอย่างไม่เลือก

เด็กที่กินน้อยค่อนข้างจะเลือกอาหาร

ถ้าเด็กชอบกินอะไรก็น่าจะตามใจ ไม่ควรบังคับ

เด็กในวัยนี้ยังคงบอกอึบอกฉี่ไม่ได้

ต้องอาศัยการคาดคะเนของคุณแม่เองว่า

ควรจะจับนั่งกระโถนตอนไหน

ถ้าโชคดีก็สำเร็จ

เด็กซน ๆ มักไม่ชอบให้คุณแม่จับนั่งกระโถน

โดยเฉพาะเวลาที่กำลังเล่นเพลินอยู่

เด็กจะขัดขืน

คุณแม่ก็อย่าฝืนแกเลย

เด็กส่วนใหญ่จะบอกอึและฉี่ได้

ก็ต่อเมื่ออายุ 2 ขวบขึ้นไปแล้ว

คุณแม่ไม่ต้องรีบร้อนก็ได้ ใจเย็น ๆ ไว้

โรคของเด็กในวัยนี้

นอกจากหวัดแล้วก็มีส่าไข้

และถ้ามีตุ่มเม็ดพองในปาก

หลังจากไข้สักวันสองวันก็อาจจะเป็น

“โรคตุ่มเม็ดพองในปาก”

เวลาเป็นโรคนี้เด็กจะเจ็บปาก

และไม่ค่อยยอมกินอาหาร

เด็กที่มีเสมหะมากอาจจะถูกหาว่า

เป็น “โรคหืด”

ทำให้คุณแม่ต้องพาไปหาหมอบ่อย ๆ

เด็กที่มีเสมหะมาก

อาจจะถูกหาว่าเป็น “โรคหืด”

ทำให้คุณแม่ต้องพาไปหาหมอบ่อย ๆ

เด็กที่มีพี่ไปโรงเรียนอนุบาล

อาจพาเอา “โรคหัด” และ “อีสุกอีใส” มาติดน้อง

เด็กบางคนที่ฟันขึ้นด้านหน้า 2 ซี่บน

และ 2 ซี่ล่างแล้ว

ระยะนี้จะมีฟันขึ้นข้าง ๆ 2 ซี่บน

กลายเป็นฟันบน 4 ซี่

แต่เด็กบางคนฟันบน 2 ซี่กลางยังไม่ขึ้น

ขึ้น 2 ซี่ข้าง ๆ ตรงกลางโหว่ก็มี

อย่างไรก็ตาม

ในที่สุด ฟัน 2 ซี่กลางก็จะขึ้น

และเด็กจะมีฟันบนฟันล่างอย่างละ 4 ซี่

Create Date : 06 เมษายน 2553
Last Update : 6 เมษายน 2553 3:32:00 น. 0 comments
Counter : 403 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

RohanCMI
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add RohanCMI's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.