Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
5 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
ที่มาของสาระดีๆ ขอขอบคุณ


172 :: เด็กวัยเจ็ดเดือนถึงแปดเดือน: ลักษณะของเด็ก

ความผูกพันระหว่าง

เด็กกับพ่อแม่จะแนบแน่น

มากขึ้นกว่าเดือนที่แล้ว

เด็กจะแสดงความดีใจอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อเห็นหน้าแม่

เด็กบางคนสามารถทำหน้า “ยิ้มหวาน”

ได้แล้วเมื่อบอกให้ทำ

เมื่อเด็กมีความผูกพันกับแม่มากขึ้น

ความรู้สึกแปลกหน้า

เวลาเห็นคนอื่นก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัว

เด็กที่แปลกหน้าคนง่าย

พอเห็นหน้าคนอื่น

ที่ไม่เคยเห็นอาจร้องไห้จ้าขึ้นมา

การที่เด็กแปลกหน้าคนเร็ว

ไม่ได้หมายความว่า

เด็กคนนั้นปัญญาดีจำเก่ง

แต่เด็กแบบนี้

มักเป็นเด็กที่เข้ากับคนอื่นได้ยาก

จนถึงวัยที่โตขึ้นระดับหนึ่ง

เด็กในวัยนี้

จะแสดงความรู้สึก

และความต้องการของตนได้ชัดขึ้น

เด็กที่คลานได้แล้ว

จะพยายามคลานไปเอาของ

ที่ตัวอยากได้

ของที่ไม่ต้องการเด็กก็จะรู้จักปฏิเสธ

เช่นเวลาคุณแม่จะป้อนของที่ไม่ชอบ

เด็กจะเอามือปัด

เวลาถูกแย่งของเล่นจากมือ

เด็กจะโกรธร้องไห้

หรือเวลาคุณแม่สระผมให้

มีเด็กหลายคนที่ร้องไห้ไม่ชอบ

เวลาฉี่เปียก

จะเปลี่ยนกางเกงให้

ก็ไม่ค่อยจะยอมอยู่เฉย ๆ ให้เปลี่ยนง่าย ๆ

ความสามารถในการเคลื่อนไหว

ของเด็กแต่ละคนต่างกันมาก

เด็กอายุ 7 เดือน

ส่วนใหญ่จะนั่งได้แล้ว

คืบได้ คลานได้

เด็กบางคนก็ไม่คลาน

อยากได้อะไร

จะทำท่ายงโย่ยงหยก

แล้วกระโดดเป็นกบไปเอา

บางคนเกาะยืนได้ก่อนคลานเสียอีก

ขาของเด็กแข็งแรงมากขึ้นแล้ว

คุณแม่ให้เดินในเก้าอี้หัดเดินได้

แต่ต้องคอยระวัง

โดยเฉพาะถ้าพื้นลื่น

ล้อจะหมุนเร็วเกินไป

หรือสะดุดอะไรคว่ำทั้งเก้าอี้

เด็กบางคนเดินได้เร็ว

พออายุ 8 เดือนเดินได้เองแล้วก็มี

เมื่อเด็กเคลื่อนไหวได้เอง

ในวงกว้างขึ้น

อุบัติเหตุต่าง ๆ ก็มากขึ้น

เป็นเงาตามตัว

ทั้งอุบัติเหตุตกจากที่สูง

น้ำร้อนลวก ไฟลวก

และกินของต่าง ๆ เข้าไป

วัยนี้เป็นวัยที่ฟันของเด็กกำลังขึ้น

เด็กบางคนอาจร้องกวนโยเยก่อนฟันจะขึ้น

เด็กแต่ละคนฟันขึ้นช้าเร็วต่างกัน

บางคนอายุขวบหนึ่งแล้ว

ฟันยังไม่ขึ้นก็ไม่ได้ประหลาดอะไร

เด็กที่ฟันขึ้นช้าไม่ได้หมายความว่าฟันไม่ดี

และไม่จำเป็นต้องให้กินแคลเซี่ยม

เพื่อให้ฟันขึ้นเร็ว

เพราะกินเข้าไปก็ไม่มีความหมาย

ที่จริงฟันเด็กนั้นขึ้นอยู่แล้ว

เพียงแต่โผล่พ้นเหงือกออกมา

ให้เห็นช้าไปหน่อยเท่านั้นเอง

เด็กอายุขนาดนี้เริ่มจะออกเสียง

“อา” “ปา” “มา” “จ๋าจ้ะ” ได้บ้างแล้ว

คุณพ่อคุณแม่ควรคุยกับลูกให้มาก ๆ

เพราะเด็กเรียนรู้ภาษา

จากความสัมพันธ์ระหว่างเสียงกับสิ่งของ

และความเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ กัน

คุณแม่ส่วนใหญ่มักจะคุยกับลูก

ไปตามธรรมชาติอยู่แล้ว

ทำให้เด็กค่อย ๆ รู้ภาษา

จนกระทั่งบางคนเผลอนึกไปว่า

คนเราเกิดมาจะพูดได้เองโดยไม่ต้องมีใครสอน

เพราะฉะนั้นเวลาป้อนข้าวลูก

อย่าตักใส่ ๆ แบบหุ่นยนต์

ต้องคุยกับลูกไปด้วย

เรียกชื่ออาหาร ถามลูกว่าอร่อยไหม ฯลฯ

และไม่ควรให้มีเสียงรบกวนรอบด้าน

เช่น ดูทีวีไปพร้อม ๆ

กับป้อนข้าวแล้วก็คุยไปด้วย

เพราะเสียงวิทยุ ทีวี

จะทำให้เด็กได้ยินคำพูดของแม่ไม่ชัดเจน

คุณแม่ต้องไม่ลืมว่า

การให้เด็กได้เล่นออกกำลังกายนอกบ้าน

สำคัญต่อสุขภาพของลูก

พอ ๆ กับอาหาร

เพราะฉะนั้น

เด็กในวัยนี้

ควรปล่อยให้เคลื่อนไหว

อย่างอิสระกลางสนามหญ้า

และให้ถูกอากาศภายนอก

อย่างน้อยวันละ 3 ชั่วโมงขึ้นไป

ภายในบ้านก็เช่นกัน

ควรให้เด็กได้เล่นของเล่น

อย่างอิสระในห้องที่มีอากาศปลอดโปร่ง

และปลอดภัยจากสิ่งอันตรายทั้งหลาย

(เช่น กระติกน้ำร้อน เตารีด ที่เขี่ยบุหรี่ ฯลฯ)

เวลานอนของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ส่วนใหญ่นอนตอนเช้า 1 ครั้ง 1-2 ชั่วโมง

ตอนบ่ายหรือเย็นอีก 1 ครั้ง หรือ 2 ครั้ง

ครั้งละ 1-2 ชั่วโมง

กลางคืนมักจะตื่น 1-2 ครั้ง

เพราะฉี่เปียก

บางคนพอเปลี่ยนผ้าอ้อมให้

ก็นอนต่อไปได้เลย

บางคนต้องให้ดูดนมถึงจะยอมนอนต่อ

ถ้ามีนมแม่ก็ให้ดูดนมแม่เป็นดีที่สุด

เด็กทั่วไปจะถ่ายอุจจาระวันละ 1-2 ครั้ง

แต่ก็มีเด็กจำนวนมาก

ที่ยังท้องผูกไม่หายจากเดือนก่อน ๆ

หรือวันไหนที่เด็กกินอาหารเสริมมากไป

วันรุ่งขึ้นเด็กมักจะถ่ายมากขึ้น บ่อยขึ้น

และอึจะเหลวกว่าปกติ

เวลาเด็กถ่ายเหลว

ถ้าเด็กร่าเริงดี ไม่มีไข้

คุณแม่ไม่ต้องวิตก

ไม่ต้องงดอาหารเสริม

เด็กส่วนใหญ่ยังฉี่รดการเกงอยู่

ถ้าเด็กร้องไห้ขัดขืน

ยังไม่จำเป็นต้องฝึกให้นั่งกระโถน

เพราะฝึกไปก็ไม่ได้ผล

และอาจจะเป็นโทษมากกว่า

เด็กในวัยนี้

โรคที่จะเป็นได้มีมากชนิดขึ้น

เวลาพาเด็กไปนอกบ้าน

เด็กคนอื่นอาจมาเล่นด้วย

ทำให้บางครั้งติดโรคต่าง ๆ กลับมา

เช่น หัด อีสุกอีใส

สำหรับไอกรนนั้น

ถ้าฉีดวัคซีนป้องกันครบแล้วก็ไม่เป็นไร

ส่วนคางทูม

ถึงเป็นก็จะหายโดยไม่แสดงอาการเลย

เด็กที่ไม่เคยเป็นไข้มาก่อน

แล้วเกิดมีไข้สูง (38-39 องศาเซลเซียส) เป็นครั้งแรก

ให้นึกถึงส่าไข้เอาไว้ด้วย

นอกจากนั้น

อันดับต่อมาก็มีพวกโรคเกี่ยวกับหลอดลม

เนื่องจากเชื้อไวรัส

เช่น หวัด ทอนซินอักเสบ

เด็กบางคนอาจเป็นโรค

ตุ่มเม็ดพองในปาก (Herpangina) ก็ได้

หรือถ้ามีไข้พร้อมกับท้องเสีย

อาจเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร

เวลาเด็กมีไข้

ควรพาไปหาหมอให้วินิจฉัยโรคให้

เด็กที่อยู่ดี ๆ ก็ร้องไห้จ้าเป็นพัก ๆ

เหมือนเจ็บปวดแล้วก็อาเจียน

อุจจาระเป็นวุ้นสีแดง ๆ แต่ไม่มีไข้

ควรนึกถึงโรคลำไส้กลืนกันไว้ด้วย

โรคเกี่ยวกับผิวหนังของเด็กวัยนี้

มีพวกโรคผื่นคัน ผื่นเม็ดนูน

Create Date : 05 เมษายน 2553
Last Update : 5 เมษายน 2553 23:07:04 น. 0 comments
Counter : 263 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

RohanCMI
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add RohanCMI's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.