Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
5 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
134 :: เด็กวัยห้าเดือนถึงหกเดือน: ลักษณะของเด็ก

เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนที่แล้ว

เด็กอายุ 5-6 เดือน จะเคลื่อนไหวได้คล่องขึ้น

มีกำลังมากขึ้น และสนใจสิ่งรอบตัวมากขึ้น

อยากรู้อยากเห็น อยากจับต้องของทุกอย่าง

ถ้าคุณแม่อุ้มอยู่ เด็กจะเอามือขยุ้มจมูกคุณแม่

ลองยื่นของเล่นไปใกล้ ๆ เด็กจะเอามือคว้า

คว้าของอะไรได้เด็กจะแกว่งเล่นหรือเอาเข้าปากอม

ขาของเด็กจะแข็งขึ้น มักจะถีบผ้าห่มออกจากตัว

บางครั้งก็ยกขาฟาดที่นอนตึง ๆ เวลาอุ้มให้ยืนบนตัก

เด็กจะเหยียดขายืนตรงได้ครู่หนึ่ง

บางครั้งจะถีบเท้า

ต้องทำไอ้โน่นได้นี่ได้

เด็กบางคนชอบอยู่เฉย ๆ ไม่ค่อยเคลื่อนไหว

อาจทำอะไรได้ช้ากว่าเด็กอื่น

เด็กที่ไม่ชอบถีบขากระโดดก็มีมาก

เด็กอายุเท่านี้

ถ้าจับนั่งแล้วใช้หมอนยันด้านหน้าเอาไว้

ส่วนใหญ่จะนั่งได้

เด็กบางคนสามารถนั่งได้

โดยไม่ต้องมีอะไรยันนาน 10-15 นาที

เด็กบางคนชอบนั่งตัวงอเหมือนกุ้ง

แล้วเอาปากยื่นไปดูดนิ้วเท้า

เด็กจะรู้จักสิ่งรอบตัวมากขึ้น

จำหน้าแม่ได้ จะยิ้มเมื่อเห็นหน้าแม่

และบางครั้งร้องไห้เมื่อเห็นคนแปลกหน้า

หรือเวลาแม่เดินห่างออกไป

ถ้าของเล่นตกจากเตียง เด็กจะพยายามหาดู

เด็กแต่ละคนมีความรู้สึกต่อสภาพแวดล้อมต่างกัน

จะเห็นได้ชัดเวลาถูกฉีดวัคซีน

เด็กบางคนไม่ร้องเลย

บางคนถูกฉีดไปแล้วสักพักจึงร้อง

บางคนพอถูกเข็มจิ้มปุ๊บร้องทันที

ซึ่งสิ่งเหล่านี้แสดงลักษณะเฉพาะตัวของเด็ก

ซึ่งติดตัวมาแต่กำเนิด ไม่ใช่เรื่องที่จะสอนกันได้

เด็กที่ค่อนข้างซนจะนอนน้อย

เด็กที่ชอบอยู่เฉย ๆ จะนอนมากทั้งกลางวันกลางคืน

โดยทั่วไปเด็กจะนอนน้อยลงเมื่ออายุมากขึ้น

พอถึงวัยนี้เด็กส่วนใหญ่จะนอนตอนเช้า 1-2 ชั่วโมง

และตอนบ่ายอีก 2-3 ชั่วโมง

ตอนกลางวันเล่นมาก

ตอนกลางคืนจึงนอนหลับดีขึ้น

เด็กที่เคยตื่น 2 หนตอนกลางคืนจะลดลงเหลือหนเดียว

ที่เคยตื่นหนเดียวจะไม่ตื่นเลยนอนรวดเดียวถึงเช้า

ตอนกลางวันเด็กเห็นอะไรต่ออะไรมากขึ้น

บางครั้งตกใจบ้าง กลัวบ้าง

พอตกกลางคืนเด็กอาจฝันถึงสิ่งที่เห็นตอนกลางวัน

นอนอยู่ดี ๆ แผดเสียงร้องไห้ขึ้นมาเฉย ๆ ก็มี

เด็กที่ไม่เคยเจ็บตัวเลย

เมื่อถูกฉีดวัคซีนครั้งแรกเด็กจะร้องลั่นไปหมด

พอตกกลางคืนอาจเริ่มนิสัยร้องกวนตอนกลางคืน

เพราะกลัวเข็มฉีดยาจนฝังใจก็มี

เด็กที่มีนิสัยร้องกวนตอนกลางคืน

คือนอนอยู่ดี ๆ ก็ร้องไห้เหมือนตกใจกลัวอะไรสักอย่าง

แล้วร้องไม่หยุด ไม่ยอมนอน

ทำความลำบากเดือดร้อนให้คุณพ่อคุณแม่เป็นอันมาก

นิสัยนี้ส่วนใหญ่มักเริ่มเมื่อเด็กอายุได้ 5 เดือน

เพราะเด็กเริ่มรู้จักความดีใจและความกลัว

สำหรับนิสัยขับถ่ายของเด็กในวัยนี้

เด็กส่วนใหญ่จะอึวันละ 1-2 ครั้ง

เด็กที่เลี้ยงด้วยนมแม่บางคนอาจถ่ายวันละ 4-5 ครั้งก็มี

แต่เด็กบางคนท้องผูกต้องสวนทวารทุก 2 วัน

เด็กที่ท้องผูกเป็นประจำน้อยคน

ที่จะหายทันทีที่เริ่มอาหารเสริม

เพราะอาหารเสริมในระยะแรก

เรายังไม่ให้อาหารพวกผักที่มีเส้นใย

ช่วยในการขับถ่าย

แต่ถ้าคุณแม่ให้เด็กกินผลไม้และนมเปรี้ยวมาก ๆ

เด็กหลายคนจะถ่ายสะดวกขึ้น

สำหรับเด็กที่ไม่ดื้อและฉี่ไม่บ่อย

ถ้าคุณแม่อุ้มนั่งกระโถน

บางครั้งจะฉี่ลงกระโถนให้คุณแม่ได้ชื่นใจ

แต่การทำอย่างนี้ไม่มีผล

ในการฝึกให้ลูกนั่งกระโถนเป็น

เพียงแต่ช่วยประหยัดผ้าอ้อมหรือกางเกง

ให้คุณแม่ซักน้อยลงไปบ้างเท่านั้น

ส่วนเด็กที่ฉี่บ่อยคุณแม่อย่าเสียเวลาจับนั่งกระโถนเลย

เพราะไม่ค่อยได้ประโยชน์อะไร

เมื่อเด็กอายุเกิน 5 เดือนแล้ว

อาการอาเจียนทุกครั้งหลังให้นมจะหมดไป

ยกเว้นในกรณีที่กินมากเกินไป เช่น

วันไหนอากาศร้อน คุณแม่ให้กินน้ำผลไม้

เด็กกระหายน้ำจึงกินเข้าไปมาก

เมื่อให้นมตามหลังเด็กกินมากเกินไป

อาจอาเจียนออกมาได้

หรือในกรณีของเด็กที่มีเสมหะมาก

เมื่อไอตอนกลางคืน

อาจอาเจียนเอานมที่กินเข้าไปออกมาด้วย

อาการอาเจียนแบบนี้ไม่ใช่โรค

สิ่งที่แสดงว่าเด็กไม่ได้เป็นอะไรคือ

หลังอาเจียนเด็กจะร่าเริงตามปกติ

หรือนอนหลับสบาย

แต่ถ้าเป็นกรณีที่อยู่ดี ๆ

เด็กก็ร้องจ้าแสดงความเจ็บปวดขึ้นมา

ร้องสัก 3-4 นาทีแล้วหยุดร้อง

เป็นปกติสัก 4-5 นาที แล้วกลับร้องอีก

พอให้นมก็อาเจียนออกมาหมด

อาการอย่างนี้ให้คิดถึงโรคลำไส้กลืนกัน

ต้องรีบพาส่งโรงพยาบาลใหญ่มีหมอผ่าตัดทันที

ถ้ารีบไปทันกาลอาจหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

การให้อาหารเสริมนั้น

ความพร้อมของเด็กสำคัญที่สุด

ถ้าเด็กยังนั่งไม่ได้

กว่าคุณแม่จะป้อนข้าวตุ๋นให้สัก ? ถ้วย

ก็คงจะทุลักทุเลเต็มที

คุณแม่ควรเริ่มให้อาหารเสริม

เมื่อเห็นว่าเด็กแสดงท่าอยากกิน

ถ้าเด็กยังไม่พร้อม

ถึงคุณแม่จะป้อนให้

เด็กจะเอาลิ้นดุนออกมาหมด

แสดงว่ายังเร็วเกินไปที่จะเริ่มอาหารเสริม

แต่ถ้าเด็กยื่นมือมาคว้าช้อนเหมือนอยากกินอีก

คุณแม่เริ่มให้อาหารเสริมได้

และถึงแม้เด็กจะชอบกินข้าวตุ๋นหรือขนมปังต้มนม

(ขนมปังฉีกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ต้มกับนม

อาจใส่เกลือหรือเนยนิดหน่อยเพื่อให้อร่อยขึ้น)

มากเพียงไรก็ตาม

คุณแม่อย่าเพิ่มปริมาณให้รวดเร็วเกินไป

ถ้าใน 10 วันน้ำหนักเด็กเพิ่มมากกว่า 300 กรัมขึ้นไป

แสดงว่าเด็กกินมากเกินไป

เด็กบางคนไม่ชอบกินของเละ ๆ

ประเภทข้าวตุ๋นหรือขนมปังต้มนม

แต่จะชอบกินของแห้ง ๆ

พวกขนมฝรั่งหรือขนมปังกรอบ

คุณแม่ก็อย่าฝืนบังคับให้ลูกกินของไม่ชอบ

แทนที่จะทะเลาะกับลูกเรื่องกินข้างตุ๋น

คุณแม่ก็ให้ลูกกินไข่กินปลา

เพื่อให้ได้โปรตีนจากสัตว์ไปพลางก่อน

พอลูกมีฟันล่างฟันบน

ก็ให้กินข้าวสวยนิ่ม ๆ เลยก็ได้

(ที่จริงเด็กไม่ได้ใช้ฟันเคี้ยวหรอก)

การให้อาหารเสริมไม่ใช่การสอนศีลธรรมให้ลูก

เพราะฉะนั้นของที่ลูกไม่ชอบ

ก็ไม่จำเป็นต้องบังคับให้ลูกกิน

นอกจากโรคลำไส้กลืนกันแล้ว

เด็กอายุ 5-6 เดือนจะยังไม่เป็นโรคร้ายแรงอะไร

ถ้าคุณแม่พาลูกไปหาหมอบ่อย ๆ

โอกาสที่จะติดโรคติดต่อต่าง ๆ ก็มีมาก

(ดังที่เขียนไว้ในตอนช่วงอายุ 4-5 เดือน)

เด็กอายุเกิน 5 เดือนจะติดหัดได้

แต่ถ้าเป็นในระยะนี้อาการมักจะรุนแรง

สำหรับโรคหูอักเสบ

และโรคหลอดลมอักเสบคล้ายหืดนั้น

เด็กช่วงอายุนี้ก็เป็นได้

เมื่อขาเด็กแข็งแรงขึ้น

อุบัติเหตุตกเตียงและตกระเบียงจะมีมากขึ้นตามลำดับ

โดยทั่วไป ช่วงอายุ 5-6 เดือน

คือช่วงที่คุณแม่มักเน้นเรื่องอาหารเสริม

แต่อาหารเป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิตเราเท่านั้น

อย่าทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการปรุงอาหาร

และการป้อนอาหารลูก

เด็กในวัยนี้เป็นวัยที่อยากรู้อยากเห็นโลกภายนอก

อยากให้คุณแม่เน้นเรื่องนี้มากกว่า

พาลูกออกเที่ยวนอกบ้านให้มาก

ถ้ามีสนามหญ้าก็ปูเสื่อให้เด็กเล่นกลางสนาม

ดูรถแล่น ดูคนแปลกหน้าเดินผ่านไปมา

เด็กจะรู้สึกสนุกสนาน

พยายามเคลื่อนตัวไปข้างหน้า

เป็นการออกกำลังกายไปในตัว

แต่ถ้าลูกของคุณเป็นเด็กเฉย ๆ ไม่ชอบเคลื่อนไหว

ควรหัดกายบริหารให้บ้าง

ที่มาของสาระดีๆ ขอขอบคุณ




Create Date : 05 เมษายน 2553
Last Update : 5 เมษายน 2553 0:39:40 น. 0 comments
Counter : 295 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
RohanCMI
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add RohanCMI's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.