Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2557
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
7 ตุลาคม 2557
 
All Blogs
 
หัวใจ...แอบรัก ตอนที่ ๖


ตอนที่ ๖

ทันทีที่รถจอด ปริตรรีบก้าวลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้พี่หมาในขณะที่คุณจันทราลงมายืนข้างรถแล้วมองบ้านหลังเล็กๆตรงหน้ามีบางอย่างที่ทำให้นางคิดว่าภายใต้ท่าทีที่เฉยชาปริตรซ่อนความอบอุ่นไว้ภายในแต่แสดงออกมาจากลักษณะของบ้านหลังนี้

เท่าที่จีรายุเคยเล่าให้ฟังนางจำได้ว่าลูกหลานที่เริ่มโตจนทำงานได้จะได้ที่ดินส่วนหนึ่งเอามาสร้างบ้านโดยต้องหาเงินและจัดการเองทุกอย่างแต่เท่าที่เห็นยังไม่มีหลานคนไหนสร้างบ้านใหญ่โตหรูหราเหมือนกับพวกลูกหลานคนมีเงินเขาชอบทำกัน

ตอนแรกความประทับใจเกิดขึ้นตอนที่ได้เห็นบ้านของเมฆาและตอนนี้นางก็รู้สึกว่าบ้านของปริตรจะต้องเป็นบ้านที่อบอุ่นเมื่อชายหนุ่มมีครอบครัว

“แล้วจะให้ฉันนอนที่ไหน”

พอเข้ามาในตัวบ้านคุณจันทราก็หันมาถามคนที่กำลังก้าวผ่านประตูเข้ามาปริตรวางของที่อยู่ในอ้อมแขนลงแล้วเหลือบตามองพี่หมาสองตัวที่เดินนวยนาดราวกับเป็นเจ้าของบ้านเสียเองด้วยความหมั่นไส้

“ข้างบนครับ”

ปริตรตอบแล้วก็ทำหน้างงเมื่อทั้งคุณจันทราและพี่หมาต่างมองหน้าเหมือนเขาทำอะไรผิด

“ให้ไปนอนชั้นบน ต้องเดินขึ้น เดินลง นี่เพิ่งไปตรวจหัวเข่ามาถ้าผ่าล่ะหมดหลายแสนเลยนะอ้อ...แต่ถ้าจะช่วยยายแอนจ่ายค่าตั้งศูนย์ฉันใหม่ล่ะก็...โอเคฉันจะตะกายขึ้นไปนอนข้างบนให้ แต่ทำสัญญากันก่อนนะเดี๋ยวเกิดเบี้ยวขึ้นมาฉันจะลำบาก”

คำพูดของคุณจันทราเล่นเอาปริตรไปไม่ถูกเขาหันไปมองห้องที่ทำให้ปูนแป้งก่อนจะตัดสินใจเดินไปเปิดประตู

“ถ้าอย่างนั้นห้องนี้ก็ได้ครับ”

ชายหนุ่มบอกแล้วมองพี่หมาทั้งสองตัวที่เดินเข้าไปสำรวจห้องก่อนจะเดินออกมาเห่าเหมือนจะบอกว่า...ห้องนี้ล่ะเหมาะสำหรับแม่ปริตรยกมือขึ้นลูบหน้าผากแล้วก้มลงคว้าหูกระเป๋าเสื้อผ้าของคุณจันทราแต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินคำถาม

“ไหนล่ะที่นอนของพี่ๆเขา ไม่เห็นมีเลยทำไมไม่บอกนะจะได้เอามาจากบ้านด้วย”

ต้นประโยคเป็นคำถามแต่ที่ตามมาคือการบ่นล้วนๆปริตรผายมือไปทางประตูกระจกที่เปิดออกไปด้านนอกและทันทีที่คุณจันทราเห็นบ้านสุนัขสีแดงตั้งอยู่ก็มีอาการองศ์ลงทันทีสายตาของหนึ่งคนกับสองพี่หมามองเหมือนกับว่าชายหนุ่มทำเรื่องที่ผิดอย่างไม่น่าให้อภัย

“ที่ซื้อมาเนี่ยคิดแล้วเหรอ ... นี่พี่บอมพี่บันบันนะเธอรู้จักไหมถ้ารังเกียจพี่ ๆเค้าจนอยู่ด้วยไม่ได้ ไอ้หลังคาแดงๆเนี่ยก็เอาไว้อยู่เอง แล้วที่นอนเธออยู่ไหนฉันจะได้ให้พี่ ๆเค้าไปนอนแทน”

ปริตรนิ่งไปครู่ใหญ่เพราะไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนสักพักคุณจันทราก็ถอนหายใจแล้วก้มลงมองพี่บอมกับบันบัน

“นอนบนเตียงกับแม่แล้วกันหรือพี่บอมจะเอาที่นอนแม่จะได้ให้น้องกลับไปเอาที่บ้าน”

เจ้าของบ้านหนุ่มเผลอกัดริมฝีปาก เพียงแค่ไม่ถึงนาทีจากที่เคยเป็นพี่ใหญ่กลายมามีพี่เป็นหมาซะแล้ว แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่แค่นั้นเพราะพี่บอมเดินมานั่งตรงหน้าแล้วสบตาเขาอย่างมีความหมาย

“พี่เขาจะนอนกับเราถ้าอย่างนั้นก็ตามใจพี่เขาแล้วกัน”

คุณจันทรามองสีหน้าของปริตรเห็นแววตาบ่งบอกถึงความหนักใจก็หันหลังเดินเข้าห้องบางครั้งการปล่อยให้พี่หมาทั้งสองตัวอยู่ด้วยอาจจะทำให้ทำให้ชายหนุ่มหันมาเปิดเผยตัวเองมากกว่านี้แม้ว่าอยากจะช่วยแก้นิสัยชอบตีกรอบกั้นตัวเองของเขาแต่เท่าที่ดูคงต้องใช้เวลามากกว่าที่คิด

ปริตรไม่รู้จะทำอย่างไรเลยเดินไปยืนหน้าห้องทำงานเปิดประตูให้กว้างที่สุดแล้วก้มศีรษะลงผายมือเข้าไปในห้อง พี่หมาสองตัวเดินมาหยุดตรงหน้าชายหนุ่มแหงนหน้ามองเจ้าของห้องก่อนจะเดินนวยนาดเข้าไปด้านใน

พี่บอมกระโดดขึ้นบนโซฟาที่ปริตรย้ายมาจากด้านนอกเพื่อใช้เป็นที่นอนชั่วคราวบันบันเลยกระโดดตามขึ้นไปแล้วมองหามุมเหมาะๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนอย่างสบายใจ

ปริตรมองพี่หมาแล้วเดินเลี่ยงไปนั่งโซฟาเดี่ยวที่ตั้งอยู่มุมห้องมองเจ้าสัตว์สี่เท้าที่ไม่เคยคิดอยากจะเข้าใกล้ด้วยความสงสัยว่าตอนที่อาพงศ์กับเจ้าเมฆเข้าไปจีบลูกหลานบ้านนี้จะโดนเหมือนที่เขาโดนอยู่แบบนี้ไหม

มีอะไรบางอย่างที่สะกิดความรู้สึกของชายหนุ่มอาจจะเป็นสายตาที่หมาสองตัวมองเขาแล้วหันไปมองหน้ากันมันทำให้รู้สึกราวกับว่า...เขากำลังถูกนินทาทางสายตาหรือกำลังถูกพี่หมาประเมินว่ากับมนุษย์คนนี้จะเล่นงานอย่างไรดี

“อ้าว แล้วตับพี่บอมล่ะ ทำไมไม่เอาให้พี่เขาเห็นไหมพี่ๆนั่งรอกันอยู่เนี่ย”

เสียงของคุณจันทราดังมาจากหน้าประตูซึ่งปริตรเปิดทิ้งไว้เพราะเห็นว่าพี่หมาทั้งสองตัวจะได้เข้าออกได้สบายๆร่างสูงจึงรีบลุกขึ้นยืนแล้วมองพี่บอมที่ดีดตัวลุกขึ้นยั่งทันทีทันใด

“เห็นไหม พี่เขารอกินอยู่เลยเวลาอาหารเดี๋ยวเป็นโรคกระเพาะ พี่เขายิ่งตัวเล็กๆบอบบางอยู่ด้วย”

คำพูดของคุณจันทราเล่นเอาชายหนุ่มต้องรีบเดินออกไปเอาตับย่างที่ลืมไว้บนรถพลางนึกในใจว่าที่พี่หมาเอาแต่นอนจ้องหน้าเขาเป็นเพราะรอตับย่างนี่เองแต่ที่น่าแปลกใจคือคนบ้านนี้รู้ได้ยังไงว่าเจ้าพวกนี้คิดอะไรอยู่

คุณจันทรามองนาฬิกาบนผนังแล้วเดินไปเปิดตู้เย็นตั้งใจจะดูว่ามีอะไรใช้ทำอาหารเย็นได้บ้างแต่กลับเห็นแต่น้ำดื่มสารพัดชนิดเท่านั้น

“บ้านนี้ก็แปลกนะทำห้องครัวเสียสวยแต่เอาไว้ประดับบ้าน”

เสียงของนางทำให้คนที่กำลังหาภาชนะสำหรับใส่อาหารพี่หมาต้องหันมามอง

“ท่าทางสิ่งที่มีชีวิตและเคยมีชีวิตในตู้เย็นของเธอจะมีแต่พวกจุลินทรีย์หรือยังไง”

ประโยคหลังคุณจันทราหันมาสบตาปริตรแล้วเลิกคิ้ว

“ปกติแล้วผมทานอาหารที่บ้านใหญ่ถ้าบ้านใหญ่ปิดผมก็จะไปร้านอาหารที่ห้างใกล้ๆ”

“เข้าห้าง”

คุณจันทราถามเสียงสูง เพราะเท่าที่เห็นแถวนี้มีแต่ห้างใหญ่ซึ่งร้านอาหารที่ว่าน่าจะราคาไม่ต่ำกว่ามื้อละห้าร้อยแน่นอน

“ครับ ร้านอาหารไทย จีน ญี่ปุ่น อเมริกัน มีครบ”

“ตกลงไม่คิดจะกระจายรายได้สู่ชุมชนเลยรึไง อยู่แต่ตลาดบนพวกชนชั้นสูง เพราะชอบอยู่แต่ที่สูงๆถึงว่า...”

คุณจันทรามองหน้าปริตรด้วยสายตาประหนึ่งว่าเขาทำเรื่องที่ผิดอย่างมหันต์ แล้วส่ายหน้าราวกับจะบอกว่าพฤติกรรมหัวสูงนี้มันเกินเยียวยา

“ถามหน่อยเถอะ ถ้าห้างมันถล่ม ไฟไหม้หรือมีคนประท้วงก็จะดั้นด้นฝ่าห่ากระสุนเข้าไปกินให้ได้ใช่ไหม”

“ไม่ถึงขนาดนั้นครับเพียงผมว่ามันสะอาดกว่าร้านข้างทาง”

ปริตรตอบเขาก้มลงมองพี่หมาแล้วขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าหนาพี่หมาเหมือนยิ้มเยาะเขาอยู่

“ของข้างทางก็อิ่มท้องเหมือนกันราคาสบายกระเป๋า ส่วนเรื่องความสะอาดฉันถามจริงๆเถอะเธอเคยเข้าไปในครัวร้านพวกนั้นแล้วหรือไงถึงรู้ว่าสะอาดบางทีร้านข้างทางอาจจะสะอาดกว่าก็ได้”

ชายหนุ่มไม่รู้จะตอบอย่างไรเพราะยอมรับว่าตนเองไม่ชอบลงไปนั่งกินอาหารข้างทางเพราะทั้งร้อนและดูเหมือนไม่สะอาดอย่างบะหมี่ที่น้องๆชวนทานเมื่อวันก่อนเขายังฝืนกินได้แค่ครึ่งเดียวแล้วซื้ออาหารแช่แข็งในร้านสะดวกซื้อมาอุ่นไมโครเวฟทานเพิ่มก่อนจะเข้านอน

“เดี๋ยวไปตลาดกัน แล้วช่วยเปลี่ยนชุดด้วยนะเอาที่มันสบายๆกว่านี้”

คุณจันทรากวาดตามองเสื้อผ้าที่ชายหนุ่มสวมแล้วพาลนึกไปว่าชุดที่แย่ที่สุดของคนอย่างปริตรจะมีสภาพแบบไหนกันเพราะเท่าที่ดูไม่ว่าเจอกันกี่ครั้งชายหนุ่มก็มักจะใส่ชุดที่ดูแล้วน่าอึดอัดแทน

“พี่บอมกับบันบันเฝ้าบ้านนะลูกแม่พาน้องไปซื้อของแปบเดียว”

คำพูดของคุณจันทราทำให้คนที่เดินเลี่ยงไปทางบันไดหันกลับมามองพี่หมาเห็นท่าทางการนั่งตัวตรงเหมือนทหารเข้าแถวแล้วนึกหมั่นไส้ที่ตัวเองก็ตัวเล็กกระจิดเดียวทำเป็นเก่งแอ่นอกรับคำสั่งเสียดิบดีทั้งๆที่ยังไงก็ไม่มีทางเกิดอะไรกับบ้านของเขาอยู่แล้ว

“อะไรนะ เธอไม่รู้ว่าตลาดสดแถวบ้านอยู่ที่ไหน”

คุณจันทราทำเสียงสูงเมื่อได้ยินปริตรบอกว่าเขาไม่เคยไปตลาดสดแถวบ้าน

“แม่บ้านของตึกใหญ่เป็นคนไปจ่ายตลาดผมเลยคิดว่าไม่จำเป็นต้อง...”

“นี่พ่อคุณตลาดไม่ใช่โรงฆ่าสัตว์ ไปบ้างก็ได้”

คุณจันทราบอกนางเดินออกมาขึ้นรถก่อนจะสั่งให้ชายหนุ่มแวะที่วินรถรับจ้างที่อยู่หน้าปากซอยบ้านของเขาเองเพื่อที่จะได้ลงไปถามทางไปตลาด คนขับรถวินมองข้ามาในรถเห็นชายหนุ่มที่นั่งหลังพวงมาลัยก็ทำหน้าแปลกๆ

“ป้าจะพาคุณชายอนามัยไปตลาดเนี่ยนะ”

ลุงคนที่อายุมากที่สุดในวินหัวเราะร่วน

“อ้าวรู้จักด้วยเหรอ”

คุณจันทราพลอยยิ้มไปกับสมญานามที่ลุงขับรถรับจ้างใช้เรียกคนบนรถ

“ผมรู้จักทั้งบ้านล่ะครับ น้องๆแกชอบมาขึ้นรถที่นี่ไปหาอะไรกินที่ตลาดจะมีก็แต่คุณชายอนามัยของคุณมลล่ะครับที่ไม่เคยไปด้วยพวกผมเห็นแต่เวลาขับรถเข้าออกไม่เคยได้คุยกับแกสักที”

ลุงอ้วนยิ้มอย่างอารมณ์ดี คุณจันทราเลยหัวเราะตาม

“แต่ก็ตลกนะคุณตลาดที่อยู่ใกล้ๆก็เป็นที่ของท่านนายพลนั่นล่ะ ตลาดมนตรีไงแต่หลานชายคนโตกลับไม่รู้จัก”

“อ้าวแล้วหลานคนอื่นๆรู้ไหมว่าเป็นตลาดของปู่ตัวเอง”

คุณจันทราหันไปมองคนในรถก่อนจะหันกลับมามองลุงอ้วน

“รู้สิ ยังชอบโทรมาเรียกให้ผมพาไปหาอะไรกินโดยเฉพาะคุณมลแกแอบโทรมาดึกๆให้ผมไปรอรับหน้าประตูบ้านแถมยังเลี้ยงข้าวต้มไอ้โกผมบ่อยๆด้วย”

“ถ้าอย่างนั้นขอเบอร์โทรลุงหน่อยสิบ่งทีอาจจะได้ใช้บริการให้ลุงพาคุณชายอนามัยไปซื้อของที่ตลาดให้ฉัน”

“โทรสั่งผมก็ได้ครับ เดี๋ยวๆผมจดเบอร์ให้”

ลุงอ้วนรีบล้วงบุหรี่ในกระเป๋าเสื้อมาฉีกแล้วเขียนเบอร์มือถือให้คุณจันทรารับมาใส่กระเป๋าเสื้อแล้วส่ายหน้า

“ไม่ได้หรอก ฉันจะให้เขาไปซื้อของให้อย่างน้อยจะได้รับวิตามินจากแสงแดดเสียมั่ง ไปล่ะนะ ขอบใจมากจ้ะลุง”

คุณจันทราบอกแล้วเดินกลับไปที่รถไม่นานนักรถของปริตรก็แล่นออกจากบริเวณนั้น โดยมีสายตาของคนขับรถในวินมองตามไป ก่อนจะหันมาคุยกันเรื่องความเป็นไปได้ที่คุณชายอนามัยจะยอมซ้อนจักรยานยนต์ไปตลาด

เป็นครั้งแรกที่ปริตรได้มาเหยียบตลาดสดเขามองไปรอบๆแล้วคิ้วเข้มก็เริ่มขมวดเข้าหากันมากขึ้นเรื่อยๆทั้งความวุ่นวายของรถเข็นของ ทั้งความชุลมุนของบรรดาลูกค้าแม่ค้าที่แย่งกันซื้อแย่งกันขายจนน่าเวียนหัว

“จะยืนสะกดวิญญาณอีกนานมั้ยพ่อคุณพี่ๆรอกินข้าวเย็นอยู่นะ”

คุณจันทราพูดแล้วก็เดินนำเข้าไปด้านใน ก่อนจะตะลุยซื้อของโดยมีร่างสูงที่กำลังเป็นจุดสนใจจากบรรดาแม่ค้าสาวๆเดินตามหลังคอยจ่ายเงินแล้วกางถุงผ้ารับของที่แม่ค้าส่งให้

“พาลูกชายมาซื้อของเหรอคะคุณนาย”

แม่ค้าขายผักเห็นคุณจันทรากำลังเลือกผักในแผงของตนโดยมีหนุ่มหล่อยืนอยู่ด้านหลังก็เอ่ยปากทักตามประสาคนปากไว

“สามี”

คุณจันทราตอบสั้นๆแล้วหยิบผักใส่ตะกร้าไม่สนใจอาการอ้าปากค้างของแม่ค้าส่วนปริตรเขาแสร้งหันไปมองทางอื่นริมฝีปากเผยรอยยิ้มออกมาเพียงชั่วแวบเดียวก่อนที่จะหายไปในเวลาอันรวดเร็ว

เพราะปริตรไม่ใช่คนขี้เล่นเลยไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ถ้าเป็นมฆวันหรือกมลอาจจะมีการตอบรับประมาณยิ้มให้แม่ค้าเป็นทำนองยืนยันคำพูดหรือถ้าเป็นเมฆาที่ตอนนี้สนิทกับคุณจันทรามากขึ้นจนเป็นลูกคู่ในบางครั้งก็อาจจะได้ยินว่า...เสร็จหรือยังที่รัก...ให้แม่ค้างงมากกว่าเก่าก็เป็นได้

เมื่อคุณจันทราเลือกผักเสร็จก็เดินนำไปทางร้านขายปลาปล่อยให้ปริตรจ่ายเงินแล้วรับผักมาใส่ถุงแต่พอร่างสูงจะก้าวเท้าเสียงแม่ค้าก็ดังขึ้นเหมือนต้องการคำตอบที่คาใจ

“ตกลงพ่อหนุ่มเป็นสะ...แฟนคุณป้าจริงๆเหรอ”

แต่คำถามของแม่ค้าขายผักไม่ได้รับคำตอบใดๆ เพราะชายหนุ่มทำเป็นไม่ได้ยินแล้วเดินตามคุณจันทราไปติดๆแต่ไม่วายได้ยินเสียงแม่ค้าไล่หลังมาให้ปวดใจเล่น

“สงสัยหูหนวกเป็นใบ้มิน่าล่ะถึงคว้ายายป้าเป็นเมีย เสียดายหน้าตาก็หล่อ รสนิยมบกพร่อง”

ปริตรถอนหายใจออกมาเบาๆ เขามองคนที่กำลังเลือกปลาอยู่ว่าได้ยินสิ่งที่แม่ค้าขายผักพูดหรือเปล่าและดูเหมือนว่าโชคดีที่คุณจันทราไม่ได้ยิน

ชายหนุ่มหันกลับไปมองหน้าแม่ค้าขายผักด้วยสายตาที่ใช้มองน้องๆเวลาที่ทำผิดก่อนจะเดินกลับไปยืนหน้าแผงเขารู้ว่าตลาดมนตรีสร้างอยู่บนที่ดินเก่าแก่ของตระกูลซึ่งปู่มีพี่น้องสามคนแต่ตายตั้งแต่ยังไม่มีครอบครัวไปสองคนเลยเหลือปู่คนเดียวที่ได้ที่ดินเป็นมรดกแต่มีแต่ที่ดินทรัพย์สินประเภทเงินทองแทบไม่มีลูกหลานในรุ่นนั้นต้องขวนขวายหากันเอง

สมัยก่อนแถบนี้เป็นที่นาเก่าที่ท่านขุนอัครมนตรีให้เช่าทำนาต่อมาพอมารุ่นหลังๆก็เริ่มมีการปรับปรุงที่ดินพัฒนาขึ้นมาแบ่งให้ลูกหลานบ้างลูกหลานที่ไม่มีเงินก็ขายให้กันบ้าง จนมาถึงรุ่นนายพลบัญญัติพอเริ่มมีเงินก็เริ่มกว้านซื่อที่ดินคืนมา

แต่เพราะเห็นว่าที่ดินตรงนี้ใกล้จากบ้านมากไปเลยไม่แบ่งให้ลูกหลานคนไหนคุณย่าน้อมเลยคิดทำเป็นตลาดและอาคารพาณิชย์ให้เช่าแทน

เงินที่ได้มาถูกใช้เป็นเงินเดือนคนงานในบ้านกับค่าอาหารการกินเลี้ยงลูกหลานมาจนโตสิ่งหนึ่งที่คุณย่าน้อมสอนมาคือให้ลูกหลานทุกคนอย่าเบียดเบียนคนหาเช้ากินค่ำอย่าได้อวดอำนาจว่าข้าเป็นลูกหลานเจ้าของตลาดแต่จงคิดว่าเราโตมาได้ส่วนหนึ่งก็มาจากเงินที่เขาหาด้วยหยาดเหงื่อแรงงานเอามาให้เรา

แต่วันนี้ปริตรยอมรับว่าความใจเย็นของตนเองนั้นไม่ควรมีให้กับคนปากประเภทนี้คนเป็นแม่ค้าควรพูดจาดีๆกับลูกค้า ใช่ปากดีอย่างนี้

“อ้าวไม่ได้หูหนวกเหรอ”

แม่ค้าทำหน้าตาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วทำเป็นลอยหน้าลอยตาพูดโดยไม่รู้เลยว่าชายหนุ่มกำลังใช้โทรศัพท์อัดเสียงเธอไว้

“แหม หน้าตาก็ดีไม่น่าเลือกเมียแกเลยนะจ๊ะมาเป็นผัวพี่ดีกว่าวันๆจะให้นั่งให้นอนอยู่บ้านสบายๆไม่ต้องมาเดินตามต้อยๆอย่างนี้”

พอพูดจบแม่ค้าขายผักก็หันไปหัวเราะกับแม่ค้าแผงติดกันปริตรยังยืนอยู่ที่เดิมมองกิริยาคนพูดแล้วกดโทรศัพท์หาใครคนหนึ่งพลางนึกขอบคุณที่เมื่อวันแต่งงานของเมฆาคุณย่าบังคับให้หลานๆบันทึกเบอร์ของคนๆนี้เอาไว้

“คุณชุมพลใช่ไหมครับ ครับ ผมปริตร รบกวนช่วยมาหาผมที่หน้าร้านขายผักเลขที่...ได้ไหมครับ”

เพราะวันนั้นปริตรทำหน้าที่คอยช่วยคุณปู่คุณย่ารับแขกทำให้มีโอกาสได้คุยกับชุมพลคนที่ดูแลตลาดให้กับนายพลบัญญัติมากว่ายี่สิบปีอดีตชุมพลเป็นทหารรับใช้ในบ้านเพื่อนทหารอีกคนพอปลดประจำการคุณปู่ของปริตรก็ชวนมาทำงานด้วยเพราะเห็นว่าเป็นคนซื่อสัตย์

ไม่นานนักชุมพลก็เดินมาถึงหน้าร้านเขายกมือไหว้ปริตรทั้งๆที่ชายหนุ่มอายุน้อยกว่าก่อนจะฟังเสียงของแม่ค้าที่ถูกอัดไว้แล้วหันไปมองตัวต้นเรื่องที่กำลังทำหน้าเหมือนอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“อีหวึ่งคราวนี้แกตายแน่วะตาพลยกมือไหว้ขนาดนี้ไม่ธรรมดาแล้ว”

แม่ค้าร้านติดกันบอกแล้วหันไปวุ่นวายกับการรดน้ำผักทั้งๆที่เมื่อกี้ยังหัวเราะเป็นลูกคู่กันอยู่เลย

“คุณชุมพลควรตักเตือนคนเช่าแผงด้วยนะครับว่าควรทำตัวอย่างไรไม่อย่างนั้นคนเขาจะว่าตลาดเราได้ว่า...”

“ขอโทษครับคุณปริตร แล้วผมจะตักเตือนให้”

ชุมพลรีบบอกเขายอมรับว่าปริตรถอดแบบนิสัยมาจากนายพลบัญญัติมาเกือบหมด ทั้งการพูดจานิสัยและการมอง ปริตรยกมือไหว้ชุมพลแล้วหันไม่มองหน้าแม่ค้าปากดีอีกครั้งก่อนจะเดินไปหาคุณจันทราที่ยังเลือกปลาไม่เสร็จสักที

“ใครอะคุณพล”

แม่ค้าขายผักรีบถาม ตายังมองตามหลังชายหนุ่มไป

“น่าเสียดายเนอะ หล่อก็หล่อดันมีเมียแก่”

“หลานเจ้าของตลาด”

“ซวยแล้วมึงอีหวึ่ง”

คราวนี้ลูกคู่รีบหันกลับมาเกาะติดสถานการณ์ น้ำรดผักในมือเลยหันมาเผื่อแผ่แผงใกล้เคียงไปด้วยชุมพลส่ายหน้าอย่างระอาเพราะเคยตักเตือนไปหลายครั้ง แต่เรื่องของปากใครจะห้ามได้

“ใช่ ซวยแล้วรู้ไหม คุณปริตรเป็นหลานชายคนโตทั้งเจ้าระเบียบ ทั้งโหด น้องชายแกเกรงใจทุกคน”

“แล้ว ป้าคนนั้นล่ะ ใคร”

“ไหนๆ”

ชุมพลชะเง้อมองพอเห็นก็ทำคอย่นยกมือขึ้นเกาศีรษะก่อนจะถอนหายใจดังเฮือก

“งั้นซวยสองต่อเพราะนั่นน่ะแม่ยายลูกชายคนเล็กของคุณท่าน พวงตำแหน่งแม่ยายหลานชายคนที่สองสองเด้งแล้วแก เตรียมตัวย้ายที่ขายได้”

ชุมพลได้ทีเลยขู่ซ้ำเพราะนึกออกว่าน่าจะช่วยให้อีกฝ่ายสงบปากสงบคำลงได้บ้าง

“ทำไงดีล่ะ ช่วยพูดกับแกให้หน่อยสิ ฉันขายอยู่ที่นี่มาหลายปีจะให้ย้ายไปไหน”

แม่ค้าขายผักโอดครวญแต่ชุมพลไม่ยอมตอบเขาเดินไปยกมือไหว้คุณจันทราแล้วเอ่ยปากขอโทษเรื่องที่แม่ค้าพูดไม่ดีและเขาได้ตักเตือนไปแล้ว

“ไม่เป็นไรหรอกยังไงก็ใกล้ปีใหม่แล้วฉันว่าคุณซื้อตะกร้อครอบปากให้เขาสักหน่อยก็ดีนะเวลาคนเขาด่าว่าปากหมา หมามันจะเคืองเอา”

คุณจันทราบอกก่อนจะหันไปสะกิดให้ปริตรเดินตามออกมาพอพ้นจากส่วนขายของสดก็ตรงไปเลือกผลไม้อีกสองสามอย่างแล้วรับมาถือไว้เอง

“ผมถือให้ดีกว่าครับ”

ปริตรอาสาทั้งๆที่ถุงผ้าในมือเต็มจนแทบจะล้นอยู่แล้ว

“เก็บแรงไว้จับพวงมาลัยเถอะพ่อคุณ ฉันไม่อยากไปเฝ้าเทวดาก่อเวลาอันควร”

ว่าแล้วคุณจันทราก็เดินนำไปทางลานจอดรถแต่ก็ยังไม่วายแวะซื้อของกินไปตลอดทางจนปริตรเริ่มสงสัยว่าตกลงคุณจันทราจะมาอยู่กับเขาสองอาทิตย์หรือสองเดือนกันแน่





Create Date : 07 ตุลาคม 2557
Last Update : 7 ตุลาคม 2557 12:02:36 น. 5 comments
Counter : 1014 Pageviews.

 
555555555555555555555555555
ปวดหัวเรื่องงานอยู่
มาอ่านแล้วหายปวดเลยค่ะ
555555555555555555555555555
มาต่อเร็วๆนะคะ
ขอบคุณค่ะ


โดย: Vergo IP: 202.122.130.32 วันที่: 7 ตุลาคม 2557 เวลา:13:09:17 น.  

 
คุณนายจันทรากะพี่ๆๆไปที่ไหนที่นั่นได้มีเรื่องปวดหัว


โดย: sakeena IP: 124.122.71.18 วันที่: 7 ตุลาคม 2557 เวลา:14:40:58 น.  

 
วันนี้บ่าย เพื่อคลายเครียดจากงาน เลยกลับมาอ่านซ้ำอีกรอบ
ก็ยังอมยิ้มได้ตลอด


โดย: Vergo IP: 202.122.130.32 วันที่: 8 ตุลาคม 2557 เวลา:15:09:40 น.  

 
นุกอ่ะชอบชอบ


โดย: tiwwit IP: 1.46.11.254 วันที่: 8 ตุลาคม 2557 เวลา:20:59:57 น.  

 
รอน้านนานแล้วนะค้าาา
อยากอ่านตอนต่อไปแล้วอะค่ะ


โดย: Vergo IP: 202.122.130.32 วันที่: 15 ตุลาคม 2557 เวลา:10:12:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

finalfantasy_iv
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี
กระต่ายตัวกวน
เจ้าตัวหัวเขียว
X
X



Friends' blogs
[Add finalfantasy_iv's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.