Group Blog
 
 
กันยายน 2557
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
27 กันยายน 2557
 
All Blogs
 
หัวใจ...แอบรัก ตอนที่ ๕


ตอนที่ ๕

“พี่ปริตรส่งแป้งหน้าโรงพยาบาลก็ได้ค่ะเดี๋ยวแป้งเข้าไปเอง”

ปูนแป้งรีบบอกเมื่อปริตรเลี้ยวรถเข้ามาในเขตรั้วโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่แต่เขากลับเลี้ยวรถไปจอดในลานจอดรถแทนที่จะขับไปส่งที่หน้าประตูตามที่เธอบอก

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ช่วยถือของเข้าไปให้”

ชายหนุ่มบอกเมื่อดับเครื่องยนต์แล้วก้าวลงจากรถทันทีพอมาถึงตอนนี้ปูนแป้งรู้แล้วว่าทำไมพี่ปริตรถึงซื้อของกินในร้านสะดวกซื้อมาตั้งหลายอย่าง

“พี่ปริตรจะเอาไปไหนคะ”

ปูนแป้งแกล้งถามเมื่อปริตรเลือกของในถุงออกมาใส่ตะกร้าหวายคลุมด้วยผ้าที่ย่าน้อมมักจะใส่ของกินให้เขาติดรถเวลาไปไหนมาไหนไกลๆ

“ก็เราเฝ้าคนไข้แล้วต้องทำงานต่อตอนเช้าเลยใช่หรือเปล่าล่ะพี่ก็เลยซื้อของกินมาให้แล้วจะได้เผื่อเพื่อนๆเราด้วย”

ชายหนุ่มตอบทั้งๆที่ยังก้มหน้าก้มตาเลือกของใส่ตะกร้าจนเสร็จถึงได้หันมามองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังสนใจอะไรบางอย่างที่อยู่บนจอมือถือนิ้วเรียวลากไปบนหน้าจอก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่ยืนถือตะกร้ารอแล้วยิ้มประจบ

“พี่ปริตรอย่าเข้าไปว่านิอรนะคะ”

“ทำไมต้องพูดดักด้วยพี่จะไปทำอะไรเพื่อนเราได้ที่จะต้องดุก็คือแป้งที่ใจอ่อนยอมให้เขาแลกรถแล้วยังให้เรามาเฝ้าคนไข้ทั้งๆที่เขาเป็นคนรับงานกับเงิน”

ปริตรทำเสียงดุ ก่อนจะแย่งถุงนิยายในมือหญิงสาวมาถือแล้วพยักหน้าให้เธอเดินนำเข้าไปด้านในเมื่อเขาปิดประตูรถเรียบร้อยแล้ว

“ยายแป้งทำไมเพิ่งมายายอรไปตั้งแต่สองทุ่มแล้วตอนนี้ฉันวุ่นๆอยู่คนเดียวเลยเนี่ย”

ทันทีที่ปูนแป้งผลักประตูเข้าไปในส่วนห้องพิเศษเกยูรก็รีบเข้ามาหาพร้อมกับรายละเอียดเกี่ยวกับคนไข้ที่นิอรรับงานไว้ก่อนจะหันไปมองร่างสูงที่เดินตามหลังเข้ามาแล้วยิ้มแห้งๆ

เกยูรยกมือไหว้ปริตรแวรับตะกร้าที่ชายหนุ่มส่งให้ไปวางไว้ด้านในส่วนที่ทำงานของพยาบาลก่อนจะเดินกลับออกมาอีกครั้งพร้อมกับกุญแจรถที่นิอรฝากไว้ให้

“มีคนมารับยายอรเมื่อตอนสองทุ่มเขาเลยฝากกุญแจรถให้ เห็นบอกว่าพรุ่งนี้เย็นจะขอติดรถแป้งไปเอารถที่บ้านด้วยนะ”

เกยูรรีบบอกแล้วหันมามองปริตร เห็นว่าเขายังยืนอ่านชื่อพยาบาลเวรในห้องพิเศษที่ผนังทำท่าเหมือนไม่ได้สนใจฟังการสนทนาของพวกเธอ

“นี่ๆพี่คาวินมาแล้วนะรู้หรือเปล่ามาถึงเมื่อเย็นนี้เอง”

เกยูรกระซิบโดยไม่รู้เลยว่าคนที่ทำเป็นไม่สนใจนั้นกำลังฟังอย่างตั้งใจเลยทีเดียว

“จริงเหรอ”

ความดีใจของปูนแป้งแสดงออกทางน้ำเสียงจนคนที่ยืนห่างออกไปถึงกับขมวดคิ้วใส่รูปพยาบาลตรงหน้าพลางนึกสงสัยว่าไอ้หมอนี่เป็นใครชื่อก็น่าจะเป็นพวกลูกครึ่ง หรือว่าเป็นหมอ

“งั้นเดี๋ยวเราไปหองคนไข้เลยนะอ้อนิยายที่เกดฝากซื้ออยู่นี่ ร้อยเจ็ดสิบเก้าบาทจ้ะ”

คำพูดของปูนแป้งที่ริอาจเก็บเงินเพื่อนทั้งๆที่เขาเป็นคนซื้อนิยายให้ทำให้ปริตรต้องยกมือขึ้นมาตรงหน้าแล้วทำเสียงขลุกขลักเหมือนมีอะไรติดคอและเมื่อหันมาสบตาใสๆคิ้วเข้มก็เลิกขึ้นเป็นเชิงล้อเลียนเล่นเอาหญิงสาวถึงกับหน้าแดง

“พี่ปริตร”

หญิงสาวทำจมูกย่นแล้วก็ยิ้มเมื่อเห็นว่าคนที่มองมานั้นกำลังยิ้มกับเธอพลางนึกในใจว่าทำไมเขาถึงไม่ยิ้มบ่อยๆรู้ไหมว่าตัวเองยิ้มแล้วดูดีแค่ไหน

“พี่ไปนะ เราไปทำงานเถอะ”

ปริตรบอก เขาก้มศีรษะรับไหว้จากเกยูรและปูนแป้งพลางยกมือขึ้นคล้ายโบกลาก่อนจะเดินออกไปนอกประตูกระจกใสที่กั้นห้องพิเศษแยกออกมาจากส่วนอื่น

“โห...แป้งซื้อนิยายมากี่เล่มกันเนี่ย”

เกยูรละความสนใจจากคนที่จากไปหันมามองหนังสือที่อยู่ในมือปูนแป้งหญิงสาวเลือกนิยายที่จะไปอ่านตอนเฝ้าไข้แล้วส่งที่เหลือให้กับเพื่อนสนิทโดยไม่ลืมที่จะไปเลือกเสบียงที่ปริตรจัดมาให้ ริมฝีปากเผยรอยยิ้มน่ามองเมื่อเห็นว่าของที่อยู่ในนั้นล้วนแต่เป็นของที่เธอชอบ

“พี่ปริตรน่ารักเนอะ...หล่อ เข้ม ใจดี รวยด้วย”

เกยูรทำตาชวนฝันแล้วกระโดดหลบเมื่อโดยปูนแป้งหยิกเข้าที่แขนด้วยความหมั่นไส้

“ดุจะตายไป เมื่อกี้ยังเทศน์เรามาตลอดทาง”

หญิงสาวบ่นอุบอิบแต่เกยูรกลับพยักหน้าหงึกหงักเป็นทำนองเห็นด้วย

“เป็นเรา ราก็ว่าเหมือนกันนะ ทำไมเธอต้องยอมยายอรด้วย”

“ก็เพื่อนกัน”

ปูนแป้งบอกแล้วเดินไปทางห้องพิเศษที่นออรรับเฝ้าไข้ไว้โดยมีสายตาเป็นห่วงของเกยูรมองตามหลัง

“แล้วเธอจะต้องยอมยายอรไปอีกนานแค่ไหน”

ปริตรเก็บความหงุดหงิดมาจนถึงรถเขานึกอยากถามว่าตกลงคนที่ชื่อคาวินนี่มันเป็นใครแล้วทำไมต้องทำท่าดีอกดีใจจนถึงขนาดนั้นความวุ่นวายในใจมันก่อกวนเสียจนชายหนุ่มลืมความหิวไปจนกระทั่งขับรถมาถึงหน้าปากซอยเห็นร้านขายบะหมี่หน้าร้านสะดวกซื้อถึงนึกออกว่าตัวเองหิวขนาดไหน

“พี่ปริตร ทางนี้”

พอปริตรก้าวลงจากรถเสียงเรียกจากร้านก๋วยเตี๋ยวแบบรถเข็นทำให้เขาเปลี่ยนจุดหมายจากร้านสะดวกซื้อเดินมาหาต้นเสียงเขามองโต๊ะที่ว่างเปล่าแล้วเลิกคิ้วขึ้นเพราะแสดงให้เห็นว่าสามหนุ่มเพิ่งมาที่ร้านเหมือนกัน

“แสดงว่าเชียร์บอลหนักไปเลยหิวล่ะสิ”

ปริตรถามก่อนจะหันไปขอบคุณเด็กสาวที่เอาเก้าอี้มาวางให้พร้อมกับรอยยิ้มหวานฉ่ำแต่มันก็เลือนหายไปในทันทีเพราะเขาไม่ได้สนใจแม้แต่จะมองหน้าเธอเลยด้วยซ้ำ

“บอลเพิ่งจบเดี๋ยวมีอีกรอบตอนตีสาม”

มหิศรบอกก่อนจะหันไปรับชามก๋วยเตี๋ยวจากเด็กสาวคนเมื่อครู่เขาสั่งบะหมี่เพิ่มอีกชามพร้อมกับรอยยิ้มเก๋ที่ทำให้อีกฝ่ายถึงกับหน้าแดงจนกมลต้องเอ่ยปากขึ้นมา

“บอกกี่ครั้งแล้วอย่ายิ้มแบบนั้นเดี๋ยวพ่อเขาก็ฟันหัวแบะหรอกที่ไปยุ่งกับลูกสาวเขา”

“แค่ยิ้มเอง อะไรจะขนาดนั้น”

มหิศรบ่นแล้วจัดการปรุงบะหมี่ชามใหญ่พิเศษโดยไม่สนใจใครไม่นานนักชามน้ำซุปที่เต็มไปด้วยเอียเล้งซึ่งเป็นกระดูกที่ยังมีเนื้อติดอยู่พอได้แทะเล่นก็ถูกนำมาวางให้พร้อมกับรอยยิ้มหวาน

“ถ้าไม่พอขอเพิ่มได้นะคะ”

แม่ค้าบอกเสียงหวานแล้วเดินกลับไปแต่ไม่วายทิ้งสามตาให้หนุ่มๆทั้งสี่คนในโต๊ะแบบเท่าเทียมกันมฆวันมองน้องชายแล้วส่ายหน้าห้ามไม่ให้สานต่อเพราะรู้ดีว่าน้องชายตัวเองใช่ย่อยเสียเมื่อไหร่ ขืนปล่อยให้ยิ้มไปยิ้มมาเดี๋ยวก็ได้มีปัญหาเหมือนคราวก่อนที่ถึงขนาดมีผู้หญิงเก็บเสื้อผ้าตามมาถึงบ้าน

“กินเลยเจ้าศร”

มฆวันเอาตะเกียบเคาะชามของน้องชายแล้วก้มหน้าก้มตาจัดการกับชามตรงหน้า ก่อนจะผลัดกันสั่งอีกคนละชาม พร้อมกับเพิ่มลูกชิ้นลวกกับหมูแดงและกระดูกมาแทะเล่นอีกชามใหญ่ส่วนปริตรนับตั้งแต่ประโยคแรกก็ไม่มีใครได้ยินพี่ใหญ่พูดอะไรอีกเลยจนกระทั่งถึงเวลาจ่ายเงิน

“เดี๋ยวพี่จ่ายเอง”

“งั้นผมสั่งอะไรไปกินเล่นตอนดูบอลนะ”

กมลได้ทีรีบบอกแล้วทำท่าจะหันไปสั่งแต่ถูกมฆวันเอามือดันหน้าไว้ก่อน

“พอเลย เมื่อกี้บะหมี่สอง เกี๊ยวพิเศษหนึ่ง ลูกชิ้นอีกชามแกเลี้ยงพยาธิไว้ในท้องหรือไงวะเจ้ามล”

ปริตรส่ายหน้าริมฝีปากได้รูปกระตุกขึ้นไปรอยยิ้มเพียงชั่วเวลาสั้นๆ

“พวกนายเข้าไปก่อนนะ”

“อ้าวก็ขับรถไปด้วยกันนี่ล่ะ หรือพี่จะไปไหน”

กมลหรี่ตาทำท่าจะจับผิดแต่กลับไม่ได้คำตอบเพราะพอปริตรจ่ายเงินเสร็จเขาก็เดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อไม่สนใจว่าน้องๆจะกลับบ้านหรือตามเข้ามาเพราะถือว่ามีรถมากันเองแต่ด้วยความอยากรู้ทำให้กมลเดินตามเข้าไปในร้านแล้วเดินไปหยุดข้างๆพี่ชายที่กำลังยืนมองหนังสือในชั้นอยู่เงียบๆ

ส่วนมหิศรพอเดินเข้ามาก็หันความสนใจไปอยู่ที่พนักงานร่างเล็กใบหน้าจิ้มลิ้มเขายิ้มให้เป็นการปูทางก่อนจะเดินเข้าไปหยิบของทานเล่นประเภทขนมปังมาให้หญิงสาวอบพร้อมกับชวนคุยไปเรื่อยๆ

“จะเอาอะไรก็ไปเลือกไป เดี๋ยวจ่ายให้”

ปริตรหันมาบอกคนที่ยังยืนข้างๆเพราะไม่อยากให้น้องชายรู้ว่าเขาจะซื้ออะไรมฆวันเลยเดินมาล็อกคอกมลลากไปหาเสบียงตุนไว้สำหรับช่วงเวลาที่เหลืออย่างรู้งาน

ปริตรทำปากว่าขอบใจแบบไม่มีเสียง ซึ่งมฆวันก็ยิ้มรับแล้วลากกมลไปทางตู้แช่เครื่องดื่มโดยไม่ลืมแวะลากคอมหิศรให้ไปด้วยกันอีกคน

“หนึ่งพันเจ็ดร้อยเก้าสิบค่ะ”

พนักงานหน้าเคาน์เตอร์บอกแล้วรีบยกมือขึ้นปิดปากเมื่อปริตรยกนิ้วชี้ขึ้นแตะปากตนก่อนจะส่งธนบัตรใบละพันให้สองใบเขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเมื่อตอนที่เขาซื้อของครั้งแรกถึงหมดไปเกือบสามพันที่แท้ค่านิยายก็ปาเข้าไปกว่าครึ่งแล้ว

พอซื้อของตัวเองเสร็จชายหนุ่มยังยืนรอเพื่อจ่ายเงินค่าของให้น้องๆพอทุกอย่างเรียบร้อยเขาก็แยกมานั่งในรถก่อนจะหยิบแสตมป์เป็นปึกหย่อนใส่กระเป๋าเสื้อพลางนึกถึงเงินที่ปลิวออกจากกระเป๋าไปเกือบหมดนับเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาหมดเงินไปมากขนาดนี้กับร้านเล็กๆแค่ร้านเดียว

“ผู้หญิงนี่นอกจากจะหมดเงินกับค่าเครื่องสำอาง กระเป๋ารองเท้า ยังต้องเพิ่มค่านิยายเข้ามาอีกรายการ”

ปริตรมองหนังสือที่อยู่ในถูกบนที่นั่งข้างคนขับเขาเลือกนิยายเรื่องเดียวกับที่ปูนแป้งซื้อไปสองเล่มอีกแปดเล่มถือว่าเสี่ยงดวงแล้วกันว่าหญิงสาวจะมีหรือเปล่าที่แน่ๆเขาคงต้องหาตู้ใส่หนังสือเล็กๆมาตั้งไว้ในห้องนั่งเล่นเผื่อหญิงสาวจะได้เอาไว้ใส่หนังสือตอนที่มาค้างที่บ้าน

อาจเป็นเพราะเลยเวลานอนมาแล้วแถมยังจัดบะหมี่ใส่กระเพาะไปถึงสองชามจนแน่นท้องทำให้ปริตรตาสว่างเขาเลยเลือกหนังสือนิยายออกมาเล่มหนึ่งแล้วลงมืออ่านโดยอาศัยโซฟาในห้องนั่งเล่นแทนที่จะขึ้นไปชั้นบน

ยิ่งอ่านไปหัวคิ้วได้รูปก็ยิ่งขยับเข้าหากันเรื่อยๆตลอดเวลามันมีแค่คำถามว่า ทำไม ทำไม และทำไมบางครั้งเขาก็เปิดย้อนกลับมาแล้วหาที่มาที่ไปถ้าเจอก็จะกลับมาอ่านต่อแต่ถ้าไม่เจอเขาก็จะพับหน้าที่สงสัยเอาไว้ตามนิสัยที่แก้ไม่หาย

“ตกลงพระเอกรวยได้ยังไง วันๆไม่ทำอะไรทำไมถึงรวยแล้ว...มันกินยาโด๊ปยี่ห้ออะไรทำไมคึกทั้งวัน”

ปริตรเลิกคิ้วครั้งแล้วครั้งเล่า หลายครั้งที่ยกมือขึ้นมานวดหัวคิ้วก่อนจะอ่านต่อไปจนจบเล่มและเมื่อเปิดเล่มที่สองได้ไม่นานเขาก็ต้องลุกขึ้นไปหายาพารามากินก่อนจะหลับไปทั้งๆที่หนังสือนิยายยังกางอยู่บนอกพร้อมกับคำถาม...ทำไม

เพราะต้องรีบจัดห้องให้เสร็จทำให้ปริตรลุกขึ้นแต่เช้าแล้วร่างรายการที่จะซื้อ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่ามันแทบจะเต็มหน้ากระดาษเลยทีเดียวชายหนุ่มตั้งใจว่าจะไปเบิกเงินออกมาเพื่อซื้อของเพราะขี้เกียจใช้บัตรเครดิตแต่กมลเอาซองจดหมายสีชมพูมาให้ก่อนที่จะออกไปข้างนอกพอดี

“อาพงศ์ให้เอามาให้บอกว่าพี่ต้องใช้”

“แล้วอาล่ะ”

“ไปตั้งแต่เช้ามืดแล้วคุณปู่ใส่เสื้อลายดอกสีส้มแสบตาเลยพี่ งานนี้มีกระชากวัย”

กมลพูดยิ้มๆก่อนจะก้มลงดูเวลาที่ข้อมือ

“ไปแล้วพี่ เดี๋ยวไม่ทันวันนี้อาจารย์โหดด้วยไปละ”

ปริตรส่ายหน้ากับอาการเหมือนเด็กไม่รู้จักโตของกมลก่อนจะเปิดซองจดหมายดูซึ่งในนั้นมีเงินสดอยู่ห้าหมื่นพร้อมกับจดหมายกำชับว่าต้องดูแลคุณจันทราให้ดีที่สุดห้ามขัดใจเด็ดขาด

แต่คนที่ถือจดหมายกลับคิดไปว่า อาพงศ์จะรู้หรือไม่ว่าคนอย่างคุณจันทรา...ถึงอยากขัดใจก็ทำไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคงได้ตายเร็วกว่ากำหนดเพราะคมมีดจากปากของแก

พอคิดไปชายหนุ่มก็อดคิดถึงหน้าของพ่อตาเมฆาขึ้นมาไม่ได้เขาจำได้อย่างแม่นยำว่าตอนที่คุณลุงเดฟรู้ว่าคุณจันทราไม่ได้ไปด้วยนั้นแกแทบจะจุดพลุเลยที่เดียว

มุมปากหนายกขึ้นเผยยิ้มที่ดูอบอุ่นเมื่อนึกไปถึงใครอีกคนตอนนี้เขารู้แล้วว่าทำไมปูนแป้งถึงหน้าแดงตอนที่เขาหยิบนิยายขึ้นมาอ่านชื่อเรื่องแต่ไม่ทันได้ดูอักษรด้านล่างที่พิมพ์ว่า 18+

ก็บทรักในเรื่องมันร้อนแรงจนแทบไฟลุกแล้วมันยังทำให้เขาสงสัยเข้าไปอีกว่าคนแต่งอายุเท่าไหร่ไปเอาการอธิบายแบบนี้มาจากไหนแล้ว...รู้ได้อย่างไรว่าเวลานั้นมันรู้สึกแบบนั้นจริงหรือไม่

ว่าไปแล้วปริตรก็อดขำตัวเองไม่ได้ที่ดันสงสัยไปเสียทุกอย่างนี่เขาคงอ่านนิยายพวกนี้ไม่ได้อีกแล้วเพราะไม่อย่างนั้นสักวันคงอดครั้งคำถามที่สงสัยกับใครสักคนแล้วจะกลายเป็นส่าเขาไม่เข้าใจผู้หญิง...แต่...เขาก็ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมถึงได้ชอบอ่านนิยาย เพราะพระเอกในนิยายไม่มีทางหาได้ในชีวิตจริง

ปริตรหยิบหนังสือที่อ่านค้างมาวางบนโซฟาแล้วหยิบกุญแจรถมาถือไว้ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าจนลึกแล้วปล่อยออกมาทีเดียวเพื่อตั้งหลัก

“เอาล่ะ ออกรบได้”

ทันทีที่กมลกลับมาจากมหาลัยแล้วเห็นชั้นหนังสือใบใหม่ที่ร้านเอามาส่งก็แทบจะถามคนสั่งว่าตกลงเขาจะเปิดห้องสมุดในบ้านเลยไหมแล้วพาลคิดไปตามนิสัยที่ไม่ชอบใช้จ่ายสิ้นเปลืองว่าเบาะนั่งขนาดใหญ่ทรงหยดน้ำที่ใช้ผ้าปลอดไรฝุ่นอีกสามสี่อันนี่อีก...สั่งมาทำไมทั้งๆที่มีโซฟาอยู่แล้ว

“พี่ปริตรขนมาขนาดนี้เดี๋ยวก็เต็มบ้านพอดี”

กมลตบเบาะแล้วทิ้งตัวลงนั่งเขาเลิกคิ้วขึ้นเมื่อมันยุบตัวตามรูปร่างเลยปล่อยตัวตามสบาย

“ไม่เต็มหรอกอย่าลืมสิพี่มีห้องว่างอีกตั้งสองห้อง”

ปริตรตอบแล้วยกมือชี้เข้าไปในห้องที่ติดห้องทำงานงานเมื่อได้ยินคำถามจากหน้าประตูว่า...ให้เอาไว้ที่ไหนครับพอกมลหันไปมองก็อ้าปากค้างเมื่อเห็นพนักงานขนอุปกรณ์เข้ามาพร้อมกับที่นอนขนาดห้าฟุต

“ซื้อเตียงด้วย พี่บ้าไปแล้ว คุณป้ามาอยู่แค่สองอาทิตย์พี่ถึงขนาดต้องซื้อเตียงใหม่เลยเหรอ”

อาการตกใจของน้องชายเพราะเข้าใจผิดว่าห้องที่กำลังจัดเป็นห้องของคุณจันทราทำให้ปริตรแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินเพราะขี้เกียจอธิบายว่าทำไมเขาต้องจัดห้องนี้ใหม่แล้วถ้าบอกไปว่าทำให้เพราะปูนแป้งแพ้ฝุ่น เดี๋ยวก็ได้โดนมองแบบจับผิดอีก

“จะไปทำอะไรก็ไปเถอะ ไม่ต้องมาช่วยหรอกพี่ทำไหว”

“แต่มันจะทันเหรอพี่ คืนนี้แป้งจะมาค้างแล้วพรุ่งนี้เช้าพี่ก็ต้องไปรับคุณป้าอีกให้ผมช่วยเถอะ”

กมลยังไม่วายตั้งคำถามและเสนอตัวที่จะช่วยงานเขามองออกไปหน้าระเบียงเห็นบ้านสุนัขถูกยกมาตั้งไว้ก็ทำตาโตพลางหันไปมองหน้าพี่ใหญ่ว่าคิดดีแล้วใช่ไหมที่จะให้พี่หมาของอาแอนนอนนอกบ้าน

“บ้านแตกแน่คราวนี้”

กมลนึกในใจก่อนจะยอมเดินออกมาเพราะดูท่าทางของปริตรแล้วคงไม่ต้องการความช่วยเหลือจากตนจริงๆ แต่พอเดินออกมาได้ไม่ไกลก็นึกออกว่าเขานัดกับมหิศรไว้ว่าจะไปกินข้าวที่ร้านหมูกระทะใกล้บ้านซึ่งงานนี้คงชวนปริตรไปไม่ได้เพราะเขารู้ดีว่าพี่ใหญ่ไม่มีวันเข้าร้านพวกนี้เด็ดขาด

“มันไม่สะอาด”

และด้วยคำนี้ทำให้ทุกคนแอบเรียกปริตรลับหลังว่า...คุณชายอนามัย

เย็นวันนั้นปูนแป้งไม่ได้กลับมานอนบ้านของปริตรเพราะนิอรโทรมาลาป่วยทำให้หญิงสาวต้องรับเฝ้าไข้ต่ออีกคืนทำให้ปริตรมีเวลาจัดการกับห้องนอนและเตรียมที่นอนไปไว้ในห้องทำงานสำหรับตัวเอง

เขาจัดการปูที่นอนจัดห้องให้ปูนแป้งจนเสร็จถึงได้ขึ้นอาบน้ำแล้วลงมานอนอ่านนิยายต่อซึ่งถามว่าสนุกไหมสำหรับผู้ชายอย่างเขามันไม่สนุกหรอกแต่เพราะอยากรู้มากกว่าว่าทำไมผู้หญิงถึงชอบอ่านนัก

วันนี้ปริตรไปเลือกซื้อของในห้างเลยขึ้นไปหาหนังสือเกี่ยวกับสมุนไพรที่จะใช้ในการค้นคว้าพอเดินผ่านส่วนที่เป็นหนังสือนิยายเห็นมีคนยืนอ่านตั้งแต่เด็กมัธยม มหาลัยวัยทำงานไปจนถึงรุ่นแม่ของเขาก็มี

แถมวันนี้เขาดันซื้อนิยายที่พนักงานบอกว่าเพิ่งออกสดๆร้อนๆมีเขียนกำกับไว้ด้วยว่าวรรณกรรมสำหรับผู้ใหญ่แต่ว่า...เขาจะให้ปูนแป้งด้วยวิธีไหนที่จะไม่ให้เธออาย

เช้าวันรุ่งขึ้นปริตรต้องไปรับคุณจันทราที่บ้านเขามองกระเป๋าสองใบกับตุ๊กตาเก่าๆสองตัวด้วยความสงสัย แต่ไม่ได้พูดอะไรนอกจากยกขึ้นรถตามหน้าที่

พอขนเสร็จคุณจันทราก็ส่งกุญแจให้บอกว่าช่วยจัดการล๊อกบ้านให้ด้วยก่อนจะเดินนำพี่หมาออกไปยืนข้างๆรถ พอชายหนุ่มเดินตามออกมาคุณจันทราก็ก้าวขึ้นนั่งด้านหลัง

ส่วนพี่บอมกับบันบันต่างก็พากันยืนรอหน้าประตูรถด้านหน้าแล้วใช้สายตาประหนึ่งจะบอกว่าอุ้มพี่ขึ้นรถด้วยน้อง ทำให้ปริตรต้องทำหน้าที่อุ้มพี่หน้าขึ้นไปนั่งด้านหน้าข้างๆคนขับซึ่งพอก้มลงอุ้มพี่บอมขึ้นเท่านั้นเขาก็สงสัยว่าตกลงนี่หมาหรือกระสอบข้าวสารกันแน่

ระหว่างการเดินทางปริตรคอยมองพี่หมาเพราะกลัวว่าจะฉี่หรืออึออกมาให้เลอะรถแต่สิ่งที่เขาเห็นคือพี่หมาสองตัวนั่งหน้าเชิดแล้วเอาขาเคาะช่องแอร์ด้านหน้าเบาๆ อยู่หลายครั้งจนในที่สุดคนที่นั่งเงียบอยู่ด้านหลังเป็นฝ่ายทนไม่ได้

“ช่วยปรับแอร์หน่อย มันเป่าตาพี่เขาเดี๋ยวพี่ตาเจ็บ”

ปริตรเงยหน้าขึ้นมองคนพูดผ่านกระจกมองหลังก่อนจะเลี้ยวรถเข้าจอดข้างทางเขาเอื้อมมือไปปรับไม่ให้ลมแอร์ออกมาโดนพี่หมาบรรดาศักดิ์ซึ่งพอปรับเสร็จจะขยับถอยกลับมา พี่บอมก็เอาขาหน้าตบลงบนมือเขาเบาๆ

“พี่เขาบอก ขอบใจมาก”

เป็นอีกหนึ่งคำอธิบายจากด้านหลังซึ่งพอชายหนุ่มมองหน้าพี่หมาก็เห็นว่าทั้งสองตัวกำลังมองหน้าเขาและ...ปริตรอยากจะคิดว่าตัวเองตาฝาดที่เห็นหมายิ้ม แต่มันเป็นอย่างที่เขาเห็นจริงๆ

“ไม่เป็นไรครับ”

ชายหนุ่มบอกเบาๆ แล้วออกเดินทางต่อหลังจากนั้นไม่นานคุณจันทราก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากออกมาอีกครั้ง

“แถวบ้านเรามีร้านขายตับไก่ย่าง”

“ไม่แน่ใจนะครับ”

ปริตรตอบเขาอยากจะบอกเหลือเกินว่านอกจากร้านสะดวกซื้อกับร้านอาหารแบบเป็นห้องๆที่ดูสะอาดแล้วตนเองแทบจะไม่เคยกินของข้างทางเลย แล้วจะไปรู้ได้ยังไงว่าแถวบ้านมีร้านที่ถามหรือไม่

“งั้นถ้าเจอลงไปซื้อให้หน่อยนะเอาสุกๆล่ะเดี๋ยวพี่เขาท้องเสีย”

คนขับรถจำเป็นถึงกับอึ้ง เขาหันมามองพี่หมาสองตัวช่วงที่รถติดไฟแดงพลางนึกสงสัยว่าตกลงบ้านนี้เลี้ยงหมาในฐานะอะไรกันแน่

“ได้ครับ”

ชายหนุ่มรับคำสั้นๆแต่นั่นกลับทำให้คนในซอยได้มีโอกาสเห็นหน้าหลานชายคนโตของตระกูลอัครมนตรีที่ร้อยวันพันปีไม่เคยออกมาให้ใครเห็นหน้า

ร่างสูงที่ยืนอยู่หน้าร้านขายไก่ย่างส้มตำดูแตกต่างจากคนอื่นๆและนั่นทำให้เขาเป็นเป้าสายตาจากทุกคน จนคนที่นั่งรออยู่ในรถถึงกับยิ้มออกมา

“พี่บอมกับบันบันต้องช่วยแม่นะลูก”

คุณจันทราหันไปทางพี่หมาที่ตอนนี้ย้ายมานั่งด้วยแล้วมองไปอีกฝากถนนพี่บอมมองปริตรแล้วหันมาเห่าเบาๆเหมือนเป็นคำตอบก่อนจะหันกลับไปมองร่างสูงที่พยายามเดินหลบควันจากเตาย่างไก่เพราะไม่ว่าเขาจะเดินไปอยู่ตรงไหน มันก็ลอยตามไปราวกับแกล้ง






Create Date : 27 กันยายน 2557
Last Update : 27 กันยายน 2557 17:34:15 น. 5 comments
Counter : 800 Pageviews.

 
พี่ปริตรเราเจอศึกหลายด้านแล้ววว


โดย: sai IP: 1.46.81.210 วันที่: 28 กันยายน 2557 เวลา:9:39:06 น.  

 
ได้อ่านแล้วมีความสุขจัง
ยิ้มอย่างเดียวเลยค่ะ
ขอบคุณค่ะ


โดย: Vergo IP: 202.122.130.32 วันที่: 29 กันยายน 2557 เวลา:14:35:09 น.  

 
งานหนังสือตุลานี้ทันมั้ยคะ


โดย: tuk_ora วันที่: 30 กันยายน 2557 เวลา:14:34:17 น.  

 
ปริตรแวรับตะกร้า,เราไปหองคนไข้,เมื่อโดยปูนแป้งหยิก,เป็นเรา ราก็ว่า,ห้องพิเศษที่นออรรับเฝ้าไข้,หนังสือที่อยู่ในถูกบนที่นั่ง,สักวันคงอดครั้งคำถาม,กลายเป็นส่า,ห้องทำงานงาน,ทำหน้าที่อุ้มพี่หน้าขึ้นไป


โดย: Twansongfa IP: 124.120.91.33 วันที่: 30 กันยายน 2557 เวลา:20:29:28 น.  

 
มานอนรอแล้วค่ะ มาส่งพี่ปริตรเร็วนะคะ


โดย: Vergo IP: 58.8.20.45 วันที่: 6 ตุลาคม 2557 เวลา:20:57:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

finalfantasy_iv
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี
กระต่ายตัวกวน
เจ้าตัวหัวเขียว
X
X



Friends' blogs
[Add finalfantasy_iv's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.