Group Blog
 
 
กันยายน 2557
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
19 กันยายน 2557
 
All Blogs
 
หัวใจ...แอบรัก ตอนที่ ๒

ตอนที่๒

ช่วงเวลาก่อนการส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวดูเหมือนบรรดาหนุ่มๆจะคึกคักกันเป็นพิเศษโดยเฉพาะกมลกับมหิศรที่แอบกระซิบกระซาบแล้วพากันหายไปแต่ไม่มีใครสงสัยว่าทำไมถึงได้กลับมาก่อนส่งตัวเมฆาไม่กี่นาที

ปริตรมองน้องๆแล้วส่ายหน้าแม้จะรู้สึกว่าอยากอยู่คนเดียวเต็มแก่แต่ยังเดินตามไปผู้ใหญ่ส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวตามหน้าที่ที่เขาจะต้องเป็นคนนำพานใส่ดอกไม้ไปที่ห้องหอเพราะเป็นพี่ใหญ่สุดของบ้าน

ชายหนุ่มยิ้มให้กับเมฆาชั่วจังหวะที่กำลังจะเดินออกจากห้องหอแต่ก็เพียงเป็นการกระตุกมุมปากขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เขาส่งพานในมือให้กับแม่บ้านที่เดินตามหลังคุณย่าน้อมก่อนจะเดินแยกออกมานั่งคนเดียวตรงมุมมืดเพราะเห็นว่าหมดหน้าที่ของตัวเองแล้ว

เสียงพูดคุยยังดังมาจากลานหญ้าที่อยู่ห่างออกไปสายตาคมจับจ้องหญิงสาวร่างเล็กที่แหงนหน้าขึ้นมองคนข้างๆแล้วหัวเราะเมื่อถูกเย้าแหย่จากหนุ่มๆที่ยืนล้อมอยู่

ปริตรสูดลมหายใจเข้าแล้วปล่อยออกมารวดเดียวเพื่อบรรเทาอาการอึดอัดในอกไม่เคยเลยที่ปูนแป้งจะหัวเราะแบบนั้นให้เขาเห็นส่วนใหญ่ถ้าไม่ทำหน้าเหมือนกินยาขมเวลาที่เห็นหน้าเขาอย่างมากก็ยิ้มแหยๆเหมือนถูกบังคับ

ผิดกับเวลาที่อยู่ใกล้ปราชญ์หญิงสาวจะหัวเราะเสียงใส หน้าตาสดชื่นจน...จน... ปริตรถอนหายใจเขานึกถึงวันที่ยายขี้แยนั่งมองเข็มฉีดยาอยู่ตรงสระบัว

แม่นักเรียนพยาบาลตัวจ้อยกำลังจับจ้องเข็มสลับกับแขนตัวเองช่างดูน่าขันแต่ชายหนุ่มรู้ดีว่าเจ้าตัวคงกำลังตัดสินใจระหว่างจะหัดเจาะเลือดให้ได้ หรือยอมแพ้ดีเพราะเขานี่ล่ะที่รู้ดีว่าปูนแป้งกลัวเข็มมากแค่ไหน

ปริตรก้มลงมองแขนตัวเองนึกถึงตอนที่เขาเดินเข้าไปนั่งข้างๆแล้วยื่นแขนออกไปให้หญิงสาวแทนที่เธอจะเข้าใจดันถามมาได้ว่า...พี่ปริตรทำอะไรคะ

มุมปากได้รูปยกสูงเมื่อนึกถึงสีหน้าของปูนแป้งในวันนั้นนัยน์ตากลมโตเหมือนตุ๊กตาเบิกกว้างตอนที่เขาบอก

“ขืนให้เอาเข็มทิ่มตัวเองเดี๋ยวได้เป็นเรื่องเอาแขนพี่นี่ล่ะ ง่ายดี”

“แต่ว่า...”

“จะทำอะไรก็ทำเร็วๆด้วย”

ชายหนุ่มพูดใส่ด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดจนเข็มในมือหญิงสาวหล่นลงพื้นแถมแม่ตัวดีดันเก็บขึ้นมาแล้วทำท่าจะใช้เข็มอันนั้นล่ะเจาะเลือดเขา

“จะบ้าเหรอตกพื้นแล้วทำไมไม่ทิ้ง เปลี่ยนอันใหม่เดี๋ยวนี้”

ปริตรจำได้ว่าดุหญิงสาวไปแล้วหลังจากนั้นเขาก็นั่งแม่นักเรียนพยาบาลหัดเจาะเลือดจนอีกวันปวดแขนจนยกไม่ขึ้นต้องกินยาแก้อักเสบกับยาแก้ปวดอยู่หลายวัน

เสียงหัวเราะของกมลทำให้ปริตรหยุดคิดถึงอดีตเขามองเจ้าตัวเล็กวิ่งออกมาจากบ้านของเมฆาเข้าไปคลอเคลียเจ้านายของตัวเองก่อนที่กมลจะเดินตามไปสบทบกับปูนแป้ง ปราชญ์ ปกรณ์และพี่น้องคนอื่นๆ

เขารู้ทันทีว่ากมลคงเล่นอะไรแผลงๆอีกเพราะฟังจากท่าทางการเล่าและเสียงหัวเราะที่ตามมานั้นคงจะไม่พ้นเรื่องแกล้งเจ้าบ่าวร้อยเปอร์เซ็นต์

“คุณปริตรเห็นพีบอมมั้ยคะ”

ชายหนุ่มหันมามองอาสะใภ้แล้วส่ายหน้า

“ไม่เห็นครับอาแอนลองไปถามเจ้าพวกนั้นดูสิครับ เจ้ามลน่าจะรู้ดี”

จีรายุหันไปมองคนที่ชายหนุ่มพูดถึงแต่ยังไม่ทันจะก้าวขาคุณจันทราก็เดินตามมาสบทบพอดี

“เจอมั้ยแอน”

“ยังคะ...อ้าวนั่นไงคะแม่วิ่งไปหาคุณพงศ์แล้ว”

หญิงสาวรีบบอกเมื่อเห็นพี่หมาทั้งสองวิ่งไปหาสามีของเธอที่กำลังนั่งคุยกับพี่ชายอีกคนอยู่ไม่ไกลจากกลุ่มหนุ่มๆ

“คุณปริตรไม่ไปร่วมกลุ่มกับน้องๆหรือคะ”

“ไม่ล่ะครับอยากนั่งเล่นตรงนี้อีกสักพัก”

ปริตรปฏิเสธเขาคิดว่ากระตัดบทจะทำให้คุณจันทรากับอาสะใภ้จากไป แต่จีรายุรู้สึกเหมือนว่าคนตรงหน้ากำลังมีเรื่องในใจ

“แล้วไม่ทานอะไรสักหน่อยหรือคะวันนี้ยังไม่เห็นคุณปริตรทานอะไรเลย”

ปริตรอึ้งไปเพราะไม่คิดว่าจะมีคนสนใจว่าเขาจะทำอะไรอย่างไร คุณจันทรามองลูกสาวกับหลานชายของลูกเขย นางยกมือขึ้นแตะต้นแขนเรียวแล้วแกล้งพูดเสียงดังพอให้คนที่นั่งอยู่สะดุ้งได้

“ไม่เป็นไรหรอกแอนพ่อหนุ่มนี่เขาอิ่มแล้ว”

จีรายุมองหน้าคุณจันทราหัวคิ้วขมวดด้วยความสงสัยว่าแม่เธอไปเห็นปริตรกินอะไรตอนไหน

“อิ่มอะไรแม่แอนยังไม่เห็นเขากินอะไรเลย”

“กินแห้วไงเล่นกินคนเดียวหมดไม่เผื่อแผ่ใคร เลยมานั่งจุกอยู่ตรงนี้”

พอคุณจันทราพูดจนปฏิกิริยาของจีรายุกับปริตรแสดงออกมาให้เห็นคนละแบบลูกสาวมองแม่เหมือนอยากามว่านี่ตกลงว่ากำลังจิกกัดหลานชายสามีด้วยเหตุผลบางอย่างที่เธอยังไม่รู้ใช่ไหม

ส่วนปริตรเขาแทบจะหงายท้องตกเก้าอี้กับหมัดสั่งที่คุณจันทราปล่อยมาเต็มหน้าชายหนุ่มมองหน้าผู้สูงวัยกว่าแต่ได้เห็นรอยยิ้มแปลกๆเลยหันมากล่าวขอบคุณในความเป็นห่วงของอาสะใภ้แล้วทำท่าจะลุกขึ้น

“ไม่ต้องลุกไปไหนหรอก นั่งเก็บเปลือกแห้วต่อไปเถอะไปแอนไปหาอะไรสนุกทำดีกว่า”

ประโยคหลังคุณจันทราหันมาบอกลูกสาวก่อนจะลากแขนหญิงสาวให้เดินตามไปในขณะที่ชายหนุ่มแอบถอนหายใจเบาๆเพราะกลัวว่าคนที่เพิ่งเดินไปจะได้ยิน

แต่เหมือนเคราะห์กรรมคงยังทับถมกันไม่พอเพราะพอนั่งเงียบๆอยู่ได้เพียงครู่เดียว เจ้าหมาขนฟูสองตัวก็มานั่งอยู่ตรงหน้าปริตรมองตากลมๆสองคู่ก่อนจะเลยไปข้างหลังเพราะกลัวว่าคุณจันทราจะย้อนกลับมาอีกรอบ

พี่หมาทั้งสองกระโดดขึ้นมานั่งขนาบข้างแล้วยกขาหน้าขึ้นวางบนขาของปริตรดร.หนุ่มก้มลงมองมือที่ปกคลุมด้วยขนขาวๆตัดกับกางเกงสีดำของตัวเองค่อยๆมองเลื่อนขึ้นมาแล้วสบตาที่กำลังเอียงคอจ้องหน้าเขาเหมือนสงสัย

“มีอะไรอีกล่ะ”

ปริตรถามแล้วอดนึกขำตัวเองไม่ได้ที่มานั่งพูดกับหมาเหมือนมันจะรู้เรื่อง เขาทำเป็นไม่สนใจแต่บอมกับบันบันกลับเอาหัววางไว้บนตักแล้วส่งเสียงเบาๆเหมือนกำลังอ้อน คิ้วเข้มเลิกขึ้นแล้วมือหนาก็ทาบลงไปบนหัวเจ้าขนฟูทั้งสองตัว

เพราะไม่ค่อยได้เข้าใกล้สัตว์ทุกชนิดพอมือสัมผัสความนุ่มของขนขาวๆก็อดลูบเบาๆไม่ได้ชั่วขณะหนึ่งเขาคิดได้ว่าถึงแม้จะมีพี่น้องที่เติบโตด้วยกันมาหลายคนแต่เพราะถูกเลี้ยงมาในกลุ่มผู้ชายล้วนแล้วเขาก็เป็นพี่ใหญ่ที่ต้องดูแลน้องๆเลยต้องวางตัวให้น้องๆเกรงใจจนติดเป็นนิสัย

ตอนที่เรียนจบปริญญาตรีเขาเองก็ลังเลที่จะเรียนต่อต่างประเทศ พอปู่ย่าถามถึงเหตุผลที่เขาบอกไม่ได้ว่าเป็นเพราะอะไรเลยต้องจำใจยอมไปเรียนสุดท้ายก็เลยเรียนต่อเนื่องจนจบได้เป็นดอกเตอร์ปริตรสมใจทุกคน

แต่ความลับอย่างหนึ่งที่ไม่เคยบอกใครคือเรื่องงานวิจัยจากหลายองค์กรที่เขาบอกปัดไปเพียงเพราะคิดถึงใครคนหนึ่งจนเลือกที่จะมาปลูกบ้านหลังเล็กๆในพื้นที่ที่ปู่แบ่งให้แล้วเขียนบทความเกี่ยวกับอาหารและยาส่งให้นิตยสารทางการแพทย์ของต่างประเทศซึ่งสร้างรายได้ให้กับเขาไม่น้อย

เพียงแต่ไม่มีใครรู้นอกจากเห็นว่าพี่ใหญ่เอาแต่เก็บตัวในห้องเพื่อค้นคว้าอะไรบ้างอย่างเท่านั้น แต่จะว่าไปถึงเขาจะไม่ทำอะไรลำพังเงินปันผลที่ได้จากหุ้นของโรงแรมแม้จะไม่มากมายแต่ก็พอให้อยู่ได้ถ้าหากไม่ฟุ่มเฟือยจนเกินไป

ปริตรโชคดีตรงงานโรงแรมของครอบครัวได้ปราชญ์เป็นคนดูแลดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะรับช่วงบริษัทยาของพ่อต่อได้อย่างสบายใจ

“พี่ปริตรมาอยู่นี่เองตามหาแทบแย่”

เสียงหวานๆที่ดังอยู่ตรงหน้าทำให้เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนของปูนแป้งคิ้วเข้มขยับเข้าหากันแสดงออกว่าไม่ค่อยชอบใจนักที่เวลาอันแสนสงบสุขถูกรบกวนอีกแล้ว

นิอรเพื่อนที่เขามองอย่างไรก็ไม่น่าคบกับปูนแป้งได้เพราะนิสัยคนละขั้วยายขี้แยของเขาดูอ่อนหวาน เพื่อนคนอื่นๆในกลุ่มก็ดูเรียบร้อยจะมีก็แต่ผู้หญิงคนนี้ที่เขาเห็นว่าเปรี้ยวและเปรียวจนไม่น่าเชื่อว่าจะคบกันได้

หญิงสาวเคยมาทำรายงานที่บ้านของปูนแป้งตอนนั้นเขาได้พักในช่วงที่กำลังยื่นเรื่องเรียนต่อปริญญาเอกเลยแอบกลับมาเพราะอยากเห็นหน้าคนข้างบ้านยอมแม้กระทั่งประหยัดค่าใช้จ่ายและหางานพิเศษทำเพื่อเป็นค่าตั๋วแต่ที่ไหนได้แทนที่ยายขี้แยจะดีใจกลับทำตัวเป็นแม่สื่อแม่ชักให้เขากับเพื่อนตามที่ถูกขอร้อง

ปริตรไม่ใช่พระเอกนิยายที่จะทำเป็นประชดด้วยการยอมคบกับเพื่อนปูนแป้งหากเขาตอบปฏิเสธแล้วบอกให้นิอรตั้งใจเรียนให้จบ แต่หญิงสาวกลับดื้อผิดคาดเพราะนอกจากจะไม่ยอมเลิกเอาตัวเข้ามาวุ่นวายแล้วยังไปขอที่อยู่ของเขาจากปูนแป้งแล้วเขียนจดหมายส่งไปตลอด

และเขาก็เลือกที่จะไม่อ่านแล้วเอาจดหมายทุกฉบับใส่ห่อส่งคืนให้ทั้งๆที่ยังไม่เปิดยอมเยเงินส่งคืนแต่มันกลับไม่ได้ช่วยให้เธอถอดใจ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ปริตรมั่นใจคือนิอรไม่ได้รักเขาแต่เป็นเพราะอยากเอาชนะที่เขาไม่สนใจเธอ

“ขออรนั่งด้วยได้มั้ยคะ”

นิอรพูดเสียงหวานเธอยืนรอนึกว่าปริตรจะจับหมาสองตัวที่นั่งขนาบข้างหลบแต่ชายหนุ่มกลับผายมือไปที่เก้าอี้อีกตัวหญิงสาวจ้องเจ้าหมาหน้าขนด้วยแววตาที่บอกว่า...ลุกไปเดี๋ยวนี้

แต่พวกพี่หมากลับทำเป็นเหลือกตาขึ้นมองถอนหายใจ แล้วหลับตา แสดงออกมาให้รู้ว่า ก็ฉันไม่ลุกใครจะทำไม

เป็นครั้งแรกที่ปริตรนึกชอบพี่หมาขึ้นมาแต่เขาก็ไม่คิดว่านิอรจะตื้อได้ถึงขนาดเดินเข้ามาทำท่าจะจับพี่หมาออกจากตักเขาเพียงแค่หญิงสาวเลือกผิดตัวเท่านั้นเอง

เพราะถ้าคนที่คุ้นเคยจะรู้ว่าพี่บันบันไม่ค่อยมีอะไรมากแต่พี่บอมนั้นทั้งเจ้าเล่ห์ ทั้งถือตัว ถ้าไม่ชอบอย่ามาแตะไม่งั้นมีเรื่อง ดังนั้นเมื่อนิอรคิดจะรบกวนความสงบพี่บอมจึงขยับขึ้นนั่งแยกเขี้ยวส่งเสียงขู่ ตามด้วยเสียงเห่าที่ฟังไม่ค่อยน่ากลัวนัก

แต่...เสียงเห่าของพี่บอมไม่ใช่การขู่เพราะมีสิ่งหนึ่งพุ่งมาตามเสียงเรียกของพี่หมาหัวโจก และเจ้านี่ล่ะที่ทำให้นิอรถึงกับล้มลงไปนั่งกองกับพื้นชนิดหมดท่า

เสียงร้องวี้ดดังขึ้นแต่พอปริตรจะลุกขึ้นเพื่อช่วยตามนิสัยความเป็นสุภาพบุรุษพี่บอมกลับขยับขึ้นมาบนตักแล้วทิ้งตัวลงนอนทับไว้ไม่ให้เขาได้ทำอย่างที่ตั้งใจ

“เจ้าตัวเล็ก”

เพราะเสียงของนิอรทำให้หนุ่มๆในบ้านวิ่งมาปูนแป้งอุทานเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวเล็กกำลังนอนเอาคางเกยอยู่บนตักของเพื่อนสาวพอเธอเรียกแทนที่มันจะลุกขึ้นกลับทำเป็นเหลือกตาไปมองพี่บอมแล้วอ้าปากหาวก่อนจะวางหัวไว้ที่เดิม

กมลกับมหิศรหันไปมองพี่ชายคนโตแล้วหันมาสบตากันเพราะรู้ฤทธิ์เดชของพี่ๆมากปากเมฆามามากพอที่จะรู้ว่านิอรคงไปทำอะไรให้ไม่พอใจเลยถูกเอาคืน

ส่วนปกรณ์นั้นพอจะรบกับเจ้าตัวเล็กไหวจึงเดินไปตบหัวมันเบาๆก่อนจะสั่งให้ลุกขึ้นแล้วปล่อยให้ปราชญ์ทำหน้าที่สุภาพบุรุษส่งมือให้นิอรจับเพื่อดึงตัวเองลุกขึ้น

งทีเพื่อนๆของปูนแป้งเข้ามาล้อมรอบนิอรแล้วถามว่าเป็นยังไงบ้างในขณะเดียวกันปูนแป้งกับมองคนที่นั่งทำหน้าเฉยเหมือนต่อว่าว่าเขาไม่มีน้ำใจที่จะช่วยเพื่อนของเธอหากสายตาที่มองสวนมานั้นกลับทำให้หญิงสาวด้องเดินไปยืนหลบข้างๆปราชญ์แล้วหันหน้าหนีไปอีกทาง

“เป็นอะไรคะน้องแป้ง”

ปราชญ์ก้มลงมองคนที่เข้ามาเกาะแขนแล้วถามเสียงนุ่มเขายกมือขึ้นวางบนศีรษะทุยโยกไปมาด้วยความเอ็นดูเพราะคิดว่าหญิงสาวคงเสียใจที่หมาตัวเองทำให้เพื่อนเจ็บ

“เปล่าค่ะ”

ปูนแป้งรีบปฏิเสธเธอแอบมองปริตรเห็นว่าเขาหันหน้าไปทางอื่นก็ลอบถอนใจ โดยไม่รู้เลยว่าการที่ชายหนุ่มหันหน้าไปทางอื่นเพราะไม่อยากมองภาพบาดตาบาดใจต่างหาก

หลังจากที่ทุกคนพากันเดินหายไปจากตรงนั้นปริตรก็เริ่มพูดดีๆกับพี่หมาทั้งสองตัวเป็นครั้งแรกอาจเป็นเพราะเขาพอจะรู้แล้วว่าอีกฝ่ายเข้าใจทุกคำพูด เข้าใจทุกความหมายเพียงแต่จะทำตามหรือไม่เท่านั้น

“ขออยู่คนเดียวเงียบๆนะ”

พี่บอมลืมตาขึ้นมองแล้วอ้าปากหาวแลบลิ้นออกมายาวเหยียดพลางขยับลงมายืนบนเก้าอี้แล้วทำท่าบิดขี้เกียจเหมือนเพิ่งตื่นทั้งๆที่เขารู้ดีว่าทั้งสองตัวไม่ได้นอนหลับเหมือนที่เห็นเลย

ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนบิดตัวด้วยความเมื่อยก่อนจะเดินเลี่ยงไปตามทางเดินเล็กๆมุ่งหน้าไปที่บ้านของตัวเอง เขาเหนื่อยเกินกว่าจะไปบอกลาญาติๆตามมารยาทเขาเจ็บปวดเกินกว่าจะกลับไปเห็นภาพน้องชายกับคนที่เขาแอบรักและเขา...อยากมีเวลาตัดสินใจเกี่ยวกับจดหมายที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อ

ขายาวๆเดินทอดน่องไปตามทางเดินจนในที่สุดบ้านหลังน้อยของเขาก็อยู่ตรงหน้า แต่ปริตรเพิ่งนึกออกว่าตัวเองถอดเสื้อนอกทิ้งไว้ตรงเก้าอี้หินที่นั่งอยู่เมื่อครู่ซึ่งมันคงจะไม่มีอะไรสำคัญถ้า...จดหมายฉบับนั้นจะไม่อยู่ในกระเป๋าเสื้อจึงต้องเดินย้อนกลับไปแต่ต้องใช้เวลาพอสมควรเพราะบ้านของเขาห่างจากบ้านใหญ่มากกว่าคนอื่น

ร่างสูงที่กำลังเดินจ้ำเท้าไปตามทางเดินด้วยอาการรีบร้อนไม่ได้สนใจมองรอบข้างจนกระทั่งใกล้จะถึงมุมที่นั่งอยู่ก่อนหน้านี้

“ปริตร”

อยู่ๆพงศธรก็ก้าวออกมาขวางไว้นัยน์ตาที่ซ่อนอยู่ในเงามืดทำให้ปริตรไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดอาพงศ์ถึงได้มาดักหน้าตนอย่างนี้

“มีอะไรหรือครับอา”

พงศธรยิ้มแต่มันรอยยิ้มที่ปริตรไม่ค่อยชอบใจนัก เพราะรู้ดีว่าอาของเขาจะต้องมีอะไรแน่ๆ

“ช่วงนี้ว่างหรือเปล่า”

“ว่างครับ”

หลานชายคนโตของตระกูลตอบสั้นๆตามนิสัยซึ่งพงศธรเองแม้จะมีศักดิ์เป็นอาแต่อายุก็ใช่ว่าจะห่างจากหลานชายมากนักจึงรู้นิสัยกันดีว่าปริตรเป็นคนพูดน้อยแต่ใช้ง่ายและมีความรับผิดชอบสูงกว่าทุกคน

“พรุ่งนี้มาหาอาที่โรงแรมหน่อยนะมีงานจะให้ช่วย”

อาหนุ่มยกมือขึ้นจับบ่ากว้างเขายิ้มรับเมื่อชายหนุ่มตอบกลับสั้นๆว่า...ครับ ก่อนทีจะหันหลังเดินกลับไปทางเก่าส่วนคนที่ยืนมองตามหลังก็รีบเดินไปหาเสื้อสูทที่ลืมวางไว้ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่ามันยังวางอยูที่เดิม

ปริตรรีบควานหาจดหมายในกระเป๋าแต่กลับพบแต่ความว่างเปล่า จึงรีบก้มลงหาว่าอาจจะตกอยู่ตรงไหน แต่หาจนเหงื่อชุ่มไปทั้งหน้าก็ยังหาไม่เจอ

ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นพลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อนึกในใจว่าขออย่าให้ใครพบจดหมายฉบับนั้นเลย เพราะมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาทันที

จนกระทั่ง...

“พี่ปริตรหานี่อยู่ใช่มั้ยคะ”

หญิงสาวในชุดราตรีสั้นคุ้นตาย่อตัวลงนั่งยองๆแล้วยื่นกระดาษสีขาวมาตรงหน้าปริตรรีบรับมันมาใส่กระเป๋าเสื้อแล้วมองหน้าหวานเหมือนจะถามว่าเธอได้เปิดอ่านช้างในหรือไม่

“ขอโทษนะคะแป้งจำเป็นต้องเปิดดู แต่...แป้งไม่ได้อ่านนะคะ พอเห็นชื่อพี่ปริตรแป้งก็ปิดเลย”

ปูนแป้งรีบบอกแล้วทำท่าจะลุกขึ้นแต่ปริตรไวกว่า เขาลุกพรวดพราดขึ้นแล้วก้าวมาขวางหน้าหญิงสาวเอาไว ก่อนจะจับข้อมือบางดึงให้เดินตามไปอีกด้านของทางเดิน

“พี่ปริตรคะคุณแม่รอแป้งอยู่”

เสียงหวานๆเริ่มสั่นนึกกลัวว่าจะถูกดุที่ไปเปิดจดหมายของชายหนุ่มอ่านนัยน์ตากลมโตมีน้ำใสๆเอ่อขึ้นมาคลอ แต่ไม่ได้ดิ้นรนให้หลุดจากการเกาะกุมกลับยังเดินตามต้อยๆ

กิริยาของหญิงสาวทำให้ปริตรรอดนึกไปถึงตอนเด็กๆที่เขาดุที่เธอมานั่งดูหนุ่มๆในบ้านเล่นน้ำตรงแพแล้วลากเด็กสาวไปส่งบ้านคนลากที่ทำหน้าดุกับเด็กสาวที่เอาแต่ยกมือเช็ดน้ำตาแต่ขากลับก้าวตามต้อยๆอย่างว่าง่าย

“เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

ปริตรหยุดเดินเขาหันมาบอกปูนแป้งแล้วหยิบโทรศัพท์มากดหาปราชญ์ให้บอกคุณวิภาว่าตอนนี้ปูนแป้งมาเอาหนังสือเกี่ยวกับการแพทย์ที่บ้านเขาอีกสักพักเขาจะพาหญิงสาวไปส่งที่บ้านเอง

การวางตัวของปริตรทำให้ไม่มีใครสงสัยอะไรเพราะตลอดเวลาทุกคนรู้ว่าชายหนุ่มเอาใจใส่ปูนแป้งและดูแลหญิงสาวเหมือนน้องสาวคนหนึ่งเพียงแต่เขาเป็นคนที่ออกจากเข้มงวดและไม่ค่อยพูดเท่านั้นเอง

และบ่อยครั้งที่เขามักจะเรียกให้ปูนแป้งมาเอาหนังสือเวลาที่หญิงสาวต้องทำรายงานหรือช่วงใกล้สอบที่ต้องหาหนังสืออ่านเสริมดังนั้นคำพูดของปริตรจึงมักไม่มีใครตีเจตนาไปในทางที่ไม่ดี

“พี่ปริตรคะ”

เสียงอุทานดังขึ้นด้วยความตกใจเมื่อถูกพามาที่บ้านของชายหนุ่มจริงๆและทันทีที่เข้ามาด้านในร่างบางก็ถูกกดให้นั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ก่อนที่เขาจะลากเบาะกลมมานั่งตรงหน้าเธอ

“แป้งได้อ่านหรือเปล่า”

ปริตรถามย้ำเหตุผลหนึ่งที่แน่ใจว่าจดหมายน่าจะถูกอ่านเพราะปูนแป้งเป็นคนที่พูดปดไม่เป็นเวลาที่จะพูดเลยมีอาการแปลกๆแสดงออกมาให้จับได้เสียทุกครั้งเหมือนตอนที่หญิงสาวบอกว่าไม่เห็นว่าเมฆากำลังทำอะไรกับเจ้าสาว แต่เขารู้ดีเลยว่าเธอต้องเห็นเพียงแต่จะมากน้อยแค่ไหนเท่านั้น

“แป้งมะ...”

“โกหก”

ปริตรพูดขึ้นทั้งๆที่คำปฏิเสธยังหลุดออกจากปากหญิงสาวไม่กี่คำแต่ก็ทำให้ร่างเล็กๆสะดุ้งแล้วน้ำตาก็หยดลงมาบนร่องแก้มทันที

“ทำไมพี่ปริตรต้องโกรธแป้งด้วย ก็แค่พี่จะไปทำงานทำไมต้องให้เป็นความลับ”

หญิงสาวหลุดเสียงสะอื้นออกมาสองมือที่กำลังวางอยู่บนตักบีบกันแน่นแล้วนัยน์ตาตัดพ้อก็ทำให้ปริตรถึงกับพูดไม่ออก

“พี่ปริตรโกหก ไหนบอกแป้งว่าจะไม่ไปไหนอีก”

ริมฝีปากอิ่มสั่นระริกเมื่อนึกถึงวันที่ไปส่งพี่ปริตรเรียนเมืองนอกน้องแป้งร้องไห้โฮจนคนที่กำลังจะเดินจากไปแทบเปลี่ยนใจ

“อย่าร้องไห้”

ปริตรจำได้ว่าเขาดุน้องแป้งทั้งๆที่สงสารเหลือเกิน

“พี่ปริตรไม่ไปไม่ได้เหรอคะ”

คำถามเจือสะอื้นนั้นยังคงอยู่ในความทรงจำและเขาจำได้ดีว่าตัวเองยื่นนิ้วก้อยไปเกี่ยวกับเธอก่อนจะย้ำว่า...เรียนจบมาเมื่อไหร่พี่ปริตรจะไม่ไปไหนพี่ปริตรจะอยู่กับน้องแป้งตลอดไป

“พี่แค่ไปทำงาน”

ปริตรบอก เขาสบตาหญิงสาวแล้วถอนหายใจออกมาเสียงดัง

“เวลาพี่อยู่แป้งก็คอยหลบหน้า พอพี่จะไปแทนที่จะดีใจกลับร้องไห้จะเอายังไงกันแน่”

คำถามของชายหนุ่มถ้าคนอื่นมาได้ยินคงพากันตกใจเพราะน้อยครั้งที่เขาจะพูดอะไรยาวๆออกมาสักที แต่สำหรับปูนแป้งนั้นถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาเพียงแต่หญิงสาวไม่เคยสังเกตเท่านั้นเอง

“ก็...”

ปูนแป้งตอบไม่ถูกเพราะเธอเองก็ไม่รู้เหตุผลที่รู้สึกเช่นนั้นริมฝีปากอิ่มเผยอค้างเพราะกำลังหาคำพูดที่จะอธิบายออกมาแต่เหมือนในหัวมันวุ่นวายเสียจนคิดอะไรมิออกเอาเสียเลย

และในตอนนั้นเองที่เธอถูกดึงเข้าไปกอด กลิ่นโคโลญ์อ่อนๆที่คุ้นเคยนัยน์ตาหวานหลุบลงเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวกดลงบนเปลือกตาเพื่อซับน้ำตาให้ โลกของเธอหยุดหมุนในฉับพลันเหลือเพียงไออุ่นที่โอบล้อมรอบกายกับคำพูดที่แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ต้องการจะพูดถึงเรื่องนี้อีก

“กลับบ้าน พี่จะไปส่ง”




Create Date : 19 กันยายน 2557
Last Update : 19 กันยายน 2557 17:59:19 น. 3 comments
Counter : 525 Pageviews.

 
นู๋แป้งรู็ใจตัวเองรึยัง คุณพี่หมาทั้ง2เนียสุดยอดจริงๆๆเลย


โดย: sakeena IP: 171.96.77.19 วันที่: 19 กันยายน 2557 เวลา:20:08:52 น.  

 
พี่บอม กับพี่บับบัน น่ารักเหมือยเคย


โดย: annayo IP: 1.47.107.146 วันที่: 20 กันยายน 2557 เวลา:13:26:05 น.  

 
พีบอม-พี่บอม,กระตัดบท-การตัดบท,อยากาม-อยากถาม,ยอมเยเงิน-ยอมเสียเงิน,มากปาก-จากปาก,งทีเพื่อนๆ-ทั้งที่เพื่อนๆ,หญิงสาวเอาไว-หญิงสาวเอาไว้


โดย: Twansongfa IP: 58.11.151.182 วันที่: 28 กันยายน 2557 เวลา:17:13:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

finalfantasy_iv
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี
กระต่ายตัวกวน
เจ้าตัวหัวเขียว
X
X



Friends' blogs
[Add finalfantasy_iv's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.