Group Blog
 
 
กันยายน 2557
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
16 กันยายน 2557
 
All Blogs
 
หัวใจ...แอบรัก ตอนที่ ๑


ตอนที่๑

เสียงดนตรีบรรเลงเพลงรักดังไปทั่วบริเวณบ้านอัครมนตรีที่มีอาณาเขตกว้างขวางเพราะเป็นที่ดินเก่าแต่มาตั้งแต่สมัยปู่ทวดตกทอดมาจนถึงรุ่นนายพลบัญญัติซึ่งภายในอาณาจักรอันกว้างใหญ่ถูกแบ่งออกเป็นสัดส่วนแก่ลูกชายทั้งหมดและในอนาคตอาจจะถูกแบ่งออกอีกเป็นส่วนๆเพราะยังมีหลานชายอีกเก้าคนเป็นรุ่นต่อมา

วันนี้เป็นวันมงคลที่หลานชายหนึ่งในเก้าจะแต่งงานแต่ในขณะที่คนอื่นๆกำลังสนุกกับงานแต่ง แต่ชายหนุ่มคนหนึ่งกลับเดินมุ่งหน้าไปทางเรือนกล้วยไม้แล้วเลี้ยวไปยังเรือนแพที่พลเทพพ่อของเมฆาสร้างไว้ให้หลานๆมานั่งเล่นข้างคลอง

ร่างสูงสวมสูทสีเข้มตัดพอดีตัวก้าวข้ามสะพานไม้ลงไปในแพเล็กที่สร้างเป็นเพิงไม้ชั้นเดียวเอาไว้นอนเล่นเวลาว่างๆซึ่งสร้างอยู่ติดกับแพใหญ่ที่มีลักษณะเป็นบ้านไม้สองชั้นแบ่งห้องเป็นสัดส่วนมีห้องนอนห้องน้ำอย่างดี

ชายหนุ่มดึงแว่นที่สวมอยู่ออกมาใส่ในกระเป๋าเสื้อเขาเดินไปยืนพิงเสาไม้แล้วยกมือขึ้นกอดอกดวงตาคมเข้มหลุบลงมองปลายรองเท้าสีดำเป็นเงาปล่อยความคิดไปกับความเงียบที่ปรารถนาต้องการมากกว่าสิ่งใดในเวลานี้

ปริตรอัครมนตรี หลานชายคนแรกของนายพลบัญญัติขยับตัวอีกครั้งหลังจากยืนอยู่ในท่านั้นเกือบสิบนาทีเขายกมือขึ้นดูเวลาแล้วหันหลังเตรียมจะเดินกลับถ้าไม่ทันเห็นว่ามีร่างของใครคนหนึ่งกำลังยืนแอบอยู่หลังพุ่มพลับพลึง

ชายหนุ่มก้าวยาวๆไปยืนอยู่ด้านหลังหญิงสาวที่ไม่ว่าจะยังไงเขาก็จำได้เสมอแล้วคว้าแขนเรียวลากให้เดินเลี่ยงมาอีกทางเมื่อมองไปตามสายตาของเธอแล้วพบว่าเจ้าบ่าวตัวแสบพาเจ้าสาวหลบออกมาจากงานแต่งแล้วนายเมฆก็กำลังจูบเจ้าสาวอย่างดูดดื่มซึ่งไม่บอกปริตรก็พอจะเดาออกว่ามันไม่น่าจะจบเพียงแค่นั้นเด็ดขาด

“พี่ปริตร”

ปูนแป้งหรือนางสาววนรรษนันท์ลูกสาวคนเล็กของคุณวิภาที่อยู่บ้านติดกันกับตระกูลอัครมนตรีเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ของคนที่กำลังลากตัวเองแล้วทำท่าจะร้องไห้เธอคิดว่าจะต้องถูกว่าอีกแน่ๆว่าไปแอบดูเจาบ่าวเจ้าสาวจู๋จี๋กัน

แต่พอจะอธิบายว่าเธอมาถึงก่อนที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะขึ้นไปบนแพเขาก็พาเธอเดินมาจนเกือบจะถึงบ้านใหญ่ชายหนุ่มหยุดเดินแล้วหันมามองหน้าหญิงสาว คิ้วเข้มกดลึกเข้าหากันดวงตาคมเหมือนกับกำลังตำหนิเธออยู่ แต่เขาทำแค่เพียงพูดสั้นๆว่า

“กลับเข้าไป”

“เป็นอะไรยายแป้ง”

คุณวิภาสกุลพาณิชย์หันมาถามลูกสาวที่เดินเข้ามานั่งข้างๆ ซึ่งวันนี้นางถูกเชิญมาร่วมงานแต่งงานเนื่องจากเป็นเพื่อนบ้านที่มีเขตรั้วติดกันมีความสนิทชิดเชื้อกันมาตั้งแต่ลูกสาวคนเล็กยังไม่เกิดแต่พอปูนแป้งเกิดมาเพราะเป็นเด็กผู้หญิงเลยกลายเป็นที่รักของทุกๆคนรวมทั้งนายพลบัญญัติกับคุณน้อมจิตที่ออกจะเอ็นดูหญิงสาวมากเป็นพิเศษ

“เปล่าค่ะคุณแม่”

ปูนแป้งตอบแล้วก้มหน้างุดเมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นใบหน้าบึ้งตึงของคนที่เดินเข้ามาทีหลังพี่ใหญ่สุดในรุ่นหลานของตระกูลอัครมนตรียกมือขึ้นดันแว่น ริมฝีปากกดเป็นรอยลึกเมื่อขึงตาใส่สาวน้อยอีกครั้ง

ชายหนุ่มอยากจะจับแม่ตัวดีมาตีก้นนักที่ริอาจไปแอบดูคู่บ่าวสาวทำอะไรกันในเรือนแพดีนะที่เขาไปลากออกมาก่อนที่คู่นั้นจะทำอะไรมากไปกว่าจูบกัน ไม่อย่างนั้นคงมองหน้ากันไม่ติดเผลอยายตัวดีนี่จะเป็นลมล้มกองอยู่ตรงนั้นคงได้อายกันไปถึงไหนๆ

“เป็นอะไรไปปริตรมาหาย่าสิลูก”

คุณย่าน้อมเห็นสายตาที่หลานชายใช้มองปูนแป้งเลยพาให้สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ชายหนุ่มกลับส่ายหน้าแล้วเดินหนีไปอีกทางซึ่งออกจะเป็นนิสัยที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีจึงไม่คิดที่จะถือสาอะไร

“ปริตรนี่ก็แปลกนะคะดูเงียบๆ ไม่ค่อยพูดค่อยจา ปีนี้สามสิบกว่าแล้วไม่ใช่หรือคะยังไม่เห็นมีแฟนสักคน”

คุณวิภาหันมาถามแล้วคุยไปถึงเรื่องหลานชายคนอื่นๆโดยไม่ทันสังเกตว่าลูกสาวลุกขึ้นแล้วรีบเดินตามร่างสูงไป

“พี่ปริตรคะ”

เสียงใสๆที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำให้มือที่กำลังยกขึ้นเคาะห้องแต่งตัวเจ้าบ่าวชะงักเขาหันกลับมามองคนที่ยืนเยื้องไปด้านหลังแล้วยกมือขึ้นกอดอก

“มีอะไร”

“พี่อย่าบอกพี่เมฆนะคะว่า...เอ่อ...ว่า...”

“เธอไปแอบดูคู่รักเขาจู๋จี๋จนเกือบจะจ้ำจี้กันน่ะหรือ”

ปูนแป้งสะดุ้งกับคำพูดตรงๆรีบมองซ้ายมองขวาเพราะกลัวจะมีคนได้ยินก่อนจะหันกลับมองหน้าปริตรด้วยนัยน์ตาแดงๆเหมือนจะร้องไห้

“แป้งไม่ได้ตั้งใจนะคะพี่ปริตรแป้งแค่ไปนั่งดูปลา”

“แล้วก็เลยแอบดูคนต่อ”

ชายหนุ่มต่อให้ใบหน้ายามที่ไม่ยิ้มดูดุเหมือนอาจารย์มาดเข้มในมหาวิทยาลัยแต่ที่ปูนแป้งกลัวที่สุดน่าจะเป็นดวงตาที่อยู่หลังแว่นเพราะเธอไม่เคยดูออกเลยว่าคนๆ นี้กำลังคิดอะไร

“เอาล่ะพี่ไม่บอกก็ได้ จะไปไหนก็ไปเถอะ”

พอเห็นสีหน้าของหญิงสาวใจของเขาก็พาลอ่อนยวบลงเสียทุกทีใบหน้าเข้มหันไปอีกทางพลางยกมือไล่เพราะไม่ต้องการจะพูดอะไรต่อเขาหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้สาวน้อยหน้าหวานตั้งแต่ได้ยินกับหูว่าเธอหลงรักปราชญ์แล้วเก็บความรู้สึกเอาไว้ให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้

“แต่พี่ปริตรคะ”

“พี่บอกให้ไปไงเล่า”

ปริตรหันมาทำเสียงดุจ้องหน้าหวานนิ่งคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันไม่คิดเลยว่าคนตรงหน้าจะดื้อได้มากขนาดนี้

“แค่รับปากแป้งขอแค่ให้พี่ปริตรรับปากว่าจะไม่...”

“ก็รับแล้วไงพี่จะไม่บอกใครว่าแป้งไปแอบดูเจ้าเมฆจูบกับเจ้าสาว พอใจหรือยัง”

ปริตรจับบ่าหญิงสาวกระชากเข้ามาจนหน้าเกือบจะชนกันนัยน์ตาแข็งกร้าวซ่อนอะไรบางอย่างเอาไว้มันเผยออกมาตามความรู้สึกเพียงครู่เดียวเท่านั้นแล้วถูกลบไปอย่างรวดเร็วหากคนที่เงยหน้าขึ้นสบตากลับตกตะลึงริมฝีปากอิ่มสั่นระริกน้ำตาหยดน้อยไหลปริ่มขอบตา

“แป้ง...แป้ง”

“โธ่โว้ย”

ปริตรปริภาษออกมาเสียงเข้มกระชากร่างบางเข้าแนบชิดก่อนจะบดริมฝีปากลงไปบนกลีบปากนุ่มอย่างรุนแรงรสจูบที่ดุดันแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนหวานในเวลาต่อมาเมื่อการเผยอปากร้องด้วยความตกใจเปิดโอกาสให้ลิ้มรสความหวานภายในได้มากขึ้น

ปูนแป้งตัวสั่นกับสิ่งที่ได้พบเจอจูบแรกในชีวิตเกิดขึ้นหลังจากที่เธอเพิ่งเห็นคนจูบกันด้วยตาตัวเอง มือบางยกขึ้นดันต้นแขนแข็งแกร่งก่อนจะกลายเป็นเกาะยึดในเวลาต่อมา

เสียงครางหวานแววทำให้ชายหนุ่มรู้สึกตัวเขาผละออกแล้วจ้องหน้าหญิงสาวราวกับเห็นสิ่งมหัศจรรย์ไม่อยากจะเชื่อว่าตนเองจะทำอะไรเช่นนั้น

“พี่ขอโทษ”

คำขอโทษช่างแผ่วเบาปูนแป้งยกมือขึ้นปิดปากก่อนที่จะหันหลังกลับแล้ววิ่งลงบันไดไปโดยมีสายตาเป็นห่วงมองตามหลัง ชายหนุ่มเอนตัวพิงประตูยกมือขึ้นแตะริมฝีปากกลิ่นหอมยังติดอยู่ที่จมูก ความหวานของริมฝีปากยังติดอยู่ในหัวใจ

ปริตรหลับตาลงกดความรู้สึกบางอย่างให้หายไปเตือนตัวเองว่าอายุเฉียดสามสิบห้าในขณะที่หญิงสาวอายุเพิ่งจะยี่สิบสามเท่านั้นระยะห่างกันเป็นสิบปี เด็กสาวๆ ที่ไหนจะมามองคนที่เอาแต่ทำงานในห้องอย่างเขา

“รักเขาแล้วทำไมไม่บอก”

เมฆาตบบ่ากว้างของลูกผู้พี่ทำไมเขาจะไม่เห็นว่าปริตรลากแม่สาวน้อยอินโนเซนต์ออกไปจากแพแล้วเขาก็รู้ด้วยว่าปริตรรู้สึกอย่างไรกับปูนแป้งเพราะทุกครั้งที่หญิงสาวมาหาย่าน้อมปริตรก็มักจะไปวนเวียนแถวบ้านใหญ่เสมอ

“เขารักปราชญ์เขาไม่ได้รักพี่”

“แต่ปราชญ์ไม่ได้รักยายแป้งขี้แยนะ”

เจ้าบ่าวยกมือขึ้นวางบนบ่ากว้างแล้วเขย่า

“ความรักมันบังคับกันไม่ได้หรอกนะพี่ชายแต่เราทำให้เขารักเราได้”

ปริตรฝืนยิ้มแต่พูดออกมาไม่ได้ว่าเขามีสัญญาใจอยู่กับยายแป้งขี้แยของทุกคนมันเป็นสิ่งที่ทำให้เสียใจมาจนถึงทุกวันนี้ที่ดันไปรับปากว่าจะทำให้ความรักของน้องแป้งสมหวัง

หลังจากหลบมานั่งคนเดียวอยู่พักใหญ่เพราะยังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่หญิงสาวในชุดสีฟ้าอ่อนก็ขยับตัวทำท่าจะลุกขึ้นถ้าใครคนจะไม่เดินผ่านมาเสียก่อน

“อ้าวแป้งมานั่งทำอะไรที่นี่”

“พี่ปราชญ์”

ปูนแป้งเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาคมคายแล้วยิ้มเหมือนจะร้องไห้จนปราชญ์ต้องเดินเข้ามานั่งข้างแล้วถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอันเป็นนิสัยที่ติดตัวมานาน

“เป็นอะไรไปคะใครทำอะไร หรือโดนพี่ปริตรดุอีก”

ชายหนุ่มพูดถึงพี่ชายตัวเองเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องปกติถ้าน้องแป้งจะหลบมานั่งคนเดียวเวลาที่ถูกดุแต่แค่ปูนแป้งได้ยินชื่อปริตรแก้มนวลก็ร้อนวูบขึ้นมาทันที

“ปละเปล่าค่ะ แป้งเห็นคนในบ้านอยู่กันเยอะแยะเลยหลบมานั่งเงียบๆเท่านั้นเอง”

“งั้นก็แล้วไป พี่ก็นึกว่าโดนดุมาอีก”

ปราชญ์จับมือหญิงสาวขึ้นมาตบเบาๆแล้วเปลี่ยนมาจับศีรษะเธอโยกไปมาด้วยความเอ็นดูในฐานะน้องสาวคนหนึ่งซึ่งเขาเองก็ไม่เคยคิดว่าน้องน้อยจะมีความรู้สึกต่อตนเกินกว่าพี่ชายคนหนึ่งเช่นกัน

แต่คนที่รู้และเดินตามหาปูนแป้งด้วยความเป็นห่วงนั้นกำลังยืนนิ่งแล้วมองภาพที่น้องชายกำลังปลอบใจหญิงสาวร่างเล็กด้วยแววตาที่ยากจะเดาความรู้สึกเขาหันหลังแล้วเดินไปหนีไปทางเรือนหอของเมฆาเพราะรู้ว่าตนเองจะได้รับความสงบเงียบได้อย่างที่ต้องการ

ซุ้มกระดังงาที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นที่นั่งสำหรับอ่านหนังสือสมัยที่ปริตรยังเด็กยังคงมีดอกระดังงาเหลืองอร่ามตาส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณเขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หินเย็นเฉียบแล้วเงยหน้าขึ้นมองดอกไม้ที่อยู่เหนือศีรษะ ถ้าเป็นเวลาปกติปริตรคงรู้สึกมีความสุขไปกับกลิ่นหอมเย็นชุ่มชื่นหัวใจ

แต่ตอนนี้เขากำลังรู้สึกเหมือนตนเองกำลังจะจมน้ำชายหนุ่มล้วงจดหมายที่เพิ่งได้รับเมื่อสองวันก่อนมาเปิดอ่านอีกครั้งจดหมายเชิญให้เขาเข้าร่วมการทดลองสำคัญจากองค์กรระดับโลกในอีกหกเดือนข้างหน้า

เขาได้รับคำเชิญในฐานะนักค้นคว้าทางด้านคุณสมบัติการรักษาโรคด้วยการสกัดสารที่ได้จากพืช ซึ่งชายหนุ่มไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลยว่าตนเองทำงานอะไรนอกจากบอกว่าทำงานเกี่ยวกับการวิจัยแต่เรื่องมาแตกตอนที่งานวิจัยครั้งล่าสุดได้รับรางวัลใหญ่และที่สำคัญดร.ปริตรเป็นนักวิจัยที่อายุน้อยที่สุดในโครงการครั้งนั้น

สายตาของปริตรที่ยังคงไล่อ่านตัวหนังสือในกระดาษหยุดลงตรงกำหนดวันเวลาที่จะต้องตอบรับกลับไปก่อนที่เสียงถอนหายใจจะดังตามมาก่อนจะทิ้งแขนลงเหมือนคนหมดแรงเพราะรู้ว่าถ้าตนเองไปในครั้งนี้อีกเป็นปีถึงจะได้กลับมาและเมื่อถึงเวลานั้น...ปราชญ์อาจจะแต่งงานกับปูนแป้งไปแล้วก็ได้

เปลือกตาที่ประดับด้วยขนตายาวงอนหลุบลงปิดบังนัยน์ตาที่แสดงออกถึงความรู้สึกเจ็บปวดเขาไม่รู้ว่าหลงรักน้องน้อยจอมขี้แยตั้งแต่เมื่อไหร่เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงได้สนใจยายเด็กจอมซุ่มซ่ามเข้าไปได้แต่ที่มั่นใจคือทุกครั้งที่เห็นน้องชายกับเธอคนนั้น หัวใจเขาก็เจ็บจนบอกไม่ถูก

“...”

อยู่ๆเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นปริตรเปิดตาแล้วมองต้นเสียงที่อยู่ตรงหน้าเขาก่อนจะกวาดสายตาไปทั่วบริเวณแต่ไม่เห็นใครจึงหันกลับมามองที่เดิม

ปริตรมองหมาน้อยสองตัวที่นั่งอยู่ตรงหน้าแม้จะเคยได้ยินเรื่องราวจากอาพงศ์และเมฆามาบ้างแต่ก็ไม่เคยสนใจฟังจนจบสักทีส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเขาไม่ค่อยชอบสัตว์นัก แต่ก็ไม่ถึงขั้นเกลียดเอาเสียเลย

เขามองพี่หมาของอาพงศ์ที่กำลังเอียงคอมองกลับมาแล้วโบกมือเหมือนไล่ใจก็นึกขำกับโบว์แบบเนกไทกับผ้าคลุมผมเจ้าสาวที่พี่หมาทั้งสองตัวใส่อยู่ แถมเมื่อเช้าตอนพิธีหมั้นเขายังเห็นพี่ๆทั้งสองตัวนั่งเชิดหน้าเหมือนว่างานนี้ตัวเองเป็นเจ้าภาพเสียเอง

บางคนอาจดูน่ารักแต่ปริตรรู้สึกเฉยๆ จะว่าไปเขาก็ไม่เคยเลี้ยงสัตว์สักตัวเพราะคิดว่ามันเป็นภาระพาไปไหนมาไหนก็ลำบาก เวลาเจ็บป่วยก็ยุ่งยากต้องพาไปหาหมอ

“มีอะไร”

ปริตรถามขึ้นเมื่อพี่บอมกับพี่บันบันยังนั่งมองหน้าเขาอยู่เหมือนเดินทั้งๆที่ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับคำตอบเพราะคิดว่าถึงยังไงก็คุยกันคนละภาษาอยู่แล้ว

แต่...เขาคิดผิดเพราะแทนที่พี่หมาจะเดินหนี พี่บอมกลับกระโดดขึ้นมาบนเก้าอี้หิน ยืนขึ้นแล้วใช้ขาหน้าวางแปะมาบนบ่าแล้วตบเบาๆเหมือนต้องการให้กำลังใจ ส่วนหมาน้อยอีกตัวก็ทำคล้ายๆกันเพียงแต่มายืนข้างหน้าแล้ววางขาหน้าบนหัวเข่าเขาแทน

“ดีที่ไม่ลูบหัว”

ปริตรคิดแล้วนึกในใจว่านี่ขนาดหมายังรู้เลยว่าเขากำลังต้องการใครสักคนถ้าเวลานี้มีใครสักคนเข้ามากอดก็น่าจะดี คิดไปยังไม่ทันจบร่างของปริตรก็หงายท้องตกจากเก้าอี้ลงไปนอนบนพื้นหญ้าเมื่อเจ้าดัลเมเชี่ยนตัวใหญ่วิ่งหูลู่ลมมาแต่ไกลแล้วกระโจนเข้าใส่ทั้งตัว แถมยังนอนทับเขาเอาไว้จนกระดิกตัวไม่ได้

“ตัวเล็กลุกไปเดี๋ยวนี้”

ปริตรออกคำสั่งให้เจ้าตัวเล็กแต่ไม่ได้เล็กเหมือนชื่อลุกออกจากหน้าท้องแต่มันกลับทำเฉยแถมยังเอาคางเกยหนาอกเขาพลางส่งเสียง งี้ดๆในลำคอเหมือนกำลังอ้อนเสียอีก

ชายหนุ่มทิ้งศีรษะลงกับพื้นพ่นลมหายใจออกมาอย่างเซ็งๆเพราะไม่รู้จะทำยังไงกับหมาสุดรักสุดดวงใจของยายปูนแป้งดีคิ้วเข้มขยับเข้าหากันเมื่อพี่หมาทั้งสองตัวเดินมานั่งเหนือศีรษะ และสิ่งที่ทำให้เขาต้องกระพริบตาแล้วมองให้แน่ใจคือ...ทำไมถึงรู้สึกเหมือนว่าหมาทั้งสองตัวกำลังยิ้ม

“มันเรื่องบ้าอะไรกัน”

ชายหนุ่มสบถออกมาเบาๆ

“พูดดีๆก็ได้พี่ๆเขาไม่ชอบรู้มั้ย”

คำตำหนิดังขึ้นจากร่างท้วมที่เพิ่งก้าวเข้ามาใกล้สายตาของคุณจันทราบอกให้รู้ว่านางหมายความเช่นนั้นจริงๆ เขาไม่ควรพูดแบบนี้ออกมาแต่...

ปริตรขมวดคิ้วแล้วคิดในใจ...กับหมาเนี่ยนะ

ชายหนุ่มพยายามดันเจ้าตัวเล็กของปูนแป้งออกแต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรมันก็ไม่ยอมขยับจนกระทั่งคุณจันทราหันไปพูดกับพี่หมาที่วางท่าเป็นหัวโจก

“พี่บอมบอกให้น้องลุกขึ้นสิลูก”

พี่บอมเห่ารับคำสั่งแล้วหันไปเห่าใส่เจ้าตัวเล็กซึ่งก็ได้ผลเพราะมันขยับตัวลุกเดินออกมาแล้วนั่งลงอย่างสงบเสงี่ยมอยู่ข้างๆพี่หมาตัวที่เล็กกว่าทันที

ร่างสูงค่อยๆขยับขึ้นมานั่งใช้มือปัดเศษหญ้าบนเสื้อก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงซึ่งสำหรับสตรีสูงวัยร่างเล็กอย่างคุณจันทราแล้ว ทำให้ต้องเงยหน้าขึ้นยามเมื่อสำรวจคนตรงหน้าอย่างถี่ถ้วน

“พี่บอมคนนี้เหรอลูก”

คุณจันทราก้มลงมองหน้าพี่หมาเมื่ออีกฝ่ายเห่ารับสายตาของนางก็กลับมาสำรวจคนตรงหน้าอีกครั้งหนึ่ง แม้ในตอนแรกที่เจอหน้าคุณจันทราจะมองผ่านเลยไปเพราะไม่สะดุดตาเหมือนคนที่ชื่อปราชญ์แต่พอมาดูใกล้ๆกลับพบว่าผู้ชายคนนี้ซ่อนดวงตาที่สวยชวนมองไว้ภายใต้แว่นกรอบดำอย่างน่าเสียดาย

“ไปเถอะลูกแค่นี้ก็รู้แล้ว”

คุณจันทราพูดแล้วหันหลังเดินกลับไปตามทางเดิมโดยมีพี่หมาทั้งสองตัววิ่งตามส่วนเจ้าตัวเล็กมันมองสลับไปมาระหว่างหนุ่มร่างสูงหน้าดุกับพี่ๆที่วิ่งไปจนใกล้จะลับตาก่อนที่จะลุกขึ้นแล้ววิ่งตามพี่หมาทั้งสองตัวไป

“แล้ว...ตกลงว่ามันเกิดอะไรทำไม ยังไง”

ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบหน้าผากเขามองตามหลังคนที่เพิ่งเดินจากไปเพราะไม่เข้าใจเลยว่าตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ทำไมเขาต้องมายืนดูคนคุยกับหมา แล้วเขาเกี่ยวอะไรด้วยทำไมต้องถามว่าคนนี้ใช่ไหม

ปริตรยกมือขึ้นเสยผมแล้วทิ้งตัวลงนั่งก่อนจะทะลึ่งตัวลุกขึ้นพรวดพราดเพราะนึกว่าเจ้าตัวเล็กกลับมาอีกแต่มันเป็นแค่เสียงเห่าที่ดังอยู่ไกลๆเขาเลยถอนหายใจออกมาแล้วล้มเลิกความคิดที่จะหาที่เงียบๆหลบหน้าผู้คน

“แม่ไปไหนมาคะแอนตามหาแทบแย่”

ทันทีที่คุณจันทราเดินขึ้นไปบนตึกใหญ่ลูกสาวคนเดียวอันเป็นที่รักก็เดินเข้ามาหาจิรายุทำท่าจะมาประคองแต่นางยกมือขึ้นห้ามแล้วมองหน้านวลด้วยแววตามีลับลมคมนัย

“แม่ไปทำอะไรมาหรือเปล่า”

หญิงสาวถามเพราะรู้นิสัยมารดาดีว่าเผลอเป็นไม่ได้จะต้องหาอะไรทำให้เป็นเรื่องทุกที

“ฉันก็อยู่ของฉันตรงนี้แก่แล้วนะแอนตาเตอน่ะไปตรวจซะบ้างพี่บอมเขาเป็นห่วง”

พอพูดจบคนเป็นแม่ก็เดินจากไปด้วยท่าทางสบายอารมณ์แต่คนฟังกลับต้องก้มลงมองพี่บอมที่นั่งยิ้มเหมือนเยาะเย้ยอยู่ข้างๆเธอ

“สะใจมั้ยพี่พรุ่งแอนไปเกาะกำแพงอย่าหวังนะว่าจะได้กินปลาทุบ”

หญิงสาวพูดจบก็เดินหนีนั่งข้างพงศธรมองตามพี่หมาที่เดินสะบัดก้นจากไปก่อนจะหันมาสบตาสามี

“คุณพงศ์แอนว่าแม่ต้องคิดทำอะไรแน่ๆ”

จิรายุเปิดประเด็นแล้วตีมือหนาที่ยื่นมาลูบท้องเธอเล่นก่อนจะหันมาจ้องหน้าสามีอย่างจริงจัง

“คิดมากไปหรือเปล่าแก่แล้วนะคิดมากระวังเถอะลูกออกมาหน้าจะย่นเอา”

“ถ้าย่นก็คงมาจากกรรมพันธุ์แต่คงไม่ใช่มาจากทางแอนแล้วล่ะคะ ปกติทางบ้านแอนน่ะ ดั้งโด่ง ขนฟู หูยาว ถ้าย่น... อืม ...น่าจะมาสายพันทางพ่อมากกว่า”

คำตอบของหญิงสาวเล่นเอาพงศธรอึ้งเขาหันไปทำตาเขียวใส่บรรดาหลานๆที่นั่งคุยกันอยู่ด้านหลังทำเสียงคำรามเบาๆในคอก่อนจะหันกลับมามองหน้าภรรยา

“งั้นลูกเกิดมาเราคงให้ลูกกินน้ำตาลไม่ได้แล้วล่ะที่รัก”

พงศธรพูดเสียงขรึมจนจิรายุต้องถามด้วยความสงสัย

“ทำไมล่ะคะ”

“เดี๋ยวลูกเราจะดุ”

ชายหนุ่มตอบแล้วยิ้มกว้างเมื่อถูกหญิงสาวจิกตาใส่มือหนาสอดเข้ารอบเอวที่เริ่มขยายตามอายุครรภ์รวบร่างบางเข้ามากอดแล้วจูบแก้มอิ่มแรงๆซึ่งเป็นการกระทำที่เคยชินของคนทั้งคู่ไปแล้ว




Create Date : 16 กันยายน 2557
Last Update : 16 กันยายน 2557 19:47:39 น. 10 comments
Counter : 699 Pageviews.

 
มาส่งกำลังใจ อยากอ่านเป็นเล่มไวไวค่ะ อิอิ


โดย: ม้ากุ้ง IP: 27.55.154.225 วันที่: 16 กันยายน 2557 เวลา:21:57:14 น.  

 
มาให้กำลังใจพี่บอม กับพี่บันบัน สู้ๆ ค่า


โดย: แม่นก IP: 171.6.43.48 วันที่: 16 กันยายน 2557 เวลา:22:30:46 น.  

 
รออ่านอยู่น๊าาาาามาเร็วๆๆๆ เอาเป็นว่าออกเป็นเล่มเลยเถอะอ่านอย่างนี้มันลุ้นเกิ๊น


โดย: waen IP: 110.77.181.133 วันที่: 17 กันยายน 2557 เวลา:11:25:06 น.  

 
อ้ายยยกลับไปอ่านเรื่องอาพงกะหนูแอนอีกรอบดีกว่าาา คิดถึงพี่บอมกะบันบัน


โดย: sai IP: 1.46.146.84 วันที่: 17 กันยายน 2557 เวลา:13:25:54 น.  

 
คุณนายจันทรากะพี่บอม พี่บันบันออกมาป่วนแล้ว


โดย: sakeena IP: 124.120.167.177 วันที่: 17 กันยายน 2557 เวลา:16:03:29 น.  

 

ต่อๆๆๆตอน 2 เลยระคร๊าฟฟฟฟฟ


โดย: สุชาตา IP: 1.46.229.32 วันที่: 18 กันยายน 2557 เวลา:6:59:23 น.  

 
มาเป็นกำลังใจให้ปริตค่ะ
อยากได้เป็นเล่มไวๆจัง
คาดว่าจะออกเมื่อไรคะ


โดย: Vergo IP: 202.122.130.32 วันที่: 18 กันยายน 2557 เวลา:8:00:00 น.  

 
เข้ามารอเช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอนอีกรอบ
มาต่อเร็วนะคะ


โดย: Vergo IP: 119.76.56.91 วันที่: 18 กันยายน 2557 เวลา:21:00:23 น.  

 
เริ่มซับซ้อน


โดย: annayo IP: 1.47.107.146 วันที่: 20 กันยายน 2557 เวลา:13:13:26 น.  

 
แอบดูเจาบ่าว - แอบดูเจ้าบ่าว.,หวานแวว - หวานแว่ว,ดอกระดังงา-ดอกกระดังงา,เหมือนเดิน-เหมือนเดิม,หนาอก-หน้าอก,พี่พรุ่งแอน-พี่พรุ่งนี้แอน


โดย: Twansongfa IP: 58.11.151.182 วันที่: 28 กันยายน 2557 เวลา:16:46:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

finalfantasy_iv
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี
กระต่ายตัวกวน
เจ้าตัวหัวเขียว
X
X



Friends' blogs
[Add finalfantasy_iv's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.