... มาแว้วๆ ***ยอดรักนักศิลป์ตอนที่ 26 ทางรอด *** OG 2 ตอน13-ตอนจบ** **คลิกอ่านทุกเรื่องได้ที่เมนูด้านซ้ายเลยจ้า.. ^_^
“ความทุกข์-หากเล่าสู่กันฟังจะลดลงครึ่งหนึ่ง ส่วนความสุข-ถ้าเราแบ่งปันมันจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า” ขอบคุณลูกบล็อกทุกท่านที่ร่วมสร้างบล็อกแห่งความสุขนี้ขึ้นมา อยากให้พื้นที่ในบล็อกแห่งนี้ได้เป็นที่แบ่งปันทุกข์และสุขร่วมกัน จะไม่มีรักรูปแบบใดที่เป็นไปไม่ได้ ณ ที่แห่งนี้....วอนวอน
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
3 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 
ภาพวาดภาพที่ 6 หลุมฝังศพ

ซินยุนบก
ภาพวาดภาพที่ 6 -- หลุมฝังศพ

หลังจากพักผ่อนได้สองสามวัน อาการไข้ของจองฮยางก็ค่อย ทุเลาลง นางรู้สึกได้ถึงพละกำลังที่ค่อยๆ ฟื้นคืน บกน้อยเหมือนจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในทันที เขาขยันขันแข็งช่วยแม่ทำงานทุกอย่าง ตักน้ำ เตรียมอาหาร และทำงานบ้านทุกอย่างหลังเลิกเรียน จองฮยางดีใจที่ลูกรู้จักคิด และรู้จักเอาใจใส่ดูแลนาง บกน้อยดูเหมือนยิ่งผูกพันกับอาจารย์ และเริ่มเอาเขาเป็นแบบ
อย่าง เขาชอบเล่าถึงเรื่องที่เขาทำอะไรกับอาจารย์ให้มารดาฟังทุกวัน

“ท่านแม่ อาจารย์ลูกเก่งไม๊ เขาวาดรูปสวยด้วยนะ” เขาจะเล่าอย่างนั้น หรือไม่ก็

“ท่านแม่ อาจารย์บอกว่า sketches lies in the shape of fine brushwork. Landscape lies in spirit likeness” ทั้งสองอย่างไม่เหมือนกัน

“ท่านแม่ เวลาลูกอยู่กับอาจารย์ ญาติผู้พี่ไม่มารังแกข้าที่โรงเรียนอีกแล้ว”

“ท่านแม่ เมื่อบ่ายอาจารย์แบ่งขนมให้ลูกกิน อร่อยด้วยล่ะ

“ท่านแม่ อาจารย์พาเราไปวาดรูปที่เชิงเขา และบอกให้ดื่มด่ำกับบรรยากาศของฤดูใบไม้ร่วงที่จะมาถึง ท่านแม่เคยดื่มด่ำบรรยากาศของฤดูใบไม้ร่วงไม๊” เขาดูเหมือนไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่


“อ่า ท่านแม่ อาจารย์ให้พู่กันขนสุนัขจิ้งจอกอันเล็กกับลูกล่ะ ท่านแม่รู้ไม๊ เวลาที่วาดภาพ เราจะใช้มันเมื่อไร” เขาเอาพู่กันออกมาอวดอย่างภูมิใจแล้วเก็บมันอย่างดี
เช้าตรู่ บกน้อยนั่งยองๆ อยู่ในครัว ใส่ฟืนลงในเตา ปากก็เล่าให้แม่ฟังเรื่องอาจารย์สุดที่รักของเขา

“ลูกบก แม่เคยบอกลูกแล้วใช่ไม๊ว่า อย่าเอาของจากใครโดยไม่ได้ให้ของตอบแทนเขา” นางกำลังสาละวนอยู่กับการเตรียมอาหารเช้า และ ข้าวกล่องสำหรับเป็นอาหารเที่ยงให้บกน้อยเอาไปโรงเรียน แม้ว่านางจะรู้ว่า เขายิ่งโตยิ่งเหมือนอาจารย์ ขึ้นทุกที ทุกที เพราะตั้งแต่เขาได้ไปโรงเรียนเขาพูดถึงแต่อาจารย์ตลอดเวลา นางก็ยังอยากให้เขาเอาสิ่งที่นางสอนไปคิดด้วย


“ลูกทราบดีขอรับ ทุกครั้งที่อาจารย์ให้อุปกรณ์วาดภาพ ลูกก็จะบอกอาจารย์ว่าท่านแม่ไม่อนุญาตให้ลูกรับของจากใคร อาจารย์ก็จะบอกว่า ข้าไม่ใช่ใครนี่นา เราเป็นเพื่อนกัน อ้อ อาจารย์บอกด้วยว่า เพราะลูกมีไหวพริบและเฉลียวฉลาด ภาพวาดของลูกก็สวย ของขวัญพวกนี้จึงเป็นรางวัล อือใช่ อาจารย์ก็ให้รางวัลมิน ยักซอง เหมือนกัน เพราะเขามักจะวาดภาพเสร็จเร็วที่สุด เขาวาดได้ดีกว่าลูกอีก บกน้อยอธิบายให้มารดาฟัง พลางกังวลใจ กลัวว่านางจะเข้าใจผิด

“อึม อาจารย์ของลูกเป็นคนดี แม่รู้สึกขอบคุณที่เขาช่วยตามหมอ และจ่ายค่ายาในวันนั้น” มือที่กำลังสาละวนทำอาหารหยุดนิ่ง ตาเหม่อไกลออกนอกหน้าต่าง


“ขอรับท่านแม่ เราต้องแสดงความขอบคุณอาจารย์นะ ไม่ใช่ท่านแม่เป็นคนชอบพูดเองหรอกรึว่า หยาดหยดหนึ่งของน้ำใจต้องชดเชยคืนด้วยฤดูใบไม้ผลิ เราจะแสดงความขอบคุณอาจารย์อย่างไรกันดีล่ะท่านแม่ อืม แต่อาจารย์ไม่อยากได้อะไร แล้วจะให้อะไรเขาดีล่ะ ท่านแม่ใส่ข้าวปั้นเพิ่มให้ลูกอีกได้ไม๊ ลูกบกจะเอาไปแบ่งอาจารย์ เขาเคยพูดว่ามันอร่อย” บกน้อยบอกแม่

“ได้สิ” นางสังเกตว่าลูกชายนางพูดด้วยท่าทางขึงขัง จนนางอดแอบยิ้มไม่ได้ “อาจารย์ของลูกไม่มีภรรยา กับลูกหรือ ลูกเคยเห็นพวกเขาไม๊ นางยังคงครุ่นคิดว่าจะตอบแทนสุภาพบุรุษผู้นั้นด้วยของขวัญอะไรดีจึงจะเหมาะสมที่สุด


“โอ้ อาจารย์อยู่ที่บ้านบริเวณเชิงเขาข้างๆ บ้านหลิวเขียวคนเดียว ลูกไม่เคยเห็นครอบครัวของเขาเลยนี่นา ลูกไม่คิดว่าเขาจะมีภรรยาหรือลูก นะท่านแม่ อีกอย่างถ้าอาจารย์มีลูกชายของเขาจริง เขาคงไม่มาเอาใจใส่ดูแลลูกแบบนี้หรอกน่า ท่านแม่ บกน้อยตอบไป โดยไม่ได้ตั้งใจเขาเริ่มกังวลเกี่ยวความสัมพันธ์ในกาลข้างหน้าของเขากับอาจารย์

นางเข้าใจดีถึงความวิตกกังวลของลูก นางจึงยิ้มแล้วพูดว่า “ถ้าลูกเป็นนักเรียนที่ดี อาจารย์จะไม่รักเจ้าได้ยังไง วันนี้แม่จะให้ลูกไปวัดตัวอาจารย์ให้แม่ได้ไม๊ แม่จะเย็บเสื้อใหม่ให้เขา เป็นของแทนการแสดงความขอบคุณ

“ถ้าหลานบก วัดตัวได้ไม่ถูกต้อง จะสร้างปัญหาให้เจ้าเปล่าๆ จะดีกว่าไม๊ถ้าจะเชิญเขามาที่บ้าน และเลี้ยงอาหารดีๆ สักมื้อ เจ้าก็จะได้วัดตัวเขาอย่างที่เจ้าต้องการด้วย” ปู่ปาร์คเข้าครัวมาได้ยินที่สองแม่ลูกกำลังคุยกัน

“ท่านพ่อ ข้าเกรงว่ามันจะไม่เหมาะ ท่านก็รู้ว่าข้าไม่ค่อยได้ออกไปพบใคร” นางท้วงติง

“มีอะไรไม่เหมาะสม ตอนที่คุณชายซอไปตามหมอ ไปเอายาให้เจ้า เขาไม่แม้เฉียดเข้ามาในบ้าน ข้าว่าเขาช่างเป็นสุภาพบุรุษซะจริงๆ ไม่เหมือนไอ้เถ้าแก่หลิว”

ปู่ปาร์ครู้ว่าเถ้าแก่หลิวเคยมาก่อกวนนางที่บ้านของพี่ชาย ต้องใช้เวลานานกว่าจะกำจัด คนพาลที่ไม่พึงปรารถนาอย่างเถ้าแก่หลิวออกไปจากชีวิต เขาตระหนักในความหวาดเกรงของลูกสาว และหวังจะขจัดความกังวลนั้นให้พ้นไป

“ใช่ ทำไมไม่ทำอย่างนั้นล่ะ ท่านแม่ อาจารย์ลูกเป็นคนดีจริงๆ ให้ลูกเชิญเขามาที่บ้านเถิดนะ ถ้าได้รู้จักกัน ท่านแม่ต้องชอบเขา !” บกน้อยพูดอย่างกระตือรือร้น

“เหลวไหล ไม่ใช่เรื่องที่จะชอบหรือไม่ชอบ” นางเขกหัวลูกเบาๆ “งั้น ตกลงตามนี้ ลูกบก ลูกไปเชิญอาจารย์มาทานอาหารเย็นที่บ้านวันนี้ แม่จะได้วัดตัวตัดเสื้อใหม่ให้เขา เป็นการขอบคุณ สำหรับความช่วยเหลือ” นางพูดหลังจากหยุดตัดสินใจชั่วครู่

“ดีมาก ท่านแม่ ลูกจะไปเดี๋ยวนี้ขอรับ !!” บกน้อยดีใจสุดขีดที่มารดาตกลง หยิบกล่องข้าวได้ก็วิ่งไปโรงเรียนทันที


“ช้าๆ ลูกบก” นางเห็นลูกชายแวบไปอย่างรวดเร็ว นางได้แต่ถอนหายใจ แล้วส่ายหน้า ลูกบกชอบอาจารย์เขาขนาดนี้ ข้าอยากรู้ซะจริงว่าเขาเป็นคนแบบไหน

วันผ่านไปอย่างปกติ ทันใดนั้นก็มีเสียงคนตะโกนมาไกลๆ “แย่แล้ว ท่านปู่ปาร์ค ! หลานท่านตกต้นไม้ แขนหัก มีเลือดไหลออกมาเยอะแยะเลย” เพื่อนนักเรียนวิ่งเข้ามาในสนามหน้าบ้านพร้อมกับตะโกนบอกข่าวร้าย

“อะไรนะ ลูกบก” จองฮยางกำลังเตรียมอาหารเย็นอยู่ในครัว เมื่อนางได้ยินเสียงตะโกน “เจ้าพูดว่าอะไรนะ ลูกบกตกมาจากต้นไม้หรือ ที่ไหน” นางรีบหยิบเสื้อคลุมมาคลุมศรีษะ ขณะที่ พ่อปาร์คเดินกระโผลกกระเผลกเข้ามาที่สนามหน้าบ้าน อย่างร้อนใจ


“ที่เชิงเขาหลังโรงเรียน” เด็กชายบอก พลางก้มตัวลงไปหอบหายใจ ก่อนที่เขาจะแจ้งข่าวเสร็จ นางก็เริ่มออกเดินไปที่โรงเรียนแล้ว

“อาจารย์ส่งเขาไปหาหมอในเมืองแล้วขอรับ” เด็กชายพูดกระหืดกระหอบ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้น นางก็ไปเสียแล้ว

เพียงชั่วครู่ที่เขาละสายตาจากกลุ่มเด็กนักเรียนที่เขาพาออกไปร่างภาพนอกสถานที่ ยุนบกไม่ได้ใส่ใจ ต่อพฤติกรรมแปลกๆ ของพวกนักเรียนเกเรที่ท้าทายบกน้อยให้ปีนต้นไม้ เขาลื่นและตกลงมาจากต้นไม้อย่างแรง ทำให้เด็กชายได้รับบาดเจ็บ ยุนบกรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น หลังจากสั่งให้เด็กนักเรียนคนอื่นกลับบ้าน เขารีบพาบกน้อยไปหาหมอในเมือง เขาเอามือตบปลอบประโลม บกน้อยเบาๆ เมื่อเขาเริ่มร้องครวญครวงตอนที่หมอจัดกระดูกที่หักให้เข้าที่ เมื่อหมอพยายามที่จะใส่ยาที่แผล บกน้อยดึงมือเก็บไว้ข้างหลัง เพราะกลัวต้องเจ็บอีก

“โธ่เอ้ย ข้าคิดว่าเจ้าเป็นหนุ่มน้อยที่แข็งแรงซะอีก ดูเหมือนว่าเจ้าจะทน ความเจ็บปวดเล็กๆ น้อย ๆไม่ได้เลย ห้ามร้องไห้อีกนะ ไม่งั้นข้าจะไม่สอนเจ้าวาดภาพ ยุนบกพยายามหลอกล่อเด็กชาย ได้ผล ใบหน้าเด็กชายบิดเบี้ยวพยายามกลั้นน้ำตา ได้แต่สะอื้นเบาๆ ยุนบกพยักหน้าส่งสัญญาณให้หมอเริ่มทำแผลทันที หมอรีบใส่ยาสมุนไพรบนบาดแผล แล้วปิดด้วยผ้าพันแผลเป็นอันเรียบร้อย

“เอ้าล่ะ เรียบร้อยแล้ว ทีนี้ไม่เจ็บแล้ว เจ้าเป็นเด็กกล้าหาญมากนะ” หมอพูดขณะทำความสะอาดมือของเขา บกน้อยกำลังจะเริ่มร้องไห้ออกมาเสียงดัง เพราะความเจ็บ แต่หลังจากได้ยินหมอชมตนเอง เขาก็พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ เขาตอบให้กำลังใจตัวเอง “ใช่ ไม่เจ็บแล้ว”

ยุนบกหัวเราะหึๆ แล้วลูบหัวเด็กชายเบาๆด้วยความรัก “ใช่แล้ว ยุมบกที่อาจารย์รู้จักเป็นคนเข็มแข็งและกล้าหาญ”

“ท่านเป็นอาจารย์ของเขารึ ข้าคิดว่าเขาเป็นลูกชายท่านซะอีก” หมอพูดอย่างแปลกใจ ขณะจัดยาอยู่หลังโต๊ะยาว

“ลูกชาย ไม่หรอก ไม่ใช่” ยุนบกส่ายหัว ‘แต่ความจริง สำหรับผู้ชายอายุเท่าข้า ข้าก็ควรจะมีลูกอายุราวนี้’ เขาคิด ปรากฏยิ้มเศร้าๆ บนใบหน้า เขาตอบสบายๆ ว่า “ครูจนๆ อย่างข้าแม้แต่ภรรยายังหาไม่ได้ ประสาอะไรกับการจะมีลูกชาย”


“ความจริงไม่จำเป็นต้องเป็นอย่างนั้นหรอก ท่านไม่เคยได้ยิน เรื่องของเทพธิดาจากดวงจันทร์ที่มีด้ายแดงสำหรับใช้ลิขิตชะตาคนรึ ถ้าความรักถูกกำหนดให้เป็นของท่าน ท่านก็ไม่มีทางหนีความรักพ้น ท่านไม่มีทางรู้เลยว่า ข้างนอกจะมีผู้หญิงยืนรอท่านอยู่หรือไม่” หมอหัวเราะ ยุนบกส่ายหัว ในความเห็นของเขา เรื่องนี้ค่อนข้างตลก “ท่านไม่เชื่อข้าใช่ไม๊” หมอยืนกราน “ขอให้ท่านรอดูต่อไป” แน่นอน หมอที่มีน้ำใจคนนี้ ไม่เข้าใจว่าทำไมการมีภรรยาจึงเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้สำหรับเขา เขาไม่อยากต่อบทสนทนา จึงไม่ตอบคำถาม ได้แต่ตัดบทว่า “ยาเรียบร้อยแล้วหรือยัง ทั้งหมดเท่าไร

“เรียบร้อยแล้ว นี่เป็นยาสำหรับ 3 วัน ดื่มวันละ สองครั้ง เช้าครั้งหนึ่ง ค่ำครั้งหนึ่ง ต้มให้เหลือ 1 ถ้วย ไม่ต้องกังวล อาการบาดเจ็บไม่ได้รุนแรงอะไร พักผ่อนมากๆ เขาจะหายภายใน 1 เดือน ข้าเขียนวิธีการต้มยา ใส่ไว้ให้แล้ว ทั้งหมดสิบนยาง” ยุนบกจ่ายเงิน รับห่อยามาถือไว้ เขาหันมาทางบกน้อยที่กำลังนั่งนิ่งเงียบ อย่างเจ็บปวดและหม่นหมอง “ มาเถอะ ลูกบก อาจารย์จะพาเจ้ากลับบ้าน”เขาให้บกน้อยขี่หลัง แล้วหันไปขอบคุณหมอเมื่อจะออกจากร้าน เมื่อหมอกลับไปจัดของหลังโต๊ะยาว เขาพึมพำกับตัวเอง “หนุ่มคนนี้ขี้อายเกินไป แค่พูดถึงผู้หญิงเขาก็หน้าแดง ฮ่า ฮ่า เขาต้องเป็นบัณฑิตที่ค่อนข้างจะหนักแน่น จริงจัง

ยุนบกเดินช้าๆ เพื่อไม่ให้กระเทือนแขนเด็กชาย คอยเอามือกันเวลาเดินในตลาดไม่ให้มีคนมาชนแผล เมื่อเดินพ้นกลุ่มคนเบียดเสียดมาได้ เขาก็สบายใจขึ้น คิดในใจว่าเด็กชายต้องไปพักผ่อนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้

“อาจารย์” บกน้อยพูดอยู่ในลำคอ

“มีไรรึ”

“ปวด” เสียงสะอื้นเล็กน้อย บกน้อยพูดเบาๆ กับยุนบก เพราะกลัวเขาโวยวายใส่ ยุนบกหันกลับมาดูบกน้อย “เด็กดี ไม่นานก็หายเจ็บ อย่าร้อง อาจารย์จะเล่าเรื่องอะไรให้ฟัง


ได้ยินเช่นนั้น บกน้อยลืมความเจ็บปวดไปทันที “เรื่องอะไรขอรับ” ยุนบกหัวเราะ หันกลับไปมองที่ถนน “เมื่ออาจารย์เจ้ายังเด็ก เขาดื้อรั้นกว่าเจ้าอีก เขามักจะทำให้ตัวเองเกิดเรื่องยุ่งอยู่เสมอ”

“เป็นความจริงรึ อาจารย์ ที่ว่าตอนเด็กๆ ท่านเหมือนบกน้อย” บกน้อยโดนหลอกล่อ แต่ก็ดูงอนอยู่เหมือนกันที่อาจารย์ว่า เขาดื้อเหมือนตัวเอง

“ใช่” ยุนบกนิ่งไปชั่วครู่ ตอนนั้นอาจารย์ได้ทำสิ่งพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย ทำให้คนใกล้ชิดที่รักที่สุดคนหนึ่งได้รับทุกข์ทรมาน ต้องไปรับโทษหนักหนาสาหัส อาจารย์เสียใจที่สุด และตัดสินใจจะเลิกวาดภาพ แล้วอาจารย์ก็ยังทำสิ่งที่เรียกว่ายิ่งกว่าโง่เขลาอีก

“คืออะไร ท่านทำสิ่งใดที่โง่เขลา”

“อาจารย์ใช้หินทุบมือขวาของตัวเอง ดูสิ”ยุนบกเอามือขวาที่อุ้มบกน้อยมาให้ดูข้างหน้า มั่นใจว่าเด็กชายยังอยู่อย่างมั่นคงที่หลังตน

“ว้าว แผลใหญ่มาก ที่จริง ข้าสังเกตเห็นแผลนี้มาตั้งนานแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าท่านเป็นอะไรมา” บกน้อยสัมผัสแผลเป็นเบาๆ ด้วยความรัก และ เกรงว่า แผลจะยังทำให้อาจารย์เจ็บ

“อาจารย์ ยังเจ็บอยู่ไม๊”

“ แน่นอน มันไม่เจ็บอีกแล้ว แต่ตอนนั้น มันเจ็บเลือดตาแทบกระเด็นเลยล่ะ หลังจาก ที่อาจารย์ของอาจารย์พาไปหาหมอ มือก็หายดี ยุนบกดึงมือขวากลับมา และขยับตัวบกน้อยที่อยู่ด้านหลังให้เข้าที่เข้าทาง

“ อาจารย์ต้องร้องไห้อย่างหนักแน่ๆ” บกน้อยพูด รู้สึกพอใจนิดๆ

“ฮ่า ฮ่า ใช่ ใช่ อาจารย์ร้องไห้ตลอดบ่าย แต่ไม่ใช่เพราะเจ็บมือหรอกนะ”

“ถ้างั้น เพราะอะไรหรือขอรับ”

เพราะอาจารย์รู้สึกว่าได้ทำความผิดอย่างร้ายแรงไป และแทนที่ข้าจะถูกลงโทษ กลายเป็นว่า สิ่งที่ข้าทำลงไป เป็นสาเหตุให้คนที่ข้าใกล้ชิดสนิทที่สุดโดนลงโทษแทนข้า และเขาก็ยังต้องเลิกเป็นช่างเขียนด้วย อาจารย์เป็นคนบาปจริงๆ “ ความเจ็บปวดท่วมท้นขึ้นมาในหัวใจทุกครั้งที่เขาคิดถึงยองบก

“บาป”

“อ่า แปลว่า อาจารย์เสียใจมากทำที่ทำแบบนั้น

“ถ้าใครทำผิดก็ต้องโดนลงโทษ ตอนที่ข้าดื้อเวลาอยู่บ้าน ท่านแม่ลงโทษข้าอยู่เรื่อย ลงโทษข้าให้เขียนหนังสือ ลงโทษข้าให้อ่านหนังสือ บางครั้งท่านก็ตีมือ ตีขา ด้วย” บกน้อยพูด

“แต่ว่า ความผิดของอาจารย์นั้นเลวร้ายมากๆ เพราะเป็นเหตุให้คนที่ใกล้ชิดมากต้องออกจากบ้าน ไปทำงานที่หนักอย่างยิ่งยวด และไม่สามารถวาดภาพได้อีกต่อไป หลังจากนั้น หลังจากนั้น ก็เพราะอาจารย์.....”ยุนบกเล่าเสียงสั่นเครือ

“หลังจากนั้น หลังจากนั้น เพราะอาจารย์ เกิดอะไรขึ้นกับคนใกล้ชิดของอาจารย์คนนั้นหรือขอรับ” บกน้อย รู้สึกว่ายุนบกลังเลที่จะพูด

“หลังจากนั้นต้นเหตุก็เป็นเพราะข้าอีก ที่ทำให้คนอื่นทุกข์ทรมาน พูดง่ายๆ ก็คือ เพราะอาจารย์เป็นคนดื้อหัวแข็ง และยังชอบทำเรื่องผิดๆนอกคอก เป็นเหตุให้คนที่ห่วงใย ที่ต้องการปกป้องอาจารย์ ต้องไปรับทุกข์ทรมานแทน เข้าใจไม๊” ยุนบกนิ่งไปชั่วครู่ คิดว่าไม่น่าเล่าเรื่องน่าสลดใจให้เด็กน้อยฟังเลย

“ต่อไปบกน้อยจะไม่ดื้ออีกแล้วขอรับ ไม่งั้นท่านแม่จะเสียใจ”บกน้อยพูดท่าทางเคร่งขรึม กลัวว่าเขาจะทำให้มารดาลำบาก และทุกข์ใจ ยุนบกยิ้มเมื่อได้ยินเสียงจริงจังของเด็กน้อย

ขณะเดียวกันจองฮยางที่กำลังตื่นตระหนก ก็เดินมาถึงเชิงเขา ด้านหลังโรงเรียน ‘ยุมบก ลูกอย่าเป็นอะไรไปนะ ถ้าลูกเป็นอะไรไปแม่จะมีหน้าไปพบแม่จริงๆ ของลูกได้อย่างไร ข้าจะไปมีหน้าพบนางที่นอนอยู่ในหลุมฝังศพชื่อข้าได้อย่างไร' นางเห็นสระน้ำใต้ต้นหลิวขนาดใหญ่ ไม่มีใครสักคนรอบๆ ไม่มีแม้แต่เงาของเด็กชาย

“ยุมบก ยุมบก ลูกอยู่ที่ไหน” นางร้องไห้พร้อมกับเรียกชื่อลูกชาย “อาจารย์ ใช่ อาจารย์ เขาต้องพาลูกบกไปหาหมอแน่ พอคิดได้ดังนั้น นางก็รีบวิ่งออกไปตลาด ที่อยู่ห่างออกไปหลายลี้

พอกลับมาถึงบ้าน ในอ้อมแขนของปู่ ยุมบกกลายเป็นเด็กขี้แงทันที “ท่านปู่ ข้าเจ็บมากๆ ข้าเจ็บมากๆ” พร้อมทำหน้ายับยู่ยี่เพื่อให้เห็นว่าเจ็บจริงๆ ปู่ปาร์คสั่นหัวเขาและส่งขนมของโปรดให้เขา

“ข้าไม่รู้ว่าจะขอบคูณท่านอย่างไรดีที่ต้องรบกวนท่านครั้งแล้วครั้งเล่า ได้แต่บอกว่า ขอบพระคุณอย่างที่สุด ปู่ปาร์คพูดกับยุนบก

ไม่เป็นไรมิได้ขอรับ เป็นความผิดของข้าเองที่ไม่ดูแลเด็กชายให้ดี ไม่งั้นอุบัติเหตุนี้คงไม่เกิด ข้าก็ต้องขอโทษท่านด้วย” ยุนบกนั่งอยู่ในบ้านบกน้อย แม้ว่าบ้านจะเก่า แต่ก็สะอาดสะอ้าน ไม่มีฝุ่นแม้แต่เพียงเล็กน้อย นางต้องเป็นแม่บ้านที่ขยันขันแข็งคนหนึ่ง ยุนบกคิด ขณะดื่มชาเขาก็มองกวาดสายตาไปรอบๆ ห้อง เขารู้สึกทึ่งเมื่อเห็นสิ่งที่คุ้นตาที่มุมห้อง

“เอ่อ นั่น คายากึม” เขาสังเกตเห็น รู้สึกแปลกๆในใจ

“ลูกสาวข้าเคยชอบเล่นคายากึม แต่ตอนนี้ไม่ได้เล่นแล้ว เพราะนางยุ่งกับการหารายได้เลี้ยงครอบครัว ปู่ปาร์คอธิบายแบบเศร้าๆ “กรุณารอเดี๋ยว สักครู่นางคงกลับมา นางวิตกมากเมื่อได้ยินว่าลูกชายประสบอุบัติเหตุ จึงรีบร้อนไปหาเขา บังเอิญวันนี้พวกเราวางแผนกันว่าจะเชิญท่านมาทานอาหารเย็นที่บ้านอันต่ำต้อยของเราพอดี ดังนั้น ได้โปรดกรุณารออยู่ก่อน อีกเดี๋ยว นางคงกลับ” ปู่ปาร์คอธิบายอย่างมีไมตรีกับยุนบก

“ขอรับ”ยุนบกไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงรู้สึกคุ้นเคยกับทุกสิ่งที่นี่ บางทีอาจจะเป็นเพราะเขาไปไหนมาไหนคนเดียวเป็นเวลานานเกินไป เขาอาจจะกำลังโหยหาความเป็นบ้าน

จองฮยางมาถึงร้านหมอในเมือง ด้วยอาการแทบจะหายใจไม่ทัน เขาตอบคำถามที่นางซักถามด้วยความกังวลว่า “มีผู้ชายคนหนึ่งพาเด็กมารักษาที่นี่ แผลของเด็กน้อยอาการไม่น่าเป็นห่วงอะไร เขาพันแผลและให้ยาไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองคนเพิ่งจากไปเมื่อครู่ใหญ่นี่เอง

“เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” ความรู้สึกเต็มตื้อในสมองค่อยคลายออกไป นางหันหลังกลับแล้วเดินจากไป

“โอ้โห นางงดงามอะไรเช่นนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไม บัณฑิตคนนั้นถึงได้ดีกับเด็กคนนั้นขนาดนั้น ฮ่า ฮ่า ต้องเพราะนางเป็นแรงกระตุ้นแน่ๆ” หมอหัวเราะหึๆ พร้อมกับจัดแจงหน้าร้าน

ปู่ปาร์คง่วนอยู่กับการรินน้ำชาให้ยุนบก เมื่อมีเสียงควบม้ามาหยุดที่หน้าบ้าน มีเสียงหนึ่งตะโกนถามว่า “คุณชายซออยู่ที่นี่หรือไม่” ยุนบกจึงออกมาหน้าบ้าน

“แด มิน เจ้ารู้ได้ไงว่าข้าอยู่ที่นี่” เขาถามด้วยความแปลกใจ ที่เห็น พ่อบ้าน บ้านหลิวเขียว นั่งอยู่บนม้าด้านนอก และยังจูงม้าไว้ด้านหลังอีกตัวหนึ่ง
“เจ้านายข้าบอกว่าท่านอาจจะอยู่ที่นี่ ให้ข้ารีบควบม้ามาตาม โปรดตามข้ากลับไป นายผู้ชาย ยูน เพิ่งกลับมาจากซองดู ท่านสั่งให้ข้ามารับท่าน ข้าจึงมาที่นี่

“ซองดู มีข่าวจากซองดูรึ” ยุนบกหัวใจพองโตด้วยความปิติ แล้วหันกลับมาลา “ท่านปู่ ข้ามีเรื่องเร่งด่วนจะต้องทำ ข้าคงต้องขอตัว ขอบคุณสำหรับความจริงใจกับการต้อนรับคนแปลกหน้าเช่นข้า ข้าจะมาเยี่ยมเยียนในวันหลังขอรับ” ยุนบกใส่รองเท้าเตรียมจากไป

“อย่างน้อยน่าทานอาหารด้วยกันก่อนไป” ปู่ปาร์คพยายามรั้งยุนบกให้อยู่ต่ออีกหน่อย

“ใช่ อาจารย์! แม่ข้าจะกลับมาแล้วล่ะ อยู่ต่ออีกหน่อยเถอะนะ” บกน้อยรีบวิ่งออกมา ยื้อยุดให้อาจารย์อยู่ต่อ

“ลูกบกเป็นเด็กดี อาจารย์มีธุระด่วนที่ต้องจัดการวันนี้ ข้าจะมาอีกวันหลังนะ ตอนนี้อย่าลืมพักผ่อน” ยุนบกกระโดดขึ้นม้าที่ มิน แด จูงมาด้วย แล้วควบออกไป พวกเขาสวนทางกับหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินอยู่ข้างทาง

“ยุมบก มานี่เร็ว ให้แม่ดูหน่อยสิ ว่าแผลลูกอาการเป็นยังไง” นางกอดลูกชายในแสงเลือนรางใกล้พลบ

“ลูกไม่เป็นไร สบายดี แค่แขนถลอกนิดหน่อยเอง ท่านแม่ ทำไมท่านเพิ่งจะกลับมา อาจารย์มารอท่านตั้งนาน แล้วก็เมื่อกี๊เขามีเรื่องด่วนเลยรอท่านแม่ไม่ได้ “บกน้อยชี้ไปทางที่เขาควบม้าจากไป บกน้อยไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากตำหนิมารดาเล็กน้อย เขาอยากให้แม่พบกับอาจารย์ของเขาซะจริงๆ

“ถูกต้อง เขาเพิ่งไปเมื่อกี้ วันนี้ก็เป็นอาจารย์คนนี้อีกที่ดูแลบกน้อย ที่บาดเจ็บ เฮ้อ รบกวนเขาบ่อยจริงๆ เลย” ปู่ปาร์คส่ายหัวไปมา

“ตราบใดที่บกน้อยปลอดภัย อะไรก็ดีทั้งนั้น แม่ร้อนใจเป็นห่วงลูก รู้ไม๊” กลั้นน้ำตาไม่ไหวแล้ว นางร้องไห้ออกมาเล็กน้อย พลางกอดเด็กชาย

“ท่านแม่ บกน้อยจะไม่ดื้ออีกแล้ว ท่านแม่ไม่ต้องกังวล” เห็นแม่ทุกข์ใจขนาดนี้ บกน้อยได้แต่ปลอบนางด้วยการลูบหลัง

“ดีแล้ว ไม่มีอะไรแล้ว เข้าไปข้างในกันเถอะ เราเชิญคุณชายซอมาวันไหนก็ได้นี่ เจ้าไม่ได้เห็นเขา เขาเป็นสุภาพบุรุษที่สง่างามจริงๆ” ปู่ปาร์คหันหลังกลับเข้าสวนเล็กๆ
นางยืดตัวตรง ผินหน้าไปตามทางที่ยังมีฝุ่นหมุนวน เปล่งคำพูดจากหัวใจ ‘ขอบคุณ’

.

ที่บ้านหลิวเขียว สองสามีภรรยามิน กับชอนซัง นั่งอยู่ที่ห้องโถง หน้าตาแต่ละคนไม่สู้ดีนัก

“เจ้าแน่ใจนะว่าไม่ผิดพลาด ชื่อตรงกันใช่ไม๊” ฮูหยินมินถามอย่างวิตก

“แน่นอน ถูกต้องตรงกันทั้งชื่อเมืองและชื่อคน”

“น้องซอจะรับเรื่องนี้ไหวหรือไม่” จุงโฮส่ายหัวพลางถอนหายใจ

“พี่ยูน ขอบคุณมาก ขอบคุณมาก เจอนางแล้วใช่ไม๊ นางสบายดีไม๊ ข้าแค่อยากรู้ว่า นางสบายดีใช่ไม๊ ถ้าเป็นอย่างนั้น ข้าแค่อยากจะเจอนางสักครั้ง” ยุนบกถามชอนซัง ทันทีที่เข้ามาในห้องโถง ยุนบกไม่ทันได้สังเกตว่า สองสามีภรรยามิน และชอนซัง มองหน้ากันอย่างกระอักกระอ่วนใจ

“เอ่อ น้องซอ นั่งก่อนดื่มน้ำชา พักเหนื่อยสักครู่ก่อน ชอนซังรับรินน้ำชาให้ยุนบก

“ขอบคุณมาก ข้ากำลังกระหายน้ำพอดี เพราะควบม้า มาอย่างเร่งด่วน” ยุนบกดื่มชารวดเดียวหมดถ้วย เสร็จ เขาก็มองชอนซังด้วยตากลมโตเป็นประกาย

“เอ่อ น้องซอ เอาแบบนี้นะ พรุ่งนี้เช้าตื่นมาเราค่อยไปกันนะ ข้าจะพาท่านไปดูด้วยตาตัวเองกว่า” ชอนซังพูด หลบตายุนบก พลางชำเลืองแบบอึดอัดมาที่จุงโฮ

“เกิดอะไรขึ้น นางไม่ได้อยู่สุขสบายหรือ” ในที่สุดยุนบกก็สังเกตว่าพวกเขามีอะไรปิดบังตน

“น้องซอ อย่าเพิ่งตื่นตกใจท่านจะรู้เองเมื่อไปถึงซองดู” ชอนซังบอกด้วยน้ำเสียงอ่อยๆได้เพียงนี้

“ชอนซัง เจ้าต้องดูแลน้องซอให้ดีตลอดการเดินทางนะ อย่าให้เกิดอะไรขึ้นแม้แต่นิดเดียว จุงโฮพูดช้าๆ มองไปที่น้องเขยแบบรู้กัน

“ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะดูแลน้องซอเป็นอย่างดี” ชอนซังสัญญาขณะทีก้มหัวให้พี่สาว และพี่เขย ยุนบกสงสัยในท่าทางของทั้งสาม แต่ความยินดีที่รู้ที่อยู่ของจองฮยาง ทำให้เขาไม่สงสัยท่าทางอันมีพิรุธ เช้าวันต่อมา ชายหนุ่มสองคนควบม้าออกจากบ้านหลิวเขียว มุ่งไปซองโด ทิ้งฝุ่นตลบไว้เบื้องหลัง

#จบตอนที่ 6#


Create Date : 03 ธันวาคม 2552
Last Update : 8 มกราคม 2553 13:25:13 น. 3 comments
Counter : 1676 Pageviews.

 
ติดตามผลงานค่ะๆ


โดย: วิเคราะห์ IP: 110.164.102.26 วันที่: 4 ธันวาคม 2552 เวลา:0:33:57 น.  

 
Thank you very much for Shin Yoon Buk2.


โดย: doydoy IP: 110.164.60.127 วันที่: 7 ธันวาคม 2552 เวลา:2:21:39 น.  

 
ขอปิดคอมเม้นท์ทุกหน้านะคะ ไปใช้หน้าแรกหน้าเดียวค่ะ (ภาพวาดภาพที่ 1)


โดย: Won won IP: 125.26.193.243 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:10:13:32 น.  

Valentine's Month


 
albatross11
Location :
สุรินทร์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




รักกันเพียงใดก็ต้องพลัดพราก หวงไว้เพียงใดก็ต้องจำจาก ข้ามาคนเดียวข้าไปคนเดียว ไม่มีใครเป็นอะไรของใคร ต่างคนมาต่างคนไป ยิ่งยึดยิ่งทุกข์ ปล่อยวางได้จึงเบาสบาย... เมื่อปัญญาแจ่มแจ้งจะสลัดคืน เมื่อมาจากดิน ท้ายที่สุดก็สลายกลายเป็นดิน ยึดเอาไว้ก็ได้แต่ทุกข์ตอบแทน อยากโง่ก็ยึดต่อไป คิดได้ก็วางเสีย พุทธทาสภิกขุ............ .............................. .............................. ความทุกข์ที่เกิดจากการพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักที่พอใจนั้น เป็นเรื่องทรมานยิ่ง และเรื่องที่จะบังคับมิให้พลัดพรากก็เป็นสิ่งสุดวิสัย... ทุกคนจะต้องพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก ที่พอใจ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง...พุทธโอวาท --------------------------- พระราชดำรัส ในรัชกาลที่ 7 เมื่อทรงสละพระราชสมบัติ เพื่อประชาชน ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจ อันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิม ให้แก่ราษฎรทั่วไป ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะ เพื่อใช้อำนาจโดยสิทธิ์ขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร
Friends' blogs
[Add albatross11's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.