จิตดวงเดียว ท่องเที่ยวไป
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2552
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
24 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 
ทิดเต๋าเผาำพระอาจารย์ ตอน แผนทุบหม้อข้าวตีเข้าเมืองจันทน์

แผนนี้ผมขอให้ชื่อว่า “แผนทุบหม้อข้าวเข้าตีเมืองจันท์..!” เรื่องของเรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ ที่เกาะพระฤๅษีนั้นมีกุฏิด้านหน้าอยู่ ๕ หลัง มีอยู่หลังหนึ่งที่พวกผมเรียกกันว่า กุฏิเบอร์ ๒ เพราะเป็นหลังที่ ๒

กุฏิหลังนี้ใช้เป็นที่สำหรับเก็บเสบียงจำพวก ข้าวสาร อาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำตาล ใบชา กาแฟ ครีมเทียม และเครื่องอุปโภคต่าง ๆ กุฏินี้ร้อยวันพันปีท่านไม่เคยคล้องกุญแจ เพราะถือว่าเป็นของสังฆทาน

ภิกษุสามเณรท่านใดมีความต้องการนำไปใช้ สามารถไปหยิบใช้ได้ตามสมควรโดยไม่ต้องขออนุญาต ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกกาแฟ (ที่ท่านไม่ฉัน แต่ผมนี่ขาดไม่ได้เลย)น้ำตาล ครีม อะไรพวกนี้แหละครับ

ขณะนั้นจำได้ว่า เป็นช่วงที่ท่านจะไปรับสังฆทานที่บ้านอนุสาวรีย์พอดี ก่อนไปท่านได้ดำเนินการ“ทุบหม้อข้าวตีเข้าเมืองจันท์..!”ทันที โดยการล็อกกุญแจกุฏิเบอร์ ๒ เอาไว้ เพื่อเป็นการตัดเสบียง เพิ่มกำลังใจให้นักรบได้สู้ต่อไปโดยมีชีวิต(กาแฟ)เป็นเดิมพัน..!

หลังจากล็อกเรียบร้อยแล้ว ท่านก็ออกเดินทาง ทิ้งให้ผมกับหลวงพี่ปรีชายืนงงกับมาตรการขั้นเด็ดขาดของท่าน คิดไม่ถึงครับ..คิดไม่ถึงจริง ๆ เสบียงในหอฉันก็ใกล้จะหมด กว่าท่านจะกลับก็อีกตั้ง ๕ วัน แถมท่านกลับมาถ้ายังทำไม่สำเร็จก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนอีกด้วย..!

งานเข้าละครับตอนนี้ ผมกับหลวงพี่ปรีชายืนมองหน้ากัน และโดยมิได้นัดหมาย ต่างขึ้นไปภาวนา ลูบกุญแจคนละทีสองที กุญแจก็ยังติดสนิทอยู่เหมือนเดิม จึงต้องแยกย้ายกันไปภาวนากันคนละทาง โดยเป็นที่รู้กันว่า ถ้าผ่านกุฏิเบอร์ ๒ เมื่อไรต้องแวะขึ้นไปทักทายกุญแจสักทีสองที หลุดไม่หลุดก็ช่างมัน ขอให้ได้ลูบได้เป่าคนละทีสองทีให้พอชื่นใจ

ในระยะตลอด ๓ - ๔ วันนั้น ทั้งผมและหลวงพี่ปรีชาต่างก็แวะไปเยี่ยมเยียนคุณแม่กุญแจกันอยู่เป็นประจำ เธอก็ไม่ยอมใจอ่อนสักที จนผ่านไปวันสุดท้ายซึ่งเป็นเดธไลน์ เพราะหลวงพี่ท่านจะกลับมาในวันรุ่งขึ้น

ทั้งผมทั้งหลวงพี่ปรีชา ต่างก็อ่อนใจกับคุณแม่กุญแจนี่เหลือเกิน ไม่รู้จะทำอย่างไรดี จึงแยกย้ายกันไปจำวัตร(นอนกลางวัน) นอนจริง ๆ ครับสำหรับผม (หลายท่านอาจจะไม่เชื่อนะครับ ว่าการภาวนาอย่างจริง ๆ จัง ๆ นี่ มันเหนื่อยมาก เหนื่อยจริง ๆ เพลียไปหมดทั้งกายและใจเลยครับ)

ในส่วนของหลวงพี่ปรีชานั้นผมไม่ทราบ แต่ผมว่าท่านคงจะไปภาวนามากกว่า เพราะว่าท่านเป็นพระนักปฏิบัติที่ผมเลื่อมใสในความเพียรของท่านเป็นอย่างมาก ตั้งใจจริง ๆ ชนิดเรียกได้ว่าผมนี่ไม่ติดเท้าของท่านเลยก็ว่าได้

หลังจากตื่นออกมาเป็นเวลาประมาณบ่าย ๓ โมง ผมก็เดินงัวเงีย ๆ ผ่านกุฏิเบอร์ ๒ เห็นยังล็อกอยู่ เลยเดินขึ้นไปตามความเคยชิน (ต้องบอกว่าความเคยชินจริง ๆ ครับ เพราะ ๓ – ๔ วันมานี่ เดินกันทั้งวัน ลูบกันทั้งวัน แถมวันละหลาย ๆ เที่ยว ไม่ชินให้มันรู้ไป)

ก็ขึ้นไปตามปกติ ยังไม่ทันได้คิดอะไรเลยครับ ไม่คิดอะไรจริง ๆ ประมาณว่าจะลูบเอาเป็นพิธีเท่านั้น ปรากฏว่าแม่กุญแจมันหลุดผลัวะออกมาเลย เหมือนมันไหลออกมาง่าย ๆ ซะอย่างนั้น..! ผมรีบตะโกนบอกหลวงพี่ปรีชา...


“หลวงพี่คร้าบ...ออกมารับประเคนกาแฟเร็วๆ ครับ..”
ท่านก็รีบออกมา สำรวจที่แม่กุญแจแล้วว่า
“เออ..เณรทำได้แล้วเหรอ..?”

เรียนท่านไปว่า ผมเองก็ยังงง ๆ อยู่เหมือนกัน ว่าแล้วก็เดินไปฉันกาแฟที่หอฉันกันอย่างสบายใจ ที่ไม่สบายใจมีอยู่อย่างเดียวคือ แม่กุญแจที่หลุดออกมานั้น มันเป็นยี่ห้อโซเล็กซ์ ซึ่งถ้าไม่มีลูกกุญแจไขนี่มันล็อกกลับเข้าไปไม่ได้..!

พยามเท่าไหร่ก็ล็อกกลับไม่ได้ซะที แบบว่า “โหยย.. ตอนออกก็ยากแล้ว ตอนเข้ายังเสื...กยากกว่าอีก พรุ่งนี้หลวงพี่กลับมา ตูกระเจิงแน่นอนฐานทำกุญแจพัง ซวยจริง ๆ..!”

วันรุ่งขึ้นเมื่อหลวงพี่ท่านกลับมาถึง สิ่งแรกที่ท่านทำก็คือ เดินเข้าไปในหอฉัน พอมองเห็นกาแฟเต็มขวด น้ำตาลเต็มขวด ครีมเต็มขวด ท่านวางสัมภาระแล้วเดินตรงไปที่กุฏิเบอร์ ๒ ทันที พอท่านขึ้นไปเห็นกุญแจห้อยคาอยู่ ท่านถามด้วยเสียงอันดังเลยครับว่า


“ใครมันทำให้กุญแจเป็นแบบนี้..!”
ผมคิดในใจ กูโดนแน่.. ตอบเสียงอ่อยๆ หวังความเห็นใจจากท่านว่า
“ผมเองครับ”
ท่านหันมาดุเสียงดังลั่นเลยครับว่า
“ดีมาก..!”

โหยย..ผมนี่แทบลอย..! โล่งใจสุด ๆ แบบที่เขาเรียกว่ายกภูเขาออกจากอกนี่ใช่เลย แต่ท่านก็ยังบอกต่ออีกว่า “แล้วกุญแจนี่ คุณจะว่าอย่างไร..?” จะว่าอย่างไรละคร้าบ..เงินเดือนในเดือนนั้น (ท่านถวายเงินเดือนพระเณรทุกรูป) ก็ถวายชำระหนี้สงฆ์ค่ากุญแจไปสิคร้าบ..หมดตัวเลยตู..!

ตอนหลังได้มีโอกาสสนทนากัน ก็กราบเรียนท่านไปว่า

“ที่ทำได้ ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะครับ มันฟลุกครับ..”
ท่านก็เมตตาตอบว่า
“กำลังใจสำหรับใช้งานมันก็เท่านี้แหละ คือกำลังมันพอแล้ว แต่ตอนที่ใช้มันไม่พอดี ถ้ามากเกินไปหรือน้อยเกินไป มันจะไม่มีผล คุณจำอารมณ์นั้นไว้ให้ดีนะ..”

“อะไรนะครับหลวงพี่..?”
“พลั่กกก..!”

๑๓ มกราคม ๒๕๔๒ (ถ่ายกับคุณประเสริฐ เนียมพูน บนภัตตาคารเรือการเวก สวนสาธารณะบึงกันดอจี เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า)



Create Date : 24 กรกฎาคม 2552
Last Update : 25 กรกฎาคม 2552 14:16:31 น. 1 comments
Counter : 475 Pageviews.

 
อนุโมทนาบุญกับความสำเร็จที่เกิดขึ้นด้วยครับ


โดย: ป้อม IP: 124.122.169.90 วันที่: 12 ตุลาคม 2554 เวลา:17:24:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tidtou
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




จิตดวงเดียว
Friends' blogs
[Add tidtou's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.