lliliil Work it harder, Make it better, Do it faster, Make us Stronger liilill
space
space
space
<<
พฤศจิกายน 2568
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
space
space
19 พฤศจิกายน 2568
space
space
space

็Healthy





เดือนที่แล้ว ผมทำสติถิ เข้าออฟฟิศแค่ 2 วัน 
คือวันที่ 13 ตุลา และ 23 ตุลา 

ที่บริษัทอื่นเค้าหยุดกันแต่ผมไม่หยุด 
จริงๆ ไซต์ก็มักไม่หยุดเหมือนกัน แต่ผมสวมรอยว่าหยุด 555
ไม่งั้น หน้างานนัดยับ จนไม่มีเวลาเข้าออฟฟิศเคลียร์เมลล์ เคลียร์บิล เคลียร์เอกสาร












หลังจากนั้น พอกลับมาจากทำงานต่างประเทศรอบ 2 
ผมก็วิ่งลุยกับงานแบบยับๆ 
ซึ่งก่อนไปญี่ปุ่นรอบ 2 ผมป่วยเล่นเอาที่ทำงานกังวลว่าจะเดินทางไหวไหม
แต่ทำยังไงได้ละครับ ยังไงก็ต้องบิน 
ซึ่งหมอก็นัดเอาวันที่จะบินซะอีก ทำให้ผมต้องยกเลิกนัดหมอแล้วไปสนามบินแทน



จังหวะนั้นผมก็เริ่มขึ้นถึงเรื่อง Work (ไร้) Balance ขึ้นมาทันที











ตลอดทั้งเดือน ผมนี่วิ่งไปทั่ว
อร่อยไม่ซ้ำ จำที่แทบไม่ได้





การกินข้าวคนเดียวของผมแม่งเป็นเรื่องปกติมาก
มากซะจนการนั่งกินข้าวคนเดียวเป็นเวลาส่วนตัว
พอไม่ได้ On dirty แล้วมีใครมากินข้าวด้วยเนี้ย....
ไม่ชินเลยครับ
งงไหมครับ 5555 ปกติผมกินข้าวกับใครก็ได้ ไม่รู้สึกอะไร
แต่ถ้าเอาเรื่องจริงเลย วันก่อนทำงานเสร็จ กำลังจะแยกย้าย
ผมกับไนท์กับซีเกมส์ยังแยกกันเลยครับ 
คือต่างคนต่างไป อยากแวะที่ไหนแวะ อยากกินอะไรแยกกันกิน
แต่ลูกค้าดันชวนผมกินข้าวด้วยถึง 3 รอบติด













"พี่ปริ๊นซ์ไปกินข้าวด้วยกันไหมครับ"  ลูกค้าถาม
"อือ.....พี่ดูก่อนนะครับ ไม่รู้มีงานอะไรไหม" ผมแบ่งรับแบ่งสู้
"กินแค่ตรงนี้เอง นี่เวลาพักเที่ยง พี่กินก่อนแล้วค่อยไปทำงานต่อก็ได้"
"อืม..." 


คำว่า อืม ของผมไม่ได้รับปาก  แต่แค่ทำเสียงให้รู้ว่ารับรู้
จนลูกค้าที่เดินไปเดินมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ยังไม่ได้ไปไหนต้องถามอีกรอบ

"ไปดิครับพี่ พี่เลือกเลย อยากกินอะไร ผมได้หมดเลย"
ในขณะที่ผมยิ้มอ่อน ไนท์ก็พูดขึ้นมาแทน
"พี่เค้าเหนื่อยแล้วป่าวครับ คงอยากหาที่นั่งกินไปทำงานไปชิลๆ มั้ง"



"ไปด้วยกันเถอะพี่ปริ๊นซ์ กินแบบพี่น้อง ไม่คุยเรื่องงานเลย
แล้วพี่จะนั่งทำอะไรก็ได้ ไปซักหน่อยเถอะ"

ลูกค้าคนเดิมยังคงเซ้าซี้ จนผมต้องพับโน๊ตบุ๊คลงแล้วเริ่มเก็บของ
"ป่ะ....พี่ไปด้วยแล้วกันครับ"



สุดท้ายผมก็ต้องยอม
แต่ยอมแบบ....ผมปัก Location ร้านที่อยากกินไปเลยครับ
ซึ่งร้านที่จอดรถน้อยมาก และผมก็เป็นคันสุดท้ายที่ได้จอดในร้าน
ส่วนลูกค้าหรอ....
ช่างแม่ง ตามกูมาให้ได้แล้วกัน
ซึ่งผมก็จัดการเปิดโต๊ะแล้วนั่งดูเมนูไป ฟังข่าวไป อย่างใจเย็น
พักใหญ่ ๆ ลูกค้าคนนั้นก็โทรมาหา


"พี่ถึงแล้วป่ะครับ ได้โต๊ะไหม"
"ได้ๆ  เดินเข้ามาเลยครับ"
ผมพูดแล้วชะโงกดู ก็เห็นลูกค้าเดินเข้ามาพอดี ผมก็โบกมือให้











"พี่ได้จอดข้างในด้วยหรอ โคตรโชคดี หรือมันเป็นที่รถวะ"
ลูกค้าพูดพร้อมหัวเราะ ก่อนเอามือเสยผมไปเสยผมมา
ก็น่าจะเดินมาไกลพอสมควร แล้วลมตีจนผมยุ่ง
ต่อไป ผมจะขอเรียกลูกค้าคนนี้ว่า
  กาย



"ได้จอดที่ไหน"  ผมถาม
"โน้นนนน ปากซอย 3 ครับ ผมแม่งไม่ค่อยมีดวงเรื่องที่จอดรถ"
ผมแค่ยิ้ม ๆ แล้วก้มมองเมนูต่อ 
ส่วนกายก็หยิบเอาใบออเดอร์พร้อมปากกาไปเขียน

"พี่ปริ๊นซ์เอาอะไรครับ บอกเลขมาเลย"
ผมนี่รู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาทันที เพราะปกติ เวลากินข้าวกับลูกค้า
ไอ่หน้าที่นั่นควรจะเป็นหน้าที่ผม ที่หยิบเมนู เปิดให้ 
จดเมนูให้ เรียกพนักงานให้  แต่คราวนี้ลูกค้ากลับมาทำให้แทน



และในขณะที่ผมกำลังจะหันไปหยิบน้ำจิ้มมาเทให้
กายก็ยื่นมือมากันแขนผม ก่อนที่จะใช้อีกมือหยิบน้ำจิ้มมาเทให้แทน

"ผมบอกแล้วว่ามากินแบบพี่น้อง กินแบบเพื่อนกัน ผมจัดการเอง"
ว่าแล้วกายก็จัดการเทน้ำจิ้ม เทชาให้กับผม













หลังจากนั้นบมสนทนาก็ไปเรื่อยเลยครับ
ไม่ว่าจะเรื่องเที่ยว เรื่องรองเท้า  เครื่องดื่ม  หรือรถ
จังหวะนี้กายยื่นมือถือมาให้ผมดูแล้วพูดว่า

"อีก 3 ปีนะพี่ ถ้าไทยได้เป็นโฮสฟอร์มูล่า 1 จริงๆ 
ผมจะตะเวนดูให้ครบทุกสนามเลย...เรามาวางแผนงานช่วงนั้นให้ลงตัวกันดีไหมพี่"

กายพูดพร้อมหัวเราะ 



"อีกตั้ง 3 ปี จะรีบไปทำไม" ผมก็หัวเราะ
"มันก็ต้องวางแผนป่าว เดี๋ยวเกิดได้งานยาวๆ ต่างจังหวัดละยุ่งเลยนะครับ"
ว่าแล้วกายก็หันมือถือกลับไปไถอ่านข่าวเพิ่มเติม
ส่วนผมเอง ก็หยิบมือถือขึ้นมาเปิดเช่นกัน ก่อนจะพูดไปด้วย

"แต่อีก 3 ปี....พี่ก็ไม่รู้ว่าพี่จะยังอยู่ที่นี่ไหมนะครับ"



เท่านั้นละครับ กายเงยหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แล้วเอียงคอมองหน้าผม
"เฮ่ยพี่.....พูดเป็นเล่น"
"เค้าบอกว่า ถ้าแม่งแย่มากจัด เราต้องตั้ง Limited ให้ตัวเอง
ว่าไอ่อดทนเนี้ย กูต้องอดทนไปอีกแค่ไหน"

ผมก็ยังยิ้มให้กายนะ เหมือนเรื่องที่พูดไม่ได้ซีเรียสอะไร
แต่กายนี่ซีเรียสทันที ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับผมกันแน่













"เฮ้ยพี่ปริ๊นซ์...." 
กายดูทำหน้าลำบากใจ ปนสงสัย เหมือนไม่รู้จะเริ่มพูดกับผมยังไงก่อน
"ผมทำงานกับพี่มา....5ปี ได้ปะ" กายถาม ส่วนผมพยักหน้า
"จะเฮี่ยฮ่าซาตานยังไงก็เจอกันมาหมด ผมไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้จากพี่เลย
เคยได้ยินแต่ งานพี่มันดี นายพี่ดี งานนี้คืองานในฝันของพี่
แล้วอะไรวะที่ทำให้พี่คิดแบบนี้"




ผมก็ยังยิ้ม และพูดบางสิ่งให้กายฟัง
เกี่ยวกับการถูก Abuse ในการทำงาน
ซึ่งคือ 10% ของสิ่งที่ผมรู้สึกหรือเจอมา

"ไอ่เฮี่ย.....นี่เรื่องจริงหรอครับ ไม่เคยรู้เลย" ครับ...ไม่แปลกที่กายจะตกใจ
"แม่งอย่างกะ Ocean's eleven"  พูดแล้วผมก็ขำคนเดียว


"แต่พี่ใจเย็นๆ นะ....จริงๆ ผมมีที่ที่อยากให้พี่ไปอยู่นะ 
ที่ที่แม่งเหมาะกับพี่มาก อยู่แล้วน่าจะดี แต่ได้อย่างก็เสียอย่าง
ผมว่าพี่รู้ว่าผมหมายถึงที่ไหน"

ผมกอดอกแล้วพยักหน้าว่า รู้ แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ว่าแล้วผมก็เบรกบรรยากาศด้วยการกินอาหารตรงหน้าไป 2-3 ถ้วย
แล้วขอตัวไปสั่งเพิ่มที่เคาท์เตอร์


พอกลับมาที่โต๊ะ ขณะที่กายนั่งกินอะไรที่ผมออกปากว่าไม่ชอบ
พอเห็นผมเดินกลับมา กายก็โบกมือเบาๆ 

"ไอ่นี่พี่กินไหมครับ" ว่าแล้วก็ชี้ไปที่ไข่เยี่ยวม้า
"เหอะ...กินเลย"   










เผลออีกที ผมกับกายก็มียืนอยู่ด้วยกันที่ ฉะเชิงเทรา ในสัปดาห์ถัดไป
และพอทำงานเสร็จ กายก็ชวนผมไปหาอะไรกินอีกเช่นเดิม
แต่ทีแรก ผมกับไนท์ไม่ได้อยากไปด้วยเลยครับ เพราะวางแผนไว้ว่าจะแวะที่เที่ยวต่อ
ผมเลยส่งไนท์ให้ไปเจรจา บอกว่าพวกผมจะไปวัดกัน มันจะไปหรอ
แต่ผิดคาดครับ เพราะคนบาป ไม่แพ้พวกผมอย่างกายกลับขอตามไปด้วย
ราวกับคนเหงา











ไปถึงวัด ไหว้พระเสร็จ
ไนท์กับกายก็จัดการชวนกันไปเสี่ยงเซียมซี
ไอ่ผมที่ไม่อินกับเรื่องแบบนี้ก็ไปเดินดูพระพุทธรูปเล็กๆ 
เดินดูพระเครื่อง เครื่อราง สิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรไปตามเรื่อง

เบื่อๆ ก็ไปเทน้ำมันตะเกียง แล้วไปนั่งหาที่เย็นๆ ในโบสถ์

แต่นั่งไปนั่งมา ท่าไหมไม่รู้ ผมก็ไหว้พระแล้วนึกอยากจะขอพรท่าน
แต่ปากนั่นพูดเป็นเชิงบนบานว่าถ้าสำเร็จตามนี้จะกลับมาถวายของ

แล้วเป็นเรื่องไร้สาระซะด้วยนะครับ 











และเพราะความปากไวของผมครั้งนั้น
ทำให้ผมต้องกลับไปที่ฉะเชิงเทราอีกเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 1 เดือน

แถมต้องกลับไปพร้อม ไข่ต้มอีก 200 ฟอง

ไอ่ตอนพูดก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกครับ 
แต่ตอนกลับเอาไข่ไปถวายนี่สิ......




แล้วไข่ 200 ฟองนี่อย่างหนักเลยครับ
บอกตัวเองเลยว่า
คราวหน้าจะบนอะไรให้คิดก่อนพูด 55555












นอกจากชั้นก็วิ่งไปนครปฐมเป็นว่าเล่นเหมือนกันครับ
นอกจากนั้น ถ้าไม่ได้ออกต่างจังหวัด ก็คือขับวนอยู่ในกรุงเทพ
กายเคยโทรมาหาผมตอน 9 โมง ก็ได้ยินเสียงผมขับรถ
โทรมา บ่ายโมง ก็ขับรถ  โทรตอน 4 โมงเย็น ก็ยังขับรถ!!!
จนกายบอกว่า
"นี่พี่ขับแกร๊บหรือทำงาน" 5555
ก็ใช้สิครับ
บางใหญ่ บางนา บางละมุง นี่ก็ไปแทบทุกบางใน 1 เดือน











แต่บอกตรงๆ เลยว่า ....  ขออนุญาตไม่นัดใครที่
One bangkok ตอน 3-4 โมงเย็นนะคะ
รถติดชิบหาย ขากลับ!!! 










นี่ไม่รวมที่ต้องไปทำงานส่วนตัวที่บางนาอีกนะครับ
เรียกว่าขับรถจนเหนื่อย เหนื่อยจนเป็นอาการชิน

ซึ่งบางครั้งก็รู้สึกว่า แม่งไม่ Healthy เลยว่ะ



ยังดีที่ตอนไปทำงานส่วนตัว เสร็จงานยังมีโอกาสได้นั่งกินอะไรดีๆ บ้าง










เชื่อไหมครับว่าผมใช้เวลาพิมพ์บล๊อกนี้เกือบ 1 วีค 
พิมพ์ได้ทีละ2-3 ย่อหน้า ก็ต้องลุยขับรถไปไหนต่อไหน
 เสาร์อาทิตย์ ทำงานอื่น เคลียร์ชีวิตส่วนตัวก็หมดเวลาแล้วครับ 
กลางคืนก็นั่งตัดคลิป นั่งทำงาน 
หรือไม่ก็หลับคาคอมไปตอน 5 ทุ่ม






Healthy ไหมละครับ Working life




 




 

Create Date : 19 พฤศจิกายน 2568
11 comments
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2568 15:55:26 น.
Counter : 518 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณ**mp5**, คุณโฮมสเตย์ริมน้ำ, คุณหอมกร, คุณกะริโตะคุง, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณhaiku, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณสองแผ่นดิน, คุณmultiple, คุณกะว่าก๋า, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณtanjira, คุณThe Kop Civil, คุณnonnoiGiwGiw, คุณtoor36, คุณเจ้าหญิงไอดิน

 

ปกติปริ้นจะคุยเล่าได้สนุกกว่านี้
นี่เจือความท็อกซิคออกมาด้วยเลยจ้า

 

โดย: หอมกร 19 พฤศจิกายน 2568 17:40:56 น.  

 

สวัสดีครับ
อาทิตย์นี้มาเหมือนบ่นๆนะครับ ไปกินโกปิฮัปนี่ ผมจะได้กินก็ตอนไปกับแฟนครับ เพราะกินน้อยดี เข่งนึงมันนิดเดียว (แต่ก็ไม่ค่อยประหยัดนะ กินทีหมดเป็นพัน)

เขียนบล็อคครั้งหน้าขอแบบมีหลานด้วยนะครับ จะรออ่านครับ

 

โดย: กะริโตะคุง 19 พฤศจิกายน 2568 18:57:20 น.  

 

โอ้ อ่านดูแล้ว งานท่าทางจะเหนื่อยสาหัสเลยนะครับนี่
เวลาพักผ่อนก็น้อย เลยเจ็บป่วยบ่อย

อาจารย์เต๊ะ สมัยหนุ่มนี่ ก็ทุ่มเทกับงานมาก
สมัยทำงานสนามบิน บางที ตี2 ยังไปคุมงาน เดินหัวยุ่งอยู่ในสนามบินอยู่เลย555
แต่หลังๆ พอนานๆเข้า ก็เริ่มคิดหางานสบายๆ วันทำงานไม่มากไม่เหนื่อย ทำ ไม่งั้นร่างกายทรุดโทรม ตอนแก่แย่แน่เลยเชียวครับ

ส่วนเรื่องกินข้าวกับลูกค้านี่ ไม่จำเป็นไม่ค่อยอยากไป เพราะมันจะกินไม่อร่อย 555
เรื่องกินคนเดียวนี่ ส่วนใหญ่ประจำอยู่แล้ว
ยกเว้นตอนไปทำงาน กินข้าวกับสาวๆนี่ ชอบมากครับ แฮร่555

เรื่องกินข้าวกับผู้ชายนี่ น้อยมาก เพราะเอาใจผู้ชายไม่ค่อยจะเป็น เอาใจมากๆ จะกลายเป็น ซี่รี่ย์ y ซะเปล่าๆเย้ย 555

สำหรับ อาจารย์เต๊ะนี่ เรื่องไปวัด นี่น้อยมากนอกจากโดนกิ๊กลากไป สะเดาะเคราะห์5555
วัดที่ไปนี่ ดูทรง บนไข่ต้ม นี่น่าจะวัดหลวงพ่อโสธร แหงๆเลยนะครับ แฮร่ 555

สมัยก่อน อาจารย์เต๊ะ เคยไปสอนแถวศาลายาทุกอาทิตย์
วิ่งต้ออีกนิดก็จะ นครปฐมแล้วนะครับ เส้นบางใหญ่ นี่วิ่งบ่อยเหมือนกัน แต่เส้นนครอินทร์นี่ไม่ชอบ จำกัดความเร็ว 80 บ้าไปแล้ว โดนใบสั่งเรื่อยเลยครับ 555

แต่เส้นรถติดในเมืองนี่ ยังไงก้ไม่ไปแน่นอน ถ้าเลือกได้นะครับ
พักหลัง ที่มาเป็น อาจารย์ นี่ อาจารย์เต๊ะ เลือกงานมาก
ไกลไม่ไป ไม่มีที่จอดรถไม่สอน ทำงานเกินเดือนละ 4 วัน ไม่เอา
สุดท้าย ไม่มีใครจ้าง เย้ย ม่ายช่าย 5555

ยังไงก็ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ


 

โดย: multiple 20 พฤศจิกายน 2568 5:12:20 น.  

 

Work (ไร้) Balance

เท่เลยครับ 555

แต่ในวัยหนุ่มก็ต้องลุยแบบนี้เลยนะครับ
ช่วงสร้างกระตูก สร้างความแข็งแรงในเรื่องหน้าที่การงาน
เพราะมันจะนำไปสู่ความมั่นคงและประสกบารณ์ในการทำงาน

น้องกายนี่ดูทรงแล้วจะกลายเป็นพี่น้องมากกว่าลูกค้านะครับ
ไปกินข้าว ไปเที่ยววัดด้วยกันแล้ว 555


 

โดย: กะว่าก๋า 20 พฤศจิกายน 2568 5:45:49 น.  

 

สวัสดีค่ะน้องปริ๊น

อืมมม พี่อ่านบล็อกนี้รู้สึกแปลกนิดๆค่ะ
งงกับเรื่องเล่าของน้องนิดหน่อยค่ะ 555

พี่ก็เคยเอาไข่ต้มไปเหมือนกันค่ะ แต่พี่แค่ 100 เดียวค่ะ

รักษาสุขภาพด้วยนะคะน้อง งานท่วมตัวขนาดนี้

 

โดย: tanjira 20 พฤศจิกายน 2568 13:30:07 น.  

 

พี่มากดโหวตไว้ก่อนนะครับ ออกไปตีแบดก่อน เดี๋ยวกลับมาเม็นต์ครับ

 

โดย: The Kop Civil 20 พฤศจิกายน 2568 18:17:00 น.  

 

สวัสดีครับน้องปริ๊นซ์
ออกเดินทางบ่อยอย่างนี้ ถ้าไม่ชอบจริง ๆ น่าจะเหนื่อยเลยนะครับ พี่ว่าถ้าได้เที่ยวด้วย รวมทั้งได้กินอาหารอร่อย ๆ ค่อยโอเคหน่อย 555
ถ้ามีเจ้าภาพด้วยนี่ถึงไหนถึงกัน พอเห็นติ่มซำแล้วทำให้นึกถึงแถวใต้เลยนะครับ ทั้งตรัง ภูเก็ตเค้านิยมกินติ่มซำกัน คนเต็มเกือบจะทุกร้าน
โอว บนไข่ไป 200 ฟอง ของพี่บนไข่ต้มไป 50 ฟอง ที่ทำงานอิ่มกันไปเลยครับ

 

โดย: The Kop Civil 21 พฤศจิกายน 2568 10:27:25 น.  

 

ส่งกำลังใจนะคะ ดูแลสุขภาพด้วยล่ะ

 

โดย: nonnoiGiwGiw 21 พฤศจิกายน 2568 16:20:06 น.  

 

ผมมีความรู้สึกว่าโลกเราในยุคนี้มันเป็นแบบนั้นจริงๆ Work (ไร้) Balanceไม่ทำมันก็หาคนใหม่ ไม่ได้ทัศนคติแย่ แต่กล้าปฏิเสธมั้ยล่ะว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง

สมดุลระหว่างงานกับเรื่องส่วนตัวแทบไม่มี จริงอยุ่ทำงานได้ทุกที่ แต่ก็ตามงานได้ทุกที่เช่นกัน

ผมเคยฟังพวกสายมูเขาพุนะว่า "อย่าบน" ให้ขอเลย เพราะการบนเป็นการสร้างกิเลสให้สิ่งที่เราบน ถขอไปเลย ถ้าท่านจะให้เดี๋ยวก็ให้เอง

ไม่ให้กำลังใจหรอกครับ เพราะตัวเองก็เอาตัวเองแทบจะไม่รอดอยู่ ชีวิตช่วงนี้ไม่รู้มันอะไรนักหนา ต้องมาเจอเรื่องราวอะไรก็ไม่รู้ ไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรด้วยเลยสักหน่อย ค่าแรงก็ถูกแสนถูก เหลืออีก 5 วัน น่าจะต้องเดินเท้าไป-กลับแล้วล่ะครับ

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 23 พฤศจิกายน 2568 16:50:06 น.  

 

เห้นหลายคนบ่นเรื่องการทำงานแล้วไม่ได้พัก ก็น่าหนักใจ เพราะพึ่งไปเห็นเพื่อนบล็อกที่ทีอาการคล้ายๆ กัน ก็ขอให้ผ่านเรื่องราวไปได้ด้วยดี อย่าล้มป่วยเสียก่อน ต่างประเทศไม่ได้พักถึงตายเลยก็มีนะ

 

โดย: โลกคู่ขนาน (สมาชิกหมายเลข 7115969 ) 23 พฤศจิกายน 2568 17:57:43 น.  

 

มาโหวตค่ะ

 

โดย: เจ้าหญิงไอดิน 26 พฤศจิกายน 2568 13:25:56 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

space

จันทราน็อคเทิร์น
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




* Engineer
* Guitar trainer
* Casual gamer



space
space
space
space
[Add จันทราน็อคเทิร์น's blog to your web]
space
space
space
space
space