|
|
|
| | 1 |
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | |
|
 |
|
|
เดือนที่แล้ว ผมทำสติถิ เข้าออฟฟิศแค่ 2 วัน คือวันที่ 13 ตุลา และ 23 ตุลา ที่บริษัทอื่นเค้าหยุดกันแต่ผมไม่หยุด จริงๆ ไซต์ก็มักไม่หยุดเหมือนกัน แต่ผมสวมรอยว่าหยุด 555 ไม่งั้น หน้างานนัดยับ จนไม่มีเวลาเข้าออฟฟิศเคลียร์เมลล์ เคลียร์บิล เคลียร์เอกสาร
หลังจากนั้น พอกลับมาจากทำงานต่างประเทศรอบ 2 ผมก็วิ่งลุยกับงานแบบยับๆ ซึ่งก่อนไปญี่ปุ่นรอบ 2 ผมป่วยเล่นเอาที่ทำงานกังวลว่าจะเดินทางไหวไหม แต่ทำยังไงได้ละครับ ยังไงก็ต้องบิน ซึ่งหมอก็นัดเอาวันที่จะบินซะอีก ทำให้ผมต้องยกเลิกนัดหมอแล้วไปสนามบินแทนจังหวะนั้นผมก็เริ่มขึ้นถึงเรื่อง Work (ไร้) Balance ขึ้นมาทันที ตลอดทั้งเดือน ผมนี่วิ่งไปทั่ว อร่อยไม่ซ้ำ จำที่แทบไม่ได้การกินข้าวคนเดียวของผมแม่งเป็นเรื่องปกติมาก มากซะจนการนั่งกินข้าวคนเดียวเป็นเวลาส่วนตัว พอไม่ได้ On dirty แล้วมีใครมากินข้าวด้วยเนี้ย....ไม่ชินเลยครับงงไหมครับ 5555 ปกติผมกินข้าวกับใครก็ได้ ไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้าเอาเรื่องจริงเลย วันก่อนทำงานเสร็จ กำลังจะแยกย้าย ผมกับไนท์กับซีเกมส์ยังแยกกันเลยครับ คือต่างคนต่างไป อยากแวะที่ไหนแวะ อยากกินอะไรแยกกันกิน แต่ลูกค้าดันชวนผมกินข้าวด้วยถึง 3 รอบติด "พี่ปริ๊นซ์ไปกินข้าวด้วยกันไหมครับ" ลูกค้าถาม"อือ.....พี่ดูก่อนนะครับ ไม่รู้มีงานอะไรไหม" ผมแบ่งรับแบ่งสู้"กินแค่ตรงนี้เอง นี่เวลาพักเที่ยง พี่กินก่อนแล้วค่อยไปทำงานต่อก็ได้""อืม..." คำว่า อืม ของผมไม่ได้รับปาก แต่แค่ทำเสียงให้รู้ว่ารับรู้ จนลูกค้าที่เดินไปเดินมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ยังไม่ได้ไปไหนต้องถามอีกรอบ"ไปดิครับพี่ พี่เลือกเลย อยากกินอะไร ผมได้หมดเลย"ในขณะที่ผมยิ้มอ่อน ไนท์ก็พูดขึ้นมาแทน"พี่เค้าเหนื่อยแล้วป่าวครับ คงอยากหาที่นั่งกินไปทำงานไปชิลๆ มั้ง""ไปด้วยกันเถอะพี่ปริ๊นซ์ กินแบบพี่น้อง ไม่คุยเรื่องงานเลย แล้วพี่จะนั่งทำอะไรก็ได้ ไปซักหน่อยเถอะ"ลูกค้าคนเดิมยังคงเซ้าซี้ จนผมต้องพับโน๊ตบุ๊คลงแล้วเริ่มเก็บของ"ป่ะ....พี่ไปด้วยแล้วกันครับ"สุดท้ายผมก็ต้องยอม แต่ยอมแบบ....ผมปัก Location ร้านที่อยากกินไปเลยครับ ซึ่งร้านที่จอดรถน้อยมาก และผมก็เป็นคันสุดท้ายที่ได้จอดในร้าน ส่วนลูกค้าหรอ....ช่างแม่ง ตามกูมาให้ได้แล้วกัน ซึ่งผมก็จัดการเปิดโต๊ะแล้วนั่งดูเมนูไป ฟังข่าวไป อย่างใจเย็น พักใหญ่ ๆ ลูกค้าคนนั้นก็โทรมาหา"พี่ถึงแล้วป่ะครับ ได้โต๊ะไหม""ได้ๆ เดินเข้ามาเลยครับ"ผมพูดแล้วชะโงกดู ก็เห็นลูกค้าเดินเข้ามาพอดี ผมก็โบกมือให้
"พี่ได้จอดข้างในด้วยหรอ โคตรโชคดี หรือมันเป็นที่รถวะ"ลูกค้าพูดพร้อมหัวเราะ ก่อนเอามือเสยผมไปเสยผมมา ก็น่าจะเดินมาไกลพอสมควร แล้วลมตีจนผมยุ่ง ต่อไป ผมจะขอเรียกลูกค้าคนนี้ว่า กาย"ได้จอดที่ไหน" ผมถาม"โน้นนนน ปากซอย 3 ครับ ผมแม่งไม่ค่อยมีดวงเรื่องที่จอดรถ"ผมแค่ยิ้ม ๆ แล้วก้มมองเมนูต่อ ส่วนกายก็หยิบเอาใบออเดอร์พร้อมปากกาไปเขียน"พี่ปริ๊นซ์เอาอะไรครับ บอกเลขมาเลย"ผมนี่รู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาทันที เพราะปกติ เวลากินข้าวกับลูกค้า ไอ่หน้าที่นั่นควรจะเป็นหน้าที่ผม ที่หยิบเมนู เปิดให้ จดเมนูให้ เรียกพนักงานให้ แต่คราวนี้ลูกค้ากลับมาทำให้แทนและในขณะที่ผมกำลังจะหันไปหยิบน้ำจิ้มมาเทให้ กายก็ยื่นมือมากันแขนผม ก่อนที่จะใช้อีกมือหยิบน้ำจิ้มมาเทให้แทน"ผมบอกแล้วว่ามากินแบบพี่น้อง กินแบบเพื่อนกัน ผมจัดการเอง"ว่าแล้วกายก็จัดการเทน้ำจิ้ม เทชาให้กับผม
หลังจากนั้นบมสนทนาก็ไปเรื่อยเลยครับ ไม่ว่าจะเรื่องเที่ยว เรื่องรองเท้า เครื่องดื่ม หรือรถ จังหวะนี้กายยื่นมือถือมาให้ผมดูแล้วพูดว่า"อีก 3 ปีนะพี่ ถ้าไทยได้เป็นโฮสฟอร์มูล่า 1 จริงๆ ผมจะตะเวนดูให้ครบทุกสนามเลย...เรามาวางแผนงานช่วงนั้นให้ลงตัวกันดีไหมพี่"กายพูดพร้อมหัวเราะ "อีกตั้ง 3 ปี จะรีบไปทำไม" ผมก็หัวเราะ"มันก็ต้องวางแผนป่าว เดี๋ยวเกิดได้งานยาวๆ ต่างจังหวัดละยุ่งเลยนะครับ"ว่าแล้วกายก็หันมือถือกลับไปไถอ่านข่าวเพิ่มเติม ส่วนผมเอง ก็หยิบมือถือขึ้นมาเปิดเช่นกัน ก่อนจะพูดไปด้วย"แต่อีก 3 ปี....พี่ก็ไม่รู้ว่าพี่จะยังอยู่ที่นี่ไหมนะครับ"เท่านั้นละครับ กายเงยหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แล้วเอียงคอมองหน้าผม"เฮ่ยพี่.....พูดเป็นเล่น""เค้าบอกว่า ถ้าแม่งแย่มากจัด เราต้องตั้ง Limited ให้ตัวเอง ว่าไอ่อดทนเนี้ย กูต้องอดทนไปอีกแค่ไหน"ผมก็ยังยิ้มให้กายนะ เหมือนเรื่องที่พูดไม่ได้ซีเรียสอะไร แต่กายนี่ซีเรียสทันที ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับผมกันแน่

"เฮ้ยพี่ปริ๊นซ์...." กายดูทำหน้าลำบากใจ ปนสงสัย เหมือนไม่รู้จะเริ่มพูดกับผมยังไงก่อน"ผมทำงานกับพี่มา....5ปี ได้ปะ" กายถาม ส่วนผมพยักหน้า"จะเฮี่ยฮ่าซาตานยังไงก็เจอกันมาหมด ผมไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้จากพี่เลย เคยได้ยินแต่ งานพี่มันดี นายพี่ดี งานนี้คืองานในฝันของพี่ แล้วอะไรวะที่ทำให้พี่คิดแบบนี้"ผมก็ยังยิ้ม และพูดบางสิ่งให้กายฟัง เกี่ยวกับการถูก Abuse ในการทำงาน ซึ่งคือ 10% ของสิ่งที่ผมรู้สึกหรือเจอมา"ไอ่เฮี่ย.....นี่เรื่องจริงหรอครับ ไม่เคยรู้เลย" ครับ...ไม่แปลกที่กายจะตกใจ"แม่งอย่างกะ Ocean's eleven" พูดแล้วผมก็ขำคนเดียว"แต่พี่ใจเย็นๆ นะ....จริงๆ ผมมีที่ที่อยากให้พี่ไปอยู่นะ ที่ที่แม่งเหมาะกับพี่มาก อยู่แล้วน่าจะดี แต่ได้อย่างก็เสียอย่าง ผมว่าพี่รู้ว่าผมหมายถึงที่ไหน"ผมกอดอกแล้วพยักหน้าว่า รู้ แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ ว่าแล้วผมก็เบรกบรรยากาศด้วยการกินอาหารตรงหน้าไป 2-3 ถ้วย แล้วขอตัวไปสั่งเพิ่มที่เคาท์เตอร์
พอกลับมาที่โต๊ะ ขณะที่กายนั่งกินอะไรที่ผมออกปากว่าไม่ชอบ พอเห็นผมเดินกลับมา กายก็โบกมือเบาๆ "ไอ่นี่พี่กินไหมครับ" ว่าแล้วก็ชี้ไปที่ไข่เยี่ยวม้า"เหอะ...กินเลย"
เผลออีกที ผมกับกายก็มียืนอยู่ด้วยกันที่ ฉะเชิงเทรา ในสัปดาห์ถัดไป และพอทำงานเสร็จ กายก็ชวนผมไปหาอะไรกินอีกเช่นเดิม แต่ทีแรก ผมกับไนท์ไม่ได้อยากไปด้วยเลยครับ เพราะวางแผนไว้ว่าจะแวะที่เที่ยวต่อ ผมเลยส่งไนท์ให้ไปเจรจา บอกว่าพวกผมจะไปวัดกัน มันจะไปหรอ แต่ผิดคาดครับ เพราะคนบาป ไม่แพ้พวกผมอย่างกายกลับขอตามไปด้วย ราวกับคนเหงา

ไปถึงวัด ไหว้พระเสร็จ ไนท์กับกายก็จัดการชวนกันไปเสี่ยงเซียมซี ไอ่ผมที่ไม่อินกับเรื่องแบบนี้ก็ไปเดินดูพระพุทธรูปเล็กๆ เดินดูพระเครื่อง เครื่อราง สิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรไปตามเรื่อง
เบื่อๆ ก็ไปเทน้ำมันตะเกียง แล้วไปนั่งหาที่เย็นๆ ในโบสถ์แต่นั่งไปนั่งมา ท่าไหมไม่รู้ ผมก็ไหว้พระแล้วนึกอยากจะขอพรท่าน แต่ปากนั่นพูดเป็นเชิงบนบานว่าถ้าสำเร็จตามนี้จะกลับมาถวายของแล้วเป็นเรื่องไร้สาระซะด้วยนะครับ
และเพราะความปากไวของผมครั้งนั้น ทำให้ผมต้องกลับไปที่ฉะเชิงเทราอีกเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 1 เดือน แถมต้องกลับไปพร้อม ไข่ต้มอีก 200 ฟองไอ่ตอนพูดก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกครับ แต่ตอนกลับเอาไข่ไปถวายนี่สิ......แล้วไข่ 200 ฟองนี่อย่างหนักเลยครับ บอกตัวเองเลยว่า คราวหน้าจะบนอะไรให้คิดก่อนพูด 55555
นอกจากชั้นก็วิ่งไปนครปฐมเป็นว่าเล่นเหมือนกันครับ นอกจากนั้น ถ้าไม่ได้ออกต่างจังหวัด ก็คือขับวนอยู่ในกรุงเทพ กายเคยโทรมาหาผมตอน 9 โมง ก็ได้ยินเสียงผมขับรถ โทรมา บ่ายโมง ก็ขับรถ โทรตอน 4 โมงเย็น ก็ยังขับรถ!!! จนกายบอกว่า "นี่พี่ขับแกร๊บหรือทำงาน" 5555 ก็ใช้สิครับ บางใหญ่ บางนา บางละมุง นี่ก็ไปแทบทุกบางใน 1 เดือน


แต่บอกตรงๆ เลยว่า .... ขออนุญาตไม่นัดใครที่ One bangkok ตอน 3-4 โมงเย็นนะคะรถติดชิบหาย ขากลับ!!! 
นี่ไม่รวมที่ต้องไปทำงานส่วนตัวที่บางนาอีกนะครับ เรียกว่าขับรถจนเหนื่อย เหนื่อยจนเป็นอาการชินซึ่งบางครั้งก็รู้สึกว่า แม่งไม่ Healthy เลยว่ะยังดีที่ตอนไปทำงานส่วนตัว เสร็จงานยังมีโอกาสได้นั่งกินอะไรดีๆ บ้าง
เชื่อไหมครับว่าผมใช้เวลาพิมพ์บล๊อกนี้เกือบ 1 วีค พิมพ์ได้ทีละ2-3 ย่อหน้า ก็ต้องลุยขับรถไปไหนต่อไหน เสาร์อาทิตย์ ทำงานอื่น เคลียร์ชีวิตส่วนตัวก็หมดเวลาแล้วครับ กลางคืนก็นั่งตัดคลิป นั่งทำงาน หรือไม่ก็หลับคาคอมไปตอน 5 ทุ่มHealthy ไหมละครับ Working life
| Create Date : 19 พฤศจิกายน 2568 |
| Last Update : 19 พฤศจิกายน 2568 15:55:26 น. |
|
11 comments
|
| Counter : 490 Pageviews. |
 |
|
|
| ผู้โหวตบล็อกนี้... |
| คุณ**mp5**, คุณโฮมสเตย์ริมน้ำ, คุณหอมกร, คุณกะริโตะคุง, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณhaiku, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณสองแผ่นดิน, คุณmultiple, คุณกะว่าก๋า, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณtanjira, คุณThe Kop Civil, คุณnonnoiGiwGiw, คุณtoor36, คุณเจ้าหญิงไอดิน |
โดย: หอมกร วันที่: 19 พฤศจิกายน 2568 เวลา:17:40:56 น. |
|
|
|
โดย: กะริโตะคุง วันที่: 19 พฤศจิกายน 2568 เวลา:18:57:20 น. |
|
|
|
โดย: multiple วันที่: 20 พฤศจิกายน 2568 เวลา:5:12:20 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 พฤศจิกายน 2568 เวลา:5:45:49 น. |
|
|
|
โดย: tanjira วันที่: 20 พฤศจิกายน 2568 เวลา:13:30:07 น. |
|
|
|
โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 21 พฤศจิกายน 2568 เวลา:16:20:06 น. |
|
|
|
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 23 พฤศจิกายน 2568 เวลา:16:50:06 น. |
|
|
|
|
|
 |
|
|
|
นี่เจือความท็อกซิคออกมาด้วยเลยจ้า