lliliil Work it harder, Make it better, Do it faster, Make us Stronger liilill
space
space
space
<<
เมษายน 2568
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
space
space
2 เมษายน 2568
space
space
space

BKK Life in 4 MMI




เมื่อวันศุกร์ที่ 28 มีนา  เวลาจริงๆ ไม่แน่ใจ
เพราะผมรู้ตัวตอน 13:24

นี่ก็ถือเป็นบันทึกประสบการณ์ชีวิตการเจอแผ่นดินไหวไปเลยครับ





จริงๆ ผมเคยเจอแผ่นดินไหวมากก่อน
ก็เจอที่ญี่ปุ่นละครับ ซึ่งบาปบุญ เพราะอาบน้ำอยู่ 
ตอนนั้นคิดว่าเมาเลยเซ  แต่เห็นม่านแกว่ง และพาวเวอร์แบงค์ที่วางอยู่ค่อยๆ เลื่อนตก

ที่ไทยเคยเจอตอนมัธยมครับ 
นั่งเรียนอยู่แล้วเห็นจอสไลด์แกว่ง แต่แกว่งอยู่ไม่เกิน 20-30วิ ก็หยุด




รูปจะไม่ค่อยเกี่ยวกับเหตุการณ์นะครับ
สาบานว่านาทีนั้นไม่ได้ห่วงคอนเท้น 5555













ผมว่าวันนั้น ประสบการณ์ของทุกคนน่าจะต่างกันออกไป 

แต่สุดท้าย เราก็ยังปลอดภัย ซึ่งนั่นมันสำคัญที่สุดแล้ว
นี่เลยว่าจะมาเล่า เรื่องราว  บ่ายวันศุกร์ที่ 28 มีนา 68 ของผม ดังนี้ครับ




วันศุกร์ที่ 28 มีนา  เป็นศุกร์สิ้นเดือนที่......เงินเดือนยังไม่ออก
ชีช้ำมากครับ .... ผมกับพี่ ผจก เลยคุยกันว่า ไปหาอะไรดีๆ กินกันดีกว่า
เงินเดือนไม่ออกก็ช่างแม่ง 
ผมกับพี่ ผจก. เลยไปออกไปกินข้าวเที่ยงกันที่ปั๊มน้ำมันแห่งนึง
ก็ออกกันไปตั้งแต่ประมาณ
11.45 แล้วกลับมาแบบจอดที่ลานจอดเลยประมาณ 13.15
เพราะอะไรไม่รู้ ผมมองดูเวลาที่มือถือตอนมาถึง 
ทั้งๆ ทีปกติไม่ได้สนใจเวลาเเข้าเวลาออกเท่าไหร่




....รองเท้ากัดครับ.....
วันนั้นเป็นวันจันทร์ที่ผมไม่ได้ออกไซต์ และมีความขี้เกียจแต่งตัว
เลยมาทำงานด้วย  Outfit พื้นฐานของผู้ชายออฟฟิศ
คือเสื้อเชิร์ตขาว กางเกงดำ ร้องเท้าหนังสีดำซึ่งเพิ่งซื้อลดราคามาใหม่
ใส่ครั้งแรกปรากฎว่า
ใส่ครั้งแรกกัดกูซะตรีนแหกละครับ ขนาดใส่ถุงเท้านะ แต่อาจจะบาง
ทำให้ก่อนจะเข้าออฟฟิศทำงาน ผมเดินไปที่รถตัวเองก่อน

เพื่อเปลี่ยนเป็นรองเท้าผ้าใบ เอาทิชชูยัดส้นเท้าไว้ แล้วเดินเข้าออฟฟิศพร้อมพี่ ผจก.










ถึงห้องทำงาน
หน้าจอคอมที่พักจอไว้อยู่ที่  13:19
พี่ ผจก  ทิ้งตัวลงนั่งบนบนเก้าอี้
ส่วนผม มือถือแบตจะหมด ก็ก้มๆ เงยๆ เอาสายชาร์จมาเสียบปั๊บชาร์จมือถือ
จริงๆ แฟนผมไลน์มา แต่ผมไม่ได้อ่านก่อนหน้านี้เพราะแบตจะหมด
เลยมาเปิดอ่านใน PC ปรากฎว่า แฟนส่งมาเรื่อง
ไส้กรอกอีสาน 55555



เห็นไม่ใช่เรื่องด่วน เลยจัดการส้นเท้าตัวเองก่อน
ด้วยการเอาไอ่ทิชชูที่ยัดไว้ออกจากรองเท้า แล้วติดพลาสเตอร์ที่ส้นเท้าที่แหก
ก่อนจะใส่ถุงเท้ารองเท้าเหมือนเดิม
เออ...ไม่ค่อยเจ็บแล้ว



หลังจากนั้น ผมกำลังจะพิมตอบแฟนเรื่องไส้กรอกอีสานด้วย PC
แต่ยังไม่ทันได้พิมตอบ
โทรศัพท์ที่โต๊ะที่ ผจก ก็ดังขึ้น
พร้อมกับที่พี่โฟล์คเอามือกุมหัวหันมาหาผม บอกว่าเหมือนเวียนหัว
"เออจริงว่ะ เก้าอี้แม่งเลื่อน.....ไอ่เฮี่ย! จริงวะ เออๆๆ"  
เสียงพี่โบ๊ตพูดกับปลายสาย แล้วรีบวางโทรศัพท์
ขณะเดียวกันผมที่หันไปที่พี่โฟล์คก็รู้สึกมึนๆ งงๆ  เริ่มรู้สึกแล้วว่า

น่าจะแผ่นดินไหว

แต่ด้วยประสบการณ์ไม่เคยเจอว่ามันจะแรงและนาน
ผมก็คิดว่ามันจะหยุดในไม่เกิน 5 วินาที
ตอนนั้นไม่รู้คิดอะไรครับ ผมก้มลงไป พิมในไลน์แฟนที่ค้างไว้พอดีว่า

"แผ่นดินไหว"
แล้วเปิดไลน์กลุ่มที่บ้าน พร้อมพิมลงไปว่า   "แผ่นดินไหว"
ซึ่งจริงๆ ไลน์สุดท้ายที่ผมพิม คือพิมไม่รู้เรื่องนะครับ 55555
เป็นแบบ......
แผ่นดเนไหว   



พร้อมกันตอนนั้น พี่โฟล์คพี่โบ๊ตก็ตะโกนพร้อมกันว่า
"ไอ่เฮีย! แผ่นดินไหว!"
ในเวลาเดียวกัน มู่ลี่ในห้องก็แกว่ง แล้วเริ่มแกว่งพร้อมกันทั้งแนวยาวทั้งชั้น
ชัวร์ แผ่นดินไหวแล้ว ไม่ใช่เจนวาย เจนเอ็กซ์ที่มีอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน










"แผ่นดินไหว แผ่นดินไหว!!!"

เสียงพี่จัดซื้อคนหนึ่งลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วตะโกนบอกทุกคนในฟอล์
เสียงกรี๊ดดังทันทีที่ด้านนอกห้องทำงาน
จัดซื้อกรี๊ดกันสนั่นฟอล์ ชั้น 5 บางคนเก็บของ บางคนมุดลงใต้โต๊ะ
"หยิบของๆ ออกก่อนๆ"
เสียงเดิมยังคงตะโกนต่อเนื่อง



ผม 3 คนในห้องท่าเดียวกันหมดคือคว้ามือถือ
แล้วรีบออกนอกห้องทันที เพราะอยู่ในสุดของฟอล์
ซึ่งก็เพิ่งเห็นว่ามีน้องธุรการชื่อ
โบว์ ลงนั่งกับพื้นอยู่ในห้องด้วย พร้อมกอดเอกสารไว้
น่าจะกำลังจะเดินเอาอะไรมาให้เซ็นต์

ผมคว้าน้องเค้าได้ก็ดึงขึ้นมายังไงก็ไม่รู้ 55555 แล้ววิ่ง


น้องๆ ที่แผนกวิ่งเอามือเลาะผนังอีกฝั่งไปที่ประตูกันอย่างไว
ระหว่างนั้นนอกจากเสียงกรี๊ดของสาวๆ จัดซื้อแล้ว 
ระหว่างที่เราวิ่งออกพร้อมพื้นที่โคลงเคลง จัดซื้อตะโกนบอกให้นั่งแล้วลงใต้โต๊ะ
แต่ผมประมวลผลแล้วว่า 




"ที่นี่ประเทศไทยวะ......
โอกาสตุยจากวิ่งหนีแล้วอะไรตกใส่ น้อยกว่าโอกาสตุยจากตึกถล่มมาก
ตกบันไดอาจจะเจ็บ อาจจะหัก แต่ไม่ตายแน่นอน
อะไรตกใส่ ความเร็วที่วิ่ง ต่อแรงG โอกาสฟลุ๊คน่าจะไม่มาก
ดังนั้นไม่ว่าเจออะไร พยายามวิ่งลงจากตึกน่าจะดีที่สุด"



"ลงๆๆๆ เร็วเลย ไม่ต้องรอกัน"
เสียงผู้ชายตะโกนมาจากอีกฝั่ง ก็น่าจะแผนกผมซักคนที่ตะโกนสั่งกันเองให้วิ่ง

ด้วยความที่แผนกผมเป็นผู้ชายอายุน้อย เราวิ่งไวมากครับ 
แป้บเดี๋ยวก็เปิดประตู 3 บานออกมาที่ทางเดินแล้ว
"อย่าลงลิฟต์ๆ" เสียงผู้หญิงใครซักคนข้างในไล่หลังมา
น่าจะเป็นจัดซื้อที่ตะโกนบอก พร้อมเริ่มดึงกันให้วิ่งกรูออกมา
แล้วก็วิ่งไปบันไดหนีไฟทันที พร้อมกับพบว่า คนชั้นบนเริ่มวิ่งลงกันมา










หลังจากนั้นผมจะเหตุการณ์อะไรไม่ได้
ภาพซ้ำๆ คือภาพช่องบันไดหนีไฟ ที่วิ่งยังไงก็ได้ให้ไวที่สุด
ซาวน์ที่ได้ยินก็ซ้ำๆ มีตั้งแต่เสียงกรี๊ด เสียงร้อง และเสียงอะไรลั่น เปรี๊ยะๆ บึ้งปั้ง


มีคนบอกว่า วินาทีนั้น หน้าพ่อหน้าแม่ หน้าคนรักจะลอยมา
แต่เอาจริงป่ะครับ สมองผมไม่สั่งงานให้นึกถึงใครเลย
แม่งสั่งอย่างเดียวว่า
"กูต้องไม่ตายๆ กูต้องออกไปให้ได้"


***ผมก็เพิ่งมาอ่านเจอว่า : คนที่สมองไม่สั่งการให้นึกถึงหน้าใครอ่ะ...ถูกแล้ว
เพราะตามธรรมชาติ คนเราจะนึกถึงหน้าคนรักในเวลาวิกฤตได้มี 2 กรณี
คือ  ปลอดภัยแล้ว กับ หมดหวังรอด***




และด้วยชั้น 5 (เอง) ทำไมบันไดแม่งเป็นนิรันดร์ก็ไม่รู้ นี่ก็วิ่งไม่ได้สนเลขชั้น
อาจจะด้วยตึกมันสั่นแรงขึ้น เรียกว่าคราวนี้แรงจนจะยืนไม่อยู่
ต้องเหนี่ยวราวบันไดย่อตัวแล้ววิ่งต่อ มีใจหายบ้างว่า
"เฮี่ยแล้วสิ"
เริ่มมีภาพในหัวว่า ถ้ามีอะไรร่วงลงมา หรือถล่ม กูจะทำยังไง
ต้องอยู่ท่าไหน ต้องอยู่ตรงไหนกูถึงจะมีโอกาสรอด




รู้ตัวอีกทีคือวิ่งออกมานอกตึกได้แล้ว
พร้อมขาที่แม่งสั่นแบบเอาจริงเอาจัง 5555
คือ 5 ชั้นเนี้ย เดินขึ้นเดินลงบ่อยนะครับ อาการสั่นนี่ไม่ได้เมื่อย 
แต่กลัวชิบหาย!!!!
และรู้ตัวอีกที  มือผมก็หยิบน้องโบว์ติดมาด้วย
คือไม่รู้ไปคว้ามาจากไหน ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ 
เพราะพอลากมาที่บันได ตอนนั้นคือต่างคนต่างวิ่งลงแล้ว บันไดมันแคบ
น้องก็มือสั่นขาสั่นจะนั่งลงให้ได้ ผมก็ฉุดกระชากลากถูขึ้นมาให้เดินไปยืนไกลๆ ตึก
แต่ตอนลากมานี่ผมขำออกแล้วนะ










ผมเจอจัดซื้อ 3-4 คนยืนอยู่เลยเดินไปยืนรวมกันสำหรับเราชั้น 5
คนกรู่กันออกมาเรื่อยๆ พื้นที่ยืนก็ยังสั่น
ตอนนั้นผมยังไม่เจอเพื่อนเลยซักคนนอกจากน้องโบว์ที่คว้ามาด้วย

"หนูสั่นทั้งตัวเลยพี่"  น้องโบว์พูด พร้อมยืนตัวสั่นจริงๆ 
"ไม่เป็นไรแล้ว"  ผมปลอบน้องแค่นั้นแล้วตบๆ หลังตบๆ ไหล่เรียกสติ

จนเห็นป๊อปปี้
พี่โฟล์คที่มี Ipad อยู่ในมือด้วย ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ เลยกวักเรียกให้มารวมกัน
"คนอื่นๆ อ่ะ" ผมถาม
"หายกันในบันไดหมดเลย" พี่ป๊อบปี้พูดแบบยังหอบๆ 


ผมรีบดูมือถือ
เวลาตอนนั้น 13:26 มีแม่โทรหาตอน 13:25  ผมเลยรีบโทรกลับ
พร้อมพิมบอกพี่สาวกับแฟนไปด้วยว่า
"ออกมาได้แล้วไลน์มาด้วย" ในเวลาเดียวกัน



มาเห็นตอนนี้ อยากชมตัวเองว่า...
....กูนี่สติดีและวิ่งไวเหลือเกิน.... 5555 
5 ชั้นนี่น่าจะไม่เกิน 1 นาที
เพราะผมมาเห็นเวลาที่พิมไลน์ที่โต๊ะคือ
13:25 
เวลาที่ถึงพื้นคือ 13:26 โอ้โห....ทำลายสถิติโลก 55555 



คนในตึกยังคงวิ่งกรู่กันออกมาเรื่อยๆ พร้อมเสียงกรี๊ดตลอดเวลา
ซีเกมส์ พราว แบงค์ เดินงงอยู่หน้าตึก ผม 3 คนเห็นก็ยกมือเรียกไว้
ผึ้ง น้องธุรการออกมาพร้อม น้องเอกสารของจัดซื้อ แล้วยืนอยู่กับจัดซื้อ
โน้นนน ต้นไม้ฝั่งตรงข้ามตึกเลย เรียกว่าตั้งหลักไกล
พี่โบ๊ต ผจก. ยืนคุยอยู่กับใครก็ไม่รู้อยู่ไม่ไกลมากนัก

ซักพัก พี่หมิง ปริ๊นซ์(ที่ไม่ใช่ผม) ก็ออกมาจากตึกพร้อมพี่หมิงที่จับตัวน้องลิลลี่
โดยน้องลิลลี่ใส่หมวกเซฟตี้สีขาวโลโก้บริษัทพร้อมชื่อ
 XXXNAPHAT 


พวกผมที่ไม่รู้ว่าน้องเจ็บหรืออะไรรึป่าว ก็รีบเดินเข้าไปรับกัน
น้องร้องไห้ทันที ตัวสั่นมือสั่น จนต้องพาไปนั่งใต้ต้นไม้

แล้วเพิ่งสังเกตว่า หุย หลายคนเลยครับที่ลงนั่งดมยาดม บางคนดมไปมือสั่นไป
หลายคนพยายามโทรศัพท์หาที่บ้าน

หลายคนเหมือนพวกผมที่มาแต่มือถือ ไม่ได้เอากระเป๋าอะไรออกมา
แต่หลายคนมาทั้งกระเป๋าเลยครับ 5555 เก่งมาก









วิศวะโยธาและสถาปนิกของบริษัทที่ออกตอนชุดกลางๆ 
ทุกคนออกมาพร้อมโน๊ตบุ๊ค บางคนถอด CPU คอมตัวเองออกมาด้วย
พี่ ผจก เดินไปแซวว่า
"โอ้โห...โคตรรักงานเลยนะ"
โยธาบอกว่า "ในคอมมีแปลนตึก ถ้าเกิดอะไรกับตึก แปลนจะสำคัญมาก"


โอ้โหของแท้เลยครับ!!!   รอบคอบมาก กล้าหาญมาก พระเอกมาก
เพราะตึกนี้ ถึงจะมีบริษัทอื่นอยู่ร่วมด้วยบางชั้น
แต่ก็เรียกได้ว่า ตึกของบริษัทเองครับ 
เพราะเจ้าของบริษัท เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของตึก ซึ่งร่วมกับผู้ถือหุ้นอีก 2-3 ราย
ทีมโยธาเลยมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบตึกที่ทำงานด้วยครับ



รู้ตัวอีกทีพี่หมิงพยายามเช็คจำนวนคนของเราด้วยตา 
ปรากฎว่า
ไนท์หาย เจมส์หาย ย้งหาย พี่ตุ๊กพี่การเงินแผนก และคุณ VP ก็ยังไม่เห็น



พี่ ผจก ก็พูดขำๆ ว่า "อ้าว ปริ๊นซ์...น้องมึงหายหมดเลย"
"มันออกมาแล้ว เชื่อผมดิ" พูดเหมือนไม่ห่วง แต่ผมนี่กดโทรศัพท์โทรหาไนท์ทันที


"ฮาโหลพี่" เสียงไนท์รับสาย
"ออกมาแล้วป่ะ อยู่ไหน อยู่กับเจมส์ป่ะ"  ผมรีบถาม
"อยู่เซเว่น ใช่ๆ อยู่กับเจมส์ เนี้ยนั่งกินโค๊กแก้เสียขวัญกันอยู่ อ้อ พี่ตุ๊กก็อยู่ด้วยนะ"
"พี่ตุ๊กอยู่ใช่ไหม โอเคๆ ดีๆ แล้วทะลึ่งไปนั่งชิลอยู่นั่น
เค้าก็นับคนกันหาไม่เจอ แล้วย้งอยู่ด้วยไหม"
 ผมถามหาย้ง
"ไม่นะพี่ ไม่อยู่ในตึกแต่แรกรึป่าว ตั้งแต่กินข้าวยังไม่เห็นเลย"  ไนท์ตอบ


แล้วเซเว่นมันอยู่ด้านหลังโน้นนนน
ไอ่ไนท์ ไอ่เจมส์มันไปโผล่ตรงนั้นได้ยังไง
พอมาคุยกันตอนขึ้นไปเก็บของจากตึก



มันเล่าให้ฟังว่า มันวิ่งมากันถึงบันไดชั้นหนีไฟ แต่คนอัดกันเยอะมาก
และตึกก็โคลงจัดมาก เรียกว่าเก้าอี้เลื่อนไปเลื่อนมา 
มันเลยคิดว่าจะออกทางลานจอดรถ มันก็วิ่งเลาะบันไดมาจนถึงชั้น 3 
ซึ่งเชื่อมกับลานจอดรถได้ มันเลยตัดสินใจว่าจะออกทางลานจอดรถ
ตอนจะวิ่งออก มันเห็นพี่ตุ๊กเบียดกับคนอยู่ เลยฉุดแขนพี่ตุ๊กให้มาลานจอดรถด้วย
ซึ่งมันบอกว่า มีหลายคนเลยที่ออกทางลานจอด เพราะบันไดมันแน่นมาก
เทียบกับจำนวนคน กับบันไดขนาด 1.0 - 1.2เมตร ลงมาพร้อมๆ กัน มันไม่พอจริงๆ 



ทีนี้พอมันออกลานจอดรถ คือ วิ่งลงสโลป์มา
มันเลยไปอยู่ใกล้เซเว่น 
ไหนๆ ก็ไหน ๆ แล้ว เลยนั่งแดกโค๊กกันให้เย็นใจ 5555 


อ่า.....คนหาย 1.... ไอ่ย้ง ....











ก็เริ่มไลน์หา โทรหาย้งก็ไม่รับ ไม่อ่านไลน์
ซึ่งจำได้ไหมครับว่า
พี่ ผจก รู้ว่าแผ่นดินไหวจากโทรศัพท์สายหนึ่ง


สายนั้นคือ ย้ง 



ย้งคือคนที่อยู่ที่ชั้น 12 ของตึก แล้วรู้สึกถึงแผ่นดินไหว
เลยรีบโทรมาบอกเบอร์ที่ง่ายที่สุด คือ
[ 555 ] ของพี่ ผจก
แล้วตอนนี้มันอยู่ไหนก็ไม่รู้



จนพื้นหยุดสั่นมาซักพัก ไม่เห็นคนเดินออกมาจากตึกแล้ว
....ย้งอยู่ไหนวะ....


ตอนที่กำลังเดินหา มองหา ย้ง  ก็มีคนอีกชุดเดินลงมาจากตึก
มีฝ่ายช่างลงมา 3-4 คน ที่บางคนสวมเซฟตี้สีขาว แผนกอะไรไม่รู้อีก 6-7 คน 

แล้วก็มี ย้ง พี่เลขาคุณVP ที่สวมหมวกเซฟตี้สีน้ำเงินออกมา และคุณ VP 
พร้อมกับผู้บริหารระดับสูงทุกคนที่อยู่ชั้น 12 ที่เดินออกมาพร้อมกัน


ย้งนี่หน้าซีดเลยครับ...รู้เลยว่าทำไมมันไม่รับสาย หรือตอบไลน์
มันบอกว่า ข้างบนคือน่ากลัวมากๆ หนังชีวิตมากๆ 
เพราะอย่างที่ทราบครับ ยิ่งสูงยิ่งโยกแรง และมันรับรู้แรงโยกก่อนชั้นล่าง


ย้งน่ะ....กินข้าวยังไม่ทันเสร็จคุณ VP ก็เรียก บอกว่า หลังพักให้ขึ้นมา
พอหลังพักเที่ยง มันเลยหยิบเอกสารแล้วขึ้นไปหาคุณ VP ที่ชั้น 12 เลย

ทีนี้ คุยๆ อยู่ตึกก็โยก โคมไฟแกว่ง แก้วน้ำแกว่ง 
ตอนนั้นมันคิดว่า ตึกจะถล่ม  แต่คุณ  VP รีบบอกเลยว่า
แผ่นดินไหว


"โทรบอกธุรการให้เตรียมอพยพ"  
คุณ VP สั่งย้งแล้ววิ่งออกจากห้องไปบอกผู้บริษัทท่านอื่นๆ 
ย้งก็รีบคว้าโทรศัพท์ตั้งโต๊ะที่ใกล้ที่สุด โทรเบอร์ [555] บอกว่าแผ่นดินไหว
แต่ไม่ทันที่จะได้บอกธุรการครับ มันเองก็จำเบอร์ไม่ได้
ตึกก็โยกแรงขึ้นจนยืนไม่อยู่ โคมไฟแกว่งตีกันดังปังๆๆ เก้าอี้ไหล ลิ้นชักไหลออก

คุณ VP ตะโกนบอกให้หลบเข้าใต้โต๊ะ เดี๋ยวไฟแตก ฝ่าถล่ม

"ย้ง นก หมวกเซฟตี้อยู่ในห้องผม" คุณ VP ตะโกนบอกขณะเอามือไล่จับโต๊ะเดินมา
ย้งรีบวิ่งไปคว้าหมวกเซฟตี้สีน้ำเงินในห้องมา แล้วพยายามจะไปหาคุณ VP

"หมอบลงไปๆ  2 คนใส่เซฟตี้แล้ว ลงใต้โต๊ะ"

ย้งคลานไปหาพี่นกแล้วส่งหมวกเซฟตี้ให้ใส่ แล้วหลบกันอยู่ใต้โต๊ะ
เลขาหลายคนกรี๊ดทุกครั้งที่ตึกส่าย
ช่างก็กรี๊ด 555555 
ไอ่ย้งบอกว่า มันคิดว่าตายแน่นอน ด้วยความแรงของการโยก
หัวใจมันเต้นจนหูอื้อ คิดในใจว่า  

"ไอ่เชี่ย กูอุตส่ารอดตายจากอุบัติ กูจะมาตายจากแผ่นดินไหวหรอ ทำไมวะ"
เสียงตึกลั่นเอี๊ยดอ๊าด ปน ๆ กับเสียงโคมไฟกระแทกกัน
จนสุดท้ายตึกหยุดสั่น แต่มันสั่นไปหมด คุณ VP ก็ตะโกนเรียกให้รีบลุกแล้วลงบันไดหนีไฟ 
แล้วไปเรียกผู้บริหารทุกคนให้รีบออกจากโต๊ะเช่นกัน 
ย้งบอกว่า ขานี่ไม่มีแรงจะวิ่งลงบันไดเลย แต่ก็ต้องวิ่ง พี่นกก็จะร้องไห้อีก



มันบอกว่าคุณ VP คือ Leadership สุงมากๆ 
เตือนภัย ดูแลปกป้องทุกคน หมวกเค้าเค้าจะใส่ก็ได้ แต่เค้าให้ลูกน้องก่อน











อีกพระเอกของวันนั้นก็คือ
พี่หมิงกับปริ๊นซ์
พอรู้ว่าแผ่นดินไหวทุกคนที่แผนกก็เรียกกันให้ลุกแล้วพากันวิ่งเลาะผนังกันมา
พี่หมิงคือเสียงที่บอกให้ลงจากตึกตอนนั้น 
ตอนกำลังวิ่ง น้องลิลลี่ก็เข้ามาเกาะแขนพี่หมิงแล้วจะร้องไห้ 

"พี่หนูท้อง พี่อย่าทิ้งหนูนะ"


ฟังตอนนี้แล้วเหมือนฉากผัวเมีย แต่ตอนนั้นมันก็คงละฟีลน่ะครับ

พี่หมิงหรือทุกคนในแผนกก็ไม่เคยรู้มาก่อนก็บริหารไม่ถูกเลย เพราะถ้ารู้จะให้ออกไปพร้อมหลายๆ คน
ซึ่งตอนนี้วิ่งกันออกมาถึงห้องกาแฟแล้วครับ

"ไม่ต้องกลัว เราจะออกไปด้วยกัน"  พี่หมิงบอกน้อง ซึ่งตรงนั้นมีปริ๊นซ์อยู่ด้วย
"ไปๆๆ" ปริ๊นซ์ไล่ พร้อมกับเสียงไฟตีกันดังเปรี๊ยะ! 
ปริ๊นซ์หันมองเลิ่กลั่ก แล้วมองน้องลิลลี่อีกรอบ

"พี่กับลิลลี่ไปก่อน เจอกันบันไดหนีไฟ"  ว่าแล้วปริ๊นซ์ก็ขยับตัว
"มึงจะทำอะไร" พี่หมิงถามเสียงตกใจ
"ไปเหอะไป เร็วๆ เดี๋ยวคนเยอะ" ว่าแล้วปริ๊นซ์ก็ดัน 2 คนนั้นให้ไป 
ส่วนตัวเองวิ่งส่วนกับคนอื่นๆ กลับเข้าไปที่โต๊ะตัวเอง


พี่หมิงจับตัวลิลลี่ไว้ตลอดแล้วพาเปิดประตูออกมาได้จนถึงทางเดิน
ก่อนจะหันกลับไปมองข้างหลัง 
"ปริ๊นซ์!" 
พี่หมิงตะโกนสุ่มทันทีที่ประตูด้านในสำนักงานเปิดอีกครั้ง
พร้อมปริ๊นซ์ที่สับออกมาจนแทบเบรกไม่ทัน
ในมือมีหมวกกับเสื้อเซฟตี้ของตัวเองอยู่แล้วรีบสวมให้กับน้องลิลลี่ 
ก่อนจะพากันวิ่งลงบันได



"ต้องวิ่งน้อง ต้องวิ่งนะ ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น" พี่หมิงพยายามเรียกสติน้องที่ร้องไห้
"คนท้องจะโชคดี ไม่เป็นอะไรแน่นอน"  ปริ๊นซ์เสริม
หลังจากนั้นพี่หมิงอยู่หน้า น้องลิลลี่ตาม ปริ๊นซ์ ปิดท้ายก็วิ่งลงบันไดกันมา
แล้วอยู่ๆ ตึกก็โคลงแรงจนยืนไม่อยู่ 
ทุกคนกรี๊ดบางคนแทบล้ม บางคนทรุดลงกับพื้น
ปริ๊นซ์รวบน้องลิลลี่ให้นั่งลง แล้ว 2 คนนั้นก็นั่งจับน้องกันคนละข้าง
จนแรงสั่นเบาลงพร้อมที่ทุกคนลุกขึ้นออกวิ่งต่อ




ตรงนี่ปริ๊นซ์เห็นแล้วว่ามีคนเปิดประตูหนีไฟวิ่งออกไปด้านนอก 
ก็น่าจะเหมือนกับที่ไนท์กับเจมส์วิ่งออกไปแล้วลงทางลานจอดรถนั่นแหละครับ
แต่ด้วยสติดี และตั้งใจเรียน 5555  ปริ๊นซ์มัน  Realize ณ ตอนนั้นว่า

โครงสร้างอาคารจอดรถ ไม่น่าแข็งแรงเท่า Core wall  
แล้วถ้าถล่มพร้อมมีรถคันละตันด้วย ปูนด้วยน่าจะรอดยาก 55555

มันบอกเสี้ยววิ มันคิดแบบนั้นจริงๆ  เลยไม่ตัดสินใจออกไป
ส่วนไอ่น้องผม มันบอกว่า มันวิ่งไวกว่าแน่นอน
เจมส์มันก็ตามไนท์ มันบอกว่ามันรู้นะ แต่วิ้ง....พี่ตุ๊กก็ตามสิ ไม่ได้คิดอะไร




นั่นแหละครับ จน 2 คนนั้นพาน้องลิลลี่ออกมาได้อย่างปลอดภัย
2 คนบอกว่า ไม่ได้พระเอกนะ กลัวชิบหาย 
แต่พอน้องบอกน้องท้อง พี่อย่าทิ้งหนู มันทิ้งไม่ได้จริงๆ 
พี่หมิงสายธรรมะธัมโมบอกว่า 

คิดว่ายังไงกูก็ไม่ตายแน่ๆ เพราะกูคิดดีทำดี


....สาธุครับหลวงพี่.....



จบครบ เรื่องวันนั้น 
โดยที่กลับบ้านเลยครับ เพราะรถไฟฟ้าปิด ถนนปิดบางเส้น เดี๋ยวจะลำบากกัน
อ้อ ลืมบอก...ทุกคนในครอบครัวปลอดภัย สบายดี
ไลน์มาบอกผมกันหมดเรียบร้อย กลับมาเจอกันเรียบร้อย










แต่ที่ตลกที่สุดคือ หลาน ครับ
พอยายเห็นไลน์ผม พร้อมรู้สึกโคลงเคลง ก็บอกว่า แผ่นดินไหว
หลานไม่พูดไม่จา ได้ยินปั๊บ รีบวิ่งไปหยิบหมอนบนโซฟา
แล้ววิ่งเข้าไปนอนราบอยู่ใต้โต๊ะพร้อมเอาหมอนคลุมหัวตัวเอง 
แล้วนิ่งอยู่แบบนั้น ยายต้องไปดึงออกมาว่า เราออกไปนั่งที่สวนก่อน
เค้าก็วิ่งออกไปอยู่ที่จอดรถแล้วตะโกนเรียก
"คุณตาเร็วๆๆๆ ออกมา"
โรงเรียนสอนมาดีมากครับ กลับมามีสาธิตลิฟต์ตกให้ดูด้วย 5555555







 



Create Date : 02 เมษายน 2568
Last Update : 2 เมษายน 2568 15:51:57 น. 21 comments
Counter : 793 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณnonnoiGiwGiw, คุณ**mp5**, คุณmultiple, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณหอมกร, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณtoor36, คุณกะริโตะคุง, คุณสองแผ่นดิน, คุณกะว่าก๋า, คุณhaiku, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณThe Kop Civil, คุณtanjira, คุณอุ้มสี, คุณดอยสะเก็ด, คุณnewyorknurse, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณโฮมสเตย์ริมน้ำ


 
เรื่องเล่าวันแผ่นดินไหว มาเล่าตอนนี้ก็สนุก ขำ ๆ ดี 555
ตอนแผ่นดินไหวก็นึกว่าตัวเองไม่ไหว (ป่วย) มันโคลงเคลง ทรงตัวไม่ได้ เวียนหัวมาก
มองออกไปข้างนอกเห็นต้นไม้ ไม้แขวน สั่นไหวไปหมด สักพักไลน์หมู่บ้าน ไลน์กลุ่ม ส่งข่าวกันรัว ๆ ว่าแผ่นดินไหว

ก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร เพราะสักพักทุกอย่างก็สงบ
คิดว่าตัวเองอยู่ในที่ ๆ ปลอดภัยอยู่แล้ว ก็ไม่ได้ออกไปไหน
นั่งอ่านไลน์ ส่งข่าว ส่งภาพ กันไป 555



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 2 เมษายน 2568 เวลา:19:21:50 น.  

 
ต้องเรียกว่า เป็นฝันร้าย กลางวันแสกๆ ของคนกรุงเทพ
ที่อยู่ตึกสูงๆเลยนะครับ สำหรับแผ่นดินไหววันนั้น

อาจารย์เต๊ะอยู่บ้าน ไม่รู้สึกด้วยซ้ำ เพื่อนบ้านไลน์มาบอกถึงได้รู้
ลองโทรหาคนอื่น อ้าวเวร มือถือคนคงใช้แยะ โทรไม่ได้อีกถึงรู้ว่าหนักจริงๆ ครั้งนี้มันหนัก น่าตกใจมาก
รีบเปิดทีวีดู เห็นตึกถล่ม หูย ของจริงแล้ว
ประเทศไทยไม่ใช่ไม่เคยเจอ ที่ผ่านๆมาก็เสียหายไม่มาก
ครั้งนี้ตึกสูงเหมือนโดนเขย่า ยามนั้นสติเป็นสิ่งสำคัญ
ต้องคิดหาทางหนีทีไล่ คนหนุ่มสาว น่าจะตั้งสติได้ก่อนเพื่อน
แต่ สว กลับคิดว่า หน้ามืด หรือเจอสโตรค เส้นเลือดแตกอะเปล่า

บริษัท น้องปริ๊นซ์ เป็นสายวิศวะ ก็คิดวิเคราะห์เหตการณ์ได้เร็ว
ว่าโครงสร้างอาคารส่วนไหนแข็งแรง ส่วนไหนจะวีค ควรจะหลบไปที่ไหน
ถ้าเป็น ชาวบ้านธรรมดา ก็จะแตกตื่น วิ่งสะเปะสปะ หนีกันเหมือนมดปลวกแตกรังเลยนะครับ

ยามมีเหตการณ์แบบนี้ เราจะได้เห็น น้ำใจที่แท้จริงของคนเรา
นอกจากชีวิตเราแล้ว เพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมโลก ช่วยอะไรได้ก็ต้องช่วยกันก่อน
เวลามีสถานการณ์ แบบนี้ ผู้นำตัวจริงมักจะไม่ค่อยตื่นตระหนก

ถ้าเป็นอาจารย์เต๊ะ อาจจะสาวแตก กรี๊ดดเลยก็ได้ ใครจะไปรู้นะครับ 555

วันนั้น ส่วนใหญ่ก็ปลอดภัยกันนะครับ
แถม คอนโดเก่าๆ ตึกเก่าๆ แต่สร้างดีนี่มาตรฐานสูงนี่
ไม่มีร้าวซักกะนิด ตอนนี้กลับมาขายดีน่าดูเลยนะครับ555



โดย: multiple วันที่: 2 เมษายน 2568 เวลา:19:42:29 น.  

 
ในวันแผ่นดินไหวมีบางคนไม่โชคดี
เพื่อนที่เรียนมัธยมมาด้วยกันของแข็ง
ตกใส่หัวขณะลงบันไดหนีไฟ ไปเสียชีวิต
ที่โรงพยาบาลย่านสุขุมวิทจ้าปริ้น



โดย: หอมกร วันที่: 2 เมษายน 2568 เวลา:19:53:29 น.  

 
ประสบการณ์ชีวิตล่ะนะ วันนั้นผมใจเย็นเกินไปคิดว่ามันคงสั่นไม่นาน จนกระทั่งมีคนตะโกนว่าวิ่ง ผมถึงได้สติ คว้ามือถือกับเป้ใส่ของ วิ่งลงบันไดหนีไฟ แต่ก็มีของบางส่วนที่ไม่ได้เก็บ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเลยครับ ก็แค่เอาตัวเองออกมาก่อน ไม่มีอะไรค่อยเข้าไปเก็บของออกมา แต่ปรากฎว่าเข้าอีกไม่ได้ แต่ของที่ไม่ได้เอาออกมาก็ไม่ได้สำคัญอะไรมานัก (โชคดี)

เอาเป็นว่าครั้งหน้าถ้ามีอีก ผมน่าจะเก็บของได้เร็วกว่านี้และวิ่งได้เร็วกว่านี้เช่นกัน


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 2 เมษายน 2568 เวลา:21:58:12 น.  

 
น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่ต้องจดจำไปอีกนานเลยทีเดียวนะครับสำหรับคนที่อยู่กทม. ยังดีที่ญาติๆผมที่เมืองหลวงไม่มีใครบาดเจ็บอะไร ที่บ้านผมก็มีปัญหาแค่ห้องที่ต่อเติมใหม่หลังบ้าน แต่ตัวบ้านหลักยังอยู่ดีอยู่

ส่วนผมเคยเจอแบบนี้ตอนทำงานที่อโศกสมัยจบใหม่ๆ แบบไหวแบบเก้าอี้โยกแล้วใจมันหวิวๆ(ที่ชั้น 14) แล้วก็เจออีกหลายครั้งตอนไปเที่ยวญี่ปุ่น (เคยเจอแบบสั่นจนกลิ้งตกเตียง เรามั่นใจนะว่าแผ่นดินมันไหว แต่ลงมาถามที่ lobby แล้ว เขาบอก...ไม่มีอะไรหนิครับ ) จริงๆก็แปลกใจเหมือนกันที่บ้านผมห่างจากเชียงใหม่แค่ 70 กิโล แต่รู้สึกแค่หวิวๆ ผิดกับกรุงเทพที่โดนหนักเลย


โดย: กะริโตะคุง วันที่: 2 เมษายน 2568 เวลา:22:21:21 น.  

 
ถือว่าเป็นอีกประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงของคนกรุงเทพจริงๆค่ะ
จำได้ว่าสมัยยังอยู่กรุงเทพก็เคยเจอแผ่นดินไหวเหมือนกัน แต่ตอนนั้นแค่เบาๆค่ะ รู้สึกได้ถึงความสั่นไหวนิดๆ แต่ไม่รุนแรงเท่าครั้งนี้เลย

รองเท้าเค้าว่ากันว่า ซื้อมาใหม่ๆ ถ้าจะไม่ให้มันกัด ต้องชิงกัดมันก่อนนะคะ


โดย: babyL' วันที่: 2 เมษายน 2568 เวลา:22:50:49 น.  

 
แผ่นดินไหวรอบนี้แรงและไหวนานมาก

อ่านแล้วน้องปริ๊นซ์วิ่งเร็วมากครับ
ชื่นชมคนที่เก็บแปลนตึกลงมาด้วย
สุดยอดครับ รอบคอบและมีสติมาก

เป็นประสบการณ์ที่น่ากลัวสำหรับคนอยู่ตึกสูงแน่นอน

วันนั้นหมิงลงไปกรุงเทพพอดีด้วยครับ
เครื่องกำลังแลนดิ้งพอดีตอนที่แผ่นดินไหว
มาดามอากให้กลับทันที
แต่หมิงบอกชิล ขอเที่ยวต่อ 555

ที่ร้านพี่ก๋าก็ไหวแรงมากครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 3 เมษายน 2568 เวลา:3:06:14 น.  

 
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเห็นได้ว่า การออกกำลังกายบ้างนั้นสำคัญ ตามสังคมออนไลน์แต่ละคนออกมาพูดว่าปวดขาทั้งที่ยังหนุ่มยังแน่น

สถานการณืแบบนี้มันมีแต่จะหนักขึ้น เราต้องเตรียมพร้อมรับมือมันให้ดี (คว้าของวิ่ง) และต้องมีสติให้มั่น

ก็น่าจะถือว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าจะอยู่ในความทรงจำของคนไทยหลายๆ คนอีกนานเท่านานเลย


โดย: โลกคู่ขนาน (สมาชิกหมายเลข 7115969 ) วันที่: 3 เมษายน 2568 เวลา:16:46:47 น.  

 
ทุกข์ คือ สุขน้อย
สุข คือ ทุกข์น้อย
พี่ก๋าว่ามันวนเวียนไปมาอยู่แค่นี้ล่ะครับ 555

หมิงเที่ยวม่วนมากครับ 555
เดินวันละ 20 กิโลเลยนะ
เดินถ่ายรูป เดินซื้อของ
ได้กล้องฟิล์มกลับมาด้วย

ตอนแรกมาดามจะให้กลับเลย
ยอมทิ้งตั๋ว แต่ลูกไม่กลับครับ
ทำยังไงก็ไม่กลับ
แถมไปเดินแถวจตุจักร
เจอตึกที่ถล่มซะด้วย
มาดามฟังยิ่งเครียดเลย

หลักๆก็เดินห้างครับ
หลังจากแผ่นดินไหว
อีกวันก็เข้าห้างเลย
ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น เพื่อนก็ไปกันหมด
วัยรุ่นนี่อะไรก็ไม่กลัวนะครับ 555




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 3 เมษายน 2568 เวลา:20:21:19 น.  

 
สวัสดีครับคุณปริ๊นซ์

อ่านเรื่องของคุณปริ๊นซ์แล้วตื่นเต้น ลุ้นระทึกไปด้วย
อยู่ตึกสูงๆ นี่วันนั้นต้องเครียดกันแน่นอน
แต่ขอแอบขำที่บรรยายตอนน้องคนท้องว่าฟีลผัวเมียครับ
เห็นภาพเลย ^^
.
วันนั้นผมออกไปธุระ ตอนที่เกิดแผ่นดินไหวยังอยู่บนรถ(บนท้องถนน)กับพี่ที่ทำงาน ตอนนั้นที่บ้านไลน์มาบอก ผมยังถามกลับไปว่าไม่ใช่ไม่สบาย บ้านหมุนอะไรงี้รึเปล่า แต่เปิดFB ก็ อ้าว แผ่นดินไหว มองสองข้างทางคนบนตึกลงมาข้างล่างกันเพียบๆ ครับ
แล้วก็มารถติดแหง็กถนนวิทยุ รถติดยาวมาก ขยับทีละนิด
จนในที่สุดผมตัดสินใจขอลงไปหาทางกลับบ้านเอง
ในใจคิดว่าต้องมีวินบ้างล่ะ แต่ก็แห้ว 55
เลยเดินมาถถึงเซ็นเวิร์ล กดเรียกแกร็บไบค์ก็หามีไม่
รอจนมีรถเมลมา สายอะไรก็ขึ้นก่อนให้มันมีความเคลื่อนไหว
ก็ขึ้นอยู่สามต่อครับ ถึงบ้านสามทุ่มเลย
ต้องขอบคุณป้ายรถเมล์อัจฉริยะที่ให้ผมได้ชาร์จมือถือด้วย
ไม่งั้นแย่แน่นอน
.
ส่วนงานหนังสือผมไปวันแรกเลย 27 มีนาครับ
.
เขาว่ากันว่าถ้าไม่อยากให้รองเท้ากัดต้องกัดมันก่อน
แต่ก็ไม่กล้าลองเนาะ.. ^^


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 3 เมษายน 2568 เวลา:23:40:08 น.  

 


ลืมเล่าครับ---------
วันนั้นแต่ละคนเป็นยังไงกันบ้าง เป็นแบบนี้ครับ

- ผม ชักปลั๊กมือถือออกมมาพร้อมมือถือแบบสายคาอยู่ ได้มาแค่นี้
- พี่โฟล์ค ได้ipad ติดมือมาด้วย นอกจากมือถือ
- พี่ ผจก ได้แก้วเยติ ติดมือออกมา
- เจมส์ วิ่งพร้อมโน็ตบุ๊คทำงาน
- ไนท์ เหมือนผมครับ มีแต่มือถือ
- พราว มาทั้งกระเป๋าถือ วิ่งแทบจะคนแรก วิ่งไปกรี๊ดไป เลยทำให้ทุกคนในแผนกเด้งจากเก้าอี้แล้วสับตรีนแตก

- ปริ๊นซ์ ที่มีหมวกเซฟตี้อยู่กับตัว เพราะโลโก้ลอกเลยจะมาติดใหม่
- คุณ VP มีหมวกเซฟฟตี้ที่ห้อง จริงๆ เอาไว้โชว์ แต่ดันได้ใช้เฉย
คุณ VP กับท่านประธานออกมาได้ก็ถามว่าทุกคนออกหมดแล้วใช่ไหม ไม่มีใครติดลิฟต์หรืออยู่ในห้องน้ำใช่หรือไม่
คุณ VP ถามหาว่า เด็กเค้าอยู่ไหนกัน พวกผมก็เดินกันเข้าไปรายงานตัวกันว่าสบายดีอยู่กันครบ
- ย้ง ยกมือไหว้คุณ VP ที่ดูแล เรียกสติมันตอนติดอยู่บนชั้น 12


พูดกันวันนี้ก็ตลก แต่ตอนนี้อะไรปึงปัง โคลงเคลงหน่อยก็ผวาแล้วครับ



โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 3 เมษายน 2568 เวลา:23:44:27 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องปริ๊นซ์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 เมษายน 2568 เวลา:5:45:34 น.  

 
สวัสดีครับน้องปริ๊นซ์
โอวว อ่านจบแล้วคิดว่าอยู่ในเหตุการณ์ด้วยเลยครับ
วันนี้พี่นั่งอยู่ร้านกาแฟ Horm แถวสะพานพระนั่งเกล้านะครับ คนเต็มร้านเลย กำลังกินกาแฟเกือบจะหมดแก้วแล้ว พี่มองพื้นมันเริ่มเลื่อน ตอนแรกนึกว่าความดันขึ้น ถามเพื่อนมึงเป็นงัยบ้าง มันนั่งนิ่ง สักพักมีคนวิ่งออกจากร้าน พี่ก็ชวนเพื่อนออกจากร้าน แต่เพื่อนมันยังนิ่งอยู่ ก็เลยตะโกนมึงอยากตายเหรอ ถึงได้สติ พออกมานอกร้าน พื้นมังเลื่อนอยู่ พี่ยืนอยุ่สักพักก็ขับรถกลับกรมฯ โชคดีมาก ๆ ที่ออกมาไว ไม่งั้นรถติดแน่ ๆ มาทางสนามบินน้ำเส้นคอนโดหรู ๆ ผู้คนออกมายืนข้างล่าง ข้างถนน ยังกับในหนังเลย นี่เป็นครึ้งหนึ่งในชีวิตของพี่เลย


โดย: The Kop Civil วันที่: 4 เมษายน 2568 เวลา:15:01:24 น.  

 
พี่มาเม็นต์แต่ยังไม่ขึ้นนะ ไม่แน่ใจโดนแสปมมั๊ยครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 4 เมษายน 2568 เวลา:16:58:36 น.  

 
สวัสดีค่ะน้องปริ๊น

พี่ว่าเราจะจำวันนี้กันไปอีกยาวนานแบบชั่วชีวิตเลยนะคะ
พี่อยู่ตจว. ไม่ค่อยรู้สึกมากเท่าคนอยู่บนตึกสูงๆค่ะ
แต่ถามว่ารู้สึกไหม รู้สึกได้เลยค่ะ แต่ยังไม่แตกตื่นมากนัก

ตอนอยู่ร้านกาแฟก็ใช่ว่าจะรีบร้อนมากนะคะ
มาร้อนรนตอนถึงบ้านค่ะ ไลน์หาลูกไม่ได้ ลูกโทรหาไม่ติด
น้องชายพอโทรหาแม่ได้ ก็บอกให้พี่ไปรับพี่ป่านกับหลานเลยค่ะ

พอผ่านไปสักพักพี่โทรหาพี่ป่านได้ ถามว่าอยู่ไหน พี่ป่านบอกอยู่รร มาแตร์
ตอนแผ่นดินไหวพี่ป่านอยู่ชั้น2 ของชิดลมค่ะ ลงมาซื้อของ
แล้วก็วิ่งออกมาที่รถไฟฟ้า
พี่ป่านบอกมองหาที่โล่งๆไม่มีเลยแม่ มีแต่ตึกรอบตัวไปหมด
ก็วิ่งตามๆกันไปที่รรมาแตร์
มีแค่มือถืออย่างเดียวเลยที่ติดมือมา กระเป๋าอยู่ในออฟฟิต ออฟฟิตอยู่ชั้น10
ผ่านไปสักพัก รุ่นน้องแอบขึ้นไปเอากระเป๋าค่ะ กวาดมาหมดของทุกคน
ดีนะคะหลานมีมอไซด์ เลยขับไปรับพี่ป่าน ไม่งั้นก็ต้องเดินกลับคอนโด
มาถึงคอนโด ก็ต้องรออีกพักนึง ขึ้นไปเก็บของแล้วก็ขับรถกลับชัยนาทกันเลยค่ะ

บ. น้องปริ๊นมีแต่คนน่ารักๆทั้งนั้นเลยนะคะ ดีล่ะค่ะ เป็นบุญอย่างนึงเลยที่มีผู้ร่วมงานดีดีแบบนี้

ส่วนดาริญน่าจะไม่รู้เรื่องอะไรค่ะ เพราะยังเด็กไป ข้าวหอมเก่งมากเลยนะคะ

เรื่องทริปไปเที่ยวนี่ เหมือนพี่เริ่ม สว แล้วมั้งคะน้องไม่อยากไปไหนเท่าไหร่
เมื่อก่อนยังคิดว่า ฉันต้องไปให้ได้ 555 ตอนนี้เฉยมากค่ะ

ระยะนี้น้องปริ๊นดูสุขภาพโอเคดีนะคะ พี่ก็โอเคอยู่ค่ะ
ไม่หอบมานานมากเลย แต่เป็นโน่นนี่เล็กๆน้อยๆแทน
เป็นไปได้ ก็ไม่อยากเป็นอะไรสักอย่างเลยเนาะ

รักษาสุขภาพกันต่อไปด้วยค่ะน้องปริ๊น


โดย: tanjira วันที่: 5 เมษายน 2568 เวลา:14:20:46 น.  

 
พี่น่าจะเป็นคนเดียว
ที่ม๋วนกุ๊บลันล้าคนเดียว
เพราะตอนนั้นวันนั้นช่วงนั้น
อยู่ที่อำเภอคอนสาร จ.ชัยภูมิ
หนุกหนานในหมู่บ้านผาเบียด
วิวต้นหมาก
และนั่งรถอีแต๋นขึ้นเขา
10 คนไม่รู้สึกถึงแผ่นดินไหวเลย
แบบสำรวจเส้นทางชัยภูมิม๋วนกุ๊บ


โดย: อุ้มสี วันที่: 5 เมษายน 2568 เวลา:20:23:28 น.  

 
ที่มาคุย
ครั้งหน้าของจะออกมาหมดแน่นอน จะไม่ต้องกลับเข้าไปเก็บของอีกครั้งเป็นครังที่ 2 เสียเวลามากๆ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 5 เมษายน 2568 เวลา:22:05:12 น.  

 
พี่งานยุ่งมากกกก จนไม่ได้แวะเข้าบล็อกเลย
อยากอัพบล็อกอยากเม้ามอย แต่วันสองสามสี่วันนี้เหนื่อย
ไม่อยากทำไรเลย อยากนอนนิ่งๆ...อย่างเดว


โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 7 เมษายน 2568 เวลา:16:29:33 น.  

 
สวัสดียามสายค่ะ น้องปริ๊นซ์

แวะมาทักน้องช่วงเช้าก่อน
ถ้างานซาๆ บ่ายพี่แวะมาคุยด้วยอีกรอบนะคะ




โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ วันที่: 8 เมษายน 2568 เวลา:9:15:40 น.  

 
สวัสดี จ้ะ น้องปริ๊น

อ่านคั้งแต่เช้า จบและโหวดแล้ว มีนัดไปกรมที่ดินที่บึงกลุ่ม
ตั้งแต่ 6.30 น. เพิ่งกลับถึงบ้าน แล้วจึงมานั่งเม้นท์ จ้ะ
อ่านเรื่องที่เธอเล่าเกี่ยวกับวันที่ 28 แผ่นดินไหว เล่าละเอียด
มาก ๆ อ่านไปตื่นเต้นไปด้วย ดีใจที่เห็นคนในบริษัทร่วมแรง ห่วงใย
ในยามที่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด คือ แผ่นไหว มีการช่วยเหลือ
ผู้หญิงที่ขาแข้งอ่อนแรง ตั้งสติไม่ได้ ด้วยการหิ้วปีกลงมาถึงด้านล่าง
อีกคนหนึ่งตั้งท้องด้วย ผู้ชายก็ช่วยกันประคับประคอง ลงมาถึง
ข้างล่างได้อย่างปลอดภัย นี่แหละ พลังแห่งความรักและห่วงใยซึ่งกันและกันขององค์กร จ้ะ จึงเป็นเรื่องที่น่าชมเชย

ส่วนบ้านครู ในวันที่เกิดแผ่นดินไหว ไม่มีอะไรสั่น หรือเคลื่อน
ไหวจนทำให้รู้สึกว่าแผ่นดินไหว ครูกินมื้อกลางวันเสร็จประมาณ
บ่ายโมงกว่า ลุกขึ้นจากเก้าอี้ รู้สึกเวียนหัว และเซ จะล้ม รีบคว้า
เก้าอี้ที่นั่ง นั่งลง นึกว่าโรคเก่า คือ โรคเวียนหัวนาน ๆ จะเป็นที่
มันกลับมากำเริบ เลยรีบหายาแก้เวียนหัวกินไป 1 เม็ด นั่งเฉย ๆ
สักพัก เปิดไลน์ดู เอ้า! เพื่อนฝูงบ้าง ลูกศิษย์บ้าง ไลน์มาบอก มาถามว่า แผ่นดินไหว เป็นไงบ้าง เฮ้อ! ถ้าอยู่บนตึกสูง ๆ หลายสิบชั้น ครูคงต้องโดนหิ้วปีกลงมาแน่ อิอิ
โหวดหมวด บันทึกประสบการณ์ชีวิต


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 8 เมษายน 2568 เวลา:16:08:45 น.  

 
สวัสดียามสายค่ะ น้องปริ๊นซ์

ประหนึ่งเหมือนพี่อยู่ในเหตุการณ์ด้วยเลย
น้องเล่าได้ละเอียดมากค่ะ หู้ยยยย ตื่นเต้นไปด้วย
เหตุการณ์บนชั้น12นี่โครตบีบหัวใจ
คุณ VP นี่สุดยอดผู้นำจริงๆค่ะ

ของพี่เป็นออฟฟิศชั้นเดียว ตอนเกิดเหตุอยู่บนออฟฟิศกัน6คน
พี่เพิ่งเข้ามาลงนั่งเก้าอี้ แล้วมองคอม เฮ้ยทำไมมันโยกไปโยกมา
ยังคิดว่าตัวเองจะเป็นลม หันไปมองรอบตัว หันกลับมามองคอมอีกรอบ ก็ยังโยกไปมา
เลยรีบหันไปบอกเพื่อนร่วมงานว่า อยู่ดีๆเวียนหัวเฉียบพลัน ไม่เคยเป็นมาก่อน
มองคอมโยกไปโยกมา ถ้าเกิดวูบไปรีบพาส่งรพ.ด้วยนะ
เค้ายังบอกว่า อากาศมันร้อนมาก
แล้วอาการโยกก็หายไปนะ พี่ก็งง เลยบ่นๆว่าแผ่นดินไหวป่าววะ
พี่ข้างในห้องอีกคนได้ยินรีบบอก ใช่ไหม เมื่อกี้เค้ายืนคุยกับน้องอีก
คนเอามือท้าวโต๊ะ2ข้าง แล้วมันโยกไปมา เค้ายังคิดว่าจะเป็นลม
พูดกันยังไม่ทันจบดี ลูกชายของพี่อีกคนโทรมาว่าแผ่นดินไหว
แต่คนอื่นที่เหลือบนออฟฟิศไม่รับรู้เลยนะคะว่าแผ่นดินไหว
ไม่ได้อพยพหนีอะไรกันเลยค่ะ

ในกรุงเทพจะหนักเลย เพราะตึกสูงเยอะ
ประสบการณ์ครั้งนึงในชีวิตค่ะ




โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ วันที่: 9 เมษายน 2568 เวลา:10:25:10 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

BlogGang Popular Award#21


 
จันทราน็อคเทิร์น
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]




* Engineer
* Guitar trainer
* Casual gamer



space
space
space
space
[Add จันทราน็อคเทิร์น's blog to your web]
space
space
space
space
space