|
|
|
| | 1 | 2 | 3 |
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
|
 |
|
|
บล๊อกนี้เป็นบล๊อกที่ผมพิมพ์ดราฟไว้เรื่อยๆ ระหว่างที่ผมพักร้อนอยู่ต่างประเทศ วันที่ผมเริ่มพิมพ์ๆ อยู่นี่ คือ เพิ่งมีเวลานั่งชิลครับ เพราะคนอื่นเค้าออกไปลานสกี ส่วนผม ผมสกีมาจนหน้าไหม้แล้ว ตั้งแต่ต้นๆ ทริป 5555 วันนี้ตังหมด เจ็บขา ปวดหลัง ใครไหวก็ไปเลยครับอีกเรื่องคือ ผมหนาวจนมือจมูกเล็บแตก ขอนั่งอุ่นๆ อยู่ในที่พักดีกว่า
ทริปนี้ สำหรับผม โหดสัดรัสเซียมากครับ เพราะนอกจากจะเป็นทริปยาวแล้ว ยังหนาว แถมฝนดันตกอีก ไม่ร่วมกับที่เที่ยวจนเข้าที่พักนอนไม่ต่ำกว่า 5 ทุ่ม เที่ยงคืนทุกวัน บางวันหนัก ๆ ปาร์ตี้ต่อกว่าจะล้มตัวลงนอนล่อไป ตี 3 เช้ามา 7 โมง ตื่นไปเที่ยวต่อ....ง่วงทรมานมากและทริปนี้ทำให้ผมได้ประสบการณ์ใหม่หลายอย่าง 5555อย่างแรก คือการปฐมพยาบาลเลนส์กล้องไอโฟน....ครับ.....เอาแม่งตั้งแต่2-3 วันแรกเลยเพราะบินมาถึง พักวันเดียวผมกับแฟนก็นั่งชินกันเซน มาเติม Outlet และสกี ที่ Nagano ทันที

ผมเตือนเลยนะครับ ว่า อย่าพกมือถือใส่กางเกงไปสกี โดยที่ไม่รูดซิปอย่าคิดว่าหิมะนิ่ม เพราะหิมะน่ะนิ่มครับแต่ไม้สกีกับรองเท้ามันแข็ง!!!แน่นอนครับ ไอ่ผมก็ไม่ได้เล่นสกีมาหลายปี ไปเล่นก็ต้องรื้อฟื้นบ้าง พอรู้สึกว่าเข้ามือแล้วก็ห้าวสิครับ นั่งกระเช้าขึ้นไปโน้นนนน
ทีแรกทีสองไม่เป็นไร แต่อยู่ๆ มีรอบนึงผมพลาดครับ ลงเร็วไปแล้วเอาสโลปไม่ทัน เรียกว่าลอยครับ 55555 สต๊อกไปทาง ตัวไปทาง แว่นกันแดดไปทาง อ้อใช่ ผมไม่ได้ใส่แว่นสกีด้วย ใส่แค่แว่นกันแดด ที่ไม่มีสายรัด ทีนี้ข้าวของกระจาย สต๊าฟกับคนแถวนั้นเข้ามาช่วย
แต่ภาพแรกที่ผมเงยหน้าขึ้นมาเห็นก็คือ........ไอโฟนของผมนอนอยู่ใต้ไม้สกี ในสภาพเข้าไปขัดอยู่ระหว่างไม้สกีกับรองเท้าผมล่วงมือถือขึ้นมาก่อน เพราะน่าจะมีมูลค่าที่สุดแล้ว แว้บแรกคิดว่า โชคดีละที่ไม่หายแต่พอพลิกดูสภาพปั๊บ ปรากฎว่า...........เลนส์กล้องแตกคือมันมี 3 เลนส์ใช่ไหมครับ แตกแบบเปิดไปเลย 1 เลนส์แถมด้วยฝาหลังและขอบเลนส์ที่ร้าวจนหนาวไปถึงหัวใจ ตรงนี้ไม่ใช่ที่ผมเล่นนะครับ อันนี้ถ่ายตอนเดินเล่นผมเดินแบกหัวใจช้ำๆ เอ้ย! แบกสกีแบกไม้ลงมาจากลาน พอดีกับที่แฟนบอกหิว อยากพักกินอะไรที่โซนคาเฟ่หน่อยค่อยเล่นต่อแต่นาทีนั้น ผมเล่นไม่สนุก แดกไม่อร่อยแล้วครับเสิร์ชดู เค้าบอกว่า กระจกเลนส์แตกต้องรีบซ่อมหรือหาอะไรปิดเลนส์เสียก่อน เพราะถ้าถึงโรงบาลช้า เลนส์อาจจะเสียหาย กล้องกลับบ้านเก่าได้แล้วกูอยู่ Nagano!!! ไม่ใช่เซียร์รังสิตทำให้ผมต้องเดินร่วมครึ่งกิโล พร้อมขากระโผลกกระเผลกจากสกีล้ม เพื่อไปร้านสะดวกซื้อ ตามหาสก๊อตเทปมาติดปิดเลนส์เอาไว้ก่อน รวมถึงกระจกฝาหลังที่แตกแบบไม่เกรงใจกัน หลังจากปฐมพยาบาลมือถือเสร็จ ก็พบว่ามือถือผมสูญเสียฟังค์ชั่น Protrait และ ซูมตั้งแต่ X3 ขึ้นไปตั้งแต่เริ่มทริป ทำไงละครับ...ผมได้แต่เอามือลูบหน้า สบทในใจว่า เตี้ยเอ้ย....
พอขากับหลังยอกตอนล้ม รองเท้าทิมเบอร์แลนด์ที่ใส่มาก็เหมือนจะไม่สนิทกับขาขึ้นมา เดินไม่ไหวครับ เลยบอกแฟน เข้าร้านรองเท้าที่ Outlet ด่วนเลย ซึ่งผมก็ได้รองเท้าผ้าใบใหม่มา 1 คู่ ที่ไม่ใช่ On 555555วันรุ่งขึ้นก็สกีกันต่อตอนเช้าอีกรอบครับ ก่อนจะช้อปปิ้งที่ outlet เดินจนปิดค่อยกลับโตเกียว ตอนนั้น แฟนก็หวังดีครับ เสิร์ชในเสร็จว่า"เธอ...เราสามารถซื้อ iPhone ที่ญี่ปุ่นกลับไปใช้ที่ไทยได้นะ""แต่มันปิดเสียงชัตเตอร์ไม่ได้ป่าว" ผมนั่งหลับตากอดอกบนชินกันเซน"เค้าบอกว่าได้นะ มันจะคนละรุ่นกัน ซื้อที่ Akihabara ได้เลย เธอรู้ไหม 17 pro ถูกกว่าไทยเป็นหมื่นเลยนะ" นี่แหละครับคู่ชีวิต 55555555555 แนะนำดีเสมอ
กลับไปโตเกียวก็ไปเจอกันครอบครัวพี่สาวและเพื่อนร่วมทริป แล้วจะทำอะไรละครับ.....โชนแก้ววววววเรียกว่าเป็นแมทกระชับมิตร ซึ่งล่อไป ตี 3วันรุ่งขึ้น อ่า....วันนี้ประสบการณ์ใหม่มาครับเป็นวันที่เราจะไปดิสนีย์แลนด์ อาจจะถามว่า เฮ้ยแล้วผมจะอินไหม ไม่ได้อินแต่อยากไปครับ 5555 เพราะมาญี่ปุ่นเป็นสิบๆ ครั้งผมไม่เคยเข้าดิสนีย์เลยซักครั้งเดียวก็แน่ละครับ อยู่ๆ ผู้ชายคนนึงจะเดินเข้าดิสนีย์แลนด์ไหม 5555 แฟนก็ไม่เคยครับ ดังนั้น ผมโอเคเลยที่จะไปวันนั้นดิสนีย์คนเยอะมากครับ เห็นพี่สาวบอกว่ามันเป็น Teir 1 คือช่วงยอดฮิต เพื่อฉลองคริสมาส พาเรทกับโชว์ก็ดีครับ แต่สำหรับผู้ชายอย่างผม ก็ดูได้ แต่ถ้าเอาความมันส์ ช็อกโกแลตวิลล์มันส์กว่า 55555 ดีอยู่อย่างที่วันนั้นฝนไม่ตกครับ เด็ก ๆ ในทริปอยากไปดูปราสาทเมอร์เมดครับ ทำให้เราต้องเดินจากหน้าดิสนีย์ไปถึงด้านหลัง และนี่คือรูปรูปสุดท้ายที่ผมยกมือถือขึ้นมาถ่ายก่อนที่เราจะเข้าปราสาท
แล้วเกิดอะไรขึ้นในปราสาท... นี่ก็ได้ประสบการณ์ใหม่เหมือนกันครับไม่รู้ว่าด้วยแสงหรือแฮ้งจากการดื่ม หรืออดนอนสะสม พอเข้าไปในปราสาทเมอร์เมด อยู่ๆ ผมก็เริ่มมึนหัว โฟกัสภาพไม่ได้ จากที่เดินตามมองหลานอยู่ ผมต้องบอกพี่เขยว่า "พี่ตามข้าวหอมที ผมมองไม่เห็น"พูดแล้วก็พยายามไม่โฟกัสภาพอะไรซักอย่างในนั้น ในปราสาทคนค่อนข้างเยอะ และผมรู้สึกว่ามันร้อน อาจจะเพราะด้านนอกหนาวมาก ในปราสาทเลยพยายามทำให้อบอุ่น ซึ่งผมร้อน ร้อยจนต้องถอดแจ๊กเก็ตมาถือเอาไว้"เธอเอาน้ำไหม" แฟนหันมาถามพร้อมน้ำดื่มในมือ"เธอเอาเลย" ผู้ปฏิเสธเพราะเห็นน้ำในขวดของแฟนเหลือไม่ถึงครึ่ง พร้อมส่งน้ำดื่มของตัวเองให้เค้าเพิ่มอีกขวด"อ้าวเธอไม่กินละ""เธอกินไปก่อน เดี๋ยวเจอที่เติมเราค่อยเติมอีกที ตอนนี้หนัก"ไอ่ผมก็อ้างไปอย่างงั้น แต่หลัก ๆ คือ ให้เค้าดื่มก่อนนั่นละครับ แฟนก็เข้าใจว่าผมคงหนัก และอาจจะด้วยหน้าตาผมไม่ค่อยสดใส เค้าเลยรับน้ำดื่มไปใส่กระเป๋าตัวเองไว้แทน
หลังจากนั้นเราก็ไปยืนต่อแถวเครื่องเล่น พร้อมๆ กับเพื่อนร่วมทริปที่เหลือ"25 นาที ต่อนะคะ" เพื่อนร่วมทริปบอก แฟนอยากเล่น แต่ผมอ่ะ ไม่อยากเล่น 55555"เธอจะไปนั่งรอก็ได้นะ" แฟนเห็นใจ เพราะเห็นหน้าผมเซ็งเหลือเกิน"บัตร 2พันกว่า เล่นเถอะ" ภาพนี้ผมได้จากอัมบัลกรุ๊ป ไม่รู้แฟนหรือพี่สาวถ่ายแต่พอเริ่มจะเดิน ผมแม่งยืนไม่อยู่เลยครับ คือรู้สึกทรงตัวไม่ได้ผะอืดผะอมไปหมดจนต้องหยุดยืนแล้วควักยาดมมาสูด"เอามาด้วยหรอ"แฟนขำ ตอนนั้นก็คงขำอ่ะนะครับ 555
ส่วนผมแค่ยักคิ้วให้แทนคำตอบ ก่อนที่สายตาผมจะสบเข้ากับพี่สาว ที่ยืนถัดออกไป พี่ปาล์มตบไหล่พี่เขยแล้วดันให้เดินมาด้านหน้าจากนั้น ภาพผมตัดไปเลยครับ ตัดแบบเห็นภาพสุดแล้วแล้วชักปลั๊กเลยรู้ตัวอีกทีก็อยู่มท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย ซึ่งผมนี่ก็ตอบอะไรไม่ได้เลย เจ้าหน้าที่ดิสนีย์วิ่งเข้ามาชาร์จพร้อมถามเพื่อให้การช่วยเหลือ แรกๆ ผมก็ยกมือว่า ผมโอเค พอเริ่มพูดรู้เรื่องผมก็บอกว่า"ผมโอเค ไม่เป็นไร ขอน้ำดื่ม"ซึ่งตอนนั้นแฟนบอกว่า ผมนี่พูดทั้งอังกฤษพูดทั้งญี่ปุ่น 555555
กร่อยเลยครับ เพราะผมเจ็บมากเข่าเลือดออกขนาดที่เลือดซึมทะลุกางเกงยีน ซึ่งได้ประสบการณ์การทำแผลจากเจ้าหน้าที่ดิสนีย์ และพาสเตอร์เล็ก ๆ ที่หลานพกมา ผมเลยบอกทุกคนไปเลย จะเดินไปไหนไปเลย ผมนั่งอยู่แถวร้านอาหารนี่แหละ ก่อนดื่มน้ำที่แฟนเติมมาให้ไป 2 ขวดเต็มๆ และจิบต่อเรื่อยๆ เพราะรู้สึกกระหายน้ำมากมาเริ่มเดินไปไหนต่อไหนได้ก็ช่วงเย็นๆ ครับ 5 โมงนิดๆ ก็ทำทีว่าไม่เจ็บแล้วเดินไปรวมกับคนอื่นๆ ก่อนจะอยู่จนดิสนีย์ปิดตอน 3 ทุ่ม กลับที่พักมา 5 ทุ่มคืนนั้นดื่มไม่ไหว ผมต้องขอนอนแล้วหลังจากนั้น แผลที่เข่าก็เป็นอุปสรรคไปทุกวันครับ เพราะมันหายช้ามากจากอากาศเย็น และขยับเยอะจากการเดิน แถมเจ็บมากซะด้วย ต้องนั่งทำแผลทุกวัน เช้า-เย็น
แต่หลังจากวันนั้น ผมก็ยังตรากตรำเที่ยวหนัก ดื่ม นอนดึกตื่นเช้า วนไปแบบนี้ทุกวันอยู่หลายวันนะครับ ซึ่งผมก็ไม่ได้มีอาการจะวูบอะไรอีกเลย เข้าใจว่าวันนั้นที่ดิสนีย์น่าจะแฮ้งค์จัดครับ 55555 Dehydrate และความดันต่ำจากการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะหลังจากดื่มน้ำเพียงพอ ผมก็ recover เลยนะครับ.....แม่งโคตรน่าอาย....ตอนที่พิมพ์บล๊อกนี้จบ ผมกลับมาไทยแล้ว และแผลที่เข่าหายดีแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ ใส่กางเกงขายาวลำบากมากครับ ตึงแผลมากส่วนมือถือที่ใส่อุปกรณ์ผยุงชีพมาหลายวัน จัดการเอาไปซ้อมมาเรียบร้อยครับ พอยืนให้ร้านซ้อม ช่างซักอาการก่อนคำแรกเลยว่า"นี่โดนมาเมื่อไหร่ครับ""10วันแล้วครับ"ช่างร้อง "เฮ้ย! ลูกค้า...กระจกเลนส์แตกมันต้องรีบมานะครับ ไม่ใช่เอาเทปติดแล้วใช้ต่อ กระจกมันแตกเข้าเลนส์ หรือฝุ่นเข้าเลนส์ขึ้นมา พังหมดเลยนะครับ"ผมฟังช่างด่า แล้วได้แค่ยิ้มอ่อน คิดในใจว่า...เลนส์กูแตกที่คารุอิซาว่าครับ ไม่ใช่ลำลูกกา จะได้วิ่งมาหามึงได้ใน 30 นาทีแต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไร น้องพนักงานรับเครื่องก็พูดกับพี่ช่างหลังจากพลิกเครื่องผมไปมา"กล้องลูกค้ามาจุดเวลาซูมสูงๆ ด้วยนะพี่"พร้อมกับหันมามองหน้าผม"ไม่เป็นไรครับ"ผมนี่ถึงกับต้องเอามือสางผมตัวเองแก้เขิน ว่าใช้ยังไงให้ยับเยินขนาดนี้
แต่ตอนนี้ซ่อมเสร็จเรียบร้อย ใช้ได้เหมือนเดิมแล้วครับ ถึงผมจะไม่ได้มือถือใหม่ 555555แต่ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องซื้อใหม่ก็ดีแล้ว และสุดท้าย สวัสดีปีใหม่ทุกท่านครับ ขอให้ปีใหม่เป็นการเริ่มต้นของเรื่องดีๆ อุปสรรค์ต่างๆ ให้มันผ่านไปเมื่อปี 2025 ที่เพิ่งผ่านพ้น
สำหรับผมปีนี้ เป้าหมายเดียวที่มีในหัวคือ ปีนี้ ผมจะไม่ลืมคนคนนึงในทุกๆ สถานการณ์ คนคนนั้นคือ "ตัวผมเอง"ถ้าให้โอกาสคนอื่น ต้องไม่ลืมให้โอกาส ตัวเองถ้าพยายามเข้าใจคนอื่น ต้องไม่ลืมเข้าใจ ตัวเองถ้าให้อภัยคนอื่น ต้องไม่ลืมให้อภัย ตัวเองถ้ามองคนอื่นด้วยความชื่นชม ต้องไม่ลืมที่จะชื่นชม ตัวเองถ้าเคารพคนอื่น คนแรกที่ควรเคารพที่สุดก็คือ ตัวผมเองแล้วเจอกันบล๊อกหน้าครับ
| Create Date : 08 มกราคม 2569 |
| Last Update : 8 มกราคม 2569 22:30:34 น. |
|
25 comments
|
| Counter : 372 Pageviews. |
 |
|
|
| ผู้โหวตบล็อกนี้... |
| คุณhaiku, คุณสองแผ่นดิน, คุณThe Kop Civil, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณกะว่าก๋า, คุณNENE77, คุณtoor36, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณหอมกร, คุณnonnoiGiwGiw, คุณmariabamboo, คุณกะริโตะคุง, คุณtanjira, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณชีริว |
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 9 มกราคม 2569 เวลา:0:12:53 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 มกราคม 2569 เวลา:6:20:51 น. |
|
|
|
โดย: NENE77 วันที่: 10 มกราคม 2569 เวลา:19:40:31 น. |
|
|
|
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 11 มกราคม 2569 เวลา:23:46:40 น. |
|
|
|
โดย: หอมกร วันที่: 13 มกราคม 2569 เวลา:7:46:44 น. |
|
|
|
โดย: กะริโตะคุง วันที่: 13 มกราคม 2569 เวลา:17:12:03 น. |
|
|
|
โดย: babyL' วันที่: 14 มกราคม 2569 เวลา:20:49:56 น. |
|
|
|
โดย: multiple วันที่: 16 มกราคม 2569 เวลา:8:02:33 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 มกราคม 2569 เวลา:5:54:10 น. |
|
|
|
โดย: ชีริว วันที่: 19 มกราคม 2569 เวลา:23:06:45 น. |
|
|
|
โดย: tanjira วันที่: 20 มกราคม 2569 เวลา:6:43:53 น. |
|
|
|
โดย: หอมกร วันที่: 21 มกราคม 2569 เวลา:7:15:05 น. |
|
|
|
โดย: หอมกร วันที่: 21 มกราคม 2569 เวลา:12:22:30 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 มกราคม 2569 เวลา:14:51:08 น. |
|
|
|
โดย: ปัญญา Dh วันที่: 21 มกราคม 2569 เวลา:19:57:03 น. |
|
|
|
โดย: tanjira วันที่: 22 มกราคม 2569 เวลา:14:35:47 น. |
|
|
|
|
|
 |
|
|
|
ป.ล. หลังไมค์ด้วยครับ