"The single best way to grow a better brain is through challenging problem solving." - Eric Jensen (1998), Teaching with the Brain in Mind
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2550
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
29 สิงหาคม 2550
 
All Blogs
 
๕ ชอบ ๕ ไม่ชอบ (ครึ่งหลัง)

๒๙ ส.ค. ๒๕๕๐



จาก แท็ก ๕ ชอบ ๕ ไม่ชอบ ที่ได้รับจากคุณ ฟ้าดิน คราวที่แล้วผมเขียน ๕ ไม่ชอบ ไปแล้ว คราวนี้มาต่อกันที่ ๕ ชอบ กันบ้าง



๕ ชอบ


๑) การจัดโต้วาทีประชันความคิดขององค์กรกลาง

ผมว่ากลุ่มเจ้าภาพที่จัดงานนี้ขึ้นมาสามารถทำให้เห็นได้ว่า ท่ามกลางความขัดแย้งกันทางความคิด ก็ยังสามารถถกเถียงกันอย่างมีเหตุผลได้ ไม่จำเป็นจะต้องทะเลาะเบาะแว้งกันจนอาจเลยเถิดไปถึงการลงไม้ลงมือกันเสมอไป

จะมีก็เพียงคนเดียวกระมังครับที่ทำให้บรรยากาศเสียไปไม่มากก็น้อย คนนี้เวลาไปพูดที่ไหน ก็ฟังดูเหมือนจะยกตนข่มท่าน ข้าแน่ ข้าดี ข้าถูก ข้าเจ๋ง อยู่เพียงผู้เดียว คนอื่นนั้นแย่กว่าตัวหมด

คงพอเดาออกนะครับว่าใคร มีคนที่ถูกโห่ไล่อยู่เพียงคนเดียวแหละครับ

แต่ก็ช่างเขาเถอะ บรรยากาศโดยรวมนั้นผมว่าดีครับ

ในช่วงก่อนวันลงประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฯ นั้น ทางการน่าจะนำเอาเทปบันทึกการโต้วาทีประชันความคิดครั้งนี้มาฉายซ้ำให้ชาวบ้านดูบ่อยๆ ชาวบ้านเขาจะได้มองเห็นข้อดีและข้อเสียของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในแง่ของเนื้อหา ไม่ใช่วันๆ ได้ยินแต่คำเชิญชวนกรอกหูให้ออกไปใช้สิทธิกันมากๆ แต่ไม่รู้เลยว่า เพราะเนื้อหาส่วนไหนจึงควรรับ เพราะเนื้อหาส่วนไหนจึงไม่ควรรับ

การฉายซ้ำบ่อยๆ น่าจะมีประโยชน์อีกอย่างหนึ่งคือ เป็นตัวอย่างของการถกเถียงกันด้วยเหตุด้วยผล มากกว่าการใช้อารมณ์และอคติส่วนตัวเข้าห้ำหั่นกัน สภากาแฟทั่วประเทศก็จะได้เห็นตัวอย่างที่ดี ระดับของข้อมูล-เนื้อหาที่คุยกัน และระดับของสติปัญญาและวิจารณญาณของคนที่คุยกันก็จะถูกยกขึ้น พอชาวบ้านทั่วประเทศฉลาดขึ้น การปกครองในระบอบประชาธิปไตยก็จะได้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงไม่นำออกมาเผยแพร่ซ้ำ

หรือกลัวว่าพื้นที่สีแดงมันจะมากกว่าสีเขียว

ถ้าของมันดีจริง จะไปกลัวขายไม่ออกทำไม


๒) ฟอร์มการเล่นของทีมฟุตบอลไทยในเอเชียนคัพ

เรื่องนี้เป็นความชอบส่วนตัวครับ ได้เห็นทีมชาติไทยเล่นกับทีมที่มีระดับเหนือกว่าอย่างสูสี ผมก็ดีใจแล้วครับ เล่นกันแบบมีความคิด มีระบบแบบแผน ไม่ใช่เล่นกันมั่วๆ ความมุ่งมั่นก็ดี สภาพจิตใจก็ดี เรี่ยวแรงก็ใช้ได้ ไม่หมดก่อนเวลาอันควร

เสียอย่างเดียวว่าระบบลีกอาชีพยังไม่แข็งแรง ยังไม่สามารถเป็นธุรกิจที่เลี้ยงตัวเองได้

แค่ทีมชาติไทยเล่นดีเพียงอย่างเดียวมันไม่พอหรอกครับ ดีเป็นพักๆ แบบนี้มันไม่ยั่งยืน

ถ้าจะให้ยั่งยืน ระบบลีกอาชีพมันต้องแข็งแรงทั้งระบบ จะได้มีตัวตายตัวแทนขึ้นมาเล่นทีมชาติได้อย่างไม่ขาดสาย

เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่การมี ดรีมทีม เกิดขึ้นทุกสิบปี จะพาให้ฟุตบอลไทยไปโลดแล่นในเวทีระดับเอเชียหรือในระดับโลกได้

แต่ก็เอาเถอะครับ ขอให้ทีมชาติไทยเล่นได้แบบในเอเชียนคัพที่ผ่านมาให้ได้เรื่อยๆ คนดูอย่างผมก็มีความสุขที่จะติดตามเป็นกำลังใจให้แล้วครับ

เมื่อไรกินกันอิ่มแล้ว ก็ช่วยสร้างลีกอาชีพให้แข็งแรงด้วยก็แล้วกัน ลูกหลานจะได้ยกย่องสรรเสริญท่านในภายภาคหน้า


๓) คนไทยได้เป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลอังกฤษ

ตัดเรื่องการเมืองทิ้งไปก่อนนะครับ (ถึงแม้ว่าเหตุผลส่วนหนึ่งในการซื้อจะเป็นเหตุผลทางการเมืองก็เถอะ)

ไม่ว่าคนไทยคนไหน จะไปเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลสโมสรไหน ในลีกระดับโลกประเทศใดก็ตาม ผมก็จะดีใจและภูมิใจไปกับเขาด้วย

แค่ยี่ห้อ เบียร์ช้าง ไปปะอยู่บนหน้าอกเสื้อทีม เอฟเวอร์ตัน ผมก็ดีใจกับเขาไปด้วยแล้ว นับประสาอะไรกับการที่คุณ ทักษิณ ชินวัตร ได้เป็นเจ้าของสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทั้งสโมสร ไม่ใช่แค่เป็นสปอนเซอร์ติดหน้าอกเสื้อเท่านั้น จะไม่ให้ดีใจอย่างไรไหว

ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง บ้านเขาเป็นตัวแทนจำหน่ายเหล้า-เบียร์รายใหญ่ของกลุ่มไทยเบฟ (เจ้าของเบียร์ช้าง) ที่ต่างจังหวัด เมื่อสักสองปีก่อน เขามีโอกาสได้ร่วมคณะของเบียร์ช้างไปดูทีมเอฟเวอร์ตันแข่งถึงประเทศอังกฤษ เขาเล่าให้ฟังว่าแฟนบอลเอฟเวอร์ตันทั้งเมืองลิเวอร์พูล กินกันแต่เบียร์ช้าง!

เขาบ้าทีมรักของเขาถึงขนาดนั้น เลิกกินเบียร์ยี่ห้ออื่น หันมากินเบียร์ช้างที่เป็นสปอนเซอร์ให้กับทีมของเขา

ดังนั้น การที่คนไทยได้เป็นเจ้าของสโมสรทั้งสโมสรนั้น จะส่งผลดีให้กับประเทศไทยด้วยอย่างแน่นอน (ถ้าเขามีความจริงใจต่อประเทศจริงดั่งว่า) เราสามารถเอาสินค้าหรือบริการที่เป็นของไทยพ่วงเข้าไปขายได้ด้วย เริ่มต้นจากเมืองแมนเชสเตอร์ เสร็จแล้วก็ค่อยๆ ขยายออกไปยังเมืองอื่นๆ บนเกาะอังกฤษ แล้วก็ขยายผลต่อไปยังภาคพื้นยุโรป ส่วนภาคพื้นเอเชียหรือทวีปอื่นๆ ก็อาศัยดาวเทียมเป็นสะพาน

คิดเลยเถิดไปได้ถึงไหนต่อไหน

เอาอย่างแค่ตอนนี้ นักเตะไทยสามคนก็มีโอกาสได้ไปฝึกซ้อมร่วมกับทีมแมนฯ ซิตี้ อ.ชาญวิทย์ ผลชีวิน โค้ชหรั่งของทีมชาติไทยก็มีโอกาสได้ไปสังเกตการณ์การทำงานของโค้ชฟุตบอลระดับโลกอย่าง สเวน โกรัน อีริคสัน

ใครจะว่าใช้เส้นสายก็ว่าไปเถอะครับ แล้วมันผิดอะไรตรงไหนล่ะครับ ถ้าคนไทยไม่ได้เป็นเจ้าของ เราจะมีปัญญาหาโอกาสหรือช่องทางเข้าไปดูงานอย่างใกล้ชิดอย่างนี้หรือเปล่า ฝันไปเถอะครับ

บางคนอาจจะว่า ไปอยู่แค่ไม่กี่วัน มันจะไปได้อะไร ถ้าใครเคยไปดูงานตามที่ต่างๆ (ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นการไปดูงานที่ต่างประเทศ) ลองสังเกตตัวเองดูว่า ตัวเองได้ประโยชน์หรือไม่ ถ้าท่านคิดว่าท่านไปเที่ยว ท่านก็ไม่ได้อะไรกลับมา แต่ถ้าท่านคิดจะไปศึกษาหาความรู้ ไปดูกรณีตัวอย่างของจริง ไปหาประสบการณ์ ไปเปิดหูเปิดตาหามุมมองใหม่ๆ ถึงแม้ระยะเวลาจะสั้น แต่ท่านก็จะได้ประโยชน์จากการดูงานระยะสั้นๆ เหล่านั้น

นักเตะสามคนนี้เขาก็สามารถเก็บเอาประสบการณ์มาเล่าให้เพื่อนนักเตะคนอื่นๆ ฟังได้ว่า เขาได้ไปรู้ไปเห็นอะไรมาบ้าง นักเตะระดับโลกเขาฝึกซ้อมกันอย่างไร ดูแลร่างกายกันอย่างไร ทำความเข้าใจแผนการเล่นที่โค้ชสอนกันอย่างไร แก้ปัญหาเฉพาะหน้าในสนามกันอย่างไร ฯลฯ

ส่วนอาจารย์หรั่งนั้นยิ่งแล้วใหญ่ เขาเป็นประธานเทคนิคของสมาคมฟุตบอลฯ เป็นผู้ฝึกสอนโค้ชในประเทศไทยทั้งหมดด้วยซ้ำไป สิ่งที่อาจารย์หรั่งได้ไปเห็นมา ย่อมกระจายออกไปสู่โค้ชไทยทั่วประเทศอย่างแน่นอน สำคัญตรงที่สมาคมฟุตบอลฯ สานต่อให้แข็งแรงก็แล้วกัน

ใครจะว่าอย่างไรก็สุดแล้วแต่ครับ รู้แต่ว่าตอนนี้ ผมก็ตามเชียร์แมนฯ ซิตี้ เพิ่มไปอีกทีมหนึ่งแล้ว

เสียดายก็แต่ว่า ถ้าตอนนั้นอดีตนายกฯ ตัดสินใจซื้อสโมสรลิเวอร์พูลจริงๆ ล่ะก็ ผมก็คงจะดีใจมากกว่านี้อีก ดีไม่ดี เราอาจจะได้เห็นกล้วยตาก ทุเรียนทอด หรือผ้าไหมไทย พะยี่ห้อหงส์แดงประกบกับธงชาติไทยวางขายไปทั่วโลกแล้วก็เป็นได้


๔) The Bourne Ultimatum

เป็นหนังที่มันที่สุดในรอบปีเลยครับ

Die Hard ๔.๐ ที่ว่ามันแล้ว เรื่องนี้ยังมันกว่าอีกครับ สามารถทำให้คนดูตื่นเต้นได้ตลอดเวลา เรียกว่าแทบจะไม่มีเวลาได้พักหายใจหายคอกันเลยทีเดียว

โดยเนื้อหาก็เป็นหนังจารกรรม หนังสายลับ หักเหลี่ยมเฉือนคมกัน ซึ่งมันก็มีความมันอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว เพียงแต่เป็นความมันในเชิงของการใช้สมองในการชิงไหวชิงพริบกัน แต่นี่ยิ่งมาเพิ่มความมันในแบบบู๊ล้างผลาญ บู๊แอ็คชั่นเข้าไปด้วยแล้ว ก็เลยยิ่งมันเข้าไปใหญ่

ฉากที่ผมชอบที่สุดก็คงเป็นฉากที่ เจสัน บอร์น คอยบอกให้นักข่าวหนังสือพิมพ์หลบกล้องวงจรปิดในสถานีรถไฟวอเตอร์ลู กับฉากขับรถไล่กันบนถนน โดยเฉพาะฉากรถชน

ผมติดใจมาตั้งแต่ภาคที่แล้วแล้วครับเรื่องฉากรถชน ชนเป็นชนครับ รถพังพินาศกันเห็นๆ

สะใจท่านผู้ชมจริงๆ

พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงครับสำหรับคนที่ชอบดูหนัง


๕) การจัดรายการวิทยุของคุณมาโนช พุฒตาล

ถึงคุณมาโนชเขาจะจัดรายการวิทยุทางคลื่น The Radio FM ๙๙.๕ MHz ในช่วงแปดโมงเช้าถึงสิบเอ็ดโมง วันจันทร์ถึงวันศุกร์ มาได้พักใหญ่แล้ว แต่ผมก็ยังชอบที่เขาตัดสินใจกลับมาทำงานเบื้องหน้าอีกครั้งหนึ่งอยู่

น่าจะเป็นผู้จัดรายการวิทยุคนเดียวกระมังครับ ที่ผมชอบฟังเขาพูดมากกว่าเปิดเพลง

เรื่องราวที่เขานำมาเล่าให้ฟังนั้น มันช่างน่าสนใจไปเสียหมด

ผมดูเขามาตั้งแต่สมัยรายการ "เที่ยงวันอาทิตย์" รายการ "บันเทิงคดี" ติดตามซื้อนิตยสารบันเทิงคดีด้วย ผลงานเพลงก็ติดตามฟังมาตลอด

จะด้วยความเป็นตัวของตัวเองสูง พอไม่อยากทำ หรืออยากทำแต่ไม่มีโอกาส หรืองานที่ทำนั้นไม่สามารถอยู่รอดได้ในเชิงธุรกิจก็สุดแล้วแต่ เขาก็ได้หายหน้าหายตาไปหลายปี

แต่วันนี้เขากลับมาจัดรายการวิทยุ ผมก็ย่อมจะต้องรู้สึกชอบใจเป็นธรรมดา

คุณมาโนชน่าจะเป็นคนหนึ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง กล้าทำในสิ่งที่อยากทำ ตราบใดที่สิ่งนั้นไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใคร

เวลาออกโทรทัศน์ ภาพที่เห็นจนชินตาก็คือ ผมเผ้าที่กระเซอะกระเซิงเหมือนไม่ได้หวี ตาปรือๆ หน้ามันๆ ที่ไม่มีเครื่องสำอางค์มาช่วยปรุงแต่ง เสื้อเชิ้ตยับๆ เหมือนไม่ได้รีด ที่แปลกก็คือ เขาชอบที่จะใส่เสื้อแขนยาว แล้วก็รูดปลายแขนเสื้อขึ้นมาไว้เหนือข้อศอก (ต้องใช้คำว่า "รูด" นี่แหละครับถูกแล้ว เพราะไม่ได้พับ) ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงไม่ใส่เสื้อแขนสั้นให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย เรื่องเอาชายเสื้อสอดเข้าไว้ในกางเกงให้เรียบร้อยนั้นอย่าหวังครับ เขามักจะปล่อยให้ชายเสื้อรุ่มร่ามอยู่ข้างนอกอย่างนั้น

ถ้าใครอยากจะติดตามรายการวิทยุของคุณมาโนช พุฒตาล บุตรของนายเฉลียวกับนางอำไพ นอกจากจะฟังได้ทางวิทยุแล้ว ยังสามารถฟังทางอินเตอร์เน็ตได้ด้วย

เชิญมองทางขวามือของท่าน แล้วก็กดลิงค์ไปยัง The Radio ได้เลยครับ



Create Date : 29 สิงหาคม 2550
Last Update : 3 กันยายน 2550 8:43:01 น. 22 comments
Counter : 699 Pageviews.

 
เหะๆ -- ชอบอ่านเจสันบอร์นฉบับนิยายค่ะ ดูเป็นหนังแล้ววิงเวียนเหลือเกิน


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 3 กันยายน 2550 เวลา:10:27:41 น.  

 
หลายชอบเห็นแล้วก็ต้องอมยิ้มค่า ... สำหรับหนังเรื่องบอร์นนั้นเห็นหลายคน
บอกว่าสนุก แต่ว่าเรายังไม่ได้ติดตามภาคแรกเลยอ่ะค่ะ (ว๊าแอบเชย) ...




โดย: JewNid วันที่: 3 กันยายน 2550 เวลา:15:45:30 น.  

 
เฮ้อ...
๕ ชอบของอาจารย์มันดีค่ะ
แม้จะมีเรื่องการเมืองบ้างนิดหน่อย
แต่ก็เห็นภาพของผู้ชายคนนึงที่ชอบบอล
พออ่านแล้วก็รู้สึกมีชีวิตชีวาตามไปด้วย

เคยไปฟังคุณมาโนชพูดสดเมื่อสิบกว่าปีก่อน(โห..นานมาก)ในงานเทศกาลดนตรี ทั้งเสียง ทั้งคำพูด ทั้งท่าที เหมือนโดนสะกดค่ะ..เหมือนต้องมนต์ในเสียงนั้น
มีพลังมากค่ะ โดยที่ไม่ต้องมีท่าทีอหังกาเลย


โดย: mrs.postman วันที่: 3 กันยายน 2550 เวลา:16:35:33 น.  

 
สวัสดีค่ะ อาจารย์

แวะมาอ่านชอบทั้ง 5 ของอาจารย์ค่ะ อ่านแล้วก็รู้สึกว่า อาจราย์ทั้งคม ทั้งลึก อ่านบล็อกอาจารย์นี่ทำให้ได้มุมมองแง่คิด ดีๆ และมองเรื่องราวจ่างๆ ในมุมที่แตกต่างออกไปจากเดิมอีกด้วย

พอหันมองตัวปอเอง รู้สึกว่า อิฉัน ติงต๊องมากๆ ค่ะ เพราะ ดำเนินชีวิตเยี่ยงนางกบน้อยในกะลา ( ถ้าให้เขียนว่าชอบอะไร ก็คงไม่พ้นเรื่องบันเทิง เริงรมณ์ทั้งหลาย ดนตรี โอเปร่า ศิลปะ ท่องเที่ยว) สนใจแต่เรื่องเฉพาะหน้าและส่วนตัว ไม่ได้มองกว้างไปข้างหน้าปัญหาสังคม และประเทศชาติ แต่ปอนั่นไม่ได้ทำให้ปอ negative กับตัวเองหรอกนะคะ ดีใจมากกว่า ที่ได้รับรู้ข้อมูล และรับฟังทัศนคติต่างๆ จากบล็อกของอาจารย์


ช่วงนี้ก็ยังวิบากกรรมซ้ำซัดเหมือนเดิมค่ะ เรื่องวุ่นๆ มาเป็นระยะๆ ไปสัมนากลุ่มงานต่างจังหวัดกลับมาก็หวัดลงคอค่ะ (เครียดจัด) นี่อีกไม่กี่วันก็ต้องเดินทางอีก อากาศปีนี้แย่เหลือเกินค่ะ แทบจะไม่มีฤดูร้อนเลย ตอนนี้ฝนตกตลอด ลมเย็นมากด้งย เข้าใบไม้ร่วงทั้งๆ ที่ยังไม่มีหน้าร้อนเลยค่ะ ฮือ ฮือ

อาจารย์รักษาสุขภาพนะคะ




โดย: ปอ (O_Sole_mio ) วันที่: 3 กันยายน 2550 เวลา:20:28:50 น.  

 
เป็น 5 ชอบที่จุเห็นด้วยแค่ 2 เพราะอีก 3 ข้อที่เหลือ จุไม่ชอบ

1 ในข้อที่ชอบคือ มาโนช พุฒตาล ดูเหมือนจุจะเคยบอกไว้ในบล็อกเก่าๆ ว่า คุณมาโนชอ่านปรัชญาแล้วก็พบว่า บางทีปรัชญาทำให้เขาใช้ชีวิตยากเกินไป ช่วงนั้นจุก็บ้าปรัชญา พอฟังๆ เขาเล่าให้ฟัง........เออ ใช่ การบ้าปรัชญา อ่านหนังสือปรัชญามากเกินไป ทำให้เราใช้ชีวิตยากเหมือนกันนะ

ไม่รู้ซิ จุคิดเอาเองว่า

คุณมาโนช เขาเข้าถึงปรัชญา จนกลายเป็นการใช้ปรัชญาด้วยตัวของตัวเอง ไม่ต้องดึงเอาปรัชาญาในหนังสือมาใช้ เขาบรรลุ ในสิ่งที่เขาแสวงหาในหนังสือปรัชญาแล้ว

เพราะที่สุดของปรัชญาคือการปล่อยวาง ปล่อยวางแม้ความคิดในถ้อยคำของปรัชญาที่เราเคยอ่าน



โดย: ju IP: 124.157.128.244 วันที่: 3 กันยายน 2550 เวลา:20:28:54 น.  

 
แวะมาเยี่ยม แวะมาทักทาย ท่านอาจารย์คนทับแก้วครับ

หลังจากที่เคยคอมเม้นท์ 5 ไม่ชอบให้ท่านอาจารย์แล้ว ผมเลยต้องมาเม้นท์ 5 ชอบให้อีกครับ

1.การจัดโต้วาทีประชันความคิดขององค์กรกลาง ผมไม่ได้ดูครับ แต่ถ้าท่านอาจารย์เล่าว่าเป็นการโต้เถียงกันด้วยเหตุผลก็คงดีครับ งั้นผมชอบเช่นเดียวกับท่านอาจารย์แล้วกันครับ

2.ฟอร์มการเล่นของทีมฟุตบอลไทยในเอเชียนคัพ ก็ดีครับ ผมถือว่าโอเคนะครับ แต่เสียดายที่ไม่สามารถผ่านเข้ารอบลึก ๆ ไปได้ ในเรื่องของทีมฟุตบอลไทยเนี่ย ผมมีเพื่อนเป็นนักข่าวกีฬาของนสพ.ฉบับหนึ่ง เค้าเคยเล่าให้ผมฟังว่า ในสมาคมฟุตบอลไทยมีเส้นสายและเรื่องของผลประโยชน์เยอะ ไม่งั้นวงการฟุตบอลของไทยคงจะไปได้ไกลกว่านี้มากครับ

3.คนไทยได้เป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลอังกฤษ สำหรับผมถือว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ครับ น่าจะเป็นสิ่งที่ดีนะครับ คนที่ไปซื้อทีมแมนฯซิตี้ เป็นคนที่ฉลาดครับ (ไม่กล้าเอ่ยชื่อ กลัวว่าโดนเกิดมีคนที่ไม่ชอบมาอ่านนะ) อย่างน้อยผมก็ได้เชียร์ทีมแมนฯซิตี้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนัดที่ชนะแมนฯยู 1-0 ผมสะใจมากเลยครับ เพราะว่าผีแดงเป็นทีมห่วยแตกครับ

ผมเป็นแฟนหงส์แดงครับ ช่วงนี้ลิเวอร์พูลฟอร์มดีมากครับ ล่าสุดชนะตั้ง 6-0 เลยครับ .... อิอิ

4.The Bourne Ultimatum มันส์สะใจดีครับ ผมก็ชอบเช่นเดียวกับท่านอาจารย์ครับ แต่ผมก็เห็นด้วยกับคุณแพนด้ามหาภัยนะครับ ว่าตอนที่เป็นหนังสือ เป็นนิยายสนุกกว่าเยอะครับ

ผมจำได้ว่าผมอ่านเรื่อง เจสัน บอร์น ที่เป็นนิยายเมื่อเกือบ 15 ปีที่แล้วครับ จำได้ว่าคนเขียนชื่อ โรเบิร์ต ลัดลั่ม มั้ง แต่ที่แน่ ๆ คุณสุวิทย์ ขาวปลอดเป็นคนแปลครับ ผมอ่านนิยายเรื่องแปลของคุณสุวิทย์ ขาวปลอดหลายเรื่องครับ เจสัน บอร์น จำได้ว่าภาคหนึ่งชื่อเรื่อง กูชื่อ เจสัน บอร์น ภาคสองชื่อ การกลับมาของเจสัน บอร์น ส่วนภาค 3 ที่เป็นตอนจบผมจำชื่อไม่ได้ครับ แต่รู้ว่าในเรื่องตอนภาคสาม ในนิยาย เจสัน บอร์นอายุ 50 กว่าแล้ว แต่ยังโคตรเก่งเลยครับ พอว่าดูในหนังแล้ว จะต้องพยายามไม่ไปนึกถึงเรื่องในนิยายครับ ถึงจะดูสนุก

5.การจัดรายการวิทยุของคุณมาโนช พุฒตาล ผมแทบจะไม่ได้ฟังวิทยุเลยครับ แต่ว่าเคยดูรายการ บันเทิงคดี ของคุณมาโนช พุตตาลครับ ผมว่าตัวเค้ามีเอกลักษณ์ดีครับ

วันนี้ขออนุญาตตอบข้อสอบ ...เฮ้ย ... คอมเม้นท์ให้อาจารย์แค่นี้นะครับ ไว้ว่าง ๆ จะแวะมาเยี่ยมอีกครับ

อิอิ


โดย: อาคุงกล่อง (อาคุงกล่อง ) วันที่: 4 กันยายน 2550 เวลา:10:25:07 น.  

 
เพลง Gipsea นี่สนุกจริงๆ ค่ะ
สงสัยต้องไปลองหาอัลบั้มมาฟังมั่งละ


(ช่วงนี้กำลังบ้าเพลงกีตาร์สเปน +กีตาร์รัสเซียค่ะ
พี่ชายเผาแผ่นกรวดน้ำมาให้ ติดใจมากๆ)


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 4 กันยายน 2550 เวลา:10:37:23 น.  

 

เพลงเพราะค่ะ แบบที่ปอชอบเลย แนวๆ sevillana ฟังแล้วคิดถึงสเปน


โดย: ปอ (O_Sole_mio ) วันที่: 4 กันยายน 2550 เวลา:12:23:07 น.  

 
คุณแพนด้าฯ และคุณปอ... เพลงชุดนี้ ผมได้มาตอนไปเที่ยวแถวเท็กซัสครับ วางอยู่ริมถนนเลย ไม่รู้ว่าเป็นศิลปินท้องถิ่นรวมตัวกันอัดลงแผ่นแล้วเอามาวางขายตามร้านขายของที่ระลึก อะไรประมาณนั้นหรือเปล่า

เพราะดีเหมือนกันครับ


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 4 กันยายน 2550 เวลา:13:03:02 น.  

 
ชอบแบบหนักๆ น่อ
คนเป้นอาจารย์บ่นเพื่อให้ศิษย์เป็นคนดี
คงไม่ทำให้เสียราศีกระมัง อิอิ

emoemo


โดย: หอมกร วันที่: 4 กันยายน 2550 เวลา:16:37:20 น.  

 

ผมขอชอบตรงกันกับคนทับแก้ว 3ข้อ มีข้อ2 3 และ4

ข้อ1 ไม่ได้ดู และข้อ5 ไม่เคยฟัง ...อุอุ บร้ามั๊ย ฟังแต่ FM99 สถานีกีฬา เปิดมันทั้งวันยังกะมีสถานีเดียว


โดย: yyswim วันที่: 4 กันยายน 2550 เวลา:21:13:29 น.  

 
ชอบข้อที่ 3 ค่ะ ถ้าตัดเรื่องการเมืองออกไปฝนเองก็ดีใจกับประเทศไทยเช่นกันค่ะ โดยเฉพาะที่มีโลโก้เบียร์ช้างติดอยู่ที่หน้าอกเสื้อนักเตะ


ดังนั้น การที่คนไทยได้เป็นเจ้าของสโมสรทั้งสโมสรนั้น จะส่งผลดีให้กับประเทศไทยด้วยอย่างแน่นอน (ถ้าเขามีความจริงใจต่อประเทศจริงดั่งว่า) เราสามารถเอาสินค้าหรือบริการที่เป็นของไทยพ่วงเข้าไปขายได้ด้วย เริ่มต้นจากเมืองแมนเชสเตอร์ เสร็จแล้วก็ค่อยๆ ขยายออกไปยังเมืองอื่นๆ บนเกาะอังกฤษ แล้วก็ขยายผลต่อไปยังภาคพื้นยุโรป ส่วนภาคพื้นเอเชียหรือทวีปอื่นๆ ก็อาศัยดาวเทียมเป็นสะพาน


ใช่ๆๆๆ เห็นด้วยๆๆๆ


โดย: Malee30 วันที่: 5 กันยายน 2550 เวลา:2:23:28 น.  

 
1.ชอบที่คุณวรเจตน์กับคุณจาตุรนต์พูดครับ
ส่วนอีก 3 คนก็พูดได้ดี มีเหตุผล มีวุฒิภาวะ น่าปรบมือให้
ส่วนคนที่คุณพูดถึง ปล่อยแกไปเหอะครับ

2.ส่วนใหญ่บอลไทยมันชอบมีความหวังแค่ 2-3 นัดแรกครับ หลังจากนั้นก็คอยจะปิ๋วทุกที
บอลไทยทำผมอกหักมาหลายทีแล้วครับ

3.ถ้าแกซื้อด้วยความบริสุทธิ์ใจ ผมก็อนุโมทนาครับ
แต่ถ้าแกซื้อด้วยจุดประสงค์แอบแฝง ผมก็คงไม่ปลื้ม

4.ชอบเหมือนกันครับ
เสียแต่ตอนออกมานี่เวียนหัวมาก

5.เป็นแฟนคลับคุณซัน บุตรของนายเฉลียวกับนางอำไพ เหมือนกันครับ
ชอบความคิดแก...



โดย: ฟ้าดิน วันที่: 5 กันยายน 2550 เวลา:4:36:51 น.  

 
^
^
ข้อสามคิดเหมือนกันค่ะ เงินที่ซื้อทีมฟุตบอลมาจากไหน เลยไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่หน่ะค่ะ
ดีเจลูกตาเหลียวกับนางอำไพ ฟังแรก ๆ แปลกหูหน่ะค่ะ สวัสดีครับผมมาโนช พุฒตาลบุตรนายเฉลียวกับนางอำไพ ไม่เคยเจออะไรแบบนี้ หลัง ๆ เริ่มชิน
อาจจะเป็นเพราะดีเจรุ่นใหม่พูดจาภาษาวัยรุ่น เปิดเพลงเกาหลีคนวัยเราเลยอยากกลับไปหาดีเจสไตล์เก่ามั้งคะ (ส่วนตัวเรารู้สึกแบบนั้น และเวลาพอเหมาะกับช่วงไปส่งลูกไปรร.พอดี)
หนัง The Bourne Ultimatum อ่านแล้วอยากไปดูจังเลยค่ะ บิ๊กซีจะยังมีมั๊ยน๊อ


โดย: คุณย่า วันที่: 5 กันยายน 2550 เวลา:6:37:23 น.  

 
เฮ้อ บล็อกแก็งเอ่อเร่อซะนาน ใจแทบขาดเลย
โอๆๆ 5 ชอบ แนวหนักแน่นแบบผู้ชายๆจริงๆ
เลยชอบเหมือนกันแค่ มาโนช พุฒตาล
ชอบมานาน ฟังทุกวัน ทำงานไปด้วย
8 โมงเช้าก็ต้องเปิดแล้ว
บางวันก็จดบันทึกที่เขาพูดไว้
ชอบความคิดและการใช้ชีวิตของเขาด้วย
มันส์ เป็นตัวของตัวเองดี
ได้ความรู้เรื่องบอล และเบียร์ช้าง
อะไรจะขนาดนั้นนะ เบียร์ช้าง
เหอะๆ 1 ใน5 ไม่ชอบมั่งดีกว่า เพื่อชีวิตบัดซบจริงๆ


โดย: ยิปซีสีน้ำเงิน วันที่: 5 กันยายน 2550 เวลา:14:08:40 น.  

 
สวัสดีครับอาจารย์
เข้ามาทีไรก็รู้สึกว่าเป้นพื้นที่ที่มีความหนักแน่นอยู่ทุกท่วงที

เสียดายที่ผมไม่ใช่หนุ่มที่รักลูกหนังเป็นชีวิตจิตใจ
แต่ผมก็ติดตามข่าวของท่านอดีตนายกอยู่เนืองๆครับ
จะเป็นยังไร ผมก็ลุ้นๆอยู่ครับ

หนังเรื่องบอร์นนี่ผมก็ยังไม่ได้ดูครับ
แถวนี้ยังคงนิยมเสียง"พันทมิตร" มากกว่าการอ่านตัวหนังสืออยุ่ดีครับ แต่อยู่มาซักพักผมว่า ฟังแล้วก็ฮาไม่เลวครับ

คุณมาโนช นี่ผมได้ยินชื่อบ่อยมากครับ
แต่ไม่เคยติดตามผลงานแกเลย
เห็นทีต้องหามาลองซักหน่อยครับ

หวังว่าอาจารย์คงมีความสุขในการสอนเด็กๆทุกเมื่อเชื่อวัน

ด้วยรักและเคารพ

:->m'26



โดย: เด็กผู้ชายที่ไม่เตะบอลตอนกลางวัน (kanapo ) วันที่: 5 กันยายน 2550 เวลา:20:56:23 น.  

 
ข้อ 1 และข้อ 5 ชอบเหมือนกันเลยค่ะ เหตุผลอาจารย์บอกหมดแล้ว ก็ไม่ต่างกันเท่าไรนัก

"รถคันเก่ง
โดย: คนทับแก้ว"

ชอบใจตรงนี้ค่ะ แล้วอาจารย์ก็เป็นเพื่อนคนแรกในบล้อกแก้งค์ที่คบยืนยาวกว่าใครๆ
อย่าปฏิเสธนะคะที่จะรับของที่ระลึกที่ทำด้วยฝีมือ และใส่ชื่อ คนทับแก้ว ไปแล้ว
กรุณาส่งชื่อ ที่อยู่หลังไมค์ด้วยค่ะ


โดย: ซออู้ วันที่: 5 กันยายน 2550 เวลา:22:28:25 น.  

 


โดย: เจ้าชายไร้เงา วันที่: 6 กันยายน 2550 เวลา:11:47:46 น.  

 




สวัสดีตอนใกล้ค่ำของ เนเธอร์แลนด์ นะจ้า


ด้วยความรู้สึกดีๆที่มีให้
เธอจะรับเอาไว้ได้ไหมหนอ
เผื่อบางวันที่สับสนทดท้อ
จะยึงมีความรู้สึกดีๆคอยรอให้เธอ


** ขอให้มีความสุขกับคนที่คุณรักนะจ้า **



โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 6 กันยายน 2550 เวลา:23:53:45 น.  

 
มาเยี่ยมอาจารย์อีกวันหนึ่งค่ะ
แล้วก็แอบฟังเสียงหล่อๆของคุณมาโนช พุฒตาลที่บ้านนี้ด้วย
เขาเป็นคนมีมาดเฉพาะตัว เซอร์ๆ แต่มีเสน่ห์นะคะอาจารย์
ปลื้มเสียงมากกว่าปลิ้มตัว


โดย: ซออู้ วันที่: 7 กันยายน 2550 เวลา:21:00:40 น.  

 
อ่านมาเรื่อยๆ รู้สึกเรื่องที่สี่(หนัง) จะไม่เข้าพวกเลยค่ะอาจารย์ขา แต่กระต่ายก็ลืมไปว่า อาจารย์ชอบดูหนัง


เรื่องฟุตบอลทีมชาติไทย กระต่ายก็ชอบค่ะ ชอบเชียร์นะ ไม่ค่อยชอบสไตล์เท่าไหร่ค่ะ


โดย: กระต่ายลงพุง วันที่: 7 กันยายน 2550 เวลา:23:36:03 น.  

 
แวะมาเยี่ยมค่ะ


โดย: mungkood วันที่: 8 กันยายน 2550 เวลา:0:59:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คนทับแก้ว
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






ศิลปิน: เฉลียง
เพลง: หวาน
ชุด: ปรากฏการณ์ฝน
ปี: 2525



Friends' blogs
[Add คนทับแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.