"The single best way to grow a better brain is through challenging problem solving." - Eric Jensen (1998), Teaching with the Brain in Mind
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2549
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
2 สิงหาคม 2549
 
All Blogs
 
อาการน่าเป็นห่วง

2 ส.ค. 2549



วันนี้ขอเผานักเรียนสักวันครับ

ต่อไปนี้เป็นบางส่วนของภาษาไทยที่ตรวจพบในข้อสอบของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม

โอกาศ (คำที่ถูกต้อง คือ โอกาส)

กระตือลือล้น (คำที่ถูกต้อง คือ กระตือรือร้น)

ปล่อยปะระเลย (คำที่ถูกต้อง คือ ปล่อยปละละเลย)

ควบคลุม (คำที่ถูกต้อง คือ ควบคุม)

คลอบคลุม (คำที่ถูกต้อง คือ ครอบคลุม)

ค่อม, คล่อม (คำที่ถูกต้อง คือ คร่อม)

อณุญาต (คำที่ถูกต้อง คือ อนุญาต)



ถ้าคำข้างบนยังไม่ค่อยแปลกเท่าไร เพราะพบเห็นคนที่ใช้ผิดอยู่เป็นประจำ ก็ขอนำเสนอคำที่ถ้าหากมีการประกวดกันล่ะก็ คำนี้จะต้องติดหนึ่งในห้าอันดับสุดท้าย หรือไม่ก็ต้องได้รับรางวัลขวัญใจช่างภาพ หรือรางวัลขวัญใจมหาชนจากการโหวตจากผู้ชมทางบ้าน รางวัลใดรางวัลหนึ่งแน่นอน คำนั้นคือคำว่า


สื้อสัตย์


เกิดมาสามสิบกว่าฝนก็เพิ่งจะเคยเห็นคำนี้เป็นครั้งแรกที่นี่ล่ะครับ

ก็เลยขอถือโอกาสบันทึกไว้ตรงนี้เลยว่า คำนี้พบเห็นการใช้งานครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่นี่ (ถ้าใครเคยพบเห็นมาก่อน ก็สามารถนำหลักฐานมาแสดงเพื่อโต้แย้งได้ครับ) เผื่อวันข้างหน้า หากใครศึกษาเรื่องนิรุกติศาสตร์ (หรือ Etymology วิชาที่ว่าด้วยที่มาและความหมายของคำ) ของคำคำนี้ จะได้ตามหาแหล่งกำเนิดได้ถูก

หรือถ้าหากเจ้าหมอนี่ (คนที่เขียนคำนี้เป็นคนแรก) เกิดเป็นใหญ่เป็นโตขึ้นมาในอนาคต หรือไม่ก็คำคำนี้แพร่หลายออกไปแล้วจนเป็นที่นิยม เวลาราชบัณฑิตท่านจะบันทึกคำนี้ไว้ในพจนานุกรมว่าเป็นคำที่ถูกต้องเนื่องจากเป็นความนิยมของคนไทยทั่วไป (แบบที่ชอบอนุโลมให้คำที่สะกดผิดหรืออ่านออกเสียงผิดหลักการแต่ดั้งเดิม กลายเป็นคำที่ถูกต้องด้วยเหตุเพราะใช้ผิดกันทั่วประเทศไปแล้วอยู่เรื่อยมา) จะได้อ้างอิงที่มาได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ



ใครว่าการใช้ภาษาพูดหรือภาษาสแลงอย่าง เด๋ว ไม่เปงไร หรือ เปน ของวัยรุ่นไม่น่าเป็นห่วง ผมว่าน่าเป็นห่วง และน่าเป็นห่วงอย่างมากด้วย เพราะในท้ายที่สุด เขาจะไม่สามารถแยกแยะออกว่าอะไรถูกอะไรผิดกันแน่ (แต่ก็คงจะไม่เสียหายเท่าไร เพราะสุดท้าย ราชบัณฑิตช่วยท่านได้ เพราะสามารถแก้ไขให้คำผิดกลายเป็นคำถูกได้ในบัดดล)

อย่างคำว่า เปน ที่ขี้เกียจใส่ไม้ไต่คู้กัน เพราะประหยัดการกดคีย์บอร์ดไปหนึ่งครั้งนั้น วัยรุ่นจะรู้กันไหมว่า ที่จริงแล้วคำว่า เป็น ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เคยสะกดโดยไม่มีไม้ไต่คู้มาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่เรายังไม่เกิดเสียด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น ที่คิดว่าใช้แล้วทันสมัย น่าจะเรียกว่าเป็นการย้อนยุคเสียมากกว่า

แล้วจะว่าไปแล้ว มันประหยัดการกดคีย์บอร์ดไปหนึ่งครั้งก็จริง แต่ผมว่าพลังงานที่สมองใช้เวลาพิมพ์คำนี้น่าจะมากกว่าปกติ เพราะเรารู้อยู่แล้วว่ามันต้องสะกดว่า เป็น แต่เราต้องมาเปลืองพลังงานสมองคิดต่อไปอีกชั้นหนึ่งว่า จะต้องละไม้ไต่คู้เอาไว้ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะไม่เท่



น่าเป็นห่วงภาษาไทยจริงๆ ครับ จะมาอ้างว่าเขาเรียนมาทางสายวิทยาศาสตร์ ภาษาก็เลยอ่อนไม่ได้ครับ มันไม่ใช่ข้อแก้ตัว เพราะนี่คือตัวตนของเราแท้ๆ จะมาอ่อนไม่ได้เด็ดขาด

เห็นแบบนี้แล้วก็ต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ กวดขันการใช้ภาษาไทยของเราๆ ท่านๆ และคนรุ่นหลังให้มากขึ้น (พูดเหมือนคนแก่ แต่จริงๆ ยังครับ) ไม่อย่างนั้น สักวันหนึ่งท่านอาจจะต้องปวดหัวใจหากไปเห็นคำว่า สื้อสัตย์ ในสมุดการบ้านของลูกท่าน (เหมือนผมตอนที่เห็นคำนี้เป็นครั้งแรกในข้อสอบ) แล้วท่านก็จะอดไม่ได้ที่จะต้องบ่นออกมาดังๆ ว่า

กุ้มใจจิงๆ (โว๊ย) ลูกชั้น!




Create Date : 02 สิงหาคม 2549
Last Update : 2 สิงหาคม 2549 8:25:25 น. 21 comments
Counter : 433 Pageviews.

 
555555
ขออนุญาตมาขำค่ะ


โดย: ja*3* วันที่: 2 สิงหาคม 2549 เวลา:8:57:18 น.  

 
เหอๆ

ไม่รู้จะขำหรือสลดดี



เด็กๆ สมัยนี้ (หรือเป็นเพราะครูก็ไม่รู้) ให้ความสำคัญกับภาษาไทยน้อยลงมากๆ ค่ะ เพราะไม่รู้สึกว่ามีผลกับชีวิตเค้าเท่าไหร่ ไปให้ความสำคัญกับภาษาอังกฤษเอย อะไรเอยมากกว่า (โดยเฉพาะสายวิทย์นี่ สนแต่พวกฟิสิกส์ เคมี ชีวะมากกว่า)


เฮ้อ..


ถอนหายใจเฮือกยาววววว


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 2 สิงหาคม 2549 เวลา:9:09:30 น.  

 
แวะมาทักทายคนทับแก้วค่ะ....
เห็นชื่อหัวข้อขึ้นมาแล้วตกใจ นึกว่าที่ทับแก้วเป็นไรไป
เหอๆ ไม่ต้องกุ้มใจหรอกค่ะ คงเป็นเพราะอยาก
ประหยัดพลังงานตัวเองในการพิมพ์
แต่ว่าให้อาจารย์ใช้พลังงานในการตรวจมากกว่าปกติไงคะ
สรุปแล้วพลังงานก็ไม่ได้สูญหายไปไหน เพียงแต่เปลี่ยนที่,สถานะแค่นั้นเอง !!
จริงมั้ยคะ .....ยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ


โดย: เด็ก(เก่า)ทับแก้ว (--> Vodkatherapy <-- ) วันที่: 2 สิงหาคม 2549 เวลา:9:14:14 น.  

 



เดี๋ยวนี้เป็นกันเยอะอ่ะเนาะ


โดย: อย่ามาทำหน้าเขียวใส่นะยะ วันที่: 2 สิงหาคม 2549 เวลา:10:45:33 น.  

 
ใช่ค่ะ คนไทยต้องตระหนักรูในภาษาไทย...ที่ว่าน่าเป็นห่วง...ก็ห่วงกันทั่วประเทศ
เอ่อ แล้วที่ว่า กลุ้มใจเนี่ย...ล.ลิงหายไปไหนคะ??(((๕๕๕เข้าเพลงอัสนี วสันต์กันเลยเชียว)))

เราเป็นคนติดเขียนแบบคนเล่นเนตเยอะ..เพราะมาจากความขี้เกียจ เช่นเดี๋ยวก็เป็นเด๋ว ง่ายในการพิม แต่สามารถแยกแยะได้ค่า...มันก็ขึ้นกับความเอาใจใส่ในคำของภาษาไทยเรา...เคยอ่านบทความคุณดำรง พุฒตาลกับการรณรงค์เรื่องของการใช้ภาษาไทย ท่านพูดได้เจ็บแสบดีค่ะ จากเมื่อก่อนเขียนติดแบบนั้น...กำลังพยายามค่ะ

เฮ้อ แต่เห็นเด็กสมัยนี้แล้วบอกตรงๆค่ะ เป็นห่วงบ้านเรามาก...ตอนนี้ก็พยายามลดความขี้เกียจมาเพิ่มความขยันด้วยการเขียนคำไทยให้ถูกต้องชัดเจนค่ะ...

มาพยายามด้วยกันนะคะ..."กลุ้มใจจริงๆ (โว๊ย) ลูกฉัน!"
((ปล.เขียนแบบนี้...อย่าตามไปว่ากันนะ...))


โดย: FaRaWaYGiRL วันที่: 2 สิงหาคม 2549 เวลา:13:33:15 น.  

 
คำบางคำยังสับสนจริง ๆ ว่าแบบไหนเขียนถูก ...

ทั้งที่เป็นคำง่าย ๆ

ปล. ตั้งแต่เมนท์บล็อคมา รู้สึกว่าวันนี้เกร็งมาก กลัวพิมพ์ผิดเดี๋ยวคุณครูดุ


โดย: bird-narak วันที่: 2 สิงหาคม 2549 เวลา:14:45:29 น.  

 
เป็นประเด็นเดือดพอสมควรนะคะ เกี่ยวกับเรื่องภาษา หลังจากหลุมดำออกอากาศ พันทิพ ห้องเฉลิมไทย มากล่าวถึง ความจริงไม่ใช่เรื่องหใ แต่เป็นเรื่องเก่า ที่ลอยลมมาแล้วก็ลอยลมไป รู้ปัญหามีอยู่ แต่ ไม่เห็นว่าจะแก้ไขจริงๆ จังๆ



ถ้าในเวบ วิชาการ อาจารย์เทาชมพู แห่งบ้านเรือนไทย ก็ จะบอกว่า

เราตกเป็น "ทาส " เขาไปเสียเกือบทุกอย่าง ขอภาษา ได้มั้ยคะ ที่ เป็นช่วยกันอนุรักษ์หน่อย


โดย: กระจ้อน วันที่: 2 สิงหาคม 2549 เวลา:14:46:59 น.  

 

น่ากลุ้มใจจริงๆค่ะ

ตอนนี้ดูแลเวบบอร์ดอยู่ บางทีเห็นน้องสมาชิกใช้ภาษาแล้วอยู่ทั้งอึ้งและกลุ้มมากๆ



โดย: keyzer วันที่: 2 สิงหาคม 2549 เวลา:15:25:04 น.  

 
คุณ bird-narak คห.6

อย่าว่าแต่คุณเลยที่เกร็ง ผมเองก็เกร็ง อ่านแล้วอ่านอีกตั้งหลายรอบ กลัวว่าตัวเองจะพิมพ์ผิดตรงไหนบ้างหรือเปล่า เดี๋ยวจะกลายเป็นว่า ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง

คุณ FaRaWaYGiRL คห.5

จริงๆ แล้ว คำว่า "โว๊ย" ต้องใช้ไม้โท เป็น "โว้ย" ครับ

ไม่ตามไปว่าที่บล็อกหรอกครับ เล่นกันซะที่นี่เลย

แซวเล่นนะครับ อย่าคิดมาก


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 2 สิงหาคม 2549 เวลา:18:07:57 น.  

 


เราเขียนผิดประจำเลย เพราะเขียนตอนเมา

ยังอีก

True love is like ghosts, which everyone talks about but few have seen.
รักแท้ก็เหมือนกับปีศาจ ทุกคนพูดถึง แต่มีคนน้อยมากที่ได้เห็นว่าเป็นอย่างไร


โดย: erol วันที่: 2 สิงหาคม 2549 เวลา:20:09:47 น.  

 
เอ่อ สื้อสัตย์ นี่ผิดจนน่าเกลียดเลยนะคะ

เมื่อก่อน มังคุดจะเขียนได้ถูกต้องมากกว่าตอนนี้อีกค่ะ
เดี๋ยวนี้ พออายุมากเข้า
คำไหนไม่ได้ใช้บ่อยๆ ก็เริ่มลืมๆไปบ้างเหมือนกันค่ะ

ไม่รู้ว่าถ้าแก่ไปกว่านี้แล้ว
จะพูดภาษาคนเป็นหรือเปล่า


โดย: mungkood วันที่: 2 สิงหาคม 2549 เวลา:20:20:46 น.  

 
มาร่วมด้วยช่วยกัยกลุ้มครับ


เห็นด้วยว่าภาษาเรากำลังวิบัติจริงๆ เพราะมาจากความขี้เกียจพิมพ์แท้ๆ ทำให้กลายเป็นแบบนี้ไปได้ครับ บางคำขี้เกียจพูดให้ยาว จึงมีการย่อกันเอง แล้วย่อไปย่อมา ดันออกสู่ที่สาธารณะ คนบางประเภทก็เห็นว่าเท่ห์ดี เลยเอามาใช้กันอย่างกว้างขวาง ภาษาจึงเสียไปเลย


ผมว่าถ้าแค่คุยธรรมดาไม่ได้เอาไปเขียนในภาษเขียนก็ไม่น่าจะเป็นไรครับสำหรับคำที่เป็นภาษาพูด แต่อย่าง อนุญาต ญาติ โอกาส อะไรประเภทนี้ที่พิมพ์กันผิดๆเนี่ย ไม่น่าให้อภัยครับ เจ้าของภาษาแต่ดันใช้ภาษาไมได้เรื่อง จะว่าไปเด็กไทยชอบเห็นว่าพูดไทยคำอังกฤษคำแล้วเท่ห์ เอาเข้าจริงๆ เด็กพวกนี้ภาษาอังกฤษก็อ่อนสุดๆ แต่กระแดะน่ะครับ บางคนออกสำเนียงชัดเจนเป็นคำๆ แต่พอเอามารวมและพูดเป็นประโยค ฟังไม่ได้เรื่องเลยครับ


สมัยที่ผมสอนก็เจอเด็กแบบนี้เยอะมาก เข้าใจความรู้สึกเลยครับ


โดย: พ่อน้องโจ วันที่: 2 สิงหาคม 2549 เวลา:20:40:33 น.  

 
น่าเป็นห่วงจริง ๆ ด้วย แต่อ่านแล้วทามมายมันขำอ่ะ
วันนี้และพรุ่งนี้จะไปทำโต๊ะจีนที่คณะศึกษาฯ ตรงตึกสีส้มอ่ะค่ะ


โดย: คุณย่า วันที่: 3 สิงหาคม 2549 เวลา:4:52:48 น.  

 
กุ้ม ด้วยคนคับ
ลำคาน ลูกตา มั่กๆ เห็นคนเขียนอะไรแบบนี้



โดย: กุมภีน วันที่: 3 สิงหาคม 2549 เวลา:8:31:09 น.  

 
เห็นด้วยค่ะว่า คนที่มีวุฒิภาวะ จะตั้งใจพิมพ์เพื่อสื่ออารมณ์ อย่างที่คุณบอก อันนี้เจอบ่อย และพอรับได้ ไม่ซีเรียสมากมาย

แต่เด็กๆ หรือไม่เด็ก บางคน ก็ตั้งใจพิมพ์ เพื่อให้มันดูโก้เก๋ ทันสมัย เป็นตัวของตัวเอง ( แบบแปลกๆ) แต่ทำลายภาษาไทย

บางที จุเจอ คนที่ใช้ภาษาแบบนี้ ใจ-จัย ภาษา - พาสา
ฯลฯ จะเกลียดมาก พาลไม่อ่านสิ่งที่เขาเขียนไปเลย แม้ว่า สิ่งที่เขาเขียนนั้น จะเป็นเรื่องทีดีก็ตาม แต่ตราบใดที่เขาคิดว่า เขาคิดค้นภาษาวิบัติได้อย่างหน้าชื่นตาบาน จุก็พร้อมที่จะ ไม่อ่าน เพราะจุรับไม่ได้


ว่าแล้วไปอัพบล็อกเรื่องนี้ดีกว่า ทำท่าจะยาว 5555


โดย: กระจ้อน วันที่: 3 สิงหาคม 2549 เวลา:11:45:13 น.  

 
ขอบคุณที่ตามไปเที่ยวนะคะ

เดี๋ยวตอนหน้าตอนสุดท้ายแล้วค่ะ (แบบสั้นๆ) คงลงพรุ่งนี้

แล้วก็จะได้อัพบล็อกเรื่องอื่นบ้างซะที


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 3 สิงหาคม 2549 เวลา:12:04:01 น.  

 
ต่อไปจะพยายามใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง


โดย: Malee30 วันที่: 3 สิงหาคม 2549 เวลา:14:41:54 น.  

 
ขำอาจารย์ค่ะ


โดย: P.Ta วันที่: 4 สิงหาคม 2549 เวลา:6:13:27 น.  

 
ชวนให้ตามไปอ่านกันต่อที่บล็อกของคุณจุครับ...

ภาษาวิบัติ กับอคติของตัวเอง


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 4 สิงหาคม 2549 เวลา:16:08:13 น.  

 
สวนทางกันประจำ เมื่อไหร่จะมีโอกาสไปทำโต๊ะจีนที่คณะวิศวะมั่งน๊า


โดย: คุณย่า วันที่: 4 สิงหาคม 2549 เวลา:18:43:52 น.  

 
เรื่องพิมพ์ผิดโดยไม่ได้เจตนานี่ยังไม่เท่าไหร่ค่ะ เพราะถือว่า
ผิดกันได้ แต่ว่าพิมพ์ผิดเพราะคิดว่าไม่ผิดนี่ มันน่าโมโห
เหมือนกันค่ะ เพราะว่าอ่านแล้วมันขัดใจ ทำภาษาวิบัติกัน
ไปโดยไม่สำนึกก็น่าห่วงค่ะ ...


โดย: JewNid วันที่: 5 สิงหาคม 2549 เวลา:14:00:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คนทับแก้ว
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






ศิลปิน: เฉลียง
เพลง: หวาน
ชุด: ปรากฏการณ์ฝน
ปี: 2525



Friends' blogs
[Add คนทับแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.