"The single best way to grow a better brain is through challenging problem solving." - Eric Jensen (1998), Teaching with the Brain in Mind
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2549
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
7 กรกฏาคม 2549
 
All Blogs
 
ชวนคุยเรื่องบอลโลก 2006 ตอนที่ 5

6 ก.ค. 2549



*** ในที่สุดก็ได้คู่ชิงชนะเลิศแล้วก็คือ อิตาลี และ ฝรั่งเศส ก็นับว่าเป็นคู่ชิงที่สมศักดิ์ศรีสำหรับฟุตบอลโลกคราวนี้ อิตาลีนั้นเล่นได้เหนียวแน่นและแน่นอนมาตั้งแต่นัดแรกจนถึงนัดล่าสุด มีตกลงไปบ้างเล็กน้อยในนัดที่เจอกับสหรัฐฯ ซึ่งมีลูกฮึด แต่อิตาลีก็เอาตัวรอดมาได้ ส่วนฝรั่งเศสนั้นเหมือนจะเอาตัวไม่รอดจากฟอร์มในสองนัดแรก แต่ตั้งแต่นัดสุดท้ายของรอบแรกเป็นต้นมา ฝรั่งเศสกลับเล่นได้แน่นอนขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อ จนกระทั่งสามารถเข้ามาเป็นหนึ่งในสองทีมสุดท้ายได้

ลองทำอะไรสนุกๆ ด้วยการมานั่งเปรียบเทียบนักเตะในแต่ละส่วนของทั้งสองทีมดูดีกว่าว่าเป็นอย่างไร

ผู้รักษาประตู
ชัดเจนว่า บุฟฟอน ของอิตาลีนั้นดีกว่า บาร์กเตซ ของฝรั่งเศสแน่นอน บุฟฟอนยังไม่มีข้อผิดพลาดอะไรให้เห็นเลย ยืนตำแหน่งก็ดี ลูกที่ต้องป้องกันได้ก็ทำได้ ลูกซูเปอร์เซฟก็มีให้เห็น ในขณะที่บาร์กเตซมีหลุดให้เห็นบ้างประปราย มีทั้งซองแตก มีทั้งยืนผิดตำแหน่ง เพียงแต่โชคยังดีที่คนยิงยิงไม่เข้าเท่านั้นเอง

กองหลัง
ผมว่าสองทีมที่หลุดเข้ามาชิงกันนี้เป็นสองทีมที่มีกองหลังเหนียวแน่นที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ลองสังเกตดูว่าทั้งสองทีมนี้เสียประตูน้อยมาก และความเขี้ยวนั้นถึงระดับที่ว่าจะไม่มีการเสียฟาวล์บริเวณรอบกรอบเขตโทษให้ฝ่ายตรงข้ามได้เปรียบเลย โดยเฉพาะกองหลังอิตาลีที่แทบจะไม่เปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้มีโอกาสยิงไกลจากแถวสองเลย ไม่รู้ว่าทำได้อย่างไร

อิตาลีนั้นมีดีทั้งสี่คนโดยมี คันนาวาโร ที่เล่นได้สุดยอดจริงๆ เป็นหัวใจหลัก ส่วนฝรั่งเศสซึ่งมี ตูราม เป็นแกนหลักนั้นก็เล่นได้ดีทั้งสี่คนเช่นกัน แต่อาจจะมีอ่อนกว่าเพื่อนบ้างก็ตรงแบ็คซ้าย เพราะฉะนั้น ในส่วนของแผงหลัง อิตาลีจึงน่าจะดีกว่าอยู่พอสมควร ผลงานที่ยังไม่เสียประตูให้ใครเลย (ยกเว้นพวกเดียวกันเอง) เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ให้ระวังการเติมเกมรุกของแบ็คทั้งสองข้าง คือทั้ง กรอสโซ และ ซามบร็อตต้า ให้ดี อาจจะเป็นทีเด็ดชี้ผลแพ้ชนะของนัดชิงนี้ก็เป็นได้

กองกลาง
อิตาลีมี ปิร์โล ที่เป็นคนคุมจังหวะและทิศทางการเล่นของทีมทั้งหมด และมี ตอตติ เป็นตัวรุกที่คอยจ่ายบอลทะลุทะลวงให้กองหน้าหรือกองกลางแล่บขึ้นไปทำประตู ส่วนฝรั่งเศสนั้นมีกองกลางชั้นดีอยู่ถึงสี่คนด้วยกัน นั่นคือ มาเกเลเล กับ วิเอรา ที่คอยตัดเกมคู่แข่งอยู่หน้าแผงหลัง ซีดาน ที่เป็นจอมทัพคอยบงการเกมรุกของทีม และ ริเบรี ที่เป็นตัวจี๊ดจ๊าดคอยพาบอลไปกับตัวเพื่อสร้างจังหวะเข้าทำประตู ถ้าเทียบตามจำนวนนักเตะที่มีชื่อชั้นแล้ว ดูเหมือนว่าฝรั่งเศสจะเหนือกว่า

กองหน้า
อองรี ของฝรั่งเศสนั้นกินกองหน้าของอิตาลีอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็น โทนี หรือ จิลาดิโน ก็ตาม แม้ว่าอองรีจะดูไม่ค่อยหวือหวาเหมือนที่เล่นให้กับอาร์เซนอล แต่รวมความแล้ว อองรีก็ยังดูดีกว่าแน่นอน

โค้ช
ไม่ทราบว่าใครดีกว่ากันครับ เพราะดูบอลอย่างเดียว ไม่เคยเรียนโค้ช แต่ถ้าให้ใช้ความรู้สึกแล้วล่ะก็ ผมว่า ลิปปี ของอิตาลีดูมีกึ๋นกว่า โดมิเนค ของฝรั่งเศสซึ่งดูเหมือนคนสติเฟื่องหรือฆาตรกรโรคจิตอย่างไรพิกล ไม่มีเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้นครับ เพราะเป็นความรู้สึกล้วนๆ

ภาพรวม
ดูเหมือนว่าอิตาลีจะดีกว่าในเกมรับ ส่วนฝรั่งเศสจะมีดีกว่าในเกมรุก แต่ก็ดีกว่าด้วยชื่อชั้นของนักเตะเท่านั้นโดยเฉพาะซีดาน ผมรู้สึกว่าที่ผ่านมา เกมรุกของอิตาลีนั้นไม่ได้ด้อยกว่าฝรั่งเศสเลย ดีไม่ดีอาจจะดีกว่าเสียด้วยซ้ำ การบุกแต่ละครั้งของอิตาลีนั้นได้เสียวตลอด และใช้การต่อบอลเพียงไม่กี่จังหวะก็ได้จบด้วยการยิงประตูแล้ว

ถ้าฝรั่งเศสจะหยุดอิตาลี ฝรั่งเศสจะต้องหยุดปิร์โลให้ได้ ส่วนถ้าอิตาลีจะหยุดฝรั่งเศส อิตาลีก็ต้องหยุดซีดานกับริเบรีให้ได้ ดูเหมือนงานของอิตาลีจะเยอะกว่าเพราะต้องปิดโอกาสของนักเตะเด่นของฝรั่งเศสถึงสองคน แต่ผมว่าอิตาลีทำได้ง่ายกว่าการที่ฝรั่งเศสจะหยุดปิร์โลคนเดียว สาเหตุก็เนื่องจากว่าทั้งซีดานและริเบรีเป็นผู้เล่นเกมรุกซึ่งจะเล่นอยู่ในแดนของอิตาลีเป็นหลัก ก็เลยจะเข้ามาอยู่ในรัศมีทำการของกองกลางตัวรับและกองหลังของอิตาลี ส่วนปิร์โลนั้นจะบัญชาเกมอยู่ในแดนตัวเองหรือแถวๆ กลางสนาม ซึ่งทำให้กองกลางตัวรับของฝรั่งเศสจะต้องขึ้นสูงข้ามฝั่งมาคอยตามประกบ ก็เลยอาจจะเป็นการเปิดพื้นที่ให้ปิร์โลหรือตอตติแทงบอลยาวไปข้างหน้าเพื่อเข้าทำได้

พล่ามโน่นพล่ามนี่มาเยอะแยะโดยไม่เจียมตัวว่าหามีความรู้ด้านโค้ชฟุตบอลไม่ ก็จะสรุปห้วนๆ ด้วยความรู้สึกล้วนๆ ว่า อิตาลีน่าจะคว้าแชมป์ไปครองได้ รูปเกมน่าจะออกมาคล้ายๆ กับนัดที่อิตาลีเล่นกับเยอรมนี ก็คือ ครึ่งแรกเหนียวแน่นกันทั้งสองทีม ส่วนครึ่งหลัง อิตาลีจะใช้ความสด ความเฉียบขาดในการจ่ายบอลของปิร์โล บวกกับความฉลาดและเล่ห์เหลี่ยมของนักเตะและโค้ช เบียดเอาชนะฝรั่งเศสไปได้อย่างสนุกสนานและประทับใจ (อันหลังนี้เป็นความหวังของคนดูที่อยากจะดูบอลสนุกๆ เพราะกลัวเหลือเกินว่าทั้งสองทีมจะเล่นกันแบบระวังตัวเกินเหตุ)

ไม่น่าเชื่อว่าในชีวิตนี้ผมจะสามารถเชียร์อิตาลีได้ เพราะผมเกลียดบอลตั้งรับแล้วรอสวนกลับเป็นที่สุด มันทำให้ฟุตบอลดูไม่สนุกเอาเสียเลย ดีว่าอิตาลีชุดนี้เล่นบอลรุกรับได้สนุกและน่าดู ไม่อุดประตูน่าเบื่อเหมือนแต่ก่อน ก็เลยสามารถทำใจลุ้นให้ได้แชมป์สมัยที่สี่ไปครองได้ (แม้จะหมายความว่าอิตาลีจะได้ดาวดวงที่สี่ไปติดหน้าอกก่อนเยอรมนีก็ตาม แต่หนนี้... ของเขาดีจริงๆ !)

*** สำหรับคู่ชิงที่สาม ระหว่าง เยอรมนี กับ โปรตุเกส ก็ต้องบอกว่าเยอรมนีไม่น่าจะเสียใจอะไรที่ไม่ได้เข้าชิงอย่างที่หวังไว้ เพราะด้วยศักยภาพของทีมแล้ว เยอรมนีเข้ามาเป็นสี่ทีมสุดท้ายได้ก็นับว่าเหมาะสมแล้ว

หวังใจว่าเยอรมนีจะยังคงรักษาความมุ่งมั่นตามสไตล์คนเยอรมันเอาไว้ได้เต็มเปี่ยม และรักษาทีมสปิริตที่สร้างขึ้นมาได้แล้วจากการเล่นฟุตบอลรายการนี้ บดขยี้เอาชนะโปรตุเกสไปได้อย่างขาดลอย

สาเหตุที่เยอรมนีน่าจะเอาชนะได้มากก็เพราะ ความมุ่งมั่นของโปรตุเกสนั้นน่าจะหมดไปแล้วหลังจากที่ผิดหวังกับการไม่ได้เข้าชิง ความที่เป็นนักแสดงมากกว่านักฟุตบอล น่าจะทำให้ความเป็นคนสู้ชีวิตของคนโปรตุเกสนั้นเทียบกับคนเยอรมันไม่ได้ เวทีที่เหมาะกับนักแสดงละครอย่างนักเตะโปรตุเกสน่าจะเป็นที่ฮอลลีวู้ดหรือไม่ก็บรอดเวย์มากกว่าสนามฟุตบอล หรือถ้าอยากลอง จะมาสมัครที่ดาราวิดีโอ กันตนา หรือเป่าจินจงที่บ้านเรา เขาก็คงจะยินดีรับอยู่หรอก เพราะแต่ละคนตั้งอกตั้งใจแสดงกันเหลือเกิน (ส่วนพ่อหนูจอมสับที่ทิ้งตัวในเขตโทษของฝรั่งเศสครั้งแล้วครั้งเล่านั้น อาจจะต้องปรับปรุงอีกสักหน่อย เพราะไม่ว่าจะพยายามทิ้งตัวอย่างไร กรรมการก็ยังไม่ยอมชูใบเหลืองให้สักที เข้าใจว่ายังทำได้ไม่แนบเนียนพอก็เลยยังไม่ได้รางวัล)

นอกเหนือจากรางวัลรองเท้าทองคำและลูกฟุตบอลทองคำแล้ว ถ้าฟีฟ่ามีการตั้งรางวัลตุ๊กตาทองคำขึ้นมาอีกรางวัล ทีมชาติโปรตุเกสก็จะต้องสามารถคว้าไปครองได้อย่างไร้คู่แข่งโดยสิ้นเชิง

สรุปแล้ว เยอรมนีควรจะได้ตำแหน่งที่สามไปปลอบใจแฟนบอลเจ้าภาพ และบรรดานักเตะกับทีมสตาฟโค้ชที่สามารถสร้างทีมสปิริตของทีมชุดนี้ขึ้นมาได้ในชั่วระยะเวลาอันสั้น ส่วนคณะละครเร่อย่างโปรตุเกสนั้น ไม่สมควรจะได้รับรางวัลใดๆ ติดมือกลับบ้านไปด้วยประการทั้งปวง



Create Date : 07 กรกฎาคม 2549
Last Update : 7 กรกฎาคม 2549 12:25:08 น. 13 comments
Counter : 620 Pageviews.

 
จริงแล้วนอกจากบราซิล ก็ลุ้นฝรั่งเศสมาตลอด

และรอเชียร์วันอาทิตย์นี้ละค่ะ


โดย: Batgirl 2001 วันที่: 7 กรกฎาคม 2549 เวลา:13:06:41 น.  

 

เชียร์ซิซูค่ะ.....


อยากให้แมทช์หยุดโลกครั้งนี้เป็นการปิดประวัติศาสตร์บันทึกชีวิตนักเตะอย่างสวยงามที่สุดในโลกของซิซู (เหมือนกับตำนานไกเซอร์ ที่ฟรานซ์ แบกเค่นบาวเออร์ทำมาแล้ว)


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 7 กรกฎาคม 2549 เวลา:13:36:55 น.  

 
เห็นด้วยค่ะ เป็นคู่ชิงที่สมศักดิ์ศรีเหลือเกิน
น่าจะสนุกมากด้วย แม้ว่าจะไม่ได้เชียร์ทีมไหนเป็นพิเศษ เพราะ..ใจเดียวน่ะค่ะ...


โดย: เสือจ้ะ วันที่: 7 กรกฎาคม 2549 เวลา:13:58:22 น.  

 
ออกอาการรักพี่เสียดายน้องเลยอ่ะ คู่นี้


จุตัดใจ จุเชียร์อิตาลี เพราะนักบอล หน้าตากระชากใจมากกว่า


ถ้าเกมยืดเยื้อ....ไก่ชราทำท่าจะแย่นะคะ

จุชอบบอลฝรั่งเศส ชอบความเก๋าเกมส์ที่ไม่น่าเกลียดอะไรมากมายนัก เมื่อเทียบกับโปรตุเกส ฮืมมม จุชอบที่ นักเตะ 30 กว่าโดยเฉลี่ยเนี่ย เล่นด้วยหัวใจ และ ประสบการณ์ทุกเม็ด


เออ....แล้วอิตาลี อ่ะ ก็บอกแล้ว ที่ชอบเพราะ ชอบหน้าตานักเตะ ล้วนๆ 5555555

เพราะความคุ้นเคยค่ะ จุคุ้นเคย กับ อิตาลี ตั้งแต่ บักโจ้ ยิงลูกโทษไม่เข้า ตั้งแต่ ต๊อตติ ถุยน้ำลายใส่หน้าคู่ต่อสู้ ในยูโร.... อ่ะ นักเตะ ในดวงใจ ทำเรื่อง บ้าๆ อย่างงี้ได้ยังงัยน๊า


ชอบก็คือชอบอ่ะนะ


โดย: กระจ้อน วันที่: 7 กรกฎาคม 2549 เวลา:16:20:27 น.  

 
ไม่ได้เชียร์ทีมใดทีมหนึ่ง แต่เอาใจช่วยให้ซีดานได้ก้าวลงอย่างสง่างามค่ะ


โดย: ป้ามด วันที่: 7 กรกฎาคม 2549 เวลา:18:07:30 น.  

 
กลับมาบอกอีกครั้ง ว่าป้ามดชอบเพลงนี้มากค่ะ


โดย: ป้ามด วันที่: 7 กรกฎาคม 2549 เวลา:18:07:57 น.  

 
Image Hosted by ImageShack.us


โดย: erol IP: 58.8.123.209 วันที่: 7 กรกฎาคม 2549 เวลา:19:11:25 น.  

 
พลพรรคอัซซูรี่อยากกินไก่แล้วค่ะ ขอซักขานะ เบอร์ 10 อ่ะ อิอิ (แซวเล่นน้า)


โดย: +[มิโช่น้อยๆ]+ (Cecile_FCB ) วันที่: 7 กรกฎาคม 2549 เวลา:21:07:56 น.  

 
อาจารย์วิเคราะห์ได้ละเอียด มีเหตุมีผล และมีความเป็นไปได้สูง

ยอมรับว่าอิตาลีกับฝรั่งเศสเป็นคู่ชิงที่สมศักดิ์ศรีมาก
ทั้งสองทีมมีโอกาสเป็นแชมป์เท่าเทียมกัน อยู่ที่โอกาสและจังหวะนะคะ

ส่วนเยอรมันกับโปรตุเกสก็เป็นคู่ชิงที่น่าดูมาก ยังไงก็ถือหางเยอรมันละค่ะอาจารย์ คิดว่าเจ้าบ้านน่าจะเป็นต่อนิดหน่อย แต่ถ้าพลิกล้อคอีก โห...ฝันร้ายทั้งปีเลยค่ะ


โดย: ซออู้ วันที่: 8 กรกฎาคม 2549 เวลา:18:38:17 น.  

 
อิตาลี แชมป์โลก


โดย: mungkood วันที่: 8 กรกฎาคม 2549 เวลา:19:08:34 น.  

 
ฝนนี่ส่งไปแค่ 5 ใบเอง เพราะอาเอามาให้แค่นั้น อิอิ
เทใจให้อิตาลีหมดเลย อิอิ
แล้วคุณเจ้าของบล็อคละคะ


โดย: +-[มิโช่น้อยๆ]-+ (Cecile_FCB ) วันที่: 8 กรกฎาคม 2549 เวลา:20:32:45 น.  

 
วันนี้อาทิตย์นี้คิดว่าน่าจะได้สวมเสื้อสีฟ้าเชียร์อีกหนค่ะ
พร้อมรับประทานไก่ชราย่างจิ้มแจ่ว


ขอบคุณสำหรับกำลังใจด้วยนะคะอาจารย์



โดย: keyzer วันที่: 8 กรกฎาคม 2549 เวลา:20:55:42 น.  

 
รู้ผลแชมป์กันไปแล้ว แต่รู้สึกว่ามันจะจบไม่ค่อยสวยเท่าไหร่สำหรับซีดาน แต่ก็ยินดีกับทุกทีมค่ะ
ยกเว้นโปรตุเกส ไม่ชอบขี้หน้า


โดย: ปลาสวย (pp_b23 ) วันที่: 11 กรกฎาคม 2549 เวลา:14:45:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คนทับแก้ว
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






ศิลปิน: เฉลียง
เพลง: หวาน
ชุด: ปรากฏการณ์ฝน
ปี: 2525



Friends' blogs
[Add คนทับแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.