"The single best way to grow a better brain is through challenging problem solving." - Eric Jensen (1998), Teaching with the Brain in Mind
Group Blog
 
<<
เมษายน 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
27 เมษายน 2550
 
All Blogs
 
นึกถึง "มวลวิกฤต"

27 เม.ย. 2550



ช่วงนี้ได้เห็นสารพัดม็อบ สารพัดประท้วง สารพัดโฆษณาชวนเชื่อจากฝ่ายต่างๆ ผมก็มักจะย้อนนึกไปถึงตอนหนึ่งของคอลัมน์ คุยกับประภาส เรื่อง มวลวิกฤต ทุกที เข้าใจว่าจะเป็นตอนที่ลงใน นสพ.มติชน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 12 มี.ค. 2549 ไม่แน่ใจในวันที่แต่ก็ราวปีเศษๆ มาแล้ว ตอนนั้นก็เป็นช่วงที่คนในประเทศแบ่งออกเป็นฝ่ายเอาทักษิณกับไม่เอาทักษิณอย่างชัดเจน อาจมีฝ่ายที่สามที่อยู่ตรงกลางบ้างก็ว่ากันไป

หนึ่งปีผ่านไป กลายเป็นว่าสถานการณ์กลับเลวร้ายลงไปอีก เพราะตอนนี้ไม่ได้มีแค่สองหรือสามฝ่ายอีกแล้ว แต่กลายเป็นว่าแตกออกเป็นไม่รู้กี่ฝ่าย เพราะมีเรื่องที่ให้ต้องเลือกข้างเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมอีกโข ไม่ใช่แค่เรื่องเอาหรือไม่เอาทักษิณเรื่องเดียวอีกต่อไปแล้ว ยกตัวอย่างง่ายๆ แค่เรื่องการร่างรัฐธรรมนูญก็มีประเด็นให้เลือกข้างกันตั้งหลายประเด็นแล้ว

ยิ่งคนไทยเป็นพวกชอบ โหนกระแส ไม่ค่อยมีความคิดหรือความเป็นตัวของตัวเอง สักเท่าไรแล้วด้วย การทำสงครามแย่งชิงมวลชนเพื่อไปให้ถึงจุดที่เรียกว่า มวลวิกฤต ก็ยิ่งเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของผู้ที่หวังผลประโยชน์จากประชาชน

ผมลอกเอาข้อเขียนของคุณประภาสมาลงให้อ่านกันอีกทีนะครับ ถ้าอยากอ่านแบบที่อยู่บนกระดาษเป็นรูปเล่มอย่างดี ก็ไปหาซื้อหนังสือ แมงกะพรุนถนัดซ้าย หนังสือรวมเล่มคอลัมน์คุยกับประภาสเล่มล่าสุด (ซึ่งหวังว่าจะไม่ใช่เล่มสุดท้าย) มาอ่านก็แล้วกัน



จุดหนึ่งที่ผมคิดตอนที่นั่งอ่านข้อเขียนของคุณประภาสเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่งก็คือ การทดลองเรื่องลิงกินเม็ดข้าวโพดหวานในประเทศญี่ปุ่นนั้น ทำเมื่อ สี่สิบกว่าปีที่แล้ว เทียบกับบ้านเราแล้ว ทุกวันนี้ยังมาทะเลาะกันในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องกันอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่เลย เป็นต้นว่า เรื่องการเรียกร้องให้ระบุว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ เอาไว้ในรัฐธรรมนูญ คนที่สนับสนุนก็คงจะด่าว่าผมว่าทำไมไม่เห็นดีเห็นงามด้วยกับศาสนาที่ตัวเองนับถือ แต่จะว่าอย่างไรก็ช่าง ผมก็ยังเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องอยู่ดี เป็นเรื่องที่ไม่ได้ส่งเสริมให้คนมีสติปัญญาเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

ช่วยผมคิดหน่อยเถอะว่า ณ ปัจจุบันนี้ สติปัญญาเราตามหลังญี่ปุ่นกันกี่สิบปีแล้วล่ะครับ








มวลวิกฤต
คอลัมน์ คุยกับประภาส
โดย ประภาส ชลศรานนท์



สถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ทำให้ผมนึกถึงคำคำหนึ่งขึ้นมา ผมเคยเขียนถึงไว้ครั้งหนึ่งเมื่อต้นปีที่แล้ว

มวลวิกฤตนะครับ ไม่ใช่ มวลชนวิกฤต

เรื่องที่เขียนไว้เมื่อปีที่แล้วชื่อตอน ลิงกับข้าวโพดหวาน เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทดลองทางพฤติกรรมมวลชนของสัตว์สังคมว่า อะไรทำให้เกิด หรือเมื่อไรจะเกิดกระแสการตัดสินใจไปในทางเดียวกันทั้งสังคม ผมตั้งชื่อเป็นไทยๆ คราวนั้นว่าทฤษฎีไม้กระดก เพราะนึกตามแล้วเห็นภาพเป็นไม้กระดกตามสนามเด็กเล่นทุกที

ศัพท์แสงทางวิชาการเรียกว่า มวลวิกฤต โดยแปลมาจากคำว่า Critical Mass คำคำนี้พบได้ทั้งวิชาเศรษฐศาสตร์และฟิสิกส์

ขออนุญาตเล่าย่อๆ อีกครั้งสำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่าน

สี่สิบปีก่อน นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งได้ไปที่เกาะโคชิมา ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเกาะที่มีลิงอาศัยอยู่จำนวนมาก เพื่อหาข้อสนับสนุนทฤษฎีไม้กระดกที่ว่า

การทดลองเริ่มขึ้นโดยนักวิทยาศาสตร์นำเม็ดข้าวโพดหวานไปหว่านไว้บนพื้นทราย เจอของโปรดอย่างนี้ ฝูงลิงก็พากันมาเก็บเม็ดข้าวโพดกินกันอย่างเอร็ดอร่อย

จุดน่าสนใจอยู่ตรงที่นักวิทยาศาสตร์จะหว่านเม็ดข้าวโพดไว้บริเวณที่มีทรายเท่านั้น เพื่อให้เม็ดข้าวโพดเปรอะเปื้อนทราย เวลาจะกินแต่ละที ลิงก็ต้องคอยเอามือปัดออก หรือไม่ก็ต้องคอยบ้วนทรายออก

แล้วก็มีลิงอยู่ตัวหนึ่งอายุประมาณหนึ่งขวบที่ไม่ทำอย่างตัวอื่นเขา

ทุกครั้งที่เจ้าลิงน้อยเก็บเม็ดข้าวโพดที่เปื้อนทรายได้ มันจะนำไปล้างน้ำที่ลำธารใกล้ๆ ก่อนแล้วจึงนำมากิน ไม่ต้องบ้วนไม่ต้องปัด

นักวิทยาศาสตร์ยังคงจับตาดูพฤติกรรมของลิงทั้งฝูงต่อไปว่าจะมีลิงตัวไหนเอาอย่างบ้าง แล้วพวกเขาก็เริ่มเห็นพี่น้องและเพื่อนลิงตัวน้อยๆ บางตัวเริ่มทำตาม

ที่ลิงทั้งฝูงไม่ยอมเปลี่ยนพฤติกรรมมาทำอย่างเจ้าลิงน้อยนั้นนักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์กันว่า อาจเป็นเพราะวิธีนี้มันก็ไม่ถึงกับเห็นได้ชัดว่าดีกว่าวิธีเก่า นั่นคือถึงแม้จะไม่ต้องบ้วนไม่ต้องปัดทรายออกจากข้าวโพด แต่ก็ต้องเสียเวลาเดินไปยังลำธารอยู่ดี

เวลาผ่านไปหลายเดือน

มีลิงเพิ่มเพียงวันละตัวสองตัวเท่านั้นที่เปลี่ยนพฤติกรรมมาล้างข้าวโพด แล้วก็ไม่ใช่ว่าลิงทั้งฝูงจะไม่เห็นวิธีที่เจ้าลิงน้อยกับเพื่อนๆ ทำนะครับ เห็นครับแต่ไม่ทำตาม

การทดลองดำเนินไปอย่างนี้อยู่เป็นปี นักวิทยาศาสตร์ก็ยังคงเอาเม็ดข้าวโพดไปหว่านไว้บริเวณที่มีทรายทุกวันไม่มีขาด ฝูงลิงก็ยังคงมาเก็บข้าวโพดกินอย่างสม่ำเสมอ และถ้ามองด้วยสายตาก็สามารถแบ่งลิงออกเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มที่ล้างเม็ดข้าวโพด กับกลุ่มที่ไม่ล้าง แม้ปริมาณลิงที่ล้างข้าวโพดจะเพิ่มจำนวนขึ้นจนเริ่มใกล้เคียงกับพวกที่ไม่ล้าง แต่ลิงที่เหลือก็ยังสมัครใจที่จะกินข้าวโพดด้วยวิธีเดิมๆ

แล้ววันหนึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ประหลาดใจก็เกิดขึ้น

มันเกิดขึ้นภายในวันเดียว โดยไม่รู้จะอธิบายด้วยตรรกะง่ายๆ อย่างไรดี เช้าวันนั้นมีลิงวัยรุ่นตัวหนึ่งเปลี่ยนพฤติกรรมไปล้างเม็ดข้าวโพดอย่างเจ้าลิงน้อยเข้า แล้วบ่ายวันนั้นลิงทั้งฝูงก็เปลี่ยนพฤติกรรมมาล้างเม็ดข้าวโพดกันหมด

นักวิทยาศาสตร์สงสัยทันทีว่าเจ้าลิงตัวที่เปลี่ยนพฤติกรรมในเช้านั้น มันมีความสำคัญขนาดไหนกัน หลังจากที่ดูจากบันทึกและตรวจสอบอย่างละเอียดก็พบว่ามันก็เป็นแค่ลิงธรรมดาตัวหนึ่ง ไม่ได้เป็นจ่าฝูงหรือเป็นลิงที่แข็งแรงดุร้ายกว่าตัวอื่นอย่างใด

แล้วทำไมฝูงลิงจึงเปลี่ยนพฤติกรรมไปหมด

เจ้าของทฤษฎีนี้มีคำอธิบายครับ ลองฟังเขาดู

เมื่อในสังคมเกิดภาวะมวลวิกฤต (Critical Mass) และเกิดจำนวนวิกฤต (Critical Number) ซึ่งไม่มีใครสามารถตอบได้ว่าเป็นจำนวนเท่าไรของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสังคม สังคมก็จะเริ่มยอมรับในพฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง และก็จะเกิดการตัดสินใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในกลุ่มที่เหลือทั้งหมด

อย่างที่บอก ถ้าให้ผมนึกตามง่ายๆ ผมก็คงนึกถึงไม้กระดกที่เด็กๆ เขาเล่นกัน เวลาที่ฝั่งหนึ่งมีจำนวนเด็กมากกว่าจนมีน้ำหนักมากกว่าอีกฝั่ง ฝั่งที่น้อยกว่านอกจากจะกระดกลอยสูงแล้ว บางครั้งเราก็อาจจะเห็นเด็กฝั่งที่น้อยไหลมาสู่ฝั่งที่มาก จนกลายเป็นมาอยู่ฝั่งเดียวกันได้

ผมว่าพวกเราก็คงจะเคยเจอสภาพเช่นนี้ เพื่อนฝูงหกเจ็ดคนหาร้านอาหารจะไปกินกัน แรกๆ ก็ถกเถียงว่าร้านเจ๊อ้อยบ้าง ร้านอาโกบ้าง เถียงกันอยู่สักพักแล้วก็มีคนหนึ่งที่ไม่ได้คิดว่าจะไปกินร้านไหนเลยพูดขึ้นว่าไปกินเจ๊อ้อยดีกว่า จู่ๆ ทุกคนก็กลายเป็นเปลี่ยนมาเทใจให้กับร้านเจ๊อ้อยกันหมด

แล้วผมก็ตั้งคำถามครับ น้ำหนักสุดท้ายที่ย้ายข้างนี่ ผมชักอยากรู้ว่ามันจำเป็นต้องหนักกว่าอีกข้างหนึ่งไหม

ทฤษฎีนี้ตอบว่า ไม่เกี่ยวกับการเอียงข้าง น่าสนใจนะครับประโยคนี้

เขาเน้นไปที่จำนวนหนึ่งที่วิกฤต และไม่มีใครบอกได้ว่าเป็นสัดส่วนเท่าไรของสมาชิกทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องมากกว่าครึ่งด้วย

จำนวนนี้นั่นแหละที่เขาเรียกกันว่า มวลวิกฤต

มีหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ Critical Mass : how one thing leads another ที่เขียนโดย ฟิลิป บอล (ขออนุญาตแปลว่า มวลวิกฤต วิถีที่แห่งการกระดก) ในเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้พี่ฟิลิปแกสามารถอธิบายพฤติกรรมของการเลือกตั้งที่ชนะถล่มทลายได้ว่ามาจากอะไร พี่แกให้ความเห็นว่าลักษณะของการเลือกและการตัดสินใจลงคะแนนเสียงให้พรรคใดและใครนั้นไม่ได้มาจากเหตุผลอย่างเดียว เพราะถึงจุดหนึ่งเวลาที่ใกล้วันเลือกตั้ง คนจะหยุดคิด หยุดวิเคราะห์ แต่จะดูกระแสคนหมู่มากว่าจะไปทางไหน แล้วก็กระโจนตามกันไป ซึ่งเขาจะเรียกว่า มวลวิกฤต หรือ Critical Mass ที่น่าสนุกก็คือคุณพี่ฟิลิป แกใช้ทฤษฎีควอนตัมอธิบายได้อย่างชัดเจนและเป็นวิทยาศาสตร์

นักเรียนที่เรียนเรื่องปฏิกิริยานิวเคลียร์ก็คงเห็นคำว่า มวลวิกฤต อยู่บ่อยๆ อธิบายด้วยภาษาที่ง่ายที่สุดสำหรับคนที่ไม่รู้เรื่องนี้ก็คือ เชื้อเพลิงพวกยูเรเนียมจะถูกผ่านกระบวนการทำให้เข้มข้นอย่างมาก และจะถูกเก็บไว้ภายใต้สภาวะมวลใต้วิกฤต นั่นคือยังไม่วิกฤต แต่ใกล้มาก

และตรงตำแหน่งที่มันพร้อมจะแตกตัวแล้วส่งผ่านพลังงานอันมหาศาลออกมาเป็นระเบิด เป็นไฟฟ้า เป็นความร้อน ตำแหน่งนั้นแหละครับคือตำแหน่งเดียวกับที่ลิงทั้งฝูงเปลี่ยนวิธีกินข้าวโพด

ตรงนั้นแหละครับ ตำแหน่งของมวลวิกฤต

สมัยสงครามโลกครั้งที่สองก็มีการใช้คำพูดกันว่า ได้เกิดมวลวิกฤตของการย้ายถิ่นของนักวิทยาศาสตร์ นั่นคือนักวิจัยอัจฉริยะจำนวนมากมายนับพันคนพร้อมใจกันอพยพจากเยอรมนีและยุโรปไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา

ประเทศอินเดียก็เคยใช้กระบวนยุทธ์มวลวิกฤตเพื่อสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงด้านไอทีในประเทศของตน ซึ่งต้องยอมรับว่าเขาทำได้ผล เห็นผู้คนยากจนขนาดนั้น บางเมืองอย่างบังกาลอร์นี่ถือเป็นมหานครแห่งไอทีเลยนะครับ

รัฐบาลเขาเน้น การเชื่อมต่อ ระหว่างประชาชนกับอินเตอร์เน็ต โดยตั้งเป้าไว้ที่การเชื่อมต่อ 100 ล้านจุดภายในห้าปี และสำหรับคนที่ไม่มีปัญญาจะให้รัฐมาเชื่อมต่อที่บ้าน ก็สามารถที่จะเข้ามาเชื่อมต่ออย่างเป็นครั้งเป็นคราวได้ ตาม ไอทีจีฉ่อย หรือ IT Kiosks

อินเดียเขาฝันจะพัฒนาประเทศให้เป็นมหาอำนาจทางไอทีของโลก (Global IT Superpower) ภายในห้าปีข้างหน้าให้ได้ เงี่ยหูฟังเขาบ้างก็ดีนะครับ

ผมมองว่าทั้งเรื่องการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเข้าบ้านและองค์กรให้มากที่สุด หรือการสร้าง IT Kiosks ก็ดี ล้วนเป็นยุทธศาสตร์ที่จะเข้าถึงผู้คนตามทฤษฎี มวลวิกฤต นั่นคือเมื่อคนชั้นกลางของประเทศบริโภคไอทีเป็นอาหารหลักจนเป็นกระแสแล้ว ผู้คนทั้งประเทศก็จะเทใจเทชีวิตมาทางเดียวกันเอง

อย่างที่บอกไว้ในบรรทัดแรก สถานการณ์บ้านเมืองเราเป็นอย่างทุกวันนี้ คำว่ามวลวิกฤตก็ลอยขึ้นมาในหัวผมไม่หยุดหย่อนเลย

ไหนจะเป็นห่วงเป็นใยว่าจะทำอย่างไรให้วัยรุ่นในบ้านเราเกิดมวลวิกฤตหันมามีค่านิยมดีๆ เกี่ยวกับเรื่องความรักความใคร่ให้ดีงามกว่านี้ ไหนจะวิเคราะห์วิจารณ์เอาเองไปเรื่อยว่าตอนนี้ในสนามของการเมืองบ้านเรา ไม้กระดกกำลังทำงานอยู่หรือเปล่า แล้วมันกระดกไปทางไหนแล้วหรือยัง ไหนจะเป็นห่วงว่าบ้านเมืองเราอยู่ในสภาพสุญญากาศอย่างนี้ เราจะไปสู้กับเกาหลี สู้กับอินเดียหรือสู้กับเพื่อนๆ เราแถวนี้ไหวหรือ

ที่เป็นห่วงที่สุดก็คือ ยูเรเนียม มันกำลังเข้มข้น และอยู่ใต้สภาวะมวลใต้วิกฤตอยู่หรือเปล่า แล้วมันจะเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ขึ้นหรือเปล่า

ขอพระสยามเทวาธิราชคุ้มครองประเทศไทย





Create Date : 27 เมษายน 2550
Last Update : 28 เมษายน 2550 19:12:04 น. 19 comments
Counter : 563 Pageviews.

 
อ่านตั้งแต่ต้นจนจบ เห็นด้วยทุกประการ ขอเพิ่มเติมนอกจากไม้กระดก มวลวิกฤตแล้ว คนใหญ่โต,สื่อ,คนมีเชื่อเสียง ขอที อย่าให้มันวิกฤตมากไปกว่านี้เลย เด็กๆมองท่านอยู่
เรื่องน่าเป็นห่วง มีเยอะแยะมากมาย



โดย: เฉลียงหน้าบ้าน วันที่: 27 เมษายน 2550 เวลา:20:07:55 น.  

 

มาเก็บเกี่ยวข้อมูลดีๆกลับบ้านเช่นเคย

ขอบคุณนะคะ


โดย: เพียงแค่เหงา วันที่: 27 เมษายน 2550 เวลา:21:32:18 น.  

 
โอ น่าสนใจอย่างยิ่งค่ะ (ยังไม่ได้อ่านแมงกะพรุนฯ เล่มนี้เลย)


โดย: แพนด้ามหาภัย IP: 125.25.133.49 วันที่: 27 เมษายน 2550 เวลา:22:25:30 น.  

 
สวัสดีค่ะ อาจารย์

ขอบคุณที่นำเรื่องน่าสนใจมาฝากกันนะคะ ปอไม่ได้อยู่ในบ้านเรา เลยไม่ค่อยได้ติดตามข่าวมากนัก แต่แม่บอกว่า อากาศร้อนมาก ใช่ไหมคะ แย่จังนะคะ อากาศร้อน แล้วยังมีเรื่องร้อนๆ ให้ร้อนใจกันอีก อ่านบล็อกของ คุณกุมฯ เมื่อวาน จริก็เกิดสถาณการณ์เซ็ง เหมือนกันค่ะ ม่ายเข้าใจ เลย

จะว่าไปแล้ว ทฤษฎีไม้กระดกนี่ น่า กลัวนะคะ เพราะถ้ามันทำนายไม่ได้ บทมันจะกระดก มันก็กระดกเทลงมาซะอย่างนั้น เทลงมาทางไม่สร้างสรรค์ ก็เจ๊งกันพอดี

แล้วเราจะทำไงกันดี คะเนี่ย คิดแล้วเครียดดด


โดย: ปอ (O_Sole_mio ) วันที่: 27 เมษายน 2550 เวลา:23:18:02 น.  

 
เคยอ่านเหมือนกันครับ


โดย: ฟ้าดิน วันที่: 28 เมษายน 2550 เวลา:2:42:42 น.  

 



สวัสดีตอนเช้าของ เนเธอร์แลนด์ นะจ้า

ฤดูกาลผันผ่าน อาจเปลี่ยนวันวานตามไปได้
แต่ตราบใดที่ * มิตรภาพ* ยังไม่เปลี่ยนไป
ความรู้สึกว่า 'คิดถึง ห่วงใย' เป็นอย่างไร
ก็จะยังคงเป็นเช่นนั้นไม่มีวันเปลี่ยนแปลง



** มีความสุขมากๆในวันหยุดพักผ่อนนะจ้า **


ขอบคุณมากนะจ้าที่นำข้อมูลดีๆๆมาให้ได้อ่าน


โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 28 เมษายน 2550 เวลา:12:48:11 น.  

 
น่าสนใจมาก ๆ ครับ


โดย: เจ้าชายไร้เงา วันที่: 29 เมษายน 2550 เวลา:13:11:11 น.  

 
น่าประหลาดใจดีนะ กับการอธิบายในสิ่งที่อธิบายยากด้วยหลักวิทยาศาสตร์

จุเพิ่งรู้ว่า สิ่งที่จุสงสัยว่า ทำไปเขาฌอไปทางนั้น เฮไปทางนี้โดยไม่มีเหตุผลนั้น ส่วนหนึ่งมันก้น่าจะมาจาก "มวลวิกฤติ" นี่เอง


สำหรับจุ ใครจะทำอะไรก็ช่างเถอะ บางทีจุขอเห็นแก่ตัว ขอใช้ชีวิตให้รอดไปวันๆ ก็พอ

เหนื่อยและเบื่อเกินไปกับสังคมรอบข้างนี่เหลือเกิน

จุ สงสัย พระสงฆ์ ตามนัย ของพุทธศาสนา

พระสงฆ์ วัด ไม่ใช่ของชาวบ้านอีกแล้ว นับแต่ที่มีองค์กรของสงฆ์ วัดขึ้นอยู่กับองค์กร พระ ขึ้นอยู่กับองค์กร

ประวัติศาสตร์ที่แปรเปลี่ยน ความสัมพันธ์ของคนกับพระก็แปรเปลี่ยน

พระ ลืมไปหรือว่า กิจของสงฆ์ทุกเช้า ต้องบิณฑบาตรขอข้าวจากชาวบ้าน มันเป็นระบบอุปถัมป์ ซึ่งพระเหนือกว่าชาวบ้านคือศิลธรรมและวัตรปฏิบัติ พุทธศาสนาดำรงอยู่ได้ด้วย ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา

ปัจจุบันนี้ พระสงฆ์กลับมีเงินเดือน มีสมาคม มีความเป็นอยู่หรูหราฟุ้งเฟ้อมีระดับชั้น และตอบสนองต่อวัตรปฎิบัติน้อยลง


แทนที่จะ หันกลับมามองดูตัวเองว่า ทำไมนะ ประชาชนจำนวนมาก หันไปแห่แหน "จตุคามรามเทพ" กลับไปมองว่า ผู้คนงมงายไร้ที่พึ่ง พระบางรูปถึงกับ ต่อต้านแบบน็อตหลุด โดยที่ไม่ได้มองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเลยว่า เพราะอะไร องค์จตุคาม จะเป็นอะไรก็ช่าง แต่มันสะท้อนว่า พระสงฆ์เป็นที่พึ่งของประชาชนน้อยลง สังเกตุได้จาก วัตถุมงคล จากที่เคยออกจากศาลหลักเมือง คราวนี้ เป็นวัด ซึ่งหลากหลายที่ หลายจังหวัด

พระสงฆ์ช่วงนี้ เดินสายปลุกเสก จตุคามฯ

และน่าแปลก....

อีกพวกทำกิจกรรมแปลกๆ เดินสายเรียกร้อง โดยลืมไปแล้วหรือว่าแก่วของพุทธศาสนาคืออะไร หรือ คณะสงฆ์นั้น ต้องลงมาเล่นการเมืองกันแล้วหรือ?


จุก็เขียนให้อ่านเล่นๆ จะหลังไมค์ก็ไม่ได้ พันทิพปิด ถ้าข้อความมันแรงไป ก็ลบได้นะคะ

จุกล้าที่จะเขียน เพราะจุรู้สึกอย่างนั้นค่ะ





โดย: ju IP: 58.147.121.123 วันที่: 29 เมษายน 2550 เวลา:19:29:56 น.  

 



สวัสดีตอนค่ำของ เนเธอร์แลนด์ นะจ้า

กับวันเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
ทำให้เรารู้ซึ้งว่า "มิตรภาพ" มีค่าแค่ไหน
แม้วันเวลาหมุนเวียนผันผ่านเลยไป
แต่ความรู้สึกในใจเราจะคงมั่น ไม่มีลืม



** มีความสุขในวันแรกของการทำงานนะจ้า **



โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 30 เมษายน 2550 เวลา:1:39:38 น.  

 
อืม...มวลวิกฤติ จริงๆ ด้วย


โดย: ม่วนน้อย วันที่: 30 เมษายน 2550 เวลา:13:54:25 น.  

 
ขอโทษด้วยครับที่ไม่ได้มาตอบปัญหาเรื่องต้นไม้เลย
พอดีขึ้นดอยกว่าจะได้ลงมาก็สามสี่วันที่แล้ว

เรื่องต้นไม้ใบไหม้เท่าที่ทราบก็เหมือนที่คุณคนทับแก้วสันนิษฐานไว้คือ อากาศร้อนครับ ช่วงหน้าร้อนจะเป็นฤดูที่ไม้ส่วนใหญ่แตกยอดแตกใบใหม่หลังจากหน้าแล้ง (หน้าหนาว) วันไหนอากาศร้อนจัดใบก็ไหม้ได้ง่ายครับ การใส่ปุ๋ยมากเกินไปก็สามารถทำให้ใบไหม้ได้ แต่เรื่องน้ำบาดาลนี่ผมไม่ทราบจริงๆ หากใบเล็กลงน่าจะบำลุงต้นไม้ด้วยปุ๋ยคอกและอินทรีย์วัตถุบ้างนะครับ

ปล. ที่คุณคนทับแก้วกล่าวถึงเรื่องรัฐธรรมนูญกับการที่จะบัญญัติให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาตินั้น ประเด็นคงจะไม่ใช่เรื่องการ "ส่งเสริมให้คนมีสติปัญญาเพิ่มขึ้น" แต่อย่างใด ตัวผมคงไม่สามารถกล่าวอธิบายได้อย่างชัดเจน แต่อยากให้ลองอ่านและพิจารณาบทความบทความสองชิ้นนี้ดูนะครับ

//www.bpct.org/index.php?option=com_content&task=view&id=479&Itemid=1

//www.bpct.org/index.php?option=com_content&task=view&id=532&Itemid=1



โดย: กะได วันที่: 30 เมษายน 2550 เวลา:21:03:20 น.  

 



สวัสดีตอนค่ำของ เนเธอร์แลนด์ นะจ้า

ไม่ว่านานแค่ไหน สองใจเราผูกพัน
รู้ซึ้งถึงคำนั้น สัญญามั่นว่าเราเพื่อนกัน
เป็นเพียงแค่เพื่อนคนหนึ่ง ไม่รู้จะหาคำซึ้งจากไหน
มีให้ได้แค่ความห่วงใย และความจริงใจให้กับเธอ



** มีความสุขและสุขภาพแข็งแรงนะจ้า **



โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 1 พฤษภาคม 2550 เวลา:0:31:02 น.  

 
น่านสิ ช่วงนี้บ้านเมืองมันไม่สงบ ใจคอไม่ค่อยดีเลยนะคะ
เมื่อวานนี้ไปเขาดินก่อนเวลานัด ว่าง ๆ ระหว่างรอเลยไปเดินสังเกตสถานการณ์ บังเอิญใส่เสื้อเหลืองเลยกลมกลืนกับม๊อบขมิ้นอย่างไม่ตั้งใจ เริ่มเกิดอาการสงสัยว่าประเทศอื่นที่ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศนับถือคริสต์/อิสลามเค้าระบุในรัฐธรรมนูญของเค้ารึเปล่าเรื่องศาสนาประจำชาติอ่ะนะ พระสงฆ์องคเจ้าจะมาชุมนุมกันทามมาย?!?
ไปเจอเอกสารที่เค้าแจก มีพวกหนังสือหน้าตาคล้าย ๆ มติชนสุดสัปดาห์แต่ฉบับเล็กกว่าแต่ไม่เคยเห็นวางแผงขายที่ไหนเลย
เห็นพาดหัวอยู่ด้านบน "ทักษิณมั่นใจประชาชนไม่หลงทาง..." ประมาณเนี๊ยะ
ที่แท้ก็... น่านเอง


โดย: คุณย่า (คุณย่า ) วันที่: 1 พฤษภาคม 2550 เวลา:6:41:35 น.  

 
เมื่อไหรอะไรๆมันจะดีขึ้นซะทีนะ


โดย: mungkood วันที่: 1 พฤษภาคม 2550 เวลา:12:51:02 น.  

 
เมื่อไหรอะไรๆมันจะดีขึ้นซะทีนะ


โดย: mungkood วันที่: 1 พฤษภาคม 2550 เวลา:12:53:05 น.  

 
สงสัยต้องไปหาหนังสือมาอ่านมั่ง





โดย: keyzer วันที่: 1 พฤษภาคม 2550 เวลา:13:17:26 น.  

 
ขอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองประเทศไทย อีกหนึ่งแรงภาวนาครับ


(รู้สึกเหมือนอยู่ในสังคมที่กำลังสิ้นหวังยังไงไม่รู้
ไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรด้วยมือและสติปัญญาของมนุษย์ได้อีกแล้ว
ได้แต่ ภาวนะของอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์..
เฮ้ออ วิกฤตจริงๆ )


โดย: กุมภีน วันที่: 1 พฤษภาคม 2550 เวลา:14:19:47 น.  

 
เบื่อประท้วงเหมือนกันประท้วงทั้งปี รัฐบาลยังไม่ทันบริหารประเทศเลยประท้วงไม่ต้องทำไรกันเลยไปถวายพระดีกว่า


โดย: ไม้โทไม้เท้า วันที่: 1 พฤษภาคม 2550 เวลา:15:55:31 น.  

 
ดีมากๆ ครับ ตอนนี้ก็เริ่มจะวิกฤติอีกแล้วนะครับ


โดย: Pong-SC#17 IP: 125.25.148.85 วันที่: 25 มิถุนายน 2551 เวลา:20:42:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คนทับแก้ว
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






ศิลปิน: เฉลียง
เพลง: หวาน
ชุด: ปรากฏการณ์ฝน
ปี: 2525



Friends' blogs
[Add คนทับแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.