"The single best way to grow a better brain is through challenging problem solving." - Eric Jensen (1998), Teaching with the Brain in Mind
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
5 มีนาคม 2549
 
All Blogs
 
Invisible Waves และเด็กหอ

4 มี.ค. 2549

วันนี้ได้ไปดูหนังมาสองเรื่องครับ เพราะรู้สึกเบื่อๆ ด้วย แล้วก็พอดีหนังเรื่องที่รอดูอยู่เข้าโรงด้วยก็เลยออกไปดู

แต่ก่อนอื่น ต้องขอบอกก่อนว่า ความเห็นทั้งหมดเกี่ยวกับหนังทั้งสองเรื่องที่ผมจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวของผมเท่านั้นนะครับ ใครที่ตั้งใจจะไปดูก็ไปดูเถอะครับ อย่าไปฟังความเห็นของคนอื่นมากนักเวลาคิดจะไปดูหนัง ถ้าตั้งใจจะไปดูแล้ว ก็ขอให้ไปพิสูจน์ด้วยตัวเองดีกว่า



เรื่องแรกคือ "Invisible Waves" หรือที่มีชื่อไทยว่า "คำพิพากษาของมหาสมุทร" หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมรอดูอยู่ เหตุผลที่รอดูก็เป็นเพราะว่าเป็นหนังของผู้กำกับ เป็นเอก รัตนเรือง ซึ่งทำหนังเรื่อง "เรื่องรักน้อยนิดมหาศาล" ที่ผมชอบเอามากๆ

ปรากฏว่าพอดูหนังจบแล้วรู้สึกผิดหวัง ไม่สมกับที่รอคอย จนกระทั่งเลยเถิดไปถึงเสียดายเงิน เสียดายเวลาด้วย

ความรู้สึกนี้เป็นความรู้สึกเดียวกับตอนที่ซื้อหนังสือรวมเรื่องสั้นชุด "ความน่าจะเป็น" ของ ปราบดา หยุ่น มาอ่านครับ ซึ่งคุณคุ่นก็เป็นผู้เขียนบทหนังเรื่องนี้ด้วย

เรื่องที่คุณคุ่นเขียนส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องที่มีเนื้อหาและมุมมองที่แปลก แต่ส่วนใหญ่มักจะแปลกเฉยๆ ไม่ใช่แปลกดี

ไม่แน่ใจว่าผมไม่เข้าใจประเด็นที่หนังต้องการจะสื่อหรือไม่ เท่าที่พยายามจะทำความเข้าใจก็มีเรื่องของการทวงหาความซื่อสัตย์ของคนที่ไม่ซื่อสัตย์ กับเรื่องของความสับสนในความคิดและการต่อสู้ของความรู้สึกผิดชอบชั่วดีภายในตัวเองของพระเอก

หรืออาจจะเป็นเพราะว่าตัวละครในเรื่องมีที่มาที่ไปน้อยไปหน่อย การที่เปิดเรื่องให้คนดูคิดเอาเองนั้นก็ดีครับ ไม่เป็นการปิดกั้นจินตนาการกัน แต่ถ้าหากเปิดมากไปหน่อย บางทีอาจจะทำให้คนดูจับประเด็นของสิ่งที่หนังต้องการจะสื่อไม่ได้ ทำให้หนังขาดความดึงดูดไป



เรื่องที่สองคือ "เด็กหอ" ครับ เรื่องนี้ไปดูเพราะผู้กำกับ ทรงยศ สุขมากอนันต์ เป็นหนึ่งในหกผู้กำกับ "แฟนฉัน" ครับ ไปดูด้วยความหวังที่ว่าคงจะมีอะไรดีๆ เหมือนกับหนังเรื่อง "เพื่อนสนิท" ของเพื่อนเขาที่เปิดตัวออกมาก่อน

ผมดูแล้วชอบครับ ทั้งเนื้อเรื่อง การลำดับภาพเพื่อเล่าเรื่อง และเทคนิคพิเศษ

ใครที่คิดว่าเป็นหนังผี ดูแล้วคงน่ากลัว ก็ไม่ต้องกลัวมากครับ ไม่ถึงกับหัวใจวาย ประเด็นหลักของหนังไม่ใช่การทำให้คนดูกลัวเหมือนหนังผีที่เราเคยดูทั่วๆ ไป แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ก็ทำเอาผมสะดุ้งไปสองสามหนเหมือนกัน

ผมว่าหนังมันมีปมหลักๆ อยู่สามสี่ปม บังเอิญว่าผมเดาได้สองปมตั้งแต่ต้นเรื่อง ก็เลยอาจทำให้เสียการมีอารมณ์ร่วมกับหนังไปบ้าง แต่นอกเหนือจากนั้นแล้ว ผมว่าหนังทำได้ดีทุกอย่างครับ

ปมของเด็กชาย "วิเชียร" ก็เดาได้จากสองฉากแรกที่เขาปรากฏตัว ส่วนปมของความขัดแย้งระหว่างเด็กชาย "ต้น" กับพ่อของเขาก็เดาได้จากฉากที่ทางบ้านกำลังเก็บข้าวของขึ้นรถเพื่อเดินทางไปส่งต้นที่โรงเรียนประจำเป็นวันแรก

ส่วนปมอื่นๆ ที่เหลือนั้นเดาไม่ถูกครับ เพราะกว่าจะให้สัญญาณหรือเงื่อนงำอะไรเพิ่มเติมก็เข้าไปในช่วงค่อนท้ายของเรื่องแล้ว แล้วพอเผยเงื่อนงำเสร็จก็เฉลยต่อมาทันที ไม่ได้ทิ้งเวลาให้เดากันนาน

ได้อ่านที่คนอื่นเขาวิจารณ์กันว่าเด็กคนที่เล่นเป็นวิเชียรนั้นเล่นเด่นที่สุดในเรื่อง เด่นกว่าต้นหรือ "เจี๊ยบ" จาก "แฟนฉัน" ซึ่งเป็นตัวเอกเสียอีก แต่ผมกลับเห็นว่าเขาก็เล่นดีพอๆ กันนั่นแหละ สำหรับต้นนั้น ผมชอบฉากที่เขากินข้าวเย็นมื้อแรกที่หอพักเคล้ากับน้ำตาน่ะครับ มันเป็นการร้องไห้แบบลูกผู้ชายที่พยายามกดความรู้สึกเอาไว้ข้างในซึ่งผมว่ามันสมจริงสมจังมากกว่า ไม่ใช่จะต้องมาร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนในละครไทย

ฉากอื่นๆ ก็มีหลายฉากที่ประทับใจ บทพูดที่ไม่ต้องลงรายละเอียดมากนัก ปล่อยให้การแสดงออกทางสีหน้าท่าทางซึ่งเป็นฝีมือของนักแสดงสื่อให้คนดูเขาทำความเข้าใจเอาเอง (ด้วยสีหน้าท่าทางของนักแสดงนี่แหละครับ ที่ทำให้ผมเดาออกว่าต้นกับพ่อเขาขัดแย้งกันเรื่องอะไร)

ผมเคยนั่งคิดว่าทำไมหนังเกาหลีหลายเรื่องถึงทำได้ดีและเป็นที่นิยมนัก สิ่งที่ผมคิดก็คือ หนังเกาหลีนั้นมักจะมีพร้อมทั้งภาพสวย เพลงเพราะ และบทดี

ภาพสวยนั้นหนังไทยสู้ได้แน่นอนครับ

เพลงเพราะก็สู้ได้ครับ แต่ก็ยังอยากให้คนที่ทำหนังให้ความสำคัญกับการทำเพลงประกอบที่แต่งขึ้นมาใหม่สำหรับหนังเรื่องนั้นโดยเฉพาะบ้าง เพราะส่วนใหญ่เรามักจะเอาเพลงที่มีอยู่แล้วมาประกอบบ้าง เอามาร้องใหม่บ้าง ทำให้เป็นเพลงบรรเลงบ้าง หรือถึงกับไปเอาเพลงประกอบจากหนังเรื่องอื่นมาใช้เลยก็มี เข้าใจว่าคงเป็นเรื่องของการประหยัดต้นทุนเป็นหลัก

ส่วนสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นข้อด้อยที่สุดของหนังไทยก็คือ บท

คนไทยมีนิสัยชอบอะไรง่ายๆ ครับ ถ้าเนื้อเรื่องซับซ้อนมากนัก คนไทยก็มักจะไม่ชอบดู ละครไทยหรือหนังไทยถึงไปไม่ถึงไหนสักทีไงครับ พอเป็นเสียอย่างนี้ คนเขียนบทก็เขียนกันแต่เรื่องง่ายๆ ไม่ต้องคิดอะไรกันมากมาย จะเขียนให้มีบทพูดน้อยๆ และสื่อด้วยการแสดงมากๆ ก็ไม่ได้ เพราะคนดูก็จะไม่เข้าใจอีก ก็เลยออกมาในรูปของบทพูดที่ละเอียดยิบ บรรยายกันแม้กระทั่งความรู้สึกข้างใน คนดูจะได้ไม่ต้องใช้ความคิด จินตนาการ หรือมานั่งตีความกันให้ยุ่งยาก

ผมว่า "เด็กหอ" มีดีที่บทด้วยเหมือนกัน ถึงทำให้ผมรู้สึกชอบ

ผมคงจะกลายเป็นผู้ติดตามผลงานจากหกผู้กำกับ "แฟนฉัน" แล้วล่ะครับ สองเรื่องแรกคือ "เพื่อนสนิท" และ "เด็กหอ" ก็ประทับใจทั้งสองเรื่องแล้ว



ดูหนังฝรั่ง หนังจีน หนังเกาหลีกันมากแล้ว ก็อย่าลืมไปดูหนังไทยกันด้วยนะครับ



Create Date : 05 มีนาคม 2549
Last Update : 5 มีนาคม 2549 14:43:07 น. 37 comments
Counter : 712 Pageviews.

 
มานั่งเบื่อด้วยคนครับ จะไปดูหนังก็ไปไม่ได้ มันไกลเหลือเกิน เลยได้แต่ดู ASTV อยู่กับบ้านครับ

สบายดีนะครับ


โดย: T_Ang วันที่: 5 มีนาคม 2549 เวลา:14:56:31 น.  

 
สวีดัด...สวัสดีค่า



โดย: โสมรัศมี วันที่: 5 มีนาคม 2549 เวลา:15:27:06 น.  

 
เด็กหอเป็นเรื่องที่ผมประทับใจมากๆๆๆๆๆๆ แม้ใครบางคนจะบอกว่าไม่ถึงก็เถอะ คงเพราะเคยผ่านการเป็น "เด็กหอ" มากระมัง อินครับอิน...


โดย: นายเบียร์ วันที่: 5 มีนาคม 2549 เวลา:16:34:30 น.  

 
ชอบ แฟนฉัน กับเพื่อนสนิท ค่ะ
เลยอยากดูเด็กหอด้วย
ส่วนเรื่องคำพิพากษาของมหาสมุทรนี่
กลัวมันยากจนไม่เข้าใจน่ะค่ะ
เพราะแค่เรื่องรักน้อยนิดมหาศาลยังจับต้นชนปลายไม่ค่อยถูกเลยค่ะ


โดย: mungkood วันที่: 5 มีนาคม 2549 เวลา:18:02:06 น.  

 
สวัสดีค่ะ วันนี้ได้ไปดูหนังมาเหมือนกันค่ะ

ดูเรื่องไฟล์วอล สนุกดีค่ะ

อาจารย์ไปดูมารึยังคะ


โดย: bamboolerther วันที่: 5 มีนาคม 2549 เวลา:18:08:32 น.  

 
ได้ดูทั้งสองเรื่องแล้วครับ

สำหรับ invisible wave เขียนไว้ในบล็อกล่าสุดแล้ว สิ่งที่หนังต้องการพูดถึงจริง ๆ คือความรู้สึกผิดบาปที่ได้กระทำลงไปครับ

ส่วนเด็กหอ (เขียนไว้ในบล็อกผมแล้วเช่นกัน) ผมชื่นชอบฉาก เฉลิมกว้าง ที่ดูหนังกลางแปลงที่สุด

นี้คือฉากที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ฉากเก็บเหรียญใน The Six Senses เลยครับ


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 5 มีนาคม 2549 เวลา:18:08:49 น.  

 
สวัสดีค่ะ

เพิ่งดูคำพิพากษาฯ มาเมื่อวานนี้เอง เราชอบน้อยกว่าเรื่องรักน้อยนิดฯ นะคะ แต่คิดว่าเป็นเพราะบทของคุ่นอาจถูกเปลี่ยนไปเยอะ (ขณะที่เรื่องรักน้อยนิดฯ เราอ่านฉบับหนังสือแล้วไม่ต่างกับหนังเท่าไหร่)

เลยว่าจะลองหาซื้อหนังสือมาอ่านเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมอีกทีค่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 5 มีนาคม 2549 เวลา:19:32:48 น.  

 
ชอบเรื่องรักน้อยนิดมหาศาลเหมือนกันครับ ทำให้อยากดูเรื่องInvisible Wavesมากๆเลย ชื่อภาษาไทยเหมือนหนังภัยธรรมชาติไงไม่รู้นะครับ


ผมเห็นด้วยอย่างมากครับ ว่าหนังไทยเนี่ย สู้คนอื่นได้แทบทุกอย่าง ยกเว้น บท ครับ บทดีๆมันเขียนและคิดกันยาก ไม่รู้จะเกี่ยวกันมั้ยนะครับ คือ ผมคิดว่า มันอยู่ที่ระบบและกระบวนการการคิดนะ เพราะบ้านเราเมืองเราเนี่ย ไม่ได้สอนให้คิด สอนให้จำมากกว่า การที่จะเป็นคนช่างคิด ช่างสร้างสรรค์อย่างถูกวิธี คือ ถูกกระบวนการตามระบบการคิดสากลจึงทำได้ยาก ส่วนต่างประเทศนั้น ผมว่า เค้าปลูกฝังให้คนคิดมากกว่าที่จะจำหรือก็อปครับ


ผมเคยเรียนการถ่ายรูปที่โรงเรียนสมัยอยุ่ต่างประเทศ ตอนนั้นเรียนมัธยมปลายครับ อาจารย์สอนแต่ปรัชญา ซึ่งผมมองว่าไม่เกี่ยวอะไรกับกล้องเลย ทำไมไม่ให้จับกล้องซะที อยากถ่ายเป็นจะแย่อยู่แล้วอยู่แล้วแต่ก็ไม่ได้ถามครับว่าทำไมสอนปรัชญาอยู่ได้ พอได้มาถ่ายรูปตอนโตแล้ว ก็นึกถึงที่อาจารย์สอนครับ เออ จริงว่ะ ผมตอบคำถามตัวเองได้หมดเลย ว่าทำไมต้องมาเรียนปรัชญาเพื่อที่จะถ่ายรูปได้

การที่จะจับกล้องเพื่อถ่าย สามารถทำเมื่อไหร่ หรือใครๆทำก็ได้ ไม่ยาก แต่การที่จะให้คนๆนึงสามารถนำปรัชญาหรือความคิดฦโดยมองผ่านกล้องได้นั้นมันยากครับ ไม่ได้ทำกันง่ายๆ ต้องอาศัยการคิดและตีความมากมาย ผมเชื่ออย่างนั้นครับ เช่นเดียวกับการเขียนบทน่ะล่ะครับ ใครๆก็เขียนได้ แต่จะเขียนให้ได้ดีและลึกนั้น มันยากมากครับ




โดย: พ่อน้องโจ วันที่: 5 มีนาคม 2549 เวลา:20:26:55 น.  

 
ยังไม่ได้อ่านนะคะ
ตั้งใจว่าจะไปดู หวังว่าหนังจะไม่ออกไปเสียก่อนค่ะ


โดย: rebel วันที่: 5 มีนาคม 2549 เวลา:21:44:32 น.  

 
น่าดูจัง เหมือนเดิม รอดู VCD สถานเดียว รอลูกชายไปเนิสเซอรี่ก่อง
เอาบุญมาฝากค๊าบ จารย์เคยไปใส่บาตรแถวกั๋งบ๊วยป่าวเอ่ย?


โดย: คุณย่า วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:8:29:03 น.  

 
คิดตรงกัน เรื่อง หนังไทยยังขาดบทที่ดี
และหนังทั้งสองเรื่อง ผมยังไม่ได้ดูครับ


โดย: yyswim วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:16:32:04 น.  

 
เหมือนคุณสินค่ะ หนังทั้งสองเรื่องยังไม่ได้ดู และก็คิดเหมือนกันว่าหนังไทยยังขาดบทที่ดี สังเกตดูว่าบทหนังจะซ้ำ ๆ ซาก ๆ ไม่ค่อยสร้างสรรค์อะไรแปลกใหม่ ของใครดี ก็ชอบเลียนแบบตาม ๆ กันไป
อาจารย์โชคดีจังค่ะที่มีโอกาสไปดูหนัง ซออู้เองจะหาเวลาพักผ่อนยังไม่ค่อยได้เลย
ขอบคุณค่ะที่อาจารย์แนะนำเรื่องเกี่ยวกับความจำ เข้ามาอ่านแล้ว อาจารย์เขียนดีมากเลยค่ะ


โดย: ซออู้ วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:16:52:44 น.  

 
เฮ้อ ไม่ค่อยได้ไปดูหนังเลยค่า...อาศัยอ่านเอาความรุ้ทางหน้าเวบกับเพื่อนๆแทนละกันนะคะ...แอบแวะมาเยี่ยมมาเยียนค่ะ


โดย: IP: 203.188.52.181 วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:19:38:11 น.  

 
อ่ะ ไปดูกับคนไกด์ มาเหรอคะ เรื่องเดียวกันเลยเชียว

อิจฉาคนได้ไปดูหนังจังเลย


โดย: กระจ้อน วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:23:36:30 น.  

 
คุณ T_Ang... ดู ASTV ถึงได้เบื่อไงครับ มีแต่เรื่องเครียดๆ ทั้งวันทั้งคืน

คุณโสมรัศมี... สวัสดีครับ

คุณเบียร์... แล้วแต่คนครับ ลางเนื้อชอบลางยา ก็เหมือนที่ผมไม่ชอบ "คำพิพากษาของมหาสมุทร" แต่ก็มีอีกหลายคนที่ชอบ

คุณ mungkood... ถ้าอย่างนั้น ไปดู "เด็กหอ" ก็ไม่น่าจะผิดหวังครับ ส่วน "เรื่องรักน้อยนิดมหาศาล" ลองไปดูอีกครั้งตอนที่ไม่มีเรื่องเครียดอยู่ในหัวนะครับ แล้วก็ปล่อยตัวปล่อยใจตามหนังไปเลยครับ อาจเห็นอะไรดีๆ ก็ได้

คุณแบมบู... ยังเลยครับ เรื่องนี้จะรอดูตอนเข้าฉายใน UBC ครับ

คุณชาติหน้าฯ ... ตามไปอ่านมาหมดแล้วครับ

คุณสาวไกด์ฯ ... ไปอ่านในพันทิป มีบางคนพูดว่าบทที่เขียนกับหนังมันไม่ค่อยตรงกันสักเท่าไร แล้วก็ยังมีเรื่องความแตกต่างระหว่างร่างฉบับแรกกับฉบับที่แก้ไขให้เป็นบทภาพยนตร์แล้วด้วย หรือจะเป็นสิ่งที่คุณ grappa เขียนไว้ในบล็อกนะ... ไม่แน่ใจ

คุณพ่อน้องโจ... เห็นด้วยทุกประการครับ นึกถึง Karate Kid เลยครับ กว่าจะได้หัดคาราเต้จริงๆ ก็ต้องไปขัดสีรถ ทาสีรั้ว ฯลฯ อยู่ตั้งนาน...

คุณ rebel... จริงๆ จะอ่านก็ได้นะครับ เพราะผมไม่ได้เฉลยเนื้อเรื่องของหนัง เกรงใจคนที่ยังไม่ได้ดูน่ะครับ แม้ว่ามันจะทำให้วิจารณ์ไม่ถนัดอยู่เหมือนกัน

คุณย่า... ผมไม่ได้ใส่บาตรมาหลายปีแล้วครับ ทำใจไม่ได้น่ะครับ ผมเป็นคนคิดมาก ถ้าใส่บาตรแล้วไปให้กับพระที่ทำตัวไม่ดี ผมก็จะไม่สบายใจน่ะครับ จริงๆ เขาห้ามคิดแบบนี้นะเวลาไปใส่บาตร เพราะมันได้บุญไปตั้งแต่ตอนใส่แล้ว ไม่เกี่ยวกับพระที่มารับบาตรว่าดีหรือไม่ดี แต่ก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดี เวรกรรมแท้ๆ

คุณพี่สิน... ถ้ามีเวลาก็ลองไปดูนะครับ

คุณซออู้... ดีใจที่ชอบสิ่งที่ผมเขียนและเห็นว่าเป็นประโยชน์นะครับ ขอให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี แล้วก็พักผ่อนให้เพียงพอนะครับ

คุณ IP: 203.188.52.181 ... ใครเอ่ย??? จริงๆ หาเวลาไปดูหนังคลายเครียดบ้างก็ดีนะครับ ทำงานอาจจะมีประสิทธิภาพขึ้นก็ได้

คุณจุ... ไม่ได้ไปดูด้วยกันครับ แล้วก็ไม่ต้องอิจฉาด้วย กำตังค์ 120 บาทแล้วก็ไปซื้อตั๋วก็ได้ดูแล้ว...


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 7 มีนาคม 2549 เวลา:18:43:38 น.  

 
สวัสดีตอนเช้าครับอาจารย์

หนังทั้งสองเร่องนี้ตั้งใจจะไปดูเหมือนกันครับ

ส่วนหนึ่งนอกเหนือจากพลอตเรื่องที่น่าสนใจแล้ว

ก็ยอมรับว่า เพราะแรงดึงดูดจากผู้กำกับอ่ะครับ

เห็นผลงานฝีมือการกำกับจากเรื่องก่อนๆแล้ว ก็เลยอยากติดตามต่อ

แต่คงต้องรอให้มีเวลาว่างตรงกับแฟนก่อน ถึงจะได้ดู

เพราะมีกติกาว่า ถ้าหนังเรื่องไหนอยากดูเหมือนกันห้ามใครแอบไปดูก่อนตามลำพัง..ไม่งั้นมีเคือง เหอ เหอ

ป.ล.ขอบคุณนะครับสำหรับคำอวยพร


โดย: กุมภีน วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:6:06:48 น.  

 
สวัสดีอีกรอบนะคะ

เราเองก็ได้อะไรเพิ่มขึ้นจากการคอมเม้นท์เพิ่มเติมเรื่อง Invisible wave ของคุณ it ซียูน่ะค่ะ (ลองไปอ่านสิคะ น่าสนใจเชียว)


สำหรับ Final Destination 3 คงไม่ได้ดูแน่ๆ ค่ะ เพราะกลัวหนังแนวนี้เอามากๆ


ถ้าได้ไปดูก็มาบอกเล่าให้ฟังกันบ้างนะคะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:8:46:23 น.  

 
สวัสดีเช้าวันพุธครับท่าน


โดย: T_Ang วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:9:06:04 น.  

 
สวัสดีอีกรอบของอีกรอบ


เราเองก็คงต้องดูตอนเป็นแผ่นอีกรอบเหมือนกันค่ะ เพราะคิดว่าคงพลาดอะไรไปบางอย่างเหมือนกัน




เวลาต้องเจอพนักงานที่ไม่รู้ในงานที่ตัวเองต้องรู้ก็เซ็งเหมือนกันค่ะ

แต่อย่างว่า คนอ่านหนังสือก็น้อยคนเหลือเกินที่อยากจะมาเป็นลูกจ้างร้านหนังสือน่ะนะคะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:10:02:26 น.  

 
ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ
เมื่อคืนไอ้ส้มฉี่แล้ว
เพราะยาขยายท่อปัสสาวะได้ผล
เดี๋ยวคืนนี้เดินไปดูที่คลินิกอีกรอบ
จะได้คุยกับหมอด้วยเลย


โดย: mungkood วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:11:52:29 น.  

 
นครสวรรค์ ไม่ได้เอามาฉายอ่ะค่ะ อดดูเลย


โดย: กระจ้อน วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:21:25:27 น.  

 
สวัสดีค่ะอาจารย์ มาราชการ ไม่รู้จะทำอะไร เพื่อนชวนมาร้านค้าเลยมาด้วย นักศึกษาเขายืมชื่ออาจารย์ไปใช้เขียนเรื่องหน่อย อาจารย์อย่าดุเขานะคะ


โดย: ซออู้ วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:23:39:33 น.  

 
คงจะรอดูทางยูบีซีค่ะ ทั้งสองเรื่องเลย ไม่ค่อยลงทุนเท่าไหร่เลยเรา
ชอบ เรื่องรักน้อยนิดฯเหมือนกันค่ะ


โดย: เฉลียงหน้าบ้าน IP: 69.225.227.98 วันที่: 9 มีนาคม 2549 เวลา:12:47:50 น.  

 


โดย: erol วันที่: 9 มีนาคม 2549 เวลา:15:42:30 น.  

 
เข้ามาเยี่ยมครับ


โดย: yyswim วันที่: 10 มีนาคม 2549 เวลา:12:08:07 น.  

 
วันนี้จุนั่งอ่านมติชน เห็นคอลัมนิสต์พูดถึงหนังของเอกรัตน์ และเด็กหอ อยู่

มีความแตกต่างกันกับที่คุณคนทับแก้วกล่าวมา

แต่จุ........ก็ ไม่รู้นะคะ เพราะหนังทั้ง 2 เรื่องไม่ใช่แนวที่จุจะดูเลย


อันเรื่องแรกนั้น ไม่ชอบผู้กำกับ เพราะจุขี้เกียจคิดในบางที

ส่วนเรื่องที่สองนั้น จุไม่ชอบหนังผี เพราะตกใจง่าย อาการตกใจนั้น ถ้าจะดี ต้องมี หนุ่มๆ ช่วยปลอบอยู่ข้างๆ

เห็นเล่ามาว่า ไม่น่าตกใจ รวมทั้งจุไม่มีชายหนุ่มไปดูด้วย หนังเลยหมดความน่าสนใจไปด้วยเหตุอันควรนี้แล


โดย: กระจ้อน วันที่: 10 มีนาคม 2549 เวลา:22:39:46 น.  

 
เรื่องแรกคงไม่ได้ดูแล้ว
ตั้งใจจะไปดูนะคะ
อาทิตย์ที่ผ่านมางานและรายงานเยอะเลยอด

เรื่องที่สอง ชมแล้ว
อืม แต่ไม่ค่อยชอบช่วงท้ายๆ มันเดาได้
แต่โดยรวมก็ชอบนะคะ





โดย: Keyzer IP: 58.136.68.48 วันที่: 11 มีนาคม 2549 เวลา:17:21:40 น.  

 
สวัสดีครับ ผมไม่ได้ดูหนังเกือบปีแล้วครับ

ปล. ตอนนี้หนังสือเล่มที่ 2 ที่เขียนลง blog มีให้ download แล้วนะครับ มีเนื้อหาไร้สาระเพิ่มเข้ามาในแต่ละบทประมาณ 30% ครับ

พรุ่งนี้หนังสือเล่มแรกให้สัมภาษณ์ใน นสพ กรุงเทพธุรกิจด้วยครับ

//www.filelodge.com/files/room13/309764/BigNose%20in%20the%20Blog-12-2-06-PDF.pdf



โดย: BigNose IP: 221.128.108.180 วันที่: 11 มีนาคม 2549 เวลา:17:34:42 น.  

 
จดๆชื่อไว้หมดแล้วค่ะ ไว้กลับเมืองไทยจะไปหามาดูค่ะ

ขอพูดเรื่องทำบุญตักบาตรมั่งนะคะ คือพี่ตามีความเห็นเหมือนคุณคนทับแก้วอ่ะค่ะ ยังดีนะคะ ในเมืองไทยยังมีที่ให้เลือกไปทำได้ แต่วัดใน ตปท เนี่ยะ เท่าๆที่ผ่านมา เหมือนวัดพานิชยค่ะ ยิ่งเฉพาะตามเมืองใหญ่ๆ โดยส่วนตัวแล้ว ห่างวัดมานานมากกกกกก แต่ก่อนนอนนี่ ถ้าไม่ง่วงจริงๆ ก็จะสวดมนต์ตลอดค่ะ คือคิดว่าพระอยู่ในใจมากกว่าค่ะ... เอ้อ..ไม่ได้ตั้งใจมาเปลี่ยนประเด็นนะคะ แค่่เห็นว่ามีมุมมองในจุดนี้คล้ายๆกันน่ะค่ะ


โดย: P.Ta วันที่: 11 มีนาคม 2549 เวลา:18:43:45 น.  

 
สวัสดีอีกรอบค่ะ

ตัวเคาน์เตอร์ของทางบล็อกแกงค์เองเค้าเอาออกไปแล้วค่ะ เพราะ "ระบบไม่เสถียรพอที่จะทำงานได้"

แต่จะมีให้ในส่วนของหน้าจัดการ-แก้ไข (ซึ่งจะทำให้เจ้าของบล็อกเท่านั้นที่จะเห็นได้ค่ะ)



ถ้าอยากให้ขึ้นที่หน้าหลักของเราเหมือนเดิม ต้องไปสมัครเว็บที่มันจะทำเคาน์เตอร์ให้เราน่ะค่ะ (เหมือนที่บล็อกเรา เราก็ไปสมัครมา คุณพลอยสีรุ้งมีลิงค์ให้ค่ะ)






โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 13 มีนาคม 2549 เวลา:9:08:42 น.  

 
เข้ามาเยี่ยมผู้ใหญ่หอ


โดย: yyswim วันที่: 13 มีนาคม 2549 เวลา:15:24:43 น.  

 
สวัสดีค่ะอาจารย์
สงสัยงานยุ่งมาก ๆ นะคะ ยังไม่มีเรื่องใหม่เลย
"ชะรอยจะเป็นเนื้อคู่" อาจารย์เขียนไว้ที่บล้อก
แหม...ก็อยากให้เป็นเหมือนกันละค่ะ
แต่ยังไม่เห็นหน้าคนมีน้ำใจคนนั้นเลย



โดย: ซออู้ วันที่: 13 มีนาคม 2549 เวลา:18:20:54 น.  

 
กระแส "เด็กหอ" ... มาแรงนะครับ .... ไม่ได้มีโอกาส ติดตามอีกแล้ว ครับผม


โดย: POL_US วันที่: 13 มีนาคม 2549 เวลา:23:06:02 น.  

 
แวะมาชวนจารย์ไปช่วยคุงย่ารับแขกบล็อกแกงค์ด้วยกัน เด๋วไปชวนหนูแบมบูด้วยอีกคน
ช่วงเช้าก็ปล่อยให้เค้าเที่ยวกันเอง เราไปดักเจอพวกเค้าตอน 11.30
ชวนไว้ล่วงหน้า กว่าเพื่อน ๆ จะมาก็ต้นเดือนพค.นู่นนนน ...
โปรแกรมนะคะ ...
08.00 ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ
09.00 ถึงตลาดดอนหวาย รับประทานอาหารเช้า เที่ยวชมตลาด เลือกซื้อสินค้า อาหารเลิศรส สูตรโบราณหลากหลายชนิด
10.30 ถึงวัดไร่ขิง นมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิง เที่ยวชมอุทยานปลาและให้อาหารเลี้ยงปลา
11.30 เดินทางถึงอ.เมืองนครปฐม รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 เดินทางไปชมพระราชวังสนามจันทร์ ชมพระที่นั่งและพระตำหนักต่าง ๆ
16.00 เดินทางถึงองค์พระปฐมเจดีย์ และนมัสการพระร่วงโรจนฤทธิ์
17.30 เดินเที่ยวชม/ซื้อของฝากที่ตลาดนครปฐมและรับประทานอาหารเย็นที่ตลาดโต้รุ่ง(องค์พระ)
18.30 เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ


โดย: คุณย่า วันที่: 14 มีนาคม 2549 เวลา:6:28:29 น.  

 

ถ่ายเองเมื่อ 2 ปีก่อน ทายสิที่ไหน



โดย: erol วันที่: 14 มีนาคม 2549 เวลา:17:37:58 น.  

 
อันดามันผิดอ่ะค่ะ เกาะเต๋าก็ผิด เกาะนี้มีคำขวัญว่า ไปเกาะ_เสร็จทุกราย


โดย: erol วันที่: 14 มีนาคม 2549 เวลา:19:14:45 น.  

 
เอ สงสัยอาจารย์จะงานยุ่ง

ว่างแล้วอย่าลืมมาอัพบล๊อคนะคะอาจารย์

ช่วงนี้ใกล้ซัมเมอร์ปิดเทอมแล้ววางโครงการไปเที่ยวไหนอะคะอาจารย์


โดย: bamboolerther วันที่: 14 มีนาคม 2549 เวลา:20:19:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
คนทับแก้ว
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






ศิลปิน: เฉลียง
เพลง: หวาน
ชุด: ปรากฏการณ์ฝน
ปี: 2525



Friends' blogs
[Add คนทับแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.