"The single best way to grow a better brain is through challenging problem solving." - Eric Jensen (1998), Teaching with the Brain in Mind
Group Blog
 
<<
มกราคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
15 มกราคม 2550
 
All Blogs
 
กรณีฆาตกรรมโต๊ะอิหม่ามสะตอปา การ์เด

12 ม.ค. 2550



ผมมีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มนี้จากโครงการดีๆ ที่ชื่อ LIF (Lend It Forward) ของเพื่อนชาวบล็อกแกงของเรานี่เอง เจ้าของหนังสือเล่มนี้คือคุณ สาวไกด์ใจซื่อ ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี่ด้วยครับ



นิยายเล่มนี้กล่าวถึงเหตุการณ์สมมติที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื้อหาเป็นอย่างไรคงจะไม่กล่าวถึง แต่จะขอกล่าวว่าผมชอบอะไรบ้างหลังจากที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้

ประการแรก ผมชอบวิธีการเล่าเรื่องแบบฟังความหลายฝ่ายสลับกันไปมา เหตุการณ์เดียวกันที่เกิดขึ้นถูกมองจากมุมมองของหลายคนหลายฝ่าย ทำให้ผู้อ่านได้คิดและมองต่างมุม ในขณะเดียวกัน ก็รู้สึกสับสนและรู้สึกได้ถึงบรรยากาศของความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน และในที่สุดแล้ว ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้อยู่ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ในหมู่บ้านแห่งนี้

ในระหว่างที่อ่าน ผมนึกภาพในหัวตามไปด้วย คล้ายกับว่ากำลังดูภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ภาพของคนที่กำลังเล่าเรื่อง ตัดสลับกับภาพของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ถ่ายจากกล้องตัวหนึ่งซึ่งแทนมุมมองคนที่กำลังเล่าเรื่อง เมื่อคนนี้เล่าเรื่องจบ ก็ตัดไปเป็นภาพของอีกคนหนึ่งมาเล่าเรื่องต่อ สลับกับภาพของเหตุการณ์เดียวกันแต่ถ่ายจากกล้องอีกตัวหนึ่งซึ่งมองจากคนละมุมกัน

ต้องยกให้เป็นความสามารถของผู้แต่งที่ทำให้ผมสร้างจินตนาการได้ชัดเจนขนาดนี้

สิ่งที่ชอบประการต่อมาก็คือ ตัวละครที่ชื่อ พ.ต.อ. สมชาย มะสุหลง ผมมีมุมมองต่อศาสนาและความขัดแย้งระหว่างโลกเสรีกับโลกมุสลิมคล้ายกับมุมมองของ พ.ต.อ. สมชาย คนนี้

ประการที่สาม ผมชอบที่มาของเจ้าอาวาสวัดบนฝั่งคลองด้านที่เป็นที่อยู่ของชาวไทยพุทธ กับที่มาของโต๊ะอิหม่ามสะตอปา การ์เดบนฝั่งคลองด้านที่เป็นที่อยู่ของชาวไทยมุสลิม รวมทั้งสะพานไม้ข้ามคลองที่เชื่อมสองฝั่งเข้าด้วยกัน ผมว่าผู้แต่งเข้าใจสร้างสัญลักษณ์ดี

ประการสุดท้าย ผมชอบบทสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้นะ ผมคิดว่าสามารถถือเป็นไคลแมกซ์ของเรื่องได้เหมือนกัน



เรื่องอื่นๆ ที่อยากจะพูดถึงก็คือ เรื่องแรก เรื่องของโต๊ะครูมะเด็ง ยาลี ผมว่าผู้แต่งตั้งใจที่จะทิ้งปมเกี่ยวกับโต๊ะครูเอาไว้อย่างนี้ ผมว่าคนคนนี้น่าจะเป็นคนที่รู้เบื้องหลังของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดีที่สุดคนหนึ่ง

เรื่องที่สอง จะเรียกว่าเป็นการเจอที่ผิดเล็กน้อยก็ได้ ในคำนำของผู้แต่ง ท่านลงวันที่ในตอนท้ายของคำนำไว้ว่าเป็นวันที่ 8 มี.ค. 2548 แต่ภายในคำนำ ท่านได้เล่าว่าได้แก้ไขร่างฉบับสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้เสร็จเมื่อเดือน ธ.ค. 2548 ผมเข้าใจว่าวันที่ที่ลงท้ายคำนำน่าจะเป็นวันที่ 8 มี.ค. 2549 มากกว่า เพราะตรงกับเดือนและปีที่จัดพิมพ์หนังสือ ผมสงสัยว่าน่าจะพิมพ์ปี พ.ศ. ผิดไป

เรื่องสุดท้าย ผมไม่เห็นว่าหนังสือเล่มนี้จะ บ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ ตรงไหน นิยายก็คือนิยาย เป็นสิ่งที่สะท้อนความคิดของคนคนหนึ่งคือผู้แต่งเท่านั้น ผมว่าคณะกรรมการตัดสินรางวัลกลุ่มที่ตัดหนังสือเล่มนี้ออกจากการประกวดดูถูกสติปัญญาของคนอ่านเกินไป ที่กลัวว่าหากหนังสือเล่มนี้ได้รับรางวัลใดรางวัลหนึ่งขึ้นมา คนอ่านจะเห็นว่าเป็นการรับรองว่าเหตุการณ์สมมติในนิยายเล่มนี้เป็นเรื่องจริง

ผมนึกไปถึงหนังสือและหนังเรื่อง The Da Vinci Code ที่ถูกโจมตีว่าบ่อนทำลายความเชื่อทางศาสนาคริสต์ และอาจจะทำให้ศรัทธาของคนที่มีต่อพระเจ้าและพระเยซูนั้นเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งผมก็ว่าดูถูกกันเกินไปหน่อย

นิยายก็คือนิยาย ผู้อ่านเขาแยกแยะออกว่านี่คือจินตการส่วนบุคคลของผู้แต่ง ยิ่งถ้าผู้แต่งสามารถทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าเหตุการณ์ในนิยายนั้นเป็นจริงเป็นจังได้มากแค่ไหน นั่นยิ่งต้องชมว่าเป็นความสามารถของผู้แต่งต่างหากจึงจะถูก ในทางกลับกัน ถ้าผู้อ่านอ่านแล้วรู้สึกว่านิยายนั้นไม่สมจริง จะบอกว่านิยายนั้นเป็นนิยายที่ดีได้อย่างไร

ไม่แปลกใจที่คนในประเทศไทยเรายังมีวุฒิภาวะสู้คนในประเทศที่เจริญแล้วไม่ได้ ก็ผู้ใหญ่ข้างบนคิดแทนเราเสียหมดว่าอะไรควรรับรู้ อะไรไม่ควรรับรู้ ความคิดคับแคบแบบนี้ แล้วเมื่อไรคนไทยเราจะมีสติปัญญา รู้จักคิด รู้จักวิเคราะห์ในเรื่องต่างๆ ได้เองสักที จะไปไหนทีก็ต้องรอให้มีคนมาชี้ให้เลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวาอยู่ร่ำไป

ผมว่าพวกละครหรือเกมโชว์ที่เกลื่อนโทรทัศน์อยู่ทุกวันนี้ ยัง บ่อนทำลายความมั่นคง (ทางสติปัญญา) ของชาติ มากกว่าหนังสือเล่มนี้หลายขุม



ผมว่าจะพูดถึงหนังสือเล่มนี้เท่านั้น แต่ตอนจบมันเฉไฉออกไปได้อย่างไรก็ไม่ทราบ





ชื่อหนังสือ: กรณีฆาตกรรมโต๊ะอิหม่ามสะตอปา การ์เด
ผู้แต่ง: ศิริวร แก้วกาญจน์
ปี: พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2549
สำนักพิมพ์: สำนักพิมพ์ผจญภัย




Create Date : 15 มกราคม 2550
Last Update : 16 มกราคม 2550 12:43:05 น. 26 comments
Counter : 799 Pageviews.

 
มีวางจำหน่ายที่ไหนครับ ต้องไปหามาอ่านสักเล่ม


โดย: somnumberone วันที่: 15 มกราคม 2550 เวลา:9:33:35 น.  

 
เคยเขียนถึงหนังสือเล่มนี้ไว้ด้วย
เป็นหนึ่งในหนังสือที่ชอบของปีที่แล้ว

ฟัง 99.5 ทุกวันเลยค่ะ
กำลังฟังคุณมาโนช พุฒตาลอยู่


โดย: grappa วันที่: 15 มกราคม 2550 เวลา:10:24:48 น.  

 
ยื้มเล่มนี้มาจากเจ๊สาวไกด์แล้วก็เลยไปหาซื้อของตัวเองค่ะ ชอบ


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 15 มกราคม 2550 เวลา:11:40:06 น.  

 
อ่านแล้วเห็นด้วยกับอาจารย์มากๆเลยค่ะ เรื่องวุฒิภาวะคนไทย สู้ประเทศที่เจริญแล้วไม่ได้นั้น รึเป็นเพราะว่าเราถูกเลี้ยงมาในระบบให้เป็นผู้ตาม นักเรียน ก็ท่องมันอย่างเดียวปาวๆ ไม่มีการสอนการวางแผน รึคิดแก้ไขปัญหาเหมือนต่างชาติ และโดยเฉพาะเรื่องเกมส์โชว์เนี่ยะเป็นอย่างที่อาจารย์ว่าจริงๆค่ะ แทบจะไม่มีอะไรประเทืองปัญญาเลย


โดย: P.Ta วันที่: 15 มกราคม 2550 เวลา:11:45:01 น.  

 
ต้องหาอ่าน


โดย: ป้ามด วันที่: 15 มกราคม 2550 เวลา:16:02:53 น.  

 


กลับไทยงวดนี้ว่าจะไม่หอบเอาเสื้อผ้ามาเยอะๆ ล่ะ จะหอบหนังสือดีๆ มาตุนไว้หลายๆ เล่มแทนค่ะ


หายไปไหนมาคะ งานยุ่งใช่ไม๊เอ่ย ไม่ค่อยเห็นเลยพักนี้น่ะค่ะ



โดย: Malee30 วันที่: 15 มกราคม 2550 เวลา:17:15:32 น.  

 
คุณ somnumberone... ผมว่าตามร้านหนังสือทั่วไปน่าจะยังมีอยู่นะครับ ผมเองก็เพิ่งไปหาซื้อได้จากศูนย์หนังสือของ ม.ศิลปากร เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี้เอง

คุณ grappa... ผมชอบช่วงคุณมาโนชเหมือนกัน แกเปิดเพลงแบบมีคอนเซ็ปต์ต่อเนื่องดี วันก่อนเขาก็เล่นกีต้าร์ร้องเพลง "อย่าหยุดยั้ง" ของ ดิ โอฬาร โปรเจ็ค ร้องผิดๆ ถูกๆ ด้วย ฮาดี

คุณแพนด้าฯ ... ผมอ่านจบแล้วก็รีบไปหาซื้อเก็บไว้เป็นของตัวเองทันทีเหมือนกัน

พี่ตา... นั่นสินะพี่ตา สงสัยบ้านเราจะได้แค่นี้แหละ


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 15 มกราคม 2550 เวลา:17:37:23 น.  

 
ป้ามด... ถ้าได้อ่าน อาจจะมีมุมมองใหม่ๆ ต่อสถานการณ์ภาคใต้เกิดขึ้นในใจก็เป็นได้ครับ ผมเองก็ได้มุมมองบางอย่างที่คิดไม่ถึงเหมือนกัน

คุณฝน... งานยุ่งจริงๆ ด้วยครับ กำลังจะเร่งให้จบภายในปีนี้ ก็เลยต้องเร่งงานทดลองหน่อย


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 15 มกราคม 2550 เวลา:17:42:01 น.  

 
ผมว่าสุดยอดเลยนะครับเรื่องนี้

กล้าเขียนประเด็นที่บอบบางมาก แต่พออ่านแล้วมันทรงพลังจริง ๆ

นี้เป็นเพียงเหตุการณ์เล็ก ๆ ที่กลายเป็นจุดระเบิดไปเสียทุกทีเสียแล้ว


โดย: I will see U in the next life. IP: 61.7.174.93 วันที่: 15 มกราคม 2550 เวลา:22:15:42 น.  

 
อ่านบล็อกนี้แล้ว อยากอ่านหนังสือ เล่มนี้มั่งค่ะ เคยอ่านบทวิจารณ์แต่เป็นแบบรวมๆ หนังสือที่เขาคัดเลือกกันน่ะค่ะ รู้สึกจะเป็นเว็ป ผู้จัดการมั้ง ตั้งแต่ปีที่แล้วน่ะค่ะ อยากอ่านก็คงไม่ได้อ่านหรอกค่ะ คงต้องรอกลับบ้านก่อน อีกอย่างนะคะตอนนี้มีกองกระดาษกองใหญ่มาก กองอยู่ในห้อง (papers) ให้ต้องอ่าน แต่ฉันยังไม่ถึงไหนเลยค่ะ จะจบปีนี้แล้วเหมือนกัน (motivation จ๋า กลับมาหาปอด่วน) ตอนนี้ล่อหลอกตัวเองไว้นิดหนึ่งค่ะ ว่าจบเมื่อไหร่จะได้ไปสเปนอีก ฮือ ฮือ น่าอนาถจริงๆ

เห็นด้วยอย่างยิ่ง เรื่อง รายการทีวี ค่ะ ว่ามีหลายรายการมากๆ ที่มันไม่ประเทืองปัญญาเอาเสียเลย ละครยิ่งแล้ว เดิมๆ แบบไม่สร้างสรรค์ นางร้ายกรี๊ดๆ นางเอกด่าพระเอก พระเอกปล้ำนางเอก สุดท้ายก็รักกัน (ตอนไหนไม่รู้)

นะ ฉันอวยพรให้อาจารย์ ทำแลปออกฉลุย ได้ตีพิมพ์หลายๆ ฉบับนะคะ สู้ๆ ค่ะ (บอกตัวเองด้วย)



โดย: ปอ (O_Sole_mio ) วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:6:24:13 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ค่ะ แวะมาเยี่ยมค่ะ น่าอ่านดีค่ะมีวางแผงแล้วใช่ไหมคะ จะลองไปหาดูค่ะ


โดย: oryzaja วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:11:01:00 น.  

 
น่าอ่านจังเลย มีขายที่หอสมุดใช่มั๊ยคะ
วันพฤหัสนี้ว่าจะไปละลายทรัพย์ที่งานหนังสือหอสมุดไม่รู้จะมีขายรึเปล่า
แต่จะดีกว่ามาก ถ้าได้ยืมหนังสือ'จารย์อ่านฟรี ไม่เสียกะตังค์


โดย: คุณย่า (คุณย่า ) วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:14:37:36 น.  

 
ชอบประโยคสุดท้ายและเห็นด้วยอย่างมากค่ะอาจารย์
ที.วี.เดี๋ยวนี้มีแต่เกมโชว์ไร้สาระเป็นส่วนใหญ่
ไม่เคยดูรายการพวกนี้นานแล้วค่ะ
ยิ่งมีการเชียร์กันในห้องส่งแบบจ้างมานั่งปรบมือ โห่ฮิ้ว ยิ่งเกลียดมาก ๆค่ะ
มาส่งข่าวอาจารย์ว่าอัพ Tag # 2 แล้วนะคะ

☆。.:* Tag #2 ...คลิกที่นี่ได้เลยค่ะ *.:。☆


โดย: Petit Patty วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:15:45:42 น.  

 
ยืมคุณสาวไกค์ไปอ่านเหมือนกัน
และก็ชอบความกล้าในการนำเสนอ



โดย: keyzer วันที่: 17 มกราคม 2550 เวลา:0:28:17 น.  

 
หาเวลาอ่านเรื่องนี้อยู่ครับ (เอ่อ...ยังไม่ได้ซื้อเลยนี่นา...)

แต่เห็นด้วยว่า ไม่ควรจะรวบรัดตัดความ หรือ เซนเซอร์ (ทางตรงหรือทางอ้อม) อะไรกันก่อนเลย


โดย: ShadowServant วันที่: 17 มกราคม 2550 เวลา:1:26:21 น.  

 
ไว้ไม่มีอาการเครียดมึนตึ้บ จะกลับมาอ่านอีกนะคะ


โดย: เฉลียงหน้าบ้าน วันที่: 17 มกราคม 2550 เวลา:1:38:02 น.  

 




สวัสดีตอนเที่ยงคืนของ เนเธอร์แลนด์ นะจ้า


ไม่ว่าจะอยู่....ที่ไหน
เธอก็อยู่ใกล้....ใกล้ ฉัน
อยู่ในความคิดถึง....ทุกวัน
ไม่ว่าเวลาใหนก็ .....คิดถึงเธอ



** มีความสุขมากๆๆกับคนที่คุณรักนะจ้า **



โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 17 มกราคม 2550 เวลา:6:06:00 น.  

 
น่าอ่านและน่าสนใจมากค่ะ จะลองหา ซื้อมาอ่าน อยาก อ่าน อะไร ที่เขียน แบบนี้มานาน ขอบคุณนะคะ
และขอบคุณที่ไปเยี่ยมกัน


โดย: ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ วันที่: 17 มกราคม 2550 เวลา:15:45:48 น.  

 
น่าอ่านจังเลยนะครับ อาจารย์ใหญ่ครับ


โดย: POL_US IP: 130.126.87.28 วันที่: 18 มกราคม 2550 เวลา:8:01:17 น.  

 
เห็นด้วยค่ะ...
คนไทย 70 ล้านคนนี่
ไม่มีปัญญาอ่านเอง..คิดเองเป็นหรืองัย...
ผู้ใหญ่ถึงต้องได้ตาม "เก็บ" เล่มนั้น "เก็บ" เล่มนี้....

ที่ตลกคือบางคนที่ออกมาบอกว่าเล่มไหนๆๆไม่ดี....ยังไม่ได้อ่านเลยนะ....แต่ขอบอกว่าไม่ดี...และจำต้องเก็บ...

ไปก่อนหระ...เดี๋ยวจะโดนห้ามเข้าบลอกอีก....


โดย: Tinglish วันที่: 18 มกราคม 2550 เวลา:8:46:09 น.  

 
เล่มนี้ยังไม่ได้อ่านเลยค่ะ แต่ว่าได้ไปอ่านรีวิวที่บล็อกพี่กรัปป้ามาแล้ว
และก็คิดว่าน่าจะหามาอ่านบ้าง เพราะที่อ่านรีวิวก็ได้แค่บางส่วน อยาก
อ่านเต็มๆ จัง แต่ก็ต้องรอก่อนอ่ะคะ ...

ส่วนเรื่องการปิดหู ปิดตา คนอ่าน เพราะคิดว่าหนังสือหรือว่าอะไรเป็นบ่อนทำ
ลายคน ทำลายชาติ ..อือม์ ทำไมเค้าไม่คิดว่าคนเรานี้มีวิจารณญาณ
สามารถเลือกอ่าน ของตัวเองได้อ่ะค่ะ ... แบบนี้ก็เกินไปหน่อยอ่ะค่ะ
เพราะจริงๆ แล้วจะว่าไปหนังสือมันไม่ได้เป็นสาเหตุหลักหรอก ... พูดถึง
แล้วก็เหนื่อยใจเหมือนกันนะคะ


โดย: JewNid วันที่: 18 มกราคม 2550 เวลา:22:13:10 น.  

 
อ่านที่เขียนเล่า... น่าสนุก น่าหามาอ่านครับ ปกติผมอ่านหนังสือช้าครับ ดูทีวีเป็นส่วนใหญ่ นี่ ถ้าหากเจอหนังสือเล่มนี้ จะรีบซื้อครับ

ขอยืนยันอีกหน่อย คนทับแก้ว เขียนสำนวนลื่น อ่านเบาสบาย เป็นนักเขียนได้แล้วละครับ


โดย: yyswim วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:1:15:43 น.  

 




สวัสดีตอนค่ำของ เนเธอร์แลนด์ นะจ้า


ขอแค่คิดถึง เพียงเสี้ยวหนึ่งของหัวใจ
ขอแค่ความห่วงใย ขยามที่เราต้องห่างไกลกัน
ขอแค่ความห่วงหา ตลอดเวลาอย่าได้แปรผัน
ขอแค่ความผูกพัน มีให้แก่กันเท่านั้นพอ


** มีความสุขและสุขภาพแข็งแรงนะจ้า **



โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:1:23:40 น.  

 
สวัสดีค่ะ

ดีใจที่ชอบค่ะ (อ่านคอมเม้นท์ที่แนบมาก็ดีใจนะคะ)

อย่างที่เราบอก..เราค่อนข้างชอบ แต่รู้สึกเหมือนเรื่องนี้ขาดๆ อะไรไปบางอย่างน่ะค่ะ แต่ชอบตรงที่ มันทำให้คนอ่านก็ตกอยู่ในความคลุมเครือ ไม่ต่างอะไรจากสถานการณ์ของตัวละครในหนังสือ เราไม่รู้ว่าใครผิดใครถูก ชอบที่เขาทำให้หนังสือเล่มนี้เป็นอย่างนี้ค่ะ


เห็นด้วยอีกเหมือนกันเรื่องการตัดต่อหนังเรื่องซีซั่นเชนจ์ค่ะ

นี่ถ้าผกก.เค้ามัวแต่เสียดายว่าถ่ายฉากนี้ไปแล้ว ถ่ายฉากโน้นไปแล้ว แล้วไม่ตัดทิ้งเลย หนังเรื่องนี้ก็อาจไม่ลงตัวขนาดนี้ก็ได้นะคะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:9:10:05 น.  

 
แอบมาเยี่ยมคนงานยุ่งๆๆ จ้า

วันนี้วันศุกร์ คุณทับแก้ว จะได้หยุดสองวันไม๊น้อ


โดย: Malee30 วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:16:20:51 น.  

 
รอคิวอ่านอยู่บนชั้นครับ
อยากลัดคิว แต่กลัวเล่มอื่นน้อยใจ


โดย: เจ้าชายไร้เงา วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:16:24:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คนทับแก้ว
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






ศิลปิน: เฉลียง
เพลง: หวาน
ชุด: ปรากฏการณ์ฝน
ปี: 2525



Friends' blogs
[Add คนทับแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.