Group Blog
 
 
กันยายน 2555
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
16 กันยายน 2555
 
All Blogs
 

กว่าจะเป็นสัตวแพทย์...พายุเข้า

กว่าจะเป็นสัตวแพทย์…พายุเข้า

            จริงๆ แล้วช่วงนี้ใกล้สอบ กะว่าจะไม่แตะคอมพิวเตอร์จนกว่าจะสอบเสร็จนั่นคืออีกประมาณหนึ่งเดือน หากเรื่องที่ได้พบทำให้สะเทือนใจเกินกว่าจะรับมือไหว แม้ว่าเรื่องนี้จะไม่เกี่ยวกับฉันโดยตรงก็ตาม

            เมื่อสองสามวันก่อน แมวของเพื่อนสนิทของฉัน ได้ออกไปนอกบ้านและกลับมาด้วยสภาพมือเท้าเปียกไปหมด หงอย ซึม พอจับที่หน้าท้องก็ร้องด้วยความเจ็บปวด สันนิษฐานว่าอาจถูกรถชน จึงพาไปคลินิกใกล้ หากสัตวแพทย์บอกว่า ‘ไม่เป็นอะไรหรอก กลับบ้านไปเถอะ’  

            ผ่านมาหนึ่งคืน น้องแมวก็ยังอาการไม่ดีขึ้น จึงพาไปที่โรงพยาบาลสัตว์ของมหาวิทยาลัย ตอนประมาณเที่ยง ซึ่งตอนนั้นทางโรงพยาบาลได้ปิดรับเคสรอบเช้าไปแล้ว คุณแม่ของเพื่อนจึงพาไปห้องฉุกเฉิน เพราะตอนนี้น้องแมวแทบจะไม่รู้สึกตัวแล้ว

            สัตวแพทย์ที่ห้องฉุกเฉิน ดูอาการของน้องแมวแล้วบอกว่า

            ‘ไม่เป็นอะไรหรอก กลับไปเถอะ’ (อีกแล้ว!)

            คุณแม่เพื่อนจึงถามว่า ‘แล้วเขาเป็นอะไร ทำไมจับที่ท้องจึงเจ็บ’

            สัตวแพทย์ตอบว่า ‘ไม่รู้’

            คุณแม่เพื่อนก็ถามอีกว่า ‘มีเลือดออกภายในหรือเปล่า’

            ซึ่งหมอก็ตอบเหมือนเดิมว่า ‘ไม่รู้’

            เพราะการตรวจว่ามีเลือดออกภายในหรือมีอวัยวะภายในเสียหายหรือไม่ ต้อง x-ray ครั้นคุณแม่เพื่อนถามว่าเหตุใดจึงไม่ส่ง x-ray

            หมอกลับบอกว่า ‘ไม่จำเป็น แค่นี้หน่วย x-ray ก็งานเยอะอยู่แล้ว’  

            สุดท้ายคุณแม่เพื่อนก็ต้องพาน้องแมวออกมาจากห้องฉุกเฉิน ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไร เพราะสัตวแพทย์ที่ห้องฉุกเฉินบอกว่า ‘นี่ไม่ใช่เคสฉุกเฉิน’

            คำถามของฉันคือ…

            ...เหตุใดหมอไม่ส่ง x-ray

            ...ยังไม่ทราบผล x-ray เลย หมอรู้ได้อย่างไรว่าไม่ฉุกเฉิน รู้ได้อย่างไรว่าน้องแมวไม่ได้อวัยวะภายในฉีกขาด?

            สรุปแล้วคุณแม่เพื่อนก็ต้องรอยื่นบัตรรอบเย็นที่โรงพยาบาลเดิม เพื่อรอตรวจกับสัตวแพทย์อีกคนซึ่งพูดเหมือนเดิมว่า ‘ไม่เป็นอะไรหรอก เอากลับบ้านไปเถอะ’ พอคุณแม่เพื่อนถามถึงการ x-ray หมอก็บอกว่า

            ‘ไม่ต้องหรอก เปลืองฟิล์มเปล่าๆ’

            แต่คุณแม่เพื่อนยืนยันที่จะ x-ray ซึ่งผลการ x-rayปรากฏออกมาว่า

            น้องแมวปอดฉีก!!! และมีเลือดออกในช่องอก แทนที่พื้นที่ที่ควรจะเป็นอากาศ

            หากสัตวแพทย์ผู้นั้นก็ไม่ได้ให้น้องแอดมิด หรือคิดจะส่งเข้า CCU แต่ยังยืนยันที่จะให้พาน้องกลับบ้าน

            และคืนนั้นเองที่เพื่อนกับคุณแม่เพื่อนต้องพาน้องไปโรงพยาบาลเอกชนอีกที่ แต่ก็ไม่ทันแล้ว เพราะน้องได้จากไปแบบไม่มีวันกลับ

            คำถามคือ…

            …หมอไม่รู้ว่าแมวเป็นอะไร เหตุใดยังยืนยันที่จให้พาแมวกลับบ้าน?

            …เมื่อรู้ว่าน้องปอดฉีก เหตุใดไม่รีบรักษา

            แมวมันร้องบอกไม่ได้ว่ามันเจ็บตรงไหน เป็นอะไรมา ถ้าหมอไม่ตรวจก็ไม่มีวันรู้ นี่เป็นสิ่งที่อาจารย์พร่ำสอนมาตั้งแต่เข้าปีหนึ่ง เหตุใดถึงมีสัตวแพทย์ถึง 3 คน พร้อมใจกันลืม?

            เรื่องนี้สอนให้ฉันและกลุ่มเพื่อนรู้และสาบานว่า เมื่อเราจบออกไปทำงาน จะไม่ปฏิบัติตนแบบนี้ จะรักษาสัตว์ทุกตัวด้วยความตั้งใจและเต็มใจ

            จะไม่ปล่อยสัตว์ที่เจ็บป่วยให้กลับบ้านโดยไม่ตรวจให้ละเอียด...และจะไม่ปล่อยให้เขาจากไปโดยไม่ได้รักษาชีวิตเขาไว้อย่างสุดความสามารถ...

 

 




 

Create Date : 16 กันยายน 2555
3 comments
Last Update : 16 กันยายน 2555 21:37:20 น.
Counter : 660 Pageviews.

 

ฝากถึงเจ้าของน้องๆ
เวลาไปหาสัตวแพทย์ อย่าเกรงใจหมอนะคะ คิดซะว่าเขารับเงินจากเรา ต้องรักษาน้องๆ ลูกๆ ของเราอย่างเต็มที่ อยากให้เจ้าของซักถามหมออย่างเต็มที่หากไม่เข้าใจหรือสงสัย และขอให้เรียกร้องการตรวจที่ละเอียดหากเจ้าของยังไม่แน่ใจ อย่าปล่อยให้หมอคนไหนทำงานแบบนี้อีกเลย

 

โดย: ธมชนก (ธมชนก ) 16 กันยายน 2555 21:38:04 น.  

 

ฝากถึงพี่ๆ สัตวแพทย์

หนึ่งชีวิตก็มีค่านะคะ ไม่ว่าเจ้าของเขาจะเป็นใครมาจากไหนเราก็ต้องรักษา ที่สำคัญตอนเรียนอาจารย์ก็เคยบอกไว้ว่า ‘สัตวแพทย์ไม่ได้มีหน้าที่แค่รักษาสัตว์ หากยังต้องเยียวยารักษาจิตใจคนด้วย’ไม่ใช่หรือคะ? หนูเคยพากระต่ายที่หัวใจหยุดเต้นแล้วไปหาพี่หมอที่คลินิกแถวบ้าน พี่หมอปั๊มหัวใจน้องกระต่ายอยู่ตั้งนาน จนมั่นใจว่าไม่ขึ้นแล้วนั่นแหละถึงได้ปล่อย ทั้งๆ ที่พี่หมอไม่จำเป็นต้องเหนื่อยปั๊มหัวใจก็ได้ เพียงแค่บอกว่ามันตายแล้วทำอะไรไม่ได้ หนูซึ่งเป็นเจ้าของจะพูดอะไรได้?

หากสิ่งที่พี่หมอทำคือเยียวยาหัวใจของเจ้าของค่ะ อย่างน้อยหนูก็รู้ว่าสัตวแพทย์ได้พยายามสุดความสามารถแล้ว แต่มันถึงคราวของน้องกระต่ายเอง

หากในกรณีนี้ หนูเองก็รู้ว่าปอดฉีกเลือดท่วมอกขนาดนั้น มันยากจะแก้ไขแล้ว แต่การที่ได้เห็นสัตวแพทย์ทุ่มเทรักษาอย่างสุดความสามารถ ไม่ใช่ปล่อยให้น้องไปตายที่บ้าน มันก็ช่วยเยียวยาหัวใจเจ้าของได้ระดับหนึ่งนะคะ

ขอฝากเหตุการณ์ครั้งนี้ให้พี่ๆ สัตวแพทย์ได้พิจารณาด้วยเถอะค่ะ

 

โดย: ธมชนก (ธมชนก ) 16 กันยายน 2555 21:38:47 น.  

 

เหอะๆๆ พอกันทั้งหมอคนหมอสัตว์ ไม่งั้นคุณแม่คุณลูกที่ตายทั้งกลมจนคุณบิณฑ์ต้องโพสต์ลงเน็ตคงไม่มีหรอก

 

โดย: คมไผ่ 16 กันยายน 2555 22:54:54 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


pinkcottonbear
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add pinkcottonbear's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.