อดีตกลับไปแก้ไขไม่ได้ ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ยึดมั่นปฏิบัติตามพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ ๙ คือ " รักสามัคคี และยึดมั่นในหลักเศรษฐกิจพอเพียง "

เตรียมรถก่อนเจอฝน









ฝนที่ตกถี่ขึ้นทุกวันก็น่าจะเป็นสัญญานเตือนให้เตรียมตัวรับกับฝนใหญ่ที่จะมาในไม่ช้านี้ และอย่างน้อยที่ผ่านมาก็ควรจะรู้กันแล้วว่า ใบปัดน้ำฝนกระจกบังลมหน้า และอุปกรณ์ฉีดน้ำล้างกระจก ที่แสนจะจำเป็น สำคัญอันดับแรกของรถคุณพร้อมหรือยัง





เพื่อให้ทัศนวิสัยดียิ่งขึ้น พวกน้ำยากันน้ำยึดเกาะกระจก water repellant ที่หาซื้อง่ายหน่อยก็คงจะเป็นพวก clear view แต่ไม่ใช่ดีที่สุด ของดีมันแพงกว่านั้นเท่าตัว กระป๋องพลาสติกสีเหลืองจะมีขายอีกไหมไม่รู้ วิธีใช้ก็ง่ายมาก คือล้างกระจกที่จะทำความสะอาดแล้วใช้น้ำยาล้างกระจกทั่วไป ที่มักเป็นสีฟ้า ฉีดแล้วเอากระดาษหนังสือพิมพ์เช็ดจนสะอาด ต่อจากนั้นก็ใช้น้ำยาที่แนะนำนี้หยดลงบนกระจกพอประมาณ (ระเหยเร็วนะครับ) ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์แผ่นใหม่หรือผ้าสะอาดก็ได้ เช็ดกระจกหมุนเป็นวงหลมจนทั่ว เท่านั้นครับ ทำแบบนี้น้ำยาจะคงประสิทธิภาพสู้ฝนได้ 2-3 วันเป็นอย่างน้อย เวลาน้ำฝนหยดหรือสาด หรือเทลงมาบนกระจก มันจะเป็นหยดเล็ก ๆกระจายทั่วและโดนลมพัดออกไปจนหมด ถ้าตกไม่หนักมากนี่ไม่จำเป็นต้องเปิดที่ปัดน้ำฝนด้วยซ้ำ ให้ประโยชน์คุ้มค่ามาก กระจกที่ควรทำความสะอาด ก็มีกระจกหน้า หลัง ข้าง ๆด้านคนขับและคนนั่งหน้า และกระจกมองหลังด้านข้างสองข้างครับ เท่านี้ทัศนวิสัยก็แจ่มจรัสแล้วแน่นอน


เมื่อเห็นถนนหนทางได้ชัดเจนแล้วด้วยการลงทุนไม่กี่ร้อยบาท ต่อไปก็ดูแลเรื่องยางให้อยู่ในสภาพดี มีดอกยางลึกพอประมาณ อย่างน้อยก็น่าจะครื่ง เซ็นติเมตรหรือ 5 มิลลิเมตรเป็นอย่างต่ำ ร่องดอกยางยิ่งมากก็ยิ่งดีเพราะจะรีดน้ำออกจากหน้ายางได้ดีกว่า ที่สำคัญควรวัดลมยางให้ได้ตามกำหนด แข็งกว่าเล็กน้อยดีกว่าอ่อนเกินไป เพราะยางที่อ่อนเกินไปนั้น ส่วนนูนตรงกลางหน้ายางจะยุบโค้งขึ้นและขอบยางด้านข้างทั้งสองจะกดบนถนนมากกว่า ทำให้น้ำถูกกักไว้กลางหน้ายาง รีดน้ำได้แย่ลง รถก็จะลื่นไถลได้ง่ายขึ้น


หากต้องลุยน้ำที่ท่วมสูง อย่างง่ายที่สุด หาท่อยางหม้อน้ำเก่า ๆมาใส่ไว้ที่ปลายท่อไอเสียแล้วผูกยกปลายให้สูงพ้นน้ำ หรือหาท่อที่งออยู่แล้ว มาสวมใส่ปลายท่อไอเสีย ให้งอปลายสูงขึ้นก็ได้




ตรงกลางเครื่องยนต์ที่เห็นเป็นวงกลมเรียงซ้ายไปขวา 4วงแล้วมีสายสีดำ นั่นคือปลั๊กหัวเทียนและสายหัวเทียน ที่ต้องฉืดน้ำยาให้รอบ และปลั๊กต้องอยู่ในสภาพดีเพื่อกันน้ำเข้าไป ที่ปลายสายจะไปรวมกันที่จานจ่ายไฟ ซึ่งก็ต้องฉีดน้ำยาเช่นกัน อาจใช้ถุงมือยางมาตัดปลายนิ้ว 4 รูเพื่อเอาสายหัวเที่ยนสี่หัวใส่เข้าไป แล้วส่วนกว้างอีกด้านที่ปกติสวมเข้ากับมือ ก็เอาคลุมตัวจานจ่ายไฟไว้ อันนี้กันได้ 100%>


ด้านเครื่องยนต์นั้น ใช้น้ำยาป้องกันความชื้น ไม่ว่าจะเป็น WD40 Sonax Three bond สาระพัดยี่ห้อ มาฉีดตามปลั๊กขั้วสายไฟป้องกันไว้ก่อนก็จะดี โดยเฉพาะรถที่มีอายุการใช้งานมาเกิน 5ปีแล้วนี่จำเป็นมาก เพราะยางกันน้ำตามปลั๊กต่าง ๆมักจะเริ่มป้องกันไม่ได้เต็มที่แล้ว ที่สำคัญก็คือตามปลั๊กหัวเทียนที่ส่วนบนสุดของเครื่องยนต์ที่มีสายไฟเส้นใหญ่ไปกลางสูบแต่ละสูบ เครื่องยนต์ 4 สูบก็มีสี่สาย มากสูบก็มากสายขึ้นไปตามจำนวนสูบครับ และสายดังกล่าวจะไปรวมกันที่จานจ่ายไฟ ที่เราก็ต้องให้ความสำคัญ ฉีดสเปรย์ให้ทั่วทั้งหัวสาย ปลั๊ก และรอบตัวจานจ่ายไฟ หากไม่รู้จักก็ให้ช่างตามอู่ที่ซ่อมรถให้คุณอยู่เขาจัดการให้ก็ได้ ฉีดครั้งหนึ่งก็ป้องกันได้หลายวันอยู่ครับ เท่านี้โอกาสที่ีเครื่องยนต์จะดับก็ลดน้อยลงไปเกินครื่งแล้ว ง่าย ๆ ลงทุนต่ำ


จากขับรถลุยฝน เร็วและปลอดภัย ตอนที่แล้ว 120 กม /ชม รถเสียหลัก ฯ มีคอมเม้นท์จากเพื่อน ๆที่ดี ๆอยู่มาก และนี่เป็นหนึ่งตัวอย่างที่นำมาให้อ่านกัน


คห.ที่14 คอมเม้นท์ที่ 14ประสบการณ์จริงของคุณแม่หมู jamaica


ขับรถขณะฝนตก......นึก ๆแล้วก็เคยเจออุบัติเหตุเหมือนกันค่ะ

แม่หมูขับรถนับ ดูก่อนนะคะ 1 2 3 4 5 เอ่อ 17 ปีมาแล้วค่ะ อิอิ
แต่เมื่อ 13 ปีที่แล้วตอนเย็น ๆฝนตกหนักไปรับลูกกลับจากโรงเรียน

ยังอยู่อนุบาลนอนดูดขวดนมอยู่หลังรถค่ะ

ขับมาเรื่อย ๆอยู่ในความเร็วพอฉลุยค่ะฝนตกหนักพอควร

แท็กซี่ข้างหน้าเบรค กระทันหัน อะจ๊าาาาก

ทันทีเลยแม่หมูเหยียบเบรค ฉึกฉึก 2 ครั้งติดกัน(มันเป็นเทคนิค อิอิ)

แทกซี่คันข้างหน้าชนแท็กซี่ด้วยกันโครม

ไชโย.....เรารอด...... ลูกหล่นจากเบาะไม่เจ็บ

ปึก ....เราไม่รอดละสิ.....โดนชนก้นค่ะ บุบบู้บี้

สุดวิสัยใช่มั๊ยคะแบบนี้ช่วงเวลามันแป๊ปเดียวนะคะ

โดยผลของกฎหมายคันข้างหลังชดใช้ค่าเสียหายให้แม่หมูค่ะ
แต่ก็เสียเวลาไปเยอะนะคะรถติดยาวเหยียดเลยค่ะวันนั้น

(จขบ เข้าใจที่เล่ามั๊ยหนอ)


โดย: jamaica 3 พฤษภาคม 2554 18 : 27 : 06 น.


ขอบคุณแม่หมู jamaica มากนะครับที่ช่วยแบ่งปันประสบการณ์จริงให้กับผู้อ่าน (เพิ่มข้อมูล 07.20น. 04/05/54)


จะเห็นได้ว่าคุณแม่หมู jamaica นอกจากทำบล็อกเพลงเก่ง เขียนข้อความเล่าเหตุการณ์ได้ตื่นเต้นพร้อมมุกเบรค ฉึก ฉึกสองครั้งติดกัน และย้ำว่ามันเป็นเทคนิค อิ อิ ที่จริงใช่เลย ไม่รู๋ใครบอกกับคุณแม่หมูไม่รู้นะ เทคนิคอันนี้คือเทคนิคของ ABS Anti-lock Brake system ในปัจจุบัน


เริ่มจากประสิทธิภาพเบรคจะดีที่สุดก็ตอนที่สามารถลดความเร็วการหมุนของล้อให้ลดลงและหยุดได้ในที่สุดด้วยระยะเวลาที่สั้นที่สุด (มีเงื่อนไขร่วมคือต้องมีการยึดเกาะของยางกับถนนอย่างดีด้วย)


ถ้ารถวิ่งมาด้วยความเร็วสุงแล้วเราเบรคจนล้อล็อคตายหยุดนิ่ง ยางที่ล้อก็จะบดสีกับพื้นถนนที่จุดเดียว (เพราะล้อหยุดหมุน) จะเกิดความร้อนสูงมากจนยางละลายและไถลถูไถไปบนถนนต่อไปด้วยแรงเฉื่อยสะสมของตัวรถ นั่นคือประสิทธิภาพของการเบรคให้รถหยุดนิ่งลดน้อยลง เพราะสูญเสียประสิทธิภาพความฝืดของยางกับพื้นถนนไป ซึ่งขณะนั้นเราก็จะไม่สามารถควบคุมการบังคับเลี้ยวได้ด้วยเช่นกัน


มองอีกมุมหนึ่ง ทันทีที่คุณแม่หมูเหยียบเบรคอย่างแรงจนล้อล็อคตาย ยางรถก็จะยังครูดไปกับถนนอยู่ รถก็จะไม่หยุดเสียทีเดียว อาจมีอาการล้อล็อคเข้ามาร่วมด้วยจนยางไถลครูดไปกันพื้นถนน และเสี้ยววินาทีนั้นซึ่งคุณแม่หมูปล่อยเบรคให้ลดอาการเบรคล็อคลงแล้วเหยีบเบรคใหม่อีกที ในเวลาระหว่างนั้นสัมประสิทธิความฝืดของการยึดเกาะระหว่างยางกับพื้นถนนก็จะกลับดีขึ้นอีกจะรถสามารถชะลอความเร็วหยุดได้ทันเวลา จนคุณแม่หมูอดที่จะร้อง ไชโย ... เรารอด (แต่คันหลังไม่เก่ง ก็เลยไม่รอด อิ อิ )


ถึงแม้คุณแม่หมูจะไม่ใช่ นักซิ่ง หรือนักแข่ง แต่การเรียนรู้เทคนิคต่าง ๆ จดจำจนขึ้นใจและนำมาใช้ได้ในวินาทีฉุกเฉินนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ดีอย่างยิ่ง ขอชมเชยครับ


กลไกการทำงานของ ABS ก็เช่นกัน ทันทีที่เบรคล็อคล้อตาย มันจะลดแรงดันเบรคโดยอัตโนมัติ ก็เหมือนคุณแม่หมูปล่อยเบรค แล้วจะเพิ่มแรงดันใหม่ทันทีอย่างรวดเร็ว ด้วยแรงอัดจากปั๊มไฟฟ้า แล้วปล่อยอีก อัดอีก สลับกันไปอย่างรวดเร็ว วินาทีละหลาย ๆรอบ ซึ่งก็เหมือนกับการที่คุณแม่หมูได้ทำไปนั่นเอง


สำหรับคนที่อยากทดลอง ก็หาที่ที่ถนนเปียกลื่น ไม่มีรถเลยระยะทางวิ่งยาว ๆสักร้อยถึงสองร้อยเมตร อยู่ในที่ส่วนตัว ที่ดูแล้วปลอดภัย ลองดูได้นะครับ ขับรถที่ความเร็วสักสามถึงสี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง เหยียบเบรคอย่างแรงจะล้อล็อค หักพวงมาลัยไปด้านใดด้านหนึ่งเล็กน้อย รถจะยังคงวิ่งตรงไป แต่หากปล่อยเบรคให้ล้อหมุนได้อีกครั้ง รถจะพุ่งไปในทิศที่คุณหักพวงมาลัยไปในทันที ระวังให้ดีนะครับ อย่าตกใจ รถวิ่งคันเดียวมีที่พอให้ลองและว่างจริง ๆ สุดท้าย ก่อนปล่อยเบรคให้แน่ใจว่าพวงมาลัยอยู่ในตำแหน่งตรงแล้ว ไม่อย่างนั้นตัวใครตัวมัน


อยากให้ลองไปอ่านคอมเม้นท์ของผู้อ่านด้านล่างที่ให้สาระความรู้และความบันเทิงเป็นอย่างมากครับ


ชมชีวิตใต้สมุทร โรงแรมเสมือนจริง ของดีที่ไม่ควรพลาด คลิ๊ก
  • * * * * ปลา * * * * บล็อกที่ 758



  • เรื่องก่อนหน้านี้คือ ขับรถลุยฝนเร็วและปลอดภัยคลิ๊ก
  • 120 กม./ชม. รถเสียหลักกลางสายฝน ทำไงดี



  • อ่านประสบการณ์แข่งรถนัดเปิดสนามเอเซียน่า พร้อมชมภาพของพระองค์เจ้า พีระ ฯ บิดาแห่งวงการแข่งรถของไทย คลิ๊ก




     

    Create Date : 02 พฤษภาคม 2554
    41 comments
    Last Update : 16 มิถุนายน 2556 11:08:25 น.
    Counter : 2087 Pageviews.

     

    ชมซะเขินเลยค่ะ
    แม่หมูไม่ได้รู้อะไรมากหรอกค่ะ
    การเบรคมันเป็นความรู้สึกว่าถ้ามาแรงแล้วเบรครถอาจไถลไปอีก
    ควรจะสองฉึกติดกัน ซึ่งมันใช้ได้ผลจริง ๆค่ะ
    จริง ๆแล้วก็เป็นคนที่สมัยสาว ๆขับรถทางไกลเร็วโดยไม่รู้ตัวค่ะ
    แล้วชอบเล่น....เชนเกียร์ เหยียบครัช ส่งคันเร่ง
    (สมัยนั้นไม่ได้ใช้ ออโต้ค่ะ)
    พอเปลี่ยนมาใช้ออโต้ใหม่ ๆเวลาจะจอดติดไฟแดงก็เผลอเชนเกียร์ว่างจนเครื่องดับบ่อย ๆ
    ยังกลัวเครื่องพังเลย ตอนนี้ชินแล้วค่ะ
    (ถ้า งง ก็ปล่อยผ่านนะคะ อิอิ)

     

    โดย: jamaica 4 พฤษภาคม 2554 17:11:50 น.  

     

    อิอิ คนน่ารักหรอ อิอิ ขอบคุณ นะจ่ะ คนน่ารักกว่า

     

    โดย: ตะวันเจ้าเอย 4 พฤษภาคม 2554 20:12:01 น.  

     

    อิ อิ จริงเอ๋อ

     

    โดย: find me pr 4 พฤษภาคม 2554 20:49:51 น.  

     

    อิอิ จิงค่ะ 5555

    ฝันดีนะคะ

     

    โดย: สัญญาลมปาก 4 พฤษภาคม 2554 21:44:45 น.  

     

    ประสบการณ์ของแม่หมูเล่าได้แบบเห็นภาพเลย
    Blog นี้อ่านแล้วได้ความรู้เพิ่มเติม ดีจังค่ะ



    ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมอยู่เสมอๆ นะคะ

     

    โดย: nittya_kimm08 5 พฤษภาคม 2554 3:00:09 น.  

     



    หลับฝันดีนะคะ
    พรุ่งนี้จะมาอ่านค่ะ วันนี้มึน

     

    โดย: ข้ามขอบฟ้า 5 พฤษภาคม 2554 3:45:19 น.  

     


    ว้นนี้ชอบบล็อคนี้น้า แนะนำวิธีขับรถอ้วย
    มีประโยชน์ดี และแนะนำให้เตรียมรถอีก
    เป็นความรู้ที่ดีจริงๆค่ะ

    น่าชื่นชม

     

    โดย: newyorknurse (newyorknurse ) 5 พฤษภาคม 2554 7:07:07 น.  

     



    สวัสดีตอนเช้าฉึก ฉึก จ้า

    ไม่นึกเลยนะคะว่า....

    ฉึก ฉึก หมายถึงเทคนิคของ ABS Anti-lock Brake system ในปัจจุบัน


     

    โดย: jamaica 5 พฤษภาคม 2554 7:22:21 น.  

     


    แวะมาอ่านได้ความรู้เยอะเลยนะค่ะ
    หากต้องการทราบอะไรที่เกี่ยวกับรถ ... บล้อกนี้มีคำตอบเสมอ
    คิดว่าอย่างนั้นนะค่ะ ... และคิดว่าน่าจะคิดไม่ผิด

    สุขสันต์วันหยุดค่ะคุณอา ...

     

    โดย: แค่ได้รู้จัก_ก็เพียงพอ 5 พฤษภาคม 2554 7:54:20 น.  

     

    เป็นข้อมูลที่ดีมากค่ะ

    แล้วจะไปลองเบรค ฉึก ฉึก เหมือนคุณแม่หมูดูค่ะ

     

    โดย: ข้ามขอบฟ้า 5 พฤษภาคม 2554 23:54:29 น.  

     


    พูดถึงเบรค ฉึก ฉึก แบบคุณน้องแม่หมูแสดงว่าสติดีมากค่ะ

    พี่ขับบนหิมะบนไฮเวย์ เขาก็ว่าถ้ารถลื่นต้องเบรค ฉึก ฉึก
    แต่คีนหนี่งราวๆสามทุ่ม ถนนว่าง โชคดี ถนนทูเวย์สองเลน
    พี่ขับรถไปเจอ (Black ice) ถนนเป็นกระดาษน้ำแข็ง รถลื่นตกใจมาก ไม่ได้เบรคเลย ชาไปหมดมือปล่อยพวงมาลัยเลย เชื่อไหม ตกใจไม่ทำอะไรเลย
    สวดมนต์ลูกเดียว แถมมองไปข้างล้างมีรถวิ่งไปมาอีกด้วย
    รถพี่เล่นไปเลนตรงข้ามกระแทกขอบ ถนนและเหวี่ยงกล้บมาที่เลนเก่ากระแทกขอบถนนอีกฝ้่ง รถหยุดที่ขอบถนน เร็วมาก พี่ตั้งตัวไม่ท้นเลย โชคดีไม่มีรถมาทั้งสองฝั่ง คิดว่าตายแล้ว หลับตาปี่เลย พอรถหยุด ลงไปดูรถปรากฎว่าแกนล้อคดเลย ขับต่อไม่ได้ ตอนนั้นขับรถ Volvo 244 DL พอตำรวจมา ก็พาไปส่งครึ่งทางให้คุณพ่อบ้านมารับกลับ วันรุ่งขึันถึงมาจัดการลากรถไปซ่อม โชคดีจริงๆ ถ้ามีรถสวนมาไม่ทราบว่าจะได้มาเขียนตรงนี้หรือเปล่าเลย คงเป็นเพราะสวดมนต์ก็ได้ค่ะ

     

    โดย: newyorknurse (newyorknurse ) 6 พฤษภาคม 2554 7:52:49 น.  

     

    ข่าวด่วนครับ


    ตอนนี้โรคเบรค ฉึก ฉึก ของคุณแม่หมู ABS กำลังระบาด

    โปรดใช้ดุลยพินิจในการอ่าน ๕๕๕

     

    โดย: find me pr 6 พฤษภาคม 2554 8:43:11 น.  

     

    สวัสดียามสาย ๆค่ะท่าน จขบ.

    สงสัยว่าตัวเองจะกลายเป็นแม่หมู ฉึก ฉึก หรือ แม่หมู ABS ไปซะแล้ว นะคะ
    เล่าสู่กันฟังเรื่อง ใบปัดน้ำฝน แม่หมูไม่เคยมองว่าเป็นเรื่องสำคัญเลยนะคะ
    แถมใช้กันข้ามปีไม่เคยเปลี่ยน พอฝนตกก็ต้องจอดข้างทางอย่างเดียวเลยค่ะ
    เพราะใบปัดน้ำฝนเธอไร้ความสามารถขึ้นมาเฉย ๆซะงั้น
    ได้ยินแต่เสียงเธอขูดกระจกดัง ครืด ครืด เป็นระยะ
    แถมยังมองไม่ค่อยจะเห็นถนนเลย

    แต่ที่แม่หมูเคยใช้ได้ผลก็คือ....
    การใช้น้ำยาจำพวก clear view ก่อนเดินทาง...
    ยอมเหนื่อยออกแรงใช้น้ำยาเช็ดถูกระจกซะหน่อย
    พอไปเจอกับฝน...เราจะเห็นว่าเม็ดฝนไหลผ่านกระจกเรา
    โดยไม่ต้องเปิดที่ปัดน้ำฝนเลย
    ได้มองเม็ดฝนที่วิ่งผ่านกระจกเพลินเลยค่ะสำหรับคนที่นั่งข้าง ๆ

    ปูลู : คนขับห้ามเพลินต้องมีสติ... ฉึก ฉึก...เข้าไว้ปลอดภัยเสมอจ้า

     

    โดย: jamaica 6 พฤษภาคม 2554 9:54:32 น.  

     

    เพิ่มอีกนิดนึงนะคะ แม่หมูว่า.....

    ถ้าฝนเค้าตกหนักมาก ๆจริง ๆควรมองหาที่จอดดีกว่านะคะ

    ปลอดภัยที่สุด

     

    โดย: jamaica 6 พฤษภาคม 2554 10:17:03 น.  

     

    ที่ปัดน้ำฝนรถของผม ยางเริ่มจะเสื่อม อุ อุ

     

    โดย: yyswim 6 พฤษภาคม 2554 12:47:19 น.  

     

    สวัสดีค่ะคุณ find me pr

     

    โดย: Love At First Click 6 พฤษภาคม 2554 13:51:53 น.  

     

    : )

    แวะมายิ้มหวานค่ะ

    แปร๋น...

     

    โดย: Love At First Click 6 พฤษภาคม 2554 15:22:11 น.  

     

    เคยขับรถลงภูเขา ครั้งแรกมือหนึ่งนั่งไปด้วย
    เขาก็ว่าคุณขับลงเขาเร็วไปหน่อยมั้งเนี่ย

    ครั้งที่สองต้องมาส่งลูกชายฝึกงานนะค่ะ
    ก็ถนนเส้นเดิม ตอนขับลงเขาก็ไม่ได้ขับเร็วอะไรนะ (รู้ตัวครั้งแรกเร็วไปหน่อย)
    ก่อนมาถึงทางแยกไม่ได้ขับรถเร็ว ก็ไม่ได้เบรคแรงอะไร ก็สบายๆ
    แต่รถหมุนติ๋ว เร็วมาก (ตอนนั้นรู้สึกเจ็บมือมากๆ ก็โดนเจ้าพวงมาลัยซัดให้)
    หมุนไปขวางทางถนนด้านหนึ่ง ตอนนั้นตกใจมาก แต่รีบเรียกสติกลับคืนเร็วๆ
    รีบมองซ้ายมองขวา ตอนแรกกะว่าจะออกจากรถ กลัวรถคันอื่นจะมาซ้ำ
    แต่เร็วมากค่ะ ลองสตาร์ทรถ รถติดดีใจมากรีบหักรถกลับมาทางเก่า
    หันกลับไปมองถนน ว่ามีน้ำ หรือน้ำมันหรือป่าว ถนนก็แห้งดีนะคะ
    ไม่เข้าใจเลยทำไมมันหมุนเร็วซะขนาดนั้น ไม่มีโอกาสได้ ฉึก ฉึก แบบของแม่หมูเลย 5555

     

    โดย: ข้ามขอบฟ้า 6 พฤษภาคม 2554 18:48:10 น.  

     

    ผมส่งอีเมล์ไปหาครับ

     

    โดย: yyswim 6 พฤษภาคม 2554 19:17:46 น.  

     



    ฮาโหล มาส่งความสุขก่อนอาหารเที่ยงจ้า

     

    โดย: jamaica 7 พฤษภาคม 2554 11:35:06 น.  

     

    เรามาทัทกายนะจ่ะ อิอิ เอิ๊กๆๆๆ อ๊ากกกกกก หายแล้ว อิอิ

     

    โดย: ตะวันเจ้าเอย 7 พฤษภาคม 2554 13:52:02 น.  

     



    ยังตามไม่เจออยู่อีกเหรอค่ะ
    งั้นแบบนี้ต้องบอกว่ารอชาติหน้าแล้วม้างงงงงง

    ทำงานให้สนุกนะคะ

     

    โดย: ข้ามขอบฟ้า 7 พฤษภาคม 2554 14:32:23 น.  

     

    อิอิ ฝนที่บ้านตกมั๊ยบ้านเราฝนตกแล้วเย็ฯสบายมากๆๆๆ

     

    โดย: ตะวันเจ้าเอย 7 พฤษภาคม 2554 14:36:17 น.  

     

    คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

    แวะมาเยี่ยมเหมือนเคยน้า :)

    วันนี้ตื่นแต่เช้า ไปส่งเด็กไปล่าฝัน ทีเชียงใหม่

    ไม่รู้จะเข้ารอบกะเค้าบ้างหรือป่าว เป็นกำลังใจ

    ให้ ป๋องแป้ง ลูกสาว ด้วยน้าค่ะ :)

     

    โดย: สาวสะตอใต้ 7 พฤษภาคม 2554 15:16:47 น.  

     




    ทักทายกันในวันหยุดที่ค่อนข้างจะอบอ้าว
    มีฝนมาฝากพอให้คลายร้อนค่ะ

    ที่แน่ๆคือได้ความรู้เกี่ยวกับการเหยียบเบรกค่ะ
    ปกติป้ากุ๊กขับได้เฉพาะในละแวกใกล้บ้านเท่านั้น และขับได้อย่างเดียวดูแลรถไม่เป็นเลย
    แย่เนาะ



     

    โดย: ร่มไม้เย็น 7 พฤษภาคม 2554 21:12:14 น.  

     

    Photobucket

    ขอบคุณทุกคนที่ไปให้กะลังใจ น้องแป้งนะค่ะ

    ยังไม่รู้จะผ่านหรือป่าวค่ะ เค้าบอกจะโทรมาแจ้งค่ะ :)

     

    โดย: สาวสะตอใต้ 8 พฤษภาคม 2554 20:05:54 น.  

     



    ป้ากู๋กไม่ต้องเสียใจนะคะ น้อยเองก็ไม่เป็นเหมือนกัน
    แถมท่ีอเมริกา ต้องไปเติมน้ำมันรถเอง น้อยก็ไม่เป็น
    และไม่อยากทำค่ะ

    คุณน้องคงไปดูแลรถให้พีหน่อยน้าาาา

    รักษาสุขภาพมีความสุขน้า คุณน้อง

     

    โดย: newyorknurse (newyorknurse ) 9 พฤษภาคม 2554 2:51:07 น.  

     

    สวัสดีตอนเช้าค่ะ

    แวะมาเยี่ยมนะคะ

     

    โดย: คุณยาย ชะอุ่มศรี (forgetmenot_ok ) 9 พฤษภาคม 2554 7:31:27 น.  

     

    สวัสดีค่ะคุณ find me pr

     

    โดย: Love At First Click 9 พฤษภาคม 2554 10:01:31 น.  

     

    เพิ่งเข้า Blog ได้ค่ะ

    ขอบคุณมากมายสำหรับกำลังใจนะคะ

    แม่หมูขอเวลาดีใจก่อนนะคะ

     

    โดย: jamaica 9 พฤษภาคม 2554 11:50:48 น.  

     

    ถ้ามีความกรุณาก็จิ๊กให้เราบ้างนะ จิ๊กนะจิ๊ก รู็ใช่ัมีย

     

    โดย: ตะวันเจ้าเอย 9 พฤษภาคม 2554 17:05:31 น.  

     



    สวัสดีตอนเย็นค่ะ

    ฝนกำลังมาแว้วววว

     

    โดย: jamaica 9 พฤษภาคม 2554 17:13:33 น.  

     



    สวัสดีค่ะคุณไพโรจน์
    เอ่... บ้านไม่เคยปิดเงียบนะคะ
    เข้าถูกทางหรือป่าวค่ะ

     

    โดย: ข้ามขอบฟ้า 9 พฤษภาคม 2554 19:46:26 น.  

     

    คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

    แงงงง อยู่คนเดียวอะค่ะ :)

     

    โดย: สาวสะตอใต้ 9 พฤษภาคม 2554 20:24:52 น.  

     

    มาแว้ววววว มาฟังเพลงเพราะๆ แล้วก็มาส่งเข้านอนนด้วยนะคะ

     

    โดย: Megeroo 9 พฤษภาคม 2554 21:24:26 น.  

     

    ขอบคุณทีแอ้ดไว้เป็นเพื่อนบ้านนะคะ ฝันดีค่ะ

     

    โดย: Megeroo 9 พฤษภาคม 2554 21:44:13 น.  

     




    คืนนี้ขอให้นอนหลับฝันดีนะคะ
    ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมค่ะ

     

    โดย: nittya_kimm08 10 พฤษภาคม 2554 3:31:57 น.  

     

    สวัสดีตอนเช้าค่ะ

    เมื่อวานโดนฝนค่ะ มีชะแว้ปตอนเย็น ๆไปส่งลูก ๆว่ายน้ำ

    พร้อม ๆกับเสียงใบปัดน้ำฝน ครืด ๆ แล้วน้ำยังอยู่เต็มหน้ากระจกค่ะ อิอิ

    สงสัยต้องไปเปลี่ยนแล้วหละ

    ขอบคุณกุหลาบสวย ๆที่นำไปฝากนะคะ

    ฝีมือท่าน จขบ พัฒนาไปเร็วมัก ๆ จ๊ะ

     

    โดย: jamaica 10 พฤษภาคม 2554 7:22:45 น.  

     


    สว้สดีคุณน้อง

    ยังไม่แนะนำเรื่องอี่นอีกหรือคะ

     

    โดย: newyorknurse (newyorknurse ) 10 พฤษภาคม 2554 9:47:38 น.  

     

    แล้วขับรถกลางแดด ต้องเตรียมตัวยังไงดีคะ : )

     

    โดย: Love At First Click 10 พฤษภาคม 2554 14:23:26 น.  

     

    สวัสดีครับคุณน้ำอ้อย วิธีใหม่เพิ่งคิดได้ ๕๕๕ ที่จริงมีป์ญหาเรื่องนี้จริง ๆนะ

     

    โดย: find me pr 10 พฤษภาคม 2554 16:01:33 น.  


    find me pr
    Location :
    กรุงเทพฯ Thailand

    [ดู Profile ทั้งหมด]

    ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
    ฝากข้อความหลังไมค์
    Rss Feed
    Smember
    ผู้ติดตามบล็อก : 61 คน [?]






    :เมตตาเป็นเครื่องค้ำจุนโลก


    :ขอบคุณอุปสรรค ที่ทำให้เราแกร่ง


    :ขอบคุณทุกชีวิต ที่ช่วยแต้มเติมสีสรร


    :ให้โอกาสคนที่ด้อยโอกาส เป็นมหากุศล


    :อดีตกลับไปแก้ไขไม่ได้ ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด


    :ความผิดพลาดมักเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จ





  • กลับเข้าหน้าหลัก........find me pr
  • เริ่มนับวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๕๕ Free counters! *
  • Group Blog
     
     
    พฤษภาคม 2554
     
    1234567
    891011121314
    15161718192021
    22232425262728
    293031 
     
    2 พฤษภาคม 2554
     
    All Blogs
     
    Friends' blogs
    [Add find me pr's blog to your web]
    Links
     

     Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.