Start from ourselves
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2553
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
11 สิงหาคม 2553
 
All Blogs
 

ฮ่องกงที่ไม่เคยเห็น วันที่สาม

เราย้ายไปอยู่ที่ใหม่ในวันที่สามของการเดินทาง โดยการไปถึงเกาะลันเตา (Lantau) เราเดินทางโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน และคิดว่านั่งกลับทางเรือเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ รถไฟฟ้าใต้ดินของฮ่องกง อยู่ใต้ทะเลเลย คนนั่งไปรู้สึกหรอกว่าอยู่ใต้ทะเล เพราะมันก็เหมือนกับรถใต้ดินทั่วไปจริงๆ มีอากาศให้หายใจปกติ ไม่มีทะเลให้เห็น ไม่มีน้ำทะลักเข้ามา แต่นั่งไม่นานนัก ก็มาโผล่อยู่บนเกาะแล้ว ขึ้นจากรถไฟฟ้าใต้ดินมา เรามีทางเลือกสองทาง คือ นั่งรถบัส สาย 23 หรือ จะนั่งกระเช้าลอยฟ้า เพื่อขึ้นไปถึงจุดชมวิว Ngong เราสองคนไม่ลังเลที่จะขึ้นรถบัสเพราะราคาประหยัดกว่า คนละประมาณ 26 Hk$ ต่อคนในวันหยุดสุดสัปดาห์ (ราคาจะถูกลงถ้าเป็นวันธรรมดา 17hk$) เราสองคนนั่งรถกันหนึ่งชั่วโมง นั่งหลับกันด้วย ขอเม้าท์พี่ชายเราหน่อย เรายังไม่เคยเจอใครนอนเก่งกว่าเราเลย เพิ่งมาเจอพี่ชายเราที่นอนเก่งกว่าเรา ขึ้นรถเป็นหลับ นั่งรถไฟนานๆ ก็หลับได้นานๆ จนเราต้องปลุกบอกว่า เดี๋ยวกลางคืนนอนไม่หลับ ...

ไม่ว่าจะกระเช้า หรือ รถบัส เราจะไปถึงจุดๆเดียวกัน คือ พระพุทธรูป โป๋หลิน เราสองคนไปถึงก็รีบเดินหายูสโฮสเทลที่เราจองไว้ หาเท่าไรก็หาไม่เจอ เบอร์ที่เราเคยโทรติดก็ไม่มีคนรับ เข้าใจว่าเป็นบททดสอบของเราจริงๆ ถามใครก็ไม่มีใครรู้จัก ในหนังสือบอกว่าเราต้องเดินผ่านร้านชา Tea Garden เราเห็นป้ายบอกเบอร์ร้านนี้จึงโทรไปถามทางไปร้านนี้ ได้ความว่าต้องเดินเลยเข้าไปในวัดเลาะไปเรื่อยๆ จนในที่สุดเราก็เห็นป้าย Youth Hostelling ที่ยูสโฮสเท็ลนี้ อยู่บนเขา บรรยากาศดี๊ดี เงียบสงบ เป็นครั้งแรกที่พี่ชายเรา มานอนยูสโฮสเท็ล เค้ารู้สึกว่าเหมือนมาค่ายลูกเสือเลย ฮ่าๆ

ที่ค่ายนี้ เอ้ยไม่ใช่ที่ยูสโฮสเท็ลนี้ เราได้รู้จักเพื่อนใหม่ จากการที่บริเวณแถวนี้ จะไม่มีของขายหลัง 6 โมงครึ่ง ซึ่งเพื่อนใหม่สองคนเป็นคนจีนจากกวางเจาที่เป็นแฟนกันเค้าก็ไม่ทราบเรื่องนี้ และก็ไม่ได้เตรียมกินอาหารไว้ก่อน ประมาณว่าพวกเราตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันคือไม่มีอะไรจะกิน (ซึ่งจริงๆแล้ว เรากับพี่ชาย รู้อยู่แล้วว่าต้องเตรียมอาหารแต่คิดว่าเป็นการลดน้ำหนักดี เลยแค่เตรียมซื้อน้ำเต้าหู้มาดื่มกิน แต่เพื่อนใหม่ของเราคิดว่าพวกเราไม่มีอะไรจะกิน เราสองคนก็เลยตามเลย) ด้วยความที่วันนั้นนักกิจกรรมพาเด็กมาออกค่าย มีการเตรียมทำอาหาร เพื่อนใหม่ของเรา เคน กับ โรส เค้าก็เลยไปขอความเห็นใจจากนักกิจกรรมเพื่อขอแบ่งอาหารมาทำกิน และบอกว่ามีคนไทยอีกสองคนด้วย พวกเราก็เลยได้รับการแบ่งอาหารมา และเมื่อทางผู้จัดการยูสโฮสเท็ลทราบก็แบ่งข้าวสารมาให้ด้วย งานนี้จากลดน้ำหนักกลายเป็นเพิ่มน้ำหนักไปเลย โรสและเคนทำอาหารให้เรากิน ส่วนเรากับพี่ชาย รับหน้าที่ล้างจาน

นักกิจกรรม เดล ชวนพวกเราไปเดินขึ้นเขาดูพระอาทิตย์ขึ้นกับพวกเด็กๆ โดยต้องตื่นเวลาตี 3 เพื่อปีนขึ้นเขาไปให้ทันตี 5 เพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น เราไม่มั่นใจตัวเองว่าจะตื่น แต่พี่ชายอยากไป พวกเราก็เลยไปกัน รวมทั้งโรส และเคน บวกกับเพื่อนใหม่อีกคนที่ชื่อ ฮุย ที่นอนหอพักห้องเดียวกับเรา

การตื่นนอนแต่เช้าไปเดินเขาเป็นเรื่องยากลำบาก แต่เมื่อเราได้ตื่นนอน ก้าวเดินออกจากความรู้สึกง่วงนอน มาทำสิ่งที่ปกติไม่เคยคิดจะทำ ทำให้เรารู้สึกว่า ชีวิตเกิดมาคุ้มค่าดี อย่างน้อยก็ได้มาเดินขึ้นเขาในยามตีสาม กับพี่ชาย และเพื่อนใหม่หลายๆคน เด็กนักเรียนเยอะแยะ ทำให้บรรยากาศสนุกสนาน พอยิ่งเดินขึ้นสูงเราก็ยิ่งเห็นแสงไฟสีเหลืองบนเกาะอื่นๆ ซึ่งเข้าใจจากเดลว่าเป็น มาเก๊า

ระหว่างเดิน เดลบอกกับพวกเราว่า ถ้าเห็นสีขาวให้เหยียบได้ เพราะนั่นคือก้อนหิน ถ้าเห็นเงาตัวเอง อันนั้นคือน้ำ ถ้ามองไม่เห็นหรือเห็นเป็นดำๆ นั่นคือดิน อย่าไปเหยียบเพราะอาจจะลื่นตกไปได้

เราเรียนภาษากวางตุ้งและสอนภาษาไทยให้กับเพื่อนใหม่ เรียกว่าเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจริงๆ วันนั้นเราทั้งกลุ่มไปไม่ถึงจุดสูงสุดของภูเขาที่ขึ้นชื่อว่าเป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสองของ The Peak บนเกาะฮ่องกง เพราะว่า เดลสังเกตเห็นว่ามีฟ้าแลบ และคิดว่าจะเป็นอันตรายสำหรับพวกเรา อีกทั้งให้พวกเราปิดมือถือ เพราะถ้าทุกคนเปิดมือถือ จะทำให้เกิดฟ้าผ่าลงมาได้ง่าย พวกเราปิดมือถือ และยอมรับกับความจริงที่ว่า ปลอดภัยไว้ก่อน อย่างน้อยพวกเราก็ได้สร้างมิตรภาพดีๆ ให้เกิดขึ้นระหว่างทาง นั่นคือสิ่งสำคัญกว่า การไปถึงจุดมุ่งหมายปลายทางเสียอีก พวกเราเดินลงจากภูเขา เสียงพระทำวัดตอนเช้าดังไปทั่วภูเขา บวกกับฟ้าค่อยๆสว่างขึ้นเรื่อยๆ พวกเราเริ่มกดชัดเตอร์กันเพื่อเก็บภาพบรรยากาศยามเช้า และถ่ายรูปหมู่กัน

เราลงมาข้างล่างและขอหลับต่อ ก่อนที่จะตื่นมาอาบน้ำเพื่อเดินทางไปเกาะอื่น เพราะยูสโฮสเท็ลที่นี่จะต้องปิดวันจันทร์ เพราะไม่มีคนมาแทนผู้จัดการคนนี้ ซึ่งเค้าก็ไม่รู้จะทำยังไง เพราะเค้าจำเป็นต้องมีวันหยุดให้กับตัวเอง ซึ่งเราก็เข้าใจดี

ผู้จัดการคนนี้บอกให้เราไปยูสโฮสเท็ลอีกสองแห่ง ซึ่งเราเลือกแห่งนึง และก็เป็นอีกที่ที่น่าประทับใจกับบรรยากาศวิวบนเกาะฮ่องกง




 

Create Date : 11 สิงหาคม 2553
5 comments
Last Update : 25 สิงหาคม 2553 11:57:23 น.
Counter : 617 Pageviews.

 




ขอให้มีความสุขในวันแม่นะคะ

 

โดย: หน่อยอิง 11 สิงหาคม 2553 20:37:09 น.  

 

อิจฉาที่สู๊...........................ด อยากไปบ้างจัง555 มีความสุขมากๆนะครับ ขอบคุณครับที่แบ่งปันสิ่งดีๆ

พี่ลิ๊ฟ

 

โดย: พี่ลิ๊ฟ IP: 58.8.214.161 14 สิงหาคม 2553 12:08:23 น.  

 

เที่ยวเผื่อโด้ยยยยย

 

โดย: hana IP: 119.224.44.221 19 สิงหาคม 2553 16:26:09 น.  

 

วันนี้พี่ว่าง เลยเข้ามาเล่นบล็อก ..
ไปเรียนหรือทำงานที่จีนเหรอคะ

 

โดย: ดุสิตา (ดุสิตา ) 21 สิงหาคม 2553 19:52:36 น.  

 

อ่าาา พี่ต้องทะยอยอ่าน ถึงรู้ว่าไปเรียน .. ดีจัง

 

โดย: ดุสิตา (ดุสิตา ) 21 สิงหาคม 2553 19:53:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#13


 
The phu
Location :
Bangkok Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Hi, I am very pleased to have my own blog. This blog was inspired from a friend from Pantip -Klaiban.... Actually I do write diary in my book..not everyday but quite often.. and in Thai.

I started to know Klaiban (Pantip) when I intended to have a Toefl test and found out adviser there. Many friends gave recommend on my essays and encouraged me in writing. I wish I can do it better.

==========

มาเขียนเพิ่ม ( 9 พย 2552 )

กลับมาเป็นนักศึกษาได้สองปีกว่าแล้ว
ตอนนี้เรียนอยู่ที่ปักกิ่ง
หาความรู้ รวมทั้งค้นหาตัวเองอยู่
รักในธรรมชาติ และธรรมชาติ
เขียนบล็อกเพื่อช่วยให้ตัวเองได้บันทึกเรื่องราว
อีกทั้งเพื่อจะได้แชร์ความรู้สึกตัวเองออกมา
บล็อกช่วยแก้เหงาในบางครั้ง

ตอนนี้ใครอยากถามอะไรเกี่ยวกับจีนๆ
รวมทั้งภาษาจีน
อยากให้ถามมาเลย ตอบได้ตอบไม่ได้ไม่รู้
แต่จะพยายามหาข้อมูลมาให้ค่ะ
ขอให้มีความสุขในทุกๆวันนะคะ
New Comments
Friends' blogs
[Add The phu's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.