สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย (สิ่งทั้งหลายทั้งปวงในโลก มิควรยึดมั่นถือมั่น)

<<
พฤษภาคม 2551
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
23 พฤษภาคม 2551
 

Cartoon_Cartoon

...












สวัสดีครับ










โดยปกติ เวลาที่ นัท-คุง มีโอกาสไปประสบพบเจอเข้ากับ "หนังสือ", "หนังสือการ์ตูน" หรือ "นิตยสาร" ที่ตัวเองสนใจเข้า


นัท-คุง ก็จะซื้อๆๆๆๆๆๆๆๆ...เอามากองไว้
แม้จะยังไม่รู้ว่า...อีกกี่ปีหรืออีกกี่รัฐบาลไทยถึงจะได้อ่านมันก็เหอะ


ข้อมูลล่าสุดที่ไปคุ้ยๆมา พบว่า
มีหนังสือการ์ตูนที่ซื้อมาครบรอบ 5 ปี
และยังไม่ได้แกะห่อพลาสติกออกมาอ่านหลายสิบ
เช่นเดียวกันกับ นิตยสารจีเอ็ม ฉบับเดือน ธ.ค. 2548 และหลังจากนั้น


ที่ร้ายยิ่งกว่า คือ นิตยสาร National Geographic ฉบับภาษาไทย ฉบับที่ 1-12
ที่สะเหร่อไปเป็นสมาชิกไว้ตั้งแต่นิตยสารเตรียมคลอดใหม่ๆ
อันนี้แกะซองแล้ว แต่วางกองๆไว้โดยยังไม่ได้อ่านสักเล่ม





ที่แว่บเข้ามาในหัวตอนนี้ก็คือ นิตยสาร My Math
ที่ซื้อมาตั้งแต่ฉบับปฐมฤกษ์เช่นกัน
หลังจากบุพเพสันนิวาสพาสายตา นัท-คุง ไปพบเข้าบนชั้นวางนิตยสารในร้าน
ซื้อมาด้วยเหตุผล 2 ประการ


1) เป็นนิตยสารเฉพาะทางที่ นัท-คุง ว่าในเมืองไทยยังมีอยูน้อยอ่ะครับ
ทุกวันนี้ส่วนใหญ่จะออกแนวขายเรื่องเพศ ข่าวฉาวดารา ข่าวซุบซิบ
มีนิตยสารที่มีสาระประโยชน์จริงๆ หรือออกแนวเฉพาะทางแบบนี้น้อยสุดๆ
การที่ นัท-คุง เจียดเงินอันน้อยนิดของตัวเองมาซื้อ My Math
น่าจะทำให้คณะผู้จัดทำดีใจได้บ้างว่า
มีคนอุดหนุนและเห็นค่าสิ่งที่พวกเขาทำอยู่
(คิดงี้จริงๆนะ ไม่ได้มุข )


2) อยากเก่งคณิตศาสตร์อ่ะครับ
ซึ่งน่าจะเป็นคนละเหตุผลที่ ไอน์สไตน์ มุเก่งฟิสิกส์จนได้รางวัลโนเบลเป็นแน่
เอ๊ะ...หรือว่าจะใช่น้อ? กิ๊ง~กิ๊ง



อย่างไรก็ตาม หลังจากเป็นแฟนประจำ (ชนิดที่ไม่เคยอ่านนิตยสารเขาเลย อิอิ) อยู่ประมาณปีนึง
นัท-คุง ก็ตระหนักได้ว่า...เอ้อ! นิตยสารดำรงอยู่มาได้ตั้งปี คงไม่ต้องการกำลังใจจากเราแล้วล่ะเนอะ
(จริงๆคือเริ่มสงสัยตัวเองว่า...เจ้าจะซื้อมากองๆไว้ทำไมโดยไม่อ่าน ฮึ! นัท-คุง)










...









เช่นกันกับ นิตยสาร
มี การ์ตูน อยู่มิใช่น้อยๆเช่นกันที่ นัท-คุง ซื้อมาเก็บๆไว้หลายต่อหลายเล่ม
เรียกว่าถ้าการ์ตูนเรื่องนั้นๆออกมาแล้ว 8 เล่ม
นัท-คุง ก็มีทั้ง 8 เล่ม โดยไม่รู้เลยว่าเรืองนั้นมันสนุกหรือเปล่า
เพราะยังไม่ได้แกะห่อพลาสติกเล่มแรกมาอ่าน
แล้วถ้าเล่ม 9, 10, 11 หรืออื่นทยอยออกมา นัท-คุง ก็ตามซื้อไปเรื่อย
โดยมีแนวปฏิบัติเดิมคือ "ซื้อไว้ก่อน แม้ไม่ได้อ่าน"
(แล้วมันจะซื้อมาทำไมเนี่ย? )


ด้วยเหตุดังกล่าวนั้นเอง
หลายครั้งหลายคราที่ นัท-คุง ได้ฤกษ์สะสางการ์ตูนสักนิดสักหน่อย
ประเภทอยากอ่านเรื่องนี้ๆสัก 2-3 เล่ม จากที่ซื้อมาแล้ว 6 เล่ม
ก็พบว่า...ไม่เห็นหนุกเลยอ่า ...เพียงแค่อ่านเล่มแรกไปครึ่งเล่ม
แล้วก็พาลไม่อยากอีก 5 เล่มครึ่งต่อไปอีกแล้ว
(ประมาณว่า "เคมี" ไม่ตรงกัน )



เจ็บแล้วไม่รู้จักจำ ยังคงทำร้ายตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จนล่าสุด เมื่อสักสัปดาห์ก่อน (มั้ง?)
ไปสอยการ์ตูนออกใหม่มา 3 เรื่อง 4 เล่ม
ก็เกิดดวงตาเห็นธรรมว่า...
"เออนะ ถึงแม้เราจะอ่านหนังสืออื่นค้างอยู่ก็เหอะ
แต่ไหนๆก็ซื้อสามเรื่องนี้มาแล้ว ก็อ่านเลยละกันนะ
เผื่อมันไม่สนุกจะได้หยุดความรักเอาไว้ตรงนี้ ไม่ถลำลึกจนเกินถอนตัวถอนใจ" ฮิ้วววววววว...


และทั้งหมด
ก็คือที่มาของการอัพบล็อกครั้งนี้ครับ










...












ชื่อเรื่อง: Rubbers Seven
(ภาษาไทยใช้ชื่อ "ปิงปองลองรัก" )

ผู้แต่ง: Inugami Sukume
แปล: OiLLaLLa
สนพ.: TKO COMICS
Original Japanese edition published in 2003 by Shogakukan Inc., Tokyo.





ตัวละครหลัก


โทโนะโมโตะ มุเนโนริ อายุ 32 ปี

ลูกชายของอดีตหัวหน้าแก๊งก์ยากูซ่า
ปัจจุบันดำเนินธุรกิจของตัวเองที่อาคารหลังหนึ่ง อาคารหลังนี้มี 3 ชั้น
ชั้นล่าง เป็นร้านมินิมาร์ท
ชั้นสอง เป็นร้านคาราโอเกะ
ชั้นสาม เป็นโต๊ะปิงปอง

เฮียแกรักการเล่นปิงปองมาก ใครมารังควานหรือก่อเรื่องที่ร้าน
จะถูกบังคับให้ดวลปิงปองกัน 3 เกม
หากชนะ 2 ใน 3 ก็รอดตัวไป
แต่ถ้าแพ้ 2 ใน 3 เกม ต้องตกเป็นทาส
มีปมในใจที่แอบรักเพื่อนนักเรียนหญิงสมัยเรียนมัธยมฯที่เล่นปิงปองเก่งสุดๆ



โมริโอกะ ฮิโรมิ อายุ 16 ปี

เด็กนักเรียนมัธยมฯ ที่จับพลัดจับผลูแบบทำตัวเองจนต้องมาดวลปิงปองกับเจ้าของร้าน แล้วก็แพ้ยับเยิน
ปัจจุบันตกเป็นแรงงานทาสเงินเดือนน้อยของร้านมินิมาร์ท

มีปมในใจหรือเปล่าไม่รู้ แต่รู้ตัวอีกทีก็แอบชอบศิษย์น้องร่วมสำนักซะแล้ว
อย่างไรก็ตาม วันๆแทบจะไม่ได้คุยกับศิษย์น้องเลย เอ่ยปากก็ทะเลาะกัน แล้วจะลงเอยด้วยกันได้มั้ยเนี่ย?
(นัท-คุง อ่านแล้วก็เซ็งแทน ฮิโรมิ ไม่น้อย )



โซเอโนะ นัตสึกิ อายุ 15 ปี

สาวน้อยศิษย์ร่วมสถาบันกันกับคนข้างบน
ซึ่งจับพลัดจับผลูแบบโดนยัดเยียดให้ต้องดวลปิงปองกัน ณ ชั้นสามของอาคาร
ผลจะเป็นอย่างไรไปแอบอ่านในเล่ม 1 ละกันนะค้าบ

น้องคนนี้มีปมในใจเรื่องคุณแม่ เป็นปมฝังลึกซะด้วยดิ



ซุงะ จุนยะ อายุ 32 ปี

เพื่อนชายตั้งแต่เรียนมัธยมฯของเจ้าของร้าน
แต่พอโตขึ้นมากลายเป็นหญิงที่ยังไม่ได้แปลงเพศ
และแอบชอบเจ้าของร้านอย่างออกหน้าออกตา



4 ตัวละครหลัก และตัวละครอื่นๆ
มาพบเจอมาผูกพันกันที่อาคารหลังนี้
พร้อมกับเรื่องราวความรักหลายเส้าแฝงการยิงมุขกันประปราย
มีบทดราม่าแต่ไม่เครียดเท่าไร
นัท-คุง อ่านแล้วสบ๊าย~สบายใจ
ชอบอ่า...









...












ชื่อเรื่อง: IKIGAMI - The Ultimate Limit
(ชื่อไทย: สาส์น-สั่ง-ตาย)

ผู้แต่ง: Mase Motoro
แปล: Shirakawa
สนพ.: TKO COMICS
Original Japanese edition published in 2005 by Shogakukan Inc., Tokyo.





ประเทศนี้มีกฎหมายเพื่อผดุงความรุ่งเรืองแห่งชาติอยู่
เหล่าประชากรถูกปลูกฝังให้เชื่อว่า
หากปฏิบัติตามก็จะสามารถดำรงชีวิตได้อย่างผาสุก
และกฎหมายนั้นได้ชื่อว่า “กฎผดุงความรุ่งเรืองแห่งชาติ”


เด็กที่เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 อายุ 6 ขวบ ทั่วประเทศ
จะได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อความรุ่งเรืองแห่งชาติ
โดยตัววัคซีนไม่ได้มีอะไรสำคัญมากมาย
สิ่งสำคัญคือในวัคซีนนั้นจะมี “นาโนแคปซูล” ชนิดพิเศษ
ถูกผสมอยู่ในอัตรา 1 ต่อ 1,000 คน!!!


โดยหากเด็กคนไหนได้รับวัคซีนที่มีนาโนแคปซูลดังกล่าวผสมลงไป
แคปซูลดังกล่าวจะลอยตัวไปหยุดอยู่ในเส้นเลือด พัลโมนารี่ อาร์เตอรี่ ที่หัวใจ
จากนั้นจะแตกออกเมื่อถึงเวลาที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้าแต่แรก
เมื่อเด็กคนนั้นๆมีอยู่ในช่วงอายุ 18 – 24 ปี
อันเป็นช่วงที่พลังงานชีวิตคนเราถึงจุดสูงสุด...และคร่าชีวิตของเด็กคนนั้น


สำหรับผู้ที่มีความคิดด้อยพัฒนา ไม่เห็นด้วยกับการกฎดังกล่าว จะถูกลงโทษด้วยการฉีดแคปซูลที่ว่าเข้าไปในร่างกาย


การกระทำดังกล่าวของรัฐบาล
ดำเนินไปเพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตและส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ
โดยหลังจากที่กฎดังกล่าวถูกประกาศใช้พบว่า
อัตราการฆ่าตัวตายของประชากรในประเทศลดลง
และการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) เพิ่มขึ้น


ฟูจิโมโตะ เค็งโง (คนเดินเรื่อง)
เจ้าหน้าที่แผนกสำมะโนครัว สำนักงานเขตมุซาชิงาวะ
หน้าที่ของเขาคือนำส่ง “อิคิงามิ” หรือ “ใบแจ้งการตาย”
ให้กับบุคคลที่ได้รับวัคซีนที่มีแคปซูลบรรจุอยู่ (คนต้นเรื่อง)


โดยเขาจะต้องนำส่ง อิคิงามิ ไปยังสถานที่ที่บุคคลนั้นๆอาศัยอยู่ก่อนเวลาเสียชีวิต 24 ชั่วโมง
เช่น นัท-คุง ถูกกำหนดไว้ว่าต้องตายในวันที่ 21 สิงหาคม 2551 เวลา 22.00 น.
(เตรียมเคานท์ดาวน์เพื่อฉลองวาระแห่งความสงบสุขของโลกกันนะครับ ทุกท่าน อีกไม่กี่เดือนเอง )


อิคิงามิ จะต้องมาถึงบ้านของ นัท-คุง
ในเวลา 4 ทุ่ม ของวันที่ 20 สิงหาคม 2551
ไม่ว่า นัท-คุง จะอยู่บ้านหรือไม่
แล้ว นัท-คุง ก็จะมีเวลาดำรงชีพอยู่หลังจากนั้นอีกเพียง 24 ชั่วโมง


เนื้อหาในแต่ละตอน (ใหญ่) ของการ์ตูนเรื่องนี้คือ
การฉายภาพให้เห็นถึงความเป็นมาเป็นไปของบุคคลผู้โชคร้ายที่ได้รับแคปซูลมาสู่ร่างกายแต่เด็ก
ปฏิกิริยาของบุคคลนั้นๆและการดำเนินชีวิตใน 24 ชั่วโมงสุดท้ายของเขา


การ์ตูนแนวดราม่าเข้มข้นประทับใจที่ไม่บีบคั้นอารมณ์จนเกินไปนัก
(นัท-คุง รู้สึกว่างี้นะ คนอื่นอาจจะคิดว่ามันบีบคั้นหรือเปล่าไม่รู้)
ชอบอ่า...










...












ชื่อเรื่อง: Umimachi Diary
(ชื่อไทย: วันที่เสียงจักจั่นซา)

ผู้แต่ง: Yoshida Akimi
แปล: โยธิน จันทรัคคะ
สนพ.: NED Comics
First published in Japan in 2007 by Shogakukan Inc.

รางวัลชนะเลิศสาขาการ์ตูน
จากงาน Media Arts Festival ครั้งที่ 11 ของกระทบวงวัฒนธรรมญี่ปุ่น




บ้านหลังนี้มีพี่น้องสามสาวอาศัยอยู่ร่วมกัน

พี่สาวคนโต โคดะ ซาจิ อาชีพพยาบาล
เป็นคนจริงจังกับชีวิตและทุกๆเรื่อง เนื่องเพราะความเป็นพี่ใหญ่

พี่สาวคนรอง โคดะ โยชิโนะ อาชีพพนักงานธนาคาร
ชอบกินเด็ก และดื่มสุรา

น้องสาวคนเล็ก โคดะ ชิกะ อาชีพพนักงานร้านขายอุปกรณ์กีฬา
เป็นคนร่าเริง มีแฟน (มั้ง?) เป็นเจ้าของร้านขายอุปกรณ์กีฬาที่ทำงานอยู่



เดิมที ทั้งสามอาศัยอยู่ด้วยกันกับ คุณยาย ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้
จนกระทั่งยายเสียชีวิตไปจึงอยู่กันลำพังสามคน
ทั้งหมดไม่ได้เจอพ่อมา 15 ปี
หลังจากพ่อออกจากบ้านไปแต่งงานกับผู้หญิงคนใหม่
และหลังจากพ่อจากบ้านไป 2 ปี
แม่ก็ออกจากบ้านไปแต่งงานกับผู้ชายอีกคน
โดยไม่ได้มีโอกาสพบกับพ่อหรือแม่อีกเลย
แล้วในวันหนึ่งจู่ๆทั้งสามก็ได้รับแจ้งจากภรรยาใหม่ของพ่อว่า...พ่อเสียชีวิตแล้ว


และการเดินทางไปร่วมงานศพคุณพ่อของทั้งสามพี่น้อง
ก็นำมาซึ่งบทชีวิตใหม่ของทั้งสาม


การ์ตูนอันอบอุ๊น~อบอุ่น ถึงความผูกพันระหว่างผู้คน
ทั้งคนในครอบครัวและคนรอบข้าง
นัท-คุง อ่านแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังดูซีรี่ส์ญี่ปุ่นแนว ดราม่า+คอมเมดี้ ดีๆอยู่เลยอ่ะครับ
ชอบอ่า...








...














...













-- ขอบคุณที่แวะมาครับผม --















Create Date : 23 พฤษภาคม 2551
Last Update : 23 พฤษภาคม 2551 11:10:13 น. 24 comments
Counter : 459 Pageviews.  
 
 
 
 
โอว... เป็นคนประเภทเดียวกันเลยค่ะ @o@; ขอให้ได้ซื้อเก็บไว้ก่อน.. ยังมีไม่ได้อ่านอยู่เยอะเหมือนกันค่ะ ไม่รู้จะไปอ่านตอนเกษียณหรือเปล่า -"-;
 
 

โดย: Warabimochi วันที่: 23 พฤษภาคม 2551 เวลา:11:24:52 น.  

 
 
 
ยังไม่ได้อ่านเลยยยยยยยยย ทั้งสามเรื่องนี่แหละ
สาส์นสั่งตายนี่ เคยเปิดผ่านๆ ของเพื่อนตอนไปนั่งกินข้าวกัน แต่ก็ยังไม่ได้ซื้อง่ะ โดยส่วนตัว คิดว่าหนุกดี ได้ feel เหมือนตอนอ่านเรื่อง Sky High ของ SIC ที่เป็นเรื่องว่าด้วยความตายและชีวิตก่อน-หลังความตาย

ปล. ของ NED ไม่กล้าซื้อไรอีกแล้ว
กลัวโดนลอยแพ รมณ์ค้าง
 
 

โดย: แพนด้าฯ (แพนด้ามหาภัย ) วันที่: 23 พฤษภาคม 2551 เวลา:12:02:31 น.  

 
 
 
ยังไม่ได้อ่านทั้งสามเรื่อง

ตกลงชอบทั้งสามเรื่องสามแนวเลยจิ

ตอนนี้มีการ์ตูนอยู่ 2-3 เรื่องที่กะไปซื้อแบบครบชุดทีเดียว

20 th Century เป็นหนึ่งในนั้น ถามราคาแล้ว ทั้งชุด 880

คงได้ซื้อตอนงานหนังสือแหละมั้งนะ
 
 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 23 พฤษภาคม 2551 เวลา:15:24:09 น.  

 
 
 
เสยดายตังค์อ่ะ เดี๋ยวนี้อะไร ๆ ก็แพงนะค๊าคุณ
แต่หากไม่มีเวลาอ่านจริง ๆ แนะนำว่า มอบแด่น้อง ๆ ที่เค้าไม่ค่อยมีตังค์จะดีกว่านะคะ ช่วยส่งเสริมการอ่านแก่เด็ก ๆ

แต่ก่อนก็บ้าซื้อเหมือนกัน อิอิ แต่ตอนนี้อาศัยใบบุญจากคนอื่นค่ะ [งกว่างั้นเถอะ]
 
 

โดย: Botaman วันที่: 23 พฤษภาคม 2551 เวลา:16:19:52 น.  

 
 
 
+ เอ่อ ... จะบอกว่า หน้านี้ของนัท-คุง ยาวม๊ากกกก กว่าจะอ่านจบ เหนื่อยแฮ่ก (แต่ก็สนุกได้อรรถรส) ทีเดียวอ่ะครับ

+ พี่ก็เป็นจำพวกชอบซื้อหนังสือดองเหมือนกันแฮะ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแนว 'สารคดี' มากกว่า 'บันเทิงคดี' และกว่าจะมีเวลาได้อ่านทั้งหมดจริงๆ จังๆ จนครบถ้วนกระบวนความ ก็คงต้องรอเกษียณโน่นเลยอ่า หุๆ
+ แต่ของพี่ ส่วนใหญ่ที่ซื้อ จะสกรีนแล้วว่าอ่านแน่ๆ จะไม่มีแบบที่ซื้อมาโดยที่ไม่แกะซอง ไม่รู้จะอ่านเมื่อไหร่ (เพราะไม่งั้นจะต้องซื้อเยอะกว่านี้อีกเยอะมากกกก) อ่ะครับ เพียงแต่มันยังไม่มีอารมณ์ ยังไม่ถึงเวลาที่เราจะหยิบจับเล่มนั้นมาอ่านแค่นั้นเองอ่า

+ จะบอกว่า พี่ก็มี'รมณ์เดียวกับที่นัท-คุงอุดหนุนนิตยสาร My Math เลยอ่ะครับ แต่ของพี่เป็นกับนิตยสาร Update คิดดู ไม่ได้เป็นสมาชิกด้วย แต่ก็ตามอุดหนุนหนังสือเค้าตามแผงตั้งแต่ปลายปี 37! จนถึงทุกวันนี้ โดยที่ส่วนใหญ่ได้แค่สแกนๆ แต่ยังไม่ค่อยได้อ่านลงรายละเอียดเท่าใดนัก อารมณ์ประมาณว่านิตยสารวิทยาศาสตร์ดีๆ แบบนี้ ไม่อยากให้เค้าเจ๊งอ่ะครับ ... แต่เค้าก็ยังอุตส่าห์ยืนหยัดอยู่ได้จนทุกวันนี้ น่าดีใจแทนจริงๆ เลย

+ เนื่องจากพี่เอ๊าท์จากแวดวงวรรณกรรม ซึ่งก็ครอบคลุมไปยังการ์ตูนด้วย ดังนั้นก็เลยยังไม่เคยอ่านทั้ง 3 เรื่องเลยอ่ะครับ ... แต่นัท-คุง ก็รีวิวไว้ซะน่าอ่านทีเดียวเลยนะนั่น ขอบคุณนะคร้าบ
 
 

โดย: บลูยอชท์ วันที่: 23 พฤษภาคม 2551 เวลา:16:44:52 น.  

 
 
 
โอ้ ผมเคยซื้อ My Math มาอ่านสามเล่ม ทุกวันนี้ก็ยังอ่านไม่จบ กะว่าจบเมื่อไหร่จะซื้อเล่มใหม่

เมื่อสองวันก่อน เพิ่งจะซื้อการ์ตูน อิคิงามิ สาร์น สั่ง ตาย
มาอ่าน ชอบเหมือนกันครับ แล้วก็ซื้อ กาแลคซี่เอ็กซ์เพรส การ์ตูนคลาสสิคเก่าที่พิมพ์ใหม่มาอ่าน พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก
 
 

โดย: ahiruno007 IP: 58.9.23.154 วันที่: 24 พฤษภาคม 2551 เวลา:0:10:57 น.  

 
 
 
น่าอ่านทุกเรื่องเลยหล่ะจ๊ะ พี่อยากอ่านอิคิงามิมั่งจังเลยจ๊ะ
การ์ตูนเล่มไหนไม่มีเวลาอ่าน เอามาให้พี่ยืมอ่านก่อนก็ได้นะจ๊ะ
เพิ่งรู้ว่าน้องนัทคุงชอบอ่านการ์ตูนแนวนี้ด้วยอ่ะจ๊ะ
 
 

โดย: คุณย่า วันที่: 25 พฤษภาคม 2551 เวลา:6:37:21 น.  

 
 
 
แวะมาเวียนหา โชคดีได้อ่านคอนเซปต์ของหนังสือแต่ละเล่ม ขอบคุณ จ๊ะ

"บ้าได้ถ้วย"อยู่ห่างไกลร้านหนังสือมากมายย...

หนังสือซื้อไว้มิได้อ่าน มิเปนรัยต้องการเมื่อไหร่หยิบฉวยได้ทันที

แบบว่ามีเสบียงไว้งัย บางอย่างอาจะนานหน่อนแต่ก็ยังประทังได้
 
 

โดย: บ้าได้ถ้วย วันที่: 25 พฤษภาคม 2551 เวลา:9:40:44 น.  

 
 
 
สวัสดีจ้า ...

เมื่อก่อนนี้ชอบเหมือนกันล่ะซื้อหนังสือไว้แล้วไม่ได้อ่าน
ประมาณว่าถ้าไปเดินเล่นร้านหนังสือ หรือว่าแค่เดิน
ผ่านแผงหนังสือแล้วเห็นถูกใจ ก็จะซื้อไว้ก่อนเลย อย่างดีเลยคือ
เปิดแต่ละหน้าดูแบบผ่านๆ แล้วก็วาง เพราะคิดว่าจะอ่านทีหลัง
หรือว่าไม่ก็เห็นหน้าปก อยากอ่านแต่ว่ามีอะไรมาทำความหักเห
ความสนใจ อันนี้ก็ซื้อมาแล้วก็วางเอาไว้ ส่วนมากจะเป็นนิตยสาร
แนวท่องเที่ยว อย่างเที่ยวรอบโลก ประมาณนี้ ... พอจะหมดปี
หรือว่าได้เวลาถูกด่าให้จัดห้อง ถึงจะได้ฤกษ์ยามของการสะสางเช่นกัน ..



แต่ว่าอดีตมันก็คืออดีต เพราะตอนนี้โอกาสในการซื้อหนังสือ
ของตัวเองมีไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ซื้อเท่าที่อยากอ่านจริงๆ
และซื้อมาก็จะอ่านเลยไม่ค่อยดอง เอ แต่จะว่าไปแล้ว อาจจะมี
หลงอีกในกล่องหนังสือ ที่จะต้องเปิดดู แต่ว่าต้องรออีกแป็ป เพราะว่า
ตอนนี้มันอยู่ในกล่องที่แบบว่าอยู่ด้านล่างๆ ย้ายบ้านมา
ยังไม่ได้เปิดเลย โน่นอีกสองเดือน ค่อยเจอกัน 555+


....................

เรื่อง Umimachi Diary น่าสนใจจังเลย ดราม่าแบบครอบครัวแบบนี้
คิดว่าอ่านแล้วน่าจะรื่นรมย์เน๊าะ
 
 

โดย: JewNid วันที่: 25 พฤษภาคม 2551 เวลา:16:08:57 น.  

 
 
 
...



-- Warabimochi / ไม่ขาดแคลนเป็นใช้ได้เนอะ?




-- แพนด้ามหาภัย / แต่เล่มนี้ของ NED เป็นแบบจบในตอนนะ แม้จะมีความเชื่อมโยงอยู่ก็เหอะ
ส่วนตัวคิดว่าได้อ่านแล้วสบายใจดี ถ้าไม่ได้อ่านเล่มต่อไปแม้จะเสียดาย แต่ก็ได้อ่านแล้วอ่ะนะ
(เขียนเองงงเอง )




-- สาวไกด์ใจซื่อ / ร้านตรงสะพานความยก็ลด 20% นะพี่
ว่างก็ไปแบกมาก่อนได้ ช่วงงานฯจะได้ซื้อเล่มอื่นแทน




-- Botaman / เหะเหะ ไม่ได้ซื้อแบบเกินตัวหรอกครับ และไม่ได้ซื้อแบบทิ้งขว้างด้วย
ก็คิดว่าจะตามอ่านให้หมดได้สักวัน (คงจะมีสักวัน )




-- บลูยอชท์ / แหม...เขินจัง ได้อรรถรสด้วย

เคยอ่าน อัพเดท เป็นประจำอยู่พักนึงเหมือนกันครับ สนุกดี
ตอนนี้ที่รับเป็นสมาชิกอยู่ของผมก็เป็น "สารคดี" อ่ะครับพี่
หลังจาก โอเพ่น กับ อะเดย์วีคลี่ ปิดตัวไป




-- ahiruno007 / ผมก็ซื้อ แกแล็คซี่ฯ เหมือนกันครับ
แกะถุงพลาสติกแล้วด้วย...แต่ยังคงไม่ได้อ่าน




-- คุณย่า / นัท-คุง อ่านการ์ตูนทุกแนวที่ "สนุก" ครับ




-- บ้าได้ถ้วย / คอนเส็ปเดียวกันเลย อิอิ




-- JewNid / บางทีก็มีบางเล่มนะครับที่ตอนซื้อมามีอารมณ์จะอ่าน แต่พอเวลาผ่านไปนิดนึงจะหยิบมาอ่านแล้วมันไม่มีอารมณ์ซะงั้น

ก็เลยต้องวางไว้ก่อน รอว่างไม่ติดเล่มอื่นและมีอารมณ์อ่าน ค่อยสะสาง

"เมื่อเสียงจักจั่นซา" นี่อ่านแล้วรื่นรมย์ดีครับ สบายอกสบายใจ












-- ขอบคุณที่แวะมาครับผม --




 
 

โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 26 พฤษภาคม 2551 เวลา:15:02:13 น.  

 
 
 
สวัสดีอีกรอบนัทคุง

555 อ้าว..พี่คิดจริงๆ นาว่าผู้ชายรักเดียว+ซื่อสัตย์น่ะ มีเสน่ห์นะ ซึ่งปัจจุบันนี้หาโคตรยากเลย

นิ้วกลมมาอ่านบล็อกนี้แล้วแหละ ยังทิ้งคอมเม้นท์ไว้เลย



เขียนคอลัมน์อะไรที่มติชนเหรอ? ไม่รู้เรื่องเลยง่ะ
 
 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 26 พฤษภาคม 2551 เวลา:16:51:11 น.  

 
 
 
มาตอบคำถามค่ะ
ขอตอบด้วยการเดานะคะ

เข้าใจว่าถ้าไปถึงอนัตตาที่แท้จริงแล้ว ตัวคนก็ไม่มีความหมาย ชื่อเรียงเสียงไรก็ไม่มีความหมาย ถ้าตัวตนเป็นอนัตตาไปแล้ว อดีตชาติก็ย่อมเป็นอนัตตา จึงไม่มี กายในแต่ละชาติก็ไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากการประกอบของธาตุ 4 เท่านั้น ไม่มีอะไรให้กำหนดยึดถือ จึงไม่มีชื่อ และไม่มีความหมาย

การระบุว่านี่คือพระเวสฯ นี่คือ พระโคดม ก็ไม่มีความหมายอะไร

อย่างที่บอกว่านั่นคือการเดานะคะ

ศีลเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิบัติธรรมค่ะ ถ้าไม่มีศีล ก็ก้าวต่อไปไม่ได้

ไตรสิกขาคือ ศีลสิกขา จิตสิกขา ปัญญาสิกขา
ต้องมีให้ครบจึงจะเข้าถึงที่สุดแห่งทุกข์ได้

แต่ว่า การคิดด้วยความคิดปรุงแต่ง หรือการวิจารณ์ด้วยคำพูดก็ไม่ช่วยให้ปริศนาไขกระจ่างได้ ทางที่ดี เรามาปฏิบัติกันเลย จะได้เข้าใจว่าจริงๆ แล้วหลวงพ่อพุทธทาสท่านหมายถึงอะไรแน่นะคะ

บางทีคนเขียนเขียนถึงสิ่งหนึ่งด้วยปัญญาระดับหนึ่ง แต่คนอ่านมาอ่านโดยมีปัญญา และประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ก็อาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรือตีความคลาดเคลื่อนไปได้นะคะ

สรุปคำตอบคือ ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ... แหะๆ
 
 

โดย: rebel วันที่: 26 พฤษภาคม 2551 เวลา:20:10:08 น.  

 
 
 
เราเริ่มอ่านการ์ตูนก่อนหันมาอ่านนิยายค่ะ ตอนนั้นบ้ามากๆ ซื้อวันละเล่ม-2เล่มเลยทีเดียว

แต่ตอนนี้ลดการซื้อการ์ตูนแล้วหันมาเก็บเงินซื้อนิยายแทน
 
 

โดย: PinGz (Kai-Au ) วันที่: 27 พฤษภาคม 2551 เวลา:13:00:29 น.  

 
 
 
+ แหะๆ โทษทีครับที่คุยเนื้อความข้ามบล็อก แต่พอดีพี่ได้ย้อนกลับไปอ่าน คห. ของนัท-คุง ที่บล็อกครูเต้ยหน้า 'นิ้วกลม' แล้วเลยนึกได้ ... เพราะพี่ก็อ่านมติชนสุดฯ เหมือนกัน แต่จะไม่ได้อ่านแบบทุกคอลัมน์ มีอ่านละเอียดแค่ของบางคนที่เนื้อหาถูกจริตกับพี่ ส่วนที่เหลือจะใช้สแกนๆ เอา

... ก็เลยไม่ได้สังเกตว่าคุณนิ้วกลม มาเป็นนักเขียนตั้งแต่เมื่อไหร่ (พี่ไม่ค่อยได้ดูว่าหน้านั้นใครเป็นคนเขียน) แต่ตอนที่ 'สะดุด' เลยก็คือตอนที่เค้าพูดถึง 'มิสปาสคาล' ที่แสดงโดย แม็กกี กิลเลนฮาล จากเรื่อง Stranger than fiction ซึ่งอาจจะเป็นเพราะมันเกี่ยวกับหนัง แล้วก็เป็นหนังที่พี่เพิ่งได้ดูทาง UBC ไปเมื่อเร็วๆ นี้เองด้วยละมั้งครับ ก็เลยตั้งใจอ่านหน้านั้นจนจบ

... พออ่านจบก็ โอ้! ใครเขียนฟระเนี่ย เป็นอาจารย์ที่มีหมายเลขด้วย (ไม่ใช่จารย์ใหญ่น้า ) แสดงว่าต้องมีอาจารย์คนก่อนหน้านี้ด้วยจิ แล้วตรูเปิดผ่านตาไปได้ไงเนี่ย ... พอดูชื่อคนเขียน อ้าว! เป็นคุณนิ้วกลม นี่เอง เพิ่งจะสังเกตเห็นง่า
 
 

โดย: บลูยอชท์ วันที่: 27 พฤษภาคม 2551 เวลา:15:04:54 น.  

 
 
 
อา... เหมือนกันเลยแฮะ

ปัจจุบันผมก็มีการ์ตูนในครอบครองที่ยังไม่ได้อ่านอยู่มากมายแบบนี้เหมือนกันครับ อย่างเช่นฟงอวิ๋นทั้ง 67 เล่ม ซิปัง (เอ... มันออกมากี่เล่มแล้วหว่า) ฤทธิ์ดาบสุริยัน Worst อาวุธสุดท้ายคือเธอ และอื่นๆอีกมากมายจำไม่ไหว นอกจากนี้ยังมีหนังสือนิยายทั้งเรื่องแปล เรื่องแต่งอีกท่วมท้นล้นศรีษะ เอามากองมาวางบนชั้นให้มันเต็มๆดูสวยงามไปซะอย่างนั้น ได้แต่หวังว่าวันหนึ่งจะมีเวลาอ่านเวลาเสพมันได้อย่างสบายใจ ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่ แต่เวลาซื้อมันมีความสุขบอกไม่ถูก 5555 ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

แว่วเสียงจั๊กจั่นฯพี่ไปเล็งๆมาเหมือนกันแต่ยังไม่กล้าซื้อ แต่อ่านรีวิวของน้องนัท-คุงแล้วเดี๋ยวเย้นนี้ไปซื้อโลด...
 
 

โดย: แฟนผมตัวดำ วันที่: 27 พฤษภาคม 2551 เวลา:17:53:02 น.  

 
 
 
สวัสดีอีกรอบนัท

พี่ไม่เคยอ่านคอลัมน์ที่ว่าเลย ลงในมติชนสุดฯ หรือมติชนวันอาทิตย์น่ะ?
 
 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 27 พฤษภาคม 2551 เวลา:17:53:49 น.  

 
 
 
อ่าน Umimachi Diary แล้วครับ
ชอบมาก
สมกับเป็นการ์ตูนที่มีรางวัลประดับจริงๆ

ส่วน "อิคิงามิ สาส์นสั่งตาย" เล่ม 2 เดือนหน้าน่าจะออกแล้ว

ฝากผลงานเรื่องอื่นๆ ของ TKO Comics ด้วยนะครับ

--
Oakyman's Blog
 
 

โดย: Oakyman วันที่: 28 พฤษภาคม 2551 เวลา:2:43:52 น.  

 
 
 
...



-- สาวไกด์ใจซื่อ // พี่เต้ย เข้ามาในบล็อกของคนประเภทนี้หลายครั้งแล้วล่ะ 5555...




-- rebel // ขอบคุณที่มาตอบค้าบบบบ...

คือก็เข้าใจในระดับหนึ่งอ่ะนะครับว่า
ยังไม่ถึงขั้นที่จะเข้าใจได้ แต่บางทีก็แบบว่าอยากรู้ว่ามันเป็นงี้เป็นงี้ได้ไง

ลงท้ายแล้วคงต้องสรุปด้วยประโยคที่ว่า
"เชื่อว่าตายแล้วเกิดใหม่ก็เป็น มิจฉาทิฏฐิ
"เชื่อว่าตายแล้วสูญก็เป็น มิจฉาทิฏฐิ เช่นกัน"




-- Kai-Au // ผมว่ามันก็ต้องเริ่มแบบนี้ล่ะนะ
อย่างผมเองที่ชอบอ่านหนังสือ ส่วนสำคัญที่สุดก็คือได้อ่านการ์ตูนมาแต่เล็กนี่ล่ะ
พอเราชอบอย่างนี้แล้ว เราก็จะแสวงหาอะไรๆที่มันกว้างไกลไปกว่าเดิม




-- บลูยอชท์ // เข้ามาคุยด้วยก็ดีใจแล้วค้าบพี่ คุยอะไรก็ได้

ของผมนี่เวลาอ่านจะดูก่อนเลยว่าใครเขียน
เพราะจะติดว่าคนนี้เขียนโอเคดี ถ้ามีเวลาน้อยก็ต้องอ่านของคนนี้ๆก่อนอ่ะครับ




-- แฟนผมตัวดำ // แก๊งก์เดียวกัน อิอิ

ระวังเผลอไปซื้อ "แว่วเสียงเรไร" นะครับพี่
เดี๋ยวจะพลิกอารมณ์ไม่ทัน




-- สาวไกด์ใจซื่อ // แว่บไปตอบที่บล็อกพี่แล้วนะค้าบ




-- Oakyman // ขอบคุณที่แจ้งข่าวครับผม

แฟนหงส์เหมือนกันเลย














-- ขอบคุณที่แวะมาครับผม --



 
 

โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 28 พฤษภาคม 2551 เวลา:15:04:01 น.  

 
 
 
สวัสดีอีกรอบ

อ้าวเหรอ..ไม่ทุกฉบับเหรอ?

งั้นคงต้องเปิดดูก่อนแหละ ถึงจะรู้ว่าควรซื้อมาอ่านเพราะมีคอลัมน์นิ้วกลมหรือเปล่า

แต๊งกิ้วที่ไปบอกเน้อ
 
 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 28 พฤษภาคม 2551 เวลา:15:07:52 น.  

 
 
 
อยากอ่านแว่วเสียงเรไรง่ะ ยังไม่เคยอ่านเลย
 
 

โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 28 พฤษภาคม 2551 เวลา:16:25:02 น.  

 
 
 
เออว่ะ เกือบสลับกับแว่วเสียงเรไรแล้วมั้ยล่ะ

แต่แว่วเสียงเรไรก็น่าอ่านนะ ได้ข่าวว่าทำเป็นหนังคนแสดงแล้วด้วย ไม่รู้ร้านหนังสือที่ระยองจะพอหาได้รึเปล่า
 
 

โดย: แฟนผมฯ IP: 202.134.119.218 วันที่: 28 พฤษภาคม 2551 เวลา:16:53:25 น.  

 
 
 
การ์ตูนไม่ได้ซื้อเลย
รอ Cross Game งานใหม่ของอาดาจิ แล้วก็อยากได้การ์ตูนคลาสสิกเก่าๆ มาเก็บ....
แต่ติดอยู่ที่..... "เงิน"

ต่อไปตอบคำถาม...
อย่าว่าแต่จอมคนแผ่นดินเดือดเลย
คัมภีร์อื่นๆ ของหวงอี้ก็ยังมิเคยผ่านตาข้าปู้เจ้า เหอๆ

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมไม่อ่าน แล้วก็ยังไม่รู้สึกอยากจะอ่าน แหะๆ เลยให้ความเห็นไม่ได้อ่ะนะ
แต่ที่แน่ๆ อย่าไปเชื่อเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาก คนเราอาจชอบไม่เหมือนกันก็ได้นี่ มีแรงอ่านก็อ่านไปเต๊อะ

ดีกว่า "มือเปล่า" ก้ากๆ ๆ ๆ เอ๊ะยังไง

ปล. ฝ่าความตายนี่ได้มานานแระ แต่ยังดองอยู่
ช่วงนี้วางดาบชั่วคราว ลุยนิยายลุงคิงอย่างเดียวเลยยย

=)
 
 

โดย: hunjang วันที่: 28 พฤษภาคม 2551 เวลา:20:46:21 น.  

 
 
 
...




-- สาวไกด์ใจซื่อ /// ยินดีครับผม น่าจะเป็นฉบับของสัปดาห์นี้นะครับ เพราะฉบับก่อนไม่มี




-- แพนด้ามหาภัย /// ไว้เจอกันจัดให้เน้อ




-- แฟนผมฯ /// ลองดูดิครับพี่ ภาคต้นสองเล่มจบทุกตอนเลย ใช้ได้ครับ ใช้ได้




--- hunjang /// ทะแม่งๆนะเจ๊

คือมันแพงอ่ะครับ ตั้ง 23 เล่มแน่ะ กดไปสี่ห้าพัน









-- ขอบคุณที่แวะมาครับผม --




 
 

โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 30 พฤษภาคม 2551 เวลา:10:56:07 น.  

 
 
 
มาเคาะประตูเชิญมาเยี่ยมบล๊อกแม่ค้าหนังสือมือสองค่ะ รักหนังสือ แต่ซื้อบ่อยไม่ไหว เลยคิดขายหนังสือมือสองซะเอง เหนื่อย แต่มีความสุขเหลือล้นค่ะ
 
 

โดย: หนังสือมือสอง (AngelTomorrow ) วันที่: 13 กรกฎาคม 2551 เวลา:22:37:15 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

The Legendary Midfielder
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




...
" เพราะเหตุนี้มี ผลนี้จึงมี, เพราะเหตุนี้เกิด ผลนี้จึงเกิด, เพราะเหตุนี้ดับ ผลนี้จึงดับ
" หากปรารถนาผลอันดี พึงสร้างเหตุสร้างปัจจัยอันดี "


...
" ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ "


...
" ทะเลทุกข์ไร้ขอบเขต
กลับใจจะพบฟากฝั่ง "


...
"หว่านพืชเช่นใด ย่อมได้รับผลเช่นนั้น
"ทำกรรมดีย่อมได้รับผลของกรรมดี ทำกรรมชั่วก็ย่อมได้รับผลของกรรมชั่ว"



...
"...กฎแห่งกรรมไม่เคยผิดพลาดมาก่อน
"ไม่ว่าเราจะประสบพบกับคราวเคราะห์หนักหนาสาหัสแค่ไหน
"ให้ระลึกไว้ว่านั่นเป็นสิ่งที่สมควรและสาสมแก่เราแล้ว
"เป็นเพราะเราได้สร้างเหตุนั้นๆมาก่อน
"ผลเช่นนี้จึงตามมา..."

[Add The Legendary Midfielder's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com