KEEP MOVING
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2552
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
22 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 

นิทานกระต่ายกับเต่า ฉบับ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

กระต่ายกับเต่า ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

...นิทานอีสปที่มีคนอ้างถึงมากที่สุดเรื่องหนึ่งคือเรื่องกระต่ายกับเต่า เพราะในแทบทุกเรื่องที่มีการแข่งขันกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของธุรกิจหรือชีวิต หรือการแข่งขันกันของสังคมหรือแม้แต่ในระดับนานาชาติ การเป็น “เต่า” นั้นมักจะได้รับการสรรเสริญและยอมรับนับถือและเป็นที่น่าทึ่งจากผู้คนจำนวนมาก เหตุคงเป็นเพราะว่าเต่านั้นดูเหมือนจะเป็นรองมากทางด้านสรีระ ดังนั้น การได้ชัยชนะจึงเป็นเรื่องที่มาจากจิตใจล้วน ๆ...

...เรื่องที่เล่ากันมานานนับพันปีก็คือ เต่าถูกกระต่ายเยาะเย้ยว่าเชื่องช้าจึงท้ากระต่ายแข่งขันวิ่งเข้าเส้นชัย การแข่งขันเริ่มขึ้นจากการที่กระต่ายวิ่งนำเต่าไปมากโขในเวลาอันสั้น แต่หลังจากนำไปมาก กระต่ายก็ชะล่าใจแวะพักและงีบหลับไป พอตื่นขึ้นมาเพราะเสียงอึกทึกของหมู่สัตว์น้อยใหญ่ก็พบว่าเต่ากำลังวิ่งเข้าสู่เส้นชัย กระต่ายพยายามวิ่งตามสุดกำลังแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว...

...นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถึงจะเก่งแค่ไหน แต่ถ้าขี้เกียจและประมาทก็จะพ่ายแพ้และนำมาซึ่งความผิดหวัง ผู้ที่มุ่งมั่น ขยันและมีความเพียรพยายามจะเป็นผู้ชนะและประสบความสำเร็จ นั่นคือกระต่ายกับเต่าภาคแรกดั้งเดิมที่มีมานาน แต่ในระยะหลังที่โลกของการแข่งขันเปลี่ยนแปลงไปมาก คนพูดกันแต่เรื่องของความเร็วว่าเป็นหัวใจของชัยชนะ
...นิทานเรื่องกระต่ายกับเต่าก็เลยมีภาคสอง เรื่องมีว่า...

...หลังจากกระต่ายพ่ายแพ้การแข่งขันในครั้งนั้นซึ่งทำให้เสียหน้าไปมากก็กลับไปคิดทบทวนความผิดพลาดของตนเอง หลังจากนั้นก็กลับไปท้าเต่าแข่งใหม่ เต่ารับคำท้าอย่างมั่นใจเพราะเคยเอาชนะมาแล้ว คราวนี้กระต่ายวิ่งรวดเดียวไม่พักจนถึงเส้นชัยแล้วก็นอนเล่นรอจนเต่าเดินต้วมเตี้ยมมาถึง กระต่ายจึงพูดเยาะเย้ยเต่าว่า “ทีหลังอย่ากำแหง”...

...นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถ้าเก่ง มีความขยัน และไม่ประมาท อย่างไรก็ชนะคนที่มีแต่ความเพียรพยายามแต่มีศักยภาพที่จำกัด ดูเหมือนว่าโลกในยุคข้อมูลข่าวสารนั้น หลักฐานมีมากมายว่า “กระต่าย” กลายเป็นพระเอก “เต่า” ดูเหมือนว่ากำลังจะตกยุค คนที่ทำอะไรชักช้าไม่มีทางชนะได้ แต่นี่เป็นจริงในทุกเรื่องหรือ? โดยเฉพาะในเรื่องของการลงทุนที่ผมพูดอยู่เสมอว่าเราควรลงทุนแบบ “เต่า” และนี่นำเราไปสู่
...กระต่ายกับเต่าภาคสาม...

...หลังจากพ่ายแพ้อย่างย่อยยับในการแข่งขันครั้งที่สอง เต่าเองไม่ท้อถอยหมดหวังหมดกำลังใจตามภาษาเต่าที่มีชีวิตอยู่มานานและผ่านช่วงขึ้นและลงของชีวิตมามาก หลังจากคิดทบทวนจุดอ่อนและข้อผิดพลาดของตนอย่างรอบคอบ เต่าก็กลับไปท้ากระต่ายใหม่ คราวนี้เต่าขอเป็นคนกำหนดเส้นทางแข่งขันเองซึ่งกระต่ายก็ยิ้มเยาะรับคำท้าเพราะคิดว่าอย่างไรเสียเต่าก็ไม่มีทางเอาชนะตนเองได้ พอเริ่มการแข่งขัน กระต่ายก็วิ่งอย่างรวดเร็วนำหน้าเต่าไปมาก แต่พอเข้าใกล้เหลือเพียงไม่กี่เมตรก่อนถึงเส้นชัย กระต่ายก็พบกับลำน้ำขวางหน้าวิ่งต่อไปไม่ได้ เต่าเดินตามมาอย่างช้า ๆ จนทันกระต่ายที่ริมฝั่งน้ำและว่ายข้ามลำห้วยถึงเส้นชัยในที่สุด...

...นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถ้าคุณเป็นคนกำหนดกฎเกณฑ์ในการแข่งขันเอง และมีกลยุทธ์และแผนการที่จะเดินไปตามแนวทางนั้น คุณก็จะเป็นผู้ชนะ ไม่มีใครขวางคุณได้...

...การเป็นนักลงทุนแบบเต่านั้น ถ้าจะพูดให้ถูกต้องจริง ๆ ก็คือ เราต้องเป็นเต่าภาคสาม นั่นคือ เราจะต้องเป็นคนที่กำหนดกฎเกณฑ์กติกาเอง อย่าปล่อยให้คนอื่นมาเป็นคนกำหนดกติกา ความหมายก็คือ เราอย่าไปเล่นตามตลาดหรือตามวิธีการเล่นของคนอื่น ตัวอย่างเช่น การTrade หรือซื้อขายหุ้นเป็นประจำนั้น เป็นเกมหรือสิ่งที่คนทั่วไปทำกัน ถ้าเราทำตามวิธีการนั้นก็แปลว่าเรากำลังเล่นตามกฎเกณฑ์ของคนอื่นซึ่งโอกาสที่เราจะชนะนั้นน้อยเหลือเกินถ้าเราเป็น “เต่า” ที่ไม่มีความสามารถที่เหนือกว่าในด้านของการ Trade หุ้น...

...การกำหนดเส้นทางหรือเส้นชัยหรือเป้าหมายในการลงทุนนั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ถ้าเราเลือกเส้นทางที่ถูกต้อง โอกาสชนะหรือประสบความสำเร็จก็จะสูงมาก การกำหนดเส้นทางและเป้าหมายของการลงทุนหมายถึงการวางแผนว่าเราจะมีความมั่งคั่งประมาณเท่าไรในช่วงเวลาที่กำหนด ถ้าจะให้ดีควรกำหนดไว้ด้วยว่าตนเองจะ “เกษียณ” เมื่อไร แต่ไม่ใช่การเกษียณที่กำหนดโดยคนอื่นเช่นนายจ้าง...

...กำหนดเส้นทางหรือเป้าหมายแล้วก็จะต้องวางกลยุทธ์ที่จะเดินไปให้ถึง กลยุทธ์นั้นจะต้องกำหนดโดยคำนึงถึงความเป็นจริงว่า “เราเป็นเต่า” ถึงแม้ว่าเราจะเป็นเต่าที่ขยัน เราก็มีศักยภาพที่จำกัด เราเดินได้ปีละไม่เกิน 15-20 เปอร์เซ็นต์ โอกาสที่จะเดินได้ปีละ 10-15% น่าจะมีมากกว่า และนี่ก็คือเฉพาะการลงทุนในหุ้น แต่ถ้าลงทุนในตราสารหนี้หรือฝากเงิน เราจะไปช้ากว่า คือน่าจะได้ปีละไม่เกิน 5- 10% ถ้าเปรียบเทียบกับเต่าจริง ๆ ก็คือ การเดินทางในน้ำกับการเดินทางบนบกก็มีความเร็วไม่เหมือนกัน มีความเหน็ดเหนื่อยไม่เท่ากัน นักลงทุน “เต่า” ที่ไม่รู้หรือไม่ได้คำนึงถึงข้อจำกัดนี้และพยายามทำตัวแบบ “กระต่าย” หรือเดินด้วยอัตราเร่งมากเกินไปอาจจะ “เหนื่อยตาย” เสียก่อนที่จะถึงเส้นชัย...

...พูดโดยสรุปก็คือ การลงทุนสไตล์เต่าภาคสามนั้น คุณไม่จำเป็นที่จะต้องมีความสามารถในการลงทุนสูง เพราะคุณเป็นคนเลือกที่จะกำหนดกฎเกณฑ์ที่จะทำให้คุณได้เปรียบ คุณเลือกได้แม้กระทั่งว่าคุณจะลงทุนเฉพาะหุ้นในกลุ่มไหนที่คุณรู้จักและเข้าใจมันได้ดี ส่วนหุ้นที่คนอื่นเล่นกันและบอกว่าดีแต่คุณไม่เข้าใจ คุณก็จะไม่เล่น ข้อสำคัญมีเพียงว่าคุณต้องจริงใจกับตนเองว่าคุณรู้อะไรจริง ๆ และอะไรที่คุณไม่รู้ อย่าประมาณตนเองสูงกว่าความเป็นจริง ชัยชนะของคุณไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถของคุณแต่มันขึ้นอยู่กับการกำหนดกติกาของคุณต่างหาก เพราะฉะนั้น กำหนดกติกาให้ดี เดินไปตามทางนั้น แล้วทุกอย่างจะเป็นไปตามที่คุณคิด...




 

Create Date : 22 สิงหาคม 2552
1 comments
Last Update : 22 สิงหาคม 2552 14:23:44 น.
Counter : 587 Pageviews.

 

มีกระต่ายในเต่าภาคสามก็ดี..... กำหนดและลิขิตเส้นทางในชีวิตจริงได้ก็ดี.....คิดได้แต่ทำบ่ได้จ้าวววววว

 

โดย: โก๋วเนี้ยว IP: 125.24.213.41 24 สิงหาคม 2552 15:10:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ดช กระต่าย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ดช กระต่าย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.