นอนดึก ตื่นสาย เดินซุเปอร์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หัว เปลี่ยน Bullet เปลี่ยนอมยิ้ม เปลี่ยนสี font ของ link
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
11 พฤศจิกายน 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นอนดึก ตื่นสาย เดินซุเปอร์'s blog to your web]
Links
 

 
วิธีเลี้ยงลูกให้กินเก่ง

1. ต้องเริ่มทำแต่แรกเกิด - ให้นมแม่ล้วนหกเดือนแรก ไม่ต้องให้น้ำเปล่าเลย

2. ตอนให้นม แม่ไม่ควรทานขนมของหวานเยอะ ความหวานออกมากับน้ำนมได้
ลูกจะติดหวานได้ง่าย ทานผักอย่างเยอะตอนให้นมหกเดือนแรกและแทบงดขนมทุกประเภท
ส่วนอาหารเผ็ด ลูกไม่ได้ว่าอะไร ก็กินอาหารมีเครื่องเทศต่างๆได้ตามชอบใจ

3. หลังหกเดือน เริ่มอาหารเสริมจากน้ำข้าว ข้าวบด และน้ำซุปผักก่อน อย่าเริ่มที่กล้วยเด็ดขาด
นั่นมันตำราเก่าแล้ว ทั้งหวาน ทั้งย่อยยาก ถ้ากินกล้วยอร่อยแล้ว จะกินอย่างอื่นก็ยากละ
พอทานข้าวกะซุปได้นิดๆหน่อยๆก็ค่อยเพิ่มโปรตีน                                                                
(แต่อย่าให้เยอะนะคะ เนื้อสัตว์ย่อยยาก เด็กกำลังปรับระบบย่อยอาหารอยู่)

ผลไม้เริ่มให้ตอนเจ็ดเดือน กล้วยมีประโยชน์มากแต่ลดความหวานของมันโดยผสมกับผลไม้อื่น
อย่าให้กล้วยเยอะเกินไปมันอิ่มมาก และพยายามให้ผลไม้หลายประเภทสลับกัน
ที่ตำราสมัยก่อนแนะให้เริ่มป้อนกล้วยเพราะเป็นของหาง่าย ราคาถูก บดง่าย                                   
(เพราะแค่ครูดไม่ต้องมีอุปกรณ์ใดๆ) และมีวิตามินเยอะ
แต่พ่อแม่สมัยนี้ตัวเลือกเยอะ ไม่ต้องเอาแต่กล้วยก็ได้

ไม่ให้น้ำส้มคั้นเลย เพราะหวานและส่วนมากได้แค่น้ำตาลแถมทำให้อิ่มเกินไปอีก                               
และลูกทานผลไม้เยอะเพียงพออยู่แล้ว
ถ้าเลือกได้เลือกผลไม้สดดีกว่า การขับถ่ายดี ไม่มีปัญหา

หากท้องผูกให้น้ำลูกพรุนผสมน้ำเปล่าเท่าตัว ได้ผล ถ่ายดีทันที
ท้องผูกไม่ผูกไม่เกี่ยวกับถ่ายทุกวันรึเปล่า หากนานๆถ่ายทีแต่อึไม่แข็งก็ไม่นับว่าท้องผูก
แต่ถ้าอึแข็ง ถ่ายยาก ก้นแดง นั่นแปลว่าผูก ควรเพิ่มกากใยอาหารและน้ำด่วน

4.การให้น้ำหลังหกเดือน
เนื่องจากปีแรกนมเป็นอาหารหลัก นมมีน้ำเกือบเก้าสิบเปอร์เซนต์ ดังนั้นจึงเน้นนม
หากทานอาหารเสริมได้แล้ว ถ้ากินนมเพียงพอ 18-24 ออนซ์ต่อวัน ก็ให้จิบน้ำคู่อาหารเพื่อให้คล่องคอก็พอ
มื้อนึงก็ไม่ควรเกินออนซ์นึง กินน้ำเยอะก็จะอิ่มนมอิ่มข้าว

5.การทำอาหารและป้อนลูก ตั้งแต่แรกเริ่ม ควรแยกประเภทเพื่อให้เด็กรับรู้รสในแต่ละประเภท
เช่นผักเป็นผัก ไข่เป็นไข่ เนื้อเป็นเนื้อ ไม่ควรทำผสมผสานกันเป็นข้าวตุ๋นทุกวัน
คิดดูว่าทานอาหารผสมกันเหมือนเรากินข้าวผัดทุกมื้อ ยังไงก็เบื่อใช่ไหมล่ะ

6.พอเริ่มกินได้แล้ว ให้เพิ่มความหลากหลายของแป้ง(แต่ต้องดูว่าเด็กไม่แพ้) เช่นให้ข้าวกล้องที่หุงจนนิ่ม
ให้ก๋วยเตี๋ยวบ้าง สปาเกตตี้บ้าง บะหมี่บ้าง แต่ที่มีประโยชน์สุดคือข้าวกล้องงอก
หากทานข้าวกล้องเป็นแล้ว ทานอย่างอื่น(ซึ่งอร่อยกว่า)ก็จะง่ายละ

7.งดขนมหวาน ทุกประเภท เพราะทำให้อิ่ม ติดหวาน และไม่มีประโยชน์
โดยเฉพาะขวบปีแรกอย่าให้ขนมเลย เด็กจะติด                                                                
น้ำตาลจะทำให้เด็กมีพลังงานพุ่งอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้มีอาการไฮเปอร์ ซน แล้วพอน้ำตาลตกก็จะงอแง        
ของว่างระหว่างมื้อ ให้ผลไม้ อโวคาโด (ซึ่งดีที่สุด เพราะมีไขมันที่มีประโยชน์สูงมาก)
ถ้าลูกหิวเยอะก็จะเป็นพวกข้าวโอ๊ตผสมนมแม่กะแอปเปิ้ล หรือแครกเกอร์โฮลวีตแบบจืด
(เพราะพวกนี้เป็นพลังงานเชิงซ้อน จะค่อยๆปล่อยน้ำตาลออกมาอย่างต่อเนื่องอย่างพอเหมาะ)
แต่ให้ไม่เยอะ เดี๋ยวมื้ออาหารจะไม่หิว

8.ปรุงอาหารโดยให้รสจากธรรมชาติมากที่สุด พอเลยหนึ่งขวบค่อยๆมีรสบ้างเล็กน้อย                          
นอกจากน้ำตาลแล้ว เกลือยังเป็นตัวร้ายอีกตัวเลย เกลือทำให้การดูดซึมแคลเซียมลดลง และหิวน้ำ              
พอกินน้ำเยอะก็อิ่มเร็ว ดังนั้นพวกขนมถุงนี่หลีกเลย ศัตรูตัวร้ายเลย
ส่วนน้ำมันปีแรกถ้าใช้ทำอาหารก็ใช้พอเหมาะ(ยกเว้นเด็กหนักต่ำกว่าเกณฑ์) อย่ากินแต่ของทอด
เพราะเด็กมักติดรสของไขมันง่ายกว่าอย่างอื่น กินของต้มนึ่งให้ชินก่อนค่อยเริ่มของทอด
คุณคงไม่อยากให้ลูกคุณสุดท้ายกินได้แค่ไก่ทอดกับเฟร้นช์ฟรายทุกวันหรอก
โรคอ้วนถามหาชัวร์และที่ร้ายคือมันจะติดเป็นนิสัยไปจนโต

9.สร้างความรู้สึกว่ามื้ออาหารเป็นเรื่องสนุก ให้เขา enjoy eating
โดยหัดให้เด็กทานข้าวเองแต่เล็ก ใช้มือละเลงได้ไม่เป็นไร                                                          
อายุ 8 เดือนก็น่าจะพอหยิบอะไรเข้าปากเองได้แล้ว
หกบ้างก็ปล่อยไป ช่วยป้อนอีกมือนึงก็พอค่ะ อย่าไปว่าเวลาเขาทำเลอะ                                         
ต้องยอมรับว่ามื้ออาหารคือต้องมีเละเทะชัวร์ๆ

10.สำคัญคือ ต้องนั่งทานอาหารอยู่กับที่ หากวิ่งไปคนตามป้อนไป 99%ไม่สำเร็จ                             
นั่นคือเขาไม่สามารถแยกแยะว่า นั่นคือถึงเวลากินแล้ว
มื้ออาหารคือมื้ออาหาร เราไม่ควรเปิดทีวี พ่อแม่บางคนเห็นว่าเปิดทีวีแล้วลูกอยู่นิ่งดี
ข้อเสียคือตาเขาจะสนใจแต่ทีวี ปากก็จะอ้ารออาหารให้ป้อนแล้วเคี้ยวไปเรื่อย                                     
นั่นคือเขาไม่ได้มีความสุขหรือสนใจกับอาหารแล้ว

11.หากเด็กไม่ยอมกิน อย่าไปบังคับ ไอ้ประเภทขออีกคำนึงนะ สองคำนะ                                       
เด็กมันไม่มีความสุขกับการกินหรอก หากมื้อนึงต้องบังคับกินกันเกินครึ่งชั่วโมงก็ควรถอดใจเก็บจานได้แล้ว     
และไม่ต้องให้อะไรพิเศษทดแทนมื้ออาหารด้วย
เดี๋ยวมื้อถัดไปเขาก็จะหิวแล้วกินเอง ให้เขาเรียนรู้ว่า เวลาทานข้าวถ้าไม่กินก็จะไม่ได้กิน
แต่พ่อแม่ส่วนใหญ่จะถอดใจและให้นมหรือขนมแทน ประมาณว่าอะไรก็ได้(วะ) ขอให้ลูกได้กินเหอะ
ซึ่งอย่าลืมว่าเกินขวบนึง นมเป็นอาหารเสริม คุณค่าไม่สามารถทดแทนอาหารหลักได้
ถ้าได้แต่นม ตัวอ้วนจ้ำม่ำจริง แต่สมองเขาล่ะได้อะไรบำรุงพอหรือเปล่า

12.อย่าไปคิดว่าเขาต้องกินได้เท่าๆกันทุกมื้อ ลองพยายามคิดแบบใจเขาใจเรา                                    
เคยไหมคะที่มื้อนี้คุณหิวมาก มื้อนี้คุณกินไม่ค่อยลง
เด็กก็เหมือนกัน หากพลังงานใช้เยอะก็อาจจะหิวเยอะ หรือบางทีอาจจะง่วงเหนื่อยจนกินไม่ลงเลยก็ได้
หรือถ้าชอบก็อาจจะกินได้เยอะกว่าปกติก็มี

13.หากลูกไม่ยอมกิน ลองหาสาเหตุดูก่อน บางทีก็เป็นเพราะอาหารได้เหมือนกัน
ตอนเล็กๆลูกยอมกินตับต้มแต่โดยดี พอหลังขวบไม่ยอมกินละ                                                  
(แบบว่าค้นพบแล้วว่าตับมันเหม็นและไม่อร่อย)
ก็ให้ลองเอาตับมาหมักเครื่องเทศแบบไม่เผ็ดให้กลบกลิ่นเหม็น                                                   
แล้วนำไปทอดกระเทียมเป็นชิ้นเล็กๆให้เขาหยิบจับ
คราวนี้จะหยิบกินไม่หยุดเลย
ตัวอย่าง ::
พี่เลี้ยงบอกลูกไม่กินปลา พบว่าพี่เลี้ยงนึ่งปลาจนเนื้อแข็ง นึกภาพเรากินปลาที่นึ่งจนแห้งแข็ง
เรายังไม่อยากกินเลย พอทำใหม่นึ่งสุกนิ่มพอดี ลูกก็กินโดยดี
เด็กไม่ค่อยมีฟัน มักไม่ชอบอะไรที่เคี้ยวยาก (บางคนเลยเลี่ยงกินแต่นมเพราะไม่ต้องเคี้ยว)
แต่สำหรับ texture ที่กรอบแล้วแตกง่ายในปากเขาจะชอบมาก

เลี้ยงลูกแบบใจเขาใจเรา ดังนั้นจึงพบว่าการไม่อยากกินอาหารของลูกในบางครั้งนั้น                             
ต้องมีสาเหตุ(ที่สามารถแก้ได้)เสมอ
อะไรไม่อร่อยแล้วเขาไม่อยากกินก็ไม่แปลกหรอก บางทีเจ็บเหงือกฟันขึ้นไม่อยากกิน
เราก็ต้องหาอะไรนิ่มๆไม่ต้องเคี้ยวมากมาแทน ต้องคอยสังเกตุว่าเพราะอะไร                                        
มีอย่างอื่นตื่นตาตื่นใจกว่าทำให้ไม่อยากกินก็มี

14.พอโตขึ้น เด็กที่เคยกินดี อาจจะเริ่มเบื่ออาหาร                                                                 
ดังนั้นต้องปฏิวัติทั้งหน้าตาและประเภทของอาหาร
การหาเพื่อนมากินก็มีส่วนให้เด็กอยากแข่งขันเหมือนกัน                                                        
เพราะธรรมชาติเด็กชอบเลียนแบบและต้องการเอาชนะ

15.หากไม่อยากให้เขากินของที่ไม่มีประโยชน์ พ่อกะแม่ก็ต้องทำเป็นตัวอย่าง เพราะเด็กเลียนแบบเสมอ

ตัวอย่างอาหารลูกตอน 1 ขวบ ครึ่ง //ในหนึ่งวัน
-เช้า ข้าวต้มปลาใส่ผัก(ถ้าซุปมีรสชาติแล้ว ไม่ปรุงรส)
-สาย นมแม่ 6 OZ กินจากแก้วหรือหลอด กะมะละกอสามสี่ชิ้นหรือขนม cracker ที่ไม่มีนม                   
(แต่ถ้าอยู่บ้านจะเน้นผลไม้)

-เที่ยง ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าผักกะหมูหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ปรุงรสน้อยที่สุด ถ้าซื้อมาก็จะเอามาเจือจางกับน้ำก่อน
-บ่าย นมแม่ 6 oz อโวคาโดครึ่งถึงหนึ่งลูก

-เย็น ข้าวกล้องหุงนิ่ม ผัดผักรวมผัดนิ่มหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ไข่เจียวกุ้งสับ
-แอปเปิ้ลหลังอาหาร
นมแม่ 5 oz หรือถ้ากินข้าวเยอะมากก็งดนมมื้อก่อนนอนก็ได้

ทุกมื้อปริมาณที่กินคือประมาณหนึ่งถ้วย ซึ่งก็กินหมด บางทีกินเยอะเกือบเท่าจานผู้ใหญ่เลย
บางทีเด็กก็ขอขนมและผลไม้นอกมื้อก็ให้แกบ้างแต่เน้นๆคือข้าวกับนมต้องได้รับครบ

คอนเซปท์หลักคืออาหารต้องมีประโยชน์ ทุกมื้อต้องมีผัก ผลไม้ และไม่หวาน ไม่เค็ม ไม่มันมาก

ถามว่าเข้มงวดอย่างนี้แล้วให้ลูกกินขนมมั่งไหม
จริงๆแล้วลูกดิฉันมีความสุข(มากๆ)กับการได้กินผลไม้และมะเขือเทศลูกเล็กเป็นของว่าง
แกทั้งยิ้ม กินไปโยกตัวไปและไม่ยอมหยุดกินเลย หมดจานแล้วก็ขออีก ดังนั้นก็ไม่เห็นจะดูน่าสงสารตรงไหน

แต่หากออกไปนอกบ้านหรือเห็นแม่กินขนมแล้วร้องขอ แม่ก็อาจจะแบ่งขนมให้กินบ้างพอหายอยาก             
เช่นซาลาเปา ขนมจีบ ทองม้วนกรอบ ขนมตาล ไอศครีมเชอร์เบต                                                
คือไม่ได้ห้ามกิน แต่ให้กินเป็น occasion ไม่ใช่ตลอดเวลา
แต่พวกหวานมากๆเช่นช๊อกโกแลต เค้กหรือลูกอมนี่ไม่เคยให้เขาเห็น

หลังหย่านมแม่ตอนขวบแปดเดือน ให้นมถั่วเหลือง V-Soy ไฮแคลเซียม no sugar แบบกล่องแทน
(เป็นนมถั่วเหลืองยี่ห้อเดียวที่เติมแคลเซียมเพียงพอ) หมอบอกว่าสำหรับอายุเขาถ้ากินข้าวเยอะ
กินไอ้นี่วันละกล่องก็ได้สารอาหารครบแล้ว แต่วันไหนเขาอยากทานสองกล่องก็ตามใจเขาค่ะ           
ถ้าเขายังทานข้าวดี :)

มื้ออาหาร อาจจะยุ่งไปบ้าง ขอให้แม่ๆอดทนนะคะ อย่าดุอย่าบังคับลูกค่ะ
เขาทำดีก็ชื่นชม

credit :: Blggang ของคุณ Rada Nene ค่ะ



Create Date : 11 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2554 0:10:53 น. 3 comments
Counter : 7076 Pageviews.

 
ขอบคุณค่ะที่มาแชร์ มาอัพเดตว่าตอนนี้น้องสองขวบสองเดือน ยังทานเก่งมากเหมือนเดิมค่ะ ที่ต่างคือน้องรู้เรื่องแล้ว และเลือกกินมากขึ้น อะไรที่เคยชอบเขาก็อาจเบื่อหรือไม่ชอบแล้ว แม่ก็ต้องปรับตาม เช่นเบื่ออโวคาโดแล้ว(เพราะมันจืด) แม่ก็หาถั่วอร่อยๆให้ทานแทนเป็นต้น และแม่เริ่มใจดีปล่อยทานขนมได้แล้วเช่น ไอศครีม คุ้กกี้ ขนมไทย(โดยย้ำทุกครั้งว่าต้องแปรงฟันหลังทานขนมนะลูก เดี๋ยวแมงมากินฟัน) แต่หลักๆก็ยังเน้นอาหารหลักและผลไม้เหมือนเดิม และยังห้าม(ไม่ให้รู้จัก)เรื่องชอคโกแลต ลูกอม อมยิ้มอย่างเข้มงวดค่ะ

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ เขาโวยวายจะกินของบางอย่างมากกว่าข้าว เราแก้ได้โดย

1.สร้างกฏ ถ้าไม่กินข้าวจะไม่ให้กินขนมหรือผลไม้ ถ้าไม่อยากมีปัญหากับเขาก็อย่าเอาของอย่างอื่นมาให้เขาเห็น
2.เด็กวัยนี้ชอบลอง ดังนั้นต้องทำอาหารใหม่ๆ หรือหน้าตาใหม่ๆให้เขาค่ะ
3.วัยนี้ชอบเลียนแบบ ไม่อยากให้เขากินอะไร พ่อแม่ก็ต้องห้ามกินให้เขาดูค่ะ พาเพื่อนเด็กด้วยกันมากินด้วยช่วยได้เยอะค่ะ
4.ก่อนมื้ออาหาร พาไปออกกำลัง(แต่อย่าหนักไป เขาจะเหนื่อยจนกินไม่ลง) ดิฉํนพาลูกเดินเล่นทุกเย็นก่อนอาหาร ซึ่งได้ผลมากค่ะ

ลองปรับวิธีให้เหมาะตามวัยเขานะคะ :)
ที่สำคัญ หลังจากคุณแม่คลอดน้องเบบี๋ น้องเนเน่เธอก็กลับมาทานนมแม่อีกครั้งเป็นอาหารว่าง ซึ่งแม่ก็นำนมแม่มาเป็นไอติมมั่ง ใส่คอนเฟลกซ์มั่งให้เธอกินค่ะ และเธอก็ชอบมากค่ะ ^_^


โดย: แม่น้องเนเน่ IP: 182.232.252.56 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2554 เวลา:4:06:01 น.  

 
มีประโยชน์มากเลยค่ะ บางเรื่องไม่เคยรู้มาก่อนเลย มีปัญหาลูกไม่ค่อยกินข้าวเหมือนกัน จะลองไปปรับใช้ดู ขอบคุณค่ะ


โดย: ภัชริยา วันที่: 12 พฤศจิกายน 2554 เวลา:9:08:16 น.  

 
อิอิ เจ้าของข้อความมาเอง เห็นว่าน่าสนใจเลยขอเก็บรวมรวบหน่อยนะคะ คุณแม่น้องเน่เน่

@คุณภัชริยา ยังไงถ้าได้ผลแบบคุณแม่น้องเนเน่ ก็เอามาอวดกันมั้งนะคะ ^^


โดย: The Duchess of DD วันที่: 12 พฤศจิกายน 2554 เวลา:23:15:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.