ลุงโก้ : รักแรกพบ ที่จบลงอย่างเดียวดาย

นานมาแล้ว สมัยที่ฉันยังเป็นเด็กเพิ่งรู้ความเมื่อเดินรอบบ้านได้ ก็จะมีสัตว์รายล้อมตัวฉันอยู่เสมอ ฝูงหมากว่า 20ตัวในบริเวณบ้านมองเห็นฉันเป็นสิ่งบอบบางที่ต้องคอยดูแลถนุถนอม เพราะเป็นลูกคนแรกพ่อกับแม่ยังเป็นหนุ่มเป็นสาว ฐานะทางการเงินของครอบครัวเราจึงยังไม่มั่นคงเท่าตอนนี้เพื่อส่งฉันเรียนโรงเรียนอนุบาลที่ดีที่สุดและแพงที่สุดทำให้ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำออกจากบ้านตี5 กลับมา 2 ทุ่ม ทิ้งฉันไว้กับย่า และบรรดาป้าๆ ฝั่งพ่อที่ไม่เคยเหลียวแลฉันเลย
....แต่ไม่ใช่กับหมาพวกนี้ ....

หมาทุกตัวเป็นเพื่อนฉัน ทั้งบูอิคที่อาวุโสที่สุดอยู่ข้างกายฉันมากที่สุด ปอร์เช่ หมาตัวโปรดของลุงที่เป็นสามีของป้าคนที่2 ปื้ด หมาสีน้ำตาลกระดำกระด่างหางกุด แม่สามขาหมาตัวเมียสีดำสนิทที่โดนตัดขาหลังออก1 ข้างเพราะรถชนแม่ของลูกหมาหลายๆครอกในบ้านฉัน เช่น กาแฟเย็น หมาตัวเมียที่มีหนวด ขนยาวกระเซอะกระเซิงและพูดได้ โอเลี้ยง ลูกชายครอกแรกของสามขาที่ไม่เคยห่างแม่ ปี่ หมาผอมโกรกที่หวาดระแวงย่าและบรรดาป้าๆ ของฉัน
พ่อกับแม่เป็นคนรักหมาแม่โตมาจากครอบครัวที่ไม่มีอะไรเลยในเมืองย่าโม ใกล้ๆค่ายทหารที่นั้นในช่วงสงครามเวียดนามในช่วงเวลาที่แม่โดดเดี่ยว แม่จะมีหมาเป็นเพื่อน สุดที่รักของแม่2 ตัวที่แม่พูดถึงบ่อยๆคือ โดนัท ดัทชุนด์พันธุ์แท้ส่งตรงมาจากอเมริกา ที่ทหารผิวสีชื่อ โค้ก เอามาให้แม่และ ผักแว่น ลูกครึ่งไทย-บอเดอร์ คอลลี่ แม่โตมากับหมาตลอดเวลา ส่วนพ่อก็เช่นกัน พ่อเคยมีลูกรักชื่อ แบล๊ค หมาไทยสีดำขนมันขลับ ตัวใหญ่กำยำพ่อเล่าให้ฟังว่า มันเกือบๆจะเท่ากับร๊อตไวเลอร์เลยทีเดียว

ตอนเราย้ายออกมาจากบ้านหลังเก่ามาอยู่บ้านหลังเล็กๆกับตายาย ฉันยังเด็กเกินกว่าจะรักอะไรได้สุดหัวใจ ฉันลืมหมาพวกนั้นได้ในเวลาไม่นานเมื่อฉันโตขึ้นมาอีกซักหน่อย ครอบครัวของเราขยายขึ้น น้องชายของฉันทำให้แม่คิดว่าเราคงอยู่รบกวนตายายอีกไม่ได้ แม่จึงซื้อบ้านหลังตรงข้าม แล้วพวกเราก็ขนของปลูกต้นไม้ ทำทุกอย่างให้บ้านหลังใหม่เป้นบ้านในฝัน แต่ทั้งฉัน พ่อ และแม่ก็รู้สึกเหมือนกันคือบ้านยังไม่เป็นบ้านที่ดูอบอุ่นซักเท่าไหร่

.....น่าจะมีหมาอีกซักตัว.....

ไม่เกิน
7 ขวบ ฉันรู้จักสายพันธุ์หมาจากโปสเตอร์ ภาพยนต์ หนังสือ และสายพันธุ์ที่ฉันชอบมากที่สุดก็คืออัลเซเชี่ยนหมาตำรวจสุดเท่ แม่เองก็อยากตามใจลูก โดยแอบไปหาฟาร์มอัลเซเชี่ยนสวยๆ สอบถามราคาแอบลางานไปกับพ่อไปเลือกดูหมากัน 2 คน พวกเขาวางแผนไว้ว่า คืนก่อนวันเกิดจะรอให้ฉันหลับ แล้วขับรถไปรับลูกมามาไว้บ้านยายก่อน แล้วพอตอนเช้าฉันจะลืมตาตื่นขึ้นมาพบลูกหมาอัลเซเชี่ยนผูกโบว์สีแดงอยู่ในตะกร้าข้างๆเตียงของฉัน ด้วยความคิดดังนั้นแล้ว ก่อนวันเกิดฉันเกือบเดือน แม่ชวนฉันไปจตุจักรกัน 2 คนเพื่อจะไปสำรวจราคาลูกหมาเอาไว้ก่อน
เราสองคนแม่ลูกเดินวนไปวนมาแวะทักทายบรรดาลูกหมาในคอกเล็กๆ ทั้งชิสุ ชิวาว่า เชาเชา เซน เบอร์นาร์ดดัลเมเชี่ยน อัลเซเชี่ยน ปอมเมเรอเนียน โดเบอแมน ร๊อตไวเลอร์ บางแก้ว ไทยหลังอาน บรรดาหมาสารพัดพันที่ฉันรู้จักหลายครั้งที่ฉันหันไปสบตากับแม่หวังว่าจะได้พาเจ้าพวกนี้ตัวใดตัวนึงกลับบ้านไปด้วยกัน แต่นั้นก็ถือว่าดีแล้วเพราะเด็กๆเหล่านั้น ไม่ใช่เนื้อคู่ของพวกเรา
“โลป...ดูนู้น แชโดว์”แม่ชี้ให้ฉันดู
แชโดว์เป็นชื่อของหมาในหนังเรื่อง
Homeward bound บทหมาแก่พันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเว่อร์ที่นำทีมสัตว์เลี้ยงในบ้านเดียวกันออกเดินทางข้ามภูเขา ตัดป่าเพื่อกลับบ้าน หมาสีทองตัวนั้นเหมือนแชโดว์มากๆ มันยืนอยู่ในคอกลูกหมาเล็กเพียงตัวเดียวขนาดตัวของมันไม่ใช่แค่ 2-3 เดือน เหมือนลูกหมาที่เอามาขายขนของมันไม่ใช่ขนลูกหมาอ่อนนุ่ม แต่เป็นขนหยาบๆ ยาวๆ สีทองสวย หางเป็นพวกโบกพัดปากใหญ่ๆนั้นมีรอยยิ้มและแววตาที่ดูสดใสร่าเริง
เรา
2 คนตกหลุมรักหมาตัวนั้นในทันทีและไม่ถึงครึ่งชม. เรา 3 คนก็กลับบ้านพร้อมกัน

สมาชิกใหม่ชื่อว่า โก้ เป็นชื่อที่ฉันตั้งไม่มีเหตุผลอะไรในการตั้งชื่อเลย มันเป็นแค่คำๆนึงที่ผุดขึ้นมาในหัวเท่านั้นโก้อายุ 7 เดือนแล้ว และดูเป็นหมาฉลาด ภายในอาทิตย์เดียวโก้พังสวนดอกไม้สวยๆของแม่เสียยับเยิน - -“

โก้เป็นหมาที่ขี้กลัวที่สุดที่ฉันเคยรุ้จักทั้งกรงดักหนู ร่ม กล่อง เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า เมื่อไหร่ที่ฏรงดักหนูดีดในตอนกลางคืนโก้จะเห่ารัวๆจนกว่าใครซักคนจะลุกมาดู เมื่อฝนตก โก้จะก่อกวนวุ่นวายจนกว่าจะมีคนมาอยู่ข้างๆซึ่งพวกเราก็ยินดีจะอยู่กับโก้ แต่ใช่ว่าเสียงเห่าใหญ่ๆดังๆนี่จะไร้สาระเสียทีเดียว เวลามีสิ่งผิดปกติในบ้านโก้ก็รู้ว่าควรจะเห่าเรียกใครซักคนมันตรวจสอบเช่นเวลาที่ฝนตกหนักๆ ไฟดับน้ำท่วมครัว หรือมีคนแปลกหน้าเข้ามายืนอยุ่ตรงรั้วบ้านท่าทางผิดสังเกตุ

ทั้งยังมีเรื่องกล้าหาญมากมายที่โก้ทำไว้เช่นในคืนที่ฟ้ามีเมฆบังแสงเดือน แสงดาว เมฆฝนตั้งเค้าเป็นสีแดงๆและอากาศที่ร้อนอ้าวพ่อออกไปทิ้งขยะหลังจากล้างจาน และเผลอเปิดประตูรั้วเอาไว้ โก้วิ่งหนีออกไป พวกเรา3 คนออกตามหาไปจนถึงลานคอนเทนเนอร์ที่ตอนนั้นไม่มีตู้มาวางเป็นแค่ลานโล่งๆ ที่ไม่มีแสงไฟ กว่า 2 ชม.ที่เราวนเวียนหาและคิดว่าโก้อาจจะเตลิดไปไกลแล้ว ฝนเริ่มลงเม็ดปรอยๆพ่อเอามือมาจับบ่าฉันแล้วพูดว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้เราก็หาใหม่ถ้ามันมาเดี๋ยวก็กลับบ้านเองหละ มันฉลาดจะตาย ใจฉันหวังอย่างนั้นแต่ครึ่งนึงก็ค้านว่า มันไปไกลแล้ว มันไม่กลับมาแล้ว ฉันมองไปยังอีกฝากของลานคอนเป็นพงหญ้ารกสูง มันอาจจะวิ่งเข้าไปในนั้น แล้วหาทางออกไม่เจอ แล้วอยู่ๆแม่ก็ตะโกนขึ้นมาว่า “โอ้ยยยย ช่วยด้วย โก้ ช่วยด้วยๆ.....”

ไม่ถึงอึดใจ เราเห็นแท่งสีขาวๆ ลอยออกมาจากพงหญ้าเมื่อมันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ มันกลายเป็นหางที่มีขนฟูๆยาว โบกพริ้วเหมือนธงและในที่สุด หมาสีทองสว่างก็เข้ามาเลียหน้าแม่พลางส่งเสียงงื้ดง้าด ราวกับถามว่า “แม่..เป็นอะไร เจ็บตรงไหนรึเปล่า” แม่กอดโก้เอาไว้แน่นแล้วบอกว่า แม่สบายดีลูกแม่จูบแก้มโก้ฟอดใหญ่ๆ แล้วเราก็เดินกลับบ้านกัน เราผูกพันกันมากขึ้นๆตามจำนวนวันที่ผ่านไปโก้ไม่เคยได้รับบาดเจ็บ หรือถูกใครทำร้ายเมื่ออยู่กับพวกเรา สิ่งเดียวที่ทำให้โก้คงรู้สึกแย่คือความเหงาเพราะพวกเราคิดว่า เราไม่เหมาะจะเลี้ยงโกลเด้นเอาไว้สองตัว มีภาระมากเกินกว่าจะดูแลได้บ่อยครั้งที่โก้นอนหงอยๆ ในตอนกลางวัน

คืนนึงตอนใกล้ๆปีใหม่ มีรถกระบะมาจอดหน้าบ้านโก้ลุกขึ้นมองแต่ไม่เห่า ผู้ชายอายุราว 30 ต้นๆ กับหญิงสาวหน้าตาดี เดินลงมาจากรถแม่ออกไปต้อนรับพวกเขา และเมื่อพวกเขาเข้ามา หางฟูๆสีครีมก็ลอยตามเข้ามาด้วย

“มะลิ”เป็นชื่อของโกลเด้นสาวหน้าตาน่ารักที่จะมาเป็นคู่หมั้นคู่หมายของโก้ทั้งสองอยุ่ด้วยกันเกือบๆ 2 อาทิตย์ ก่อนเจ้าของมะลิจะรับตัวกลับไปคืนวันที่มะลิกลับ เราปล่อยให้โก้ได้บอกลา หมาสองตัวเลียหน้าเลียตากันก่อนที่มะลิจะขึ้นรถกระบะ แล้วจากโก้ไปตลอดกาล โก้ชะเง้อมองรถกระบะที่ผ่านหน้าบ้านทุกคันเป็นเวลาเกือบเดือนพวกเราทำได้แค่อยู่เป้นเพื่อนและหวังว่าโก้จะลืมมะลิได้ในเร็ววันแต่เมื่อเราหาคู่หมั้นใหม่ให้โก้ โก้ก็ไม่เคยสนใจหมาตัวอื่นอีกเลย

เป็นเวลากว่า 8 ปีที่โก้อยู่กับพวกเราคอยปกป้องคุ้มครองคนในบ้าน ในปีสุดท้ายตอนที่ฉันอยู่ม.5กำลังนอนอยู่บนโซฟา โก้เดินมาข้างๆ แล้วนั่งลงจ้องหน้าฉัน จ้องแบบไม่ละสายตาไปไหนเหมือนกับจะพยายามจดจำฉันให้ได้มากที่สุดไปตลอดชีวิต

เดือนนึงหลังจากนั้น แม่ฉันลาออกจากงาน และโก้ก็ล้มป่วยลงฉันยังคงคิดว่าโก้ยังแข็งแรงดีอยู่ พาไปหาหมอเดี๋ยวก็หาย ฉันสังเกตุเห็นว่าโก้ตัวร้อนแม่ที่อยู่บ้านกับโก้ตลอดเวลาในช่วงนั้นก็บอกว่า เริ่มมีเห็บหมัดออกมาเกาะตามกำแพงบ้านแล้วนะเห็บมันเดินออกจากหมาแล้ว ฉันไม่เข้าใจสิ่งที่แม่พยายามจะสื่อ แต่พ่อเข้าใจดีช่วงอาทิตย์นั้น พ่อลางานแล้วอุ้มโก้ไปหาหมอกับแม่ ทุกวันๆ เพื่อให้น้ำเกลือเพราะโก้ไม่กินข้าวและยืนไม่ไหวแล้ว ฉันกลับมาบ้าน ลูบหัวโก้ กอดโก้ แล้วบอกว่า หายไวๆนะมันจะสอบแล้ว ฉันมีการบ้านเยอะแยะ

เช้าวันพฤหัสที่ 8 สิงหาคม 2548ฉันแต่งตัวออกไปเรียนตามปกติแม่ตื่นแล้วเพื่อจะเตรียมตัวไปสัมภาษณ์งานใหม่ กำลังนั่งลูบหัวโก้ที่นอนพังพาบอยู่กับพื้นฉันกำลังจะสาย ฉันเดินออกไปหน้าประตู หันไปสวัสดีแม่ และแววตาคู่นั้น
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่ดูอ่อนล้าจ้องมองมาที่ฉัน
“แล้วเจอกันนะ” ฉันพูดกับโก้ ก่อนจะออกไปเรียน
ช่วงเย็นๆฝนตกกระหน่ำเทลงมาเหมือนฟ้ารั่วบรรยากาศเย็นสบายก็จริงแต่มันดูหม่นหมองอย่างบอกไม่ถูก ฉันกลับเข้าบ้าน ทั้งพ่ออยู่ในครัวกำลังรื้อเครื่องซักผ้าออกมา ฉันเข้าใจว่าคงมีน้ำรั่วที่ไหนซักที่แม่อยู่ในห้อง ฉันตัวเปียกเกินกว่าจะเดินไปทั่วบ้านให้น้ำหยดจึงเดินเข้าห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยไม่ทันสังเกตุว่าอะไรบางอย่างที่ฉันรู้ว่ามันอยู่ตรงนั้นจนเคยชินหายไป
แม่เดินเข้ามาในห้องแล้วก็บอกว่า“โก้ตายแล้วนะ”
ฉันสับสน ไม่เข้าใจ อะไรนะตายได้ยังไง เมื่อเช้ายังดูเฉยๆอยู่เลยเกิดอะไรขึ้น แม่บอกว่า ก่อนออกจากบ้านแม่กอดโก้ และหาข้าวให้กิน แต่โก้ไม่กิน แม่บอกว่า เดี๋ยวแม่จะกลับมานะโก้หายไวๆนะลูก แม่จะไม่มีเงินพาหนูไปรักษาแล้ว แล้วก็ออกไปสัมภาษณ์ พอสัมภาษณ์เสร็จก่อนจะขึ้นรถกลับบ้าน แม่บอกว่ามีลูกหมาข้างถนน
2 ตัวจ้องแม่แบบตื่นตระหนก มันวิ่งตามแม่กลับมาที่รถ คอยจ้องอย่างไม่วางตา แม่เอะใจพอนึกขึ้นได้ แม่บอกพ่อว่า รีบไปดูโก้เถอะ

แต่เมื่อถึงบ้าน โก้อยู่ในห้องน้ำและจากไปแล้ว
ไม่มีกอด

ไม่มีการลูบหัวครั้งสุดท้าย

ไม่มีคำพูดใดๆของใครได้กล่าวลา
โก้จากไปเงียบๆ คนเดียวในห้องน้ำที่เย็นเยียบ ตอนบ่ายวันพฤหัสที่
8 สิงหาคม 2548

ฉันกลับมาไม่เห็นศพโก้แล้วพ่อเองก็เพิ่งกลับจากวัด เราเอาโก้ไปฝากเผาที่วัดบางปิ้ง เขากำลังจะเผาคืนนี้ฉันขอไปหาโก้ ตลอดทางฉันพูดอะไรไม่ออก เอาแต่คิดว่าเมื่อเช้าทำไมถึงไม่ลูบหัว ทำไมไม่เข้าไปทักทายเราไม่ได้บอกลากันเลย

ฉันน่าจะรู้ว่าภาพฉันเดินออกจากประตูบ้านจะเป็นภาพสุดท้ายที่โก้เห็นฉัน

สัปปะเหร่อที่ดูแลเรื่องการเผาศพเข็นโก้ออกมาจากโกดังเก็บของมันอยุ่ในรถเข็นดูอบอุ่นสบายในผ้าม่านสีเขียวของบ้านเรา ฉันจับตัวโก้ ไม่อยากเงยหน้าให้สายตามองเห็นอยากอื่นนอกจากมันฉันเอามือลูบย้อนขน ตัวของมันยังอุ่นอยู่เลย ดวงตาปิดสนิทเป็นไปได้แค่ไหนว่ามันหลับไปเฉยๆ โซ่สเตนเลสที่ยงคล้องคอโก้ยังอุ่นฉันถอดโซ่นั้นออกจากคอโก้มันไม่เคยชอบใส่โซ่เลยแต่เราก็ยังให้โซ่นี่อยู่ที่คอมันเพื่อที่เวลาโก้ดื้อหรือวุ่นวายเราจะได้ลากมันไปไว้หลังบ้านได้สะดวก ฉันลูบตัวมันเป็นครั้งสุดท้ายขนที่หน้าโก้ยังไม่มีสีขาวแซมขึ้นมามากนัก มันควรจะอยู่กับเราได้อีกหลายปีน้ำตาไหลอาบแก้มลงมาโดนมือ พ่อบอกว่า เอาหละ เผาเถอะ อย่าอยู่นานไปกว่านี้เลยร่างของมันถูกยกเข้าไปวางไว้ในเตาไฟ

โก้จะรู้มั๊ยว่าหัวใหญ่ๆของโก้ก่อนประตูเตาจะปิดลงเป็นภาพสุดท้ายที่ฉันเห็นมัน

โก้เป็นสิ่งแรกที่ทำให้ฉันรู้ว่า ความรักต่ออะไรซักอย่างเป็นอย่างไรการจากลาเจ็บปวดอย่างไร
ชั่วชีวิตของคนๆนึงอาจมีหมาได้หลายตัวแต่หมาแต่ละตัวจะมีความทรงจำดีๆที่ไม่เหมือนกัน แต่ละตัวแตกต่างและมีคุณค่าด้วยตัวของมันเอง ชั่วชีวิตของหมาตัวหนึ่ง มีเจ้าของแค่คนเดียว และนั้นคือสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดในชีวิตของมัน

รักโก้เสมอ...




Create Date : 13 มีนาคม 2557
Last Update : 13 มีนาคม 2557 1:46:04 น.
Counter : 715 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ฉันไม่ได้ชอบคอมเม้นนายซักหน่อย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



มีนาคม 2557

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31