Everything is illuminated
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
31 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 

ถึงเวลาต้องแยก???

Anis ได้รับมอบหมายให้พาเด็กพิเศษออกไปเที่ยวเล่น (Respite Care) ในทุกๆ วันเสาร์ ช่วงเที่ยงจนถึงบ่าย 4 โมง นับว่าเป็นงานที่สนุก และก็รายได้งาม (อัตราค่าจ้าง 2 เท่าจากวันปกติ) แต่ความรับผิดชอบนั้นมากตามรายได้ที่รับ ซึ่งลูกค้าที่ Anis รับไปเที่ยวนั้น เป็นลูกค้าประจำหน้าเดิมๆ 2-3 ราย สลับกันไปมา แต่รายที่กำลังสร้างความกังวลให้กับ Anis ได้แก่คู่พี่น้อง Loo และ Rose

Loo เป็นเด็กชายวัย 13 ขวบ ส่วน Rose ผู้เป็นน้องสาวอายุ 12 ขวบ ทั้งคู่เป็นออทิสติก ต่างกันที่ว่า Loo มีความสามารถรับรู้และมีทักษะมากกว่าผู้ที่เป็นน้อง คือ Rose ที่เผลอไม่ได้ มักจะวิ่งหนีค่ะ น้องน่าสงสารมาก เพราะบางคร้ัง เมื่อสมองหลั่งสารผิดปกติ น้องจะส่งเสียงกริ๊ดออกมาโดยไม่มีเหตุผล พร้อมกับใช้หัวเข่าทั้ง 2 ข้าง นั่งกระแทกพื้นทันที

รัฐบาลส่งเจ้าหน้าที่ 2 คน ไปดูแลใน Case นี้ เจ้าหน้าที่ร่วมทีมชื่อว่า Hay นิสัยสนุกๆ พูดตรงๆ ตาไว รวมทั้งวิ่งเร็วมากๆ เราก็มักจะพาน้องทั้ง 2 คน ไปโรงเรียน ซึ่งมีสนามเด็กเล่นในบริเวณโรงเรียน แล้วเราก็ช่วยกันดูแลน้องทั้งสอง โดยจับตาเป็นพิเศษกับรายน้อง Rose เพราะทันทีที่น้องเตรียมถอดรองเท้า เราก็ต้องเตรียมวิ่ง ขณะที่น้อง Loo ไม่ชอบสถานที่แห่งนี้ เพราะชอบสถานที่ชุมชน และชอบกิจกรรมแบบเด็กผู้ชาย ซึ่ง Anis มองเห็นว่าการนำน้อง Loo มาเล่นของเล่นที่นี่ เป็นแค่เพียงเปลี่ยนสถานที่เท่านั้น ไม่ได้ช่วยพัฒนาทักษะใดๆ

แย่แน่ๆค่ะ ถ้ายังต้องดูแลแบบตัวติดกันแบบนี้ คงต้องถึงเวลาแยกแล้วล่ะค่ะ เพราะถ้าไม่ทำ คนที่จะแย่คือตัวพี่ชาย ที่มีพัฒนาการที่ดีกว่า ซึ่งหนึ่งในหน้าที่ของผู้ดูแลคนพิการที่ดี คือควรจะช่วยพัฒนาทักษะเด็กพิเศษเหล่านี้ให้ดีขึ้น Anis ได้พูดคุยเปิดอกกับ Hay ในเรื่องนี้ เธอก็สนับสนุนให้แยกน้องออกจากกัน โดย Hay บอกว่าสบายมาก เธอจะดูแล Rose เอง เธอรู้จัก Rose ตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อย เธอให้ Anis แยกเอา Loo ออกไปทำกิจกรรมอื่นๆ ที่เสริมทักษะให้น้อง ดีใจจังค่ะ ได้ร่วมงานกับเพื่อนร่วมงานที่เข้าใจแบบนี้

Anis จึงคุยกับหัวหน้าในเรื่องดังกล่าว เพื่อขออนุญาตพาน้อง Loo ออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน แยกออกมาจากผู้เป็นน้องสาว หัวหน้าก็บอกว่ารับรู้ปัญหานี้ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพ่อและแม่ของเด็กว่าจะอนุญาตหรือไม่? Anis จึงจัดทำรูปเล่มรายงานขนาดกระทัดรัด 2-3 หน้า แล้ว นำเสนอพ่อกับแม่ของน้อง Loo ในรายงานจะมีเรื่องเกี่ยวกับสถานที่ ที่จะนำน้องออกไปเที่ยว การเดินทาง ค่าใช้จ่ายต่างๆ ..... ท้ายสุด เมื่อเดือนที่แล้ว ก็ประสบความสำเร็จค่ะ คือได้พาน้อง Loo ไปดูหนังเด็กในตัวเมือง โดยนั่งรถไฟไป น้องชอบมาก และ Anis ก็สนุกมากๆ ด้วย

เรื่องก็กำลังดำเนินไปได้ดี แต่เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว Hay ไม่มาทำงาน มีเจ้าหน้าที่ชื่อ Cue มาทำงานแทน ซึ่ง Cue รู้จักน้องทั้งสองคนมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็ก แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น...

Cue: นี่ Anis ชั้นจะเอา Loo ออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก เธอดูแล Rose ก็แล้วกัน"
Anis: เสียใจด้วยนะ แต่ไม่ได้หรอก ชั้นมีโปรแกรมจะพา Loo ไปท้องฟ้าจำลอง แม่ของเด็ก และหัวหน้าก็อนุญาตแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ชั่วโมงบินของชั้นยังน้อยนัก ที่จะดูแลน้อง Rose ตามลำพัง ประกอบกับตัวคุณเองนั้น รู้จักน้องมาแต่เด็ก อีกทั้งคุณยังทำหน้าที่ดูแลน้องในช่วงดึกของบางคืน (รัฐบาลให้เจ้าหน้าที่ไปดูแลเด็ก เพื่อให้พ่อแม่ออกไปสันทนาการนอกบ้าน เป็นการคลายเครียด) ดังนั้นคุณน่าจะรู้วิธีดูแลมากกว่า

ตอนแรก Cue ไม่ยอมยืนกรานเสียงแข็ง ซึ่ง Anis บอกว่า คงต้องต่อสายถึงหัวหน้าแล้ว เพราะหาก Anis ดูแลน้อง Rose แล้วเกิดความไม่ปลอดภัยต่อเด็ก สิ่งนี้น่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด พอพูดเท่านั้น Cue บอกว่าไม่ต้องโทรฯ ชั้นจะดูแล Rose เอง ... Anis เข้าใจนะ ว่าใครๆ ก็อยากจะดูแล case ที่ลูกค้าดูแลไม่ยากนัก แต่หัวใจหลักสำคัญของ Anis คือต้องการพัฒนาทักษะของน้อง Loo เพราะน้องต้องโตเป็นผู้ใหญ่ และดูแลตัวเองในท้ายที่สุด

การแก้ปัญหาโดยแท้จริงนั้น คือ น้อง Rose ควรจะมีเจ้าหน้าที่ดูแล 2 คน แต่ก็เป็นไปไม่ได้เพราะกองทุนออทิสติก ที่สนับสนุนด้านการเงิน บอกว่าไม่มีเงินพอเพียง

นี่ยังไม่รู้จะเป็นอย่างไรต่อไป Anis ก็ไม่อยากเอาเปรียบเพื่อนร่วมงาน แต่ก็มีคำถามเกิดขึ้นในใจ??? ว่าหลายปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ที่ดูแลน้องทั้งสองคน น่าจะพาน้องไปทำกิจกรรมด้านอื่นๆ บ้าง ไม่ใช่แค่ไปเล่นของเล่นในโรงเรียนเด็กเท่านั้น ซึ่งถ้าต้องทำงานคู่กับ Cue อีก เธอคงไม่ยอมที่จะดูแล Rose ตอนนี้ปวดหัวจังค่ะ อาจจะต้องคุยกับหัวหน้าอีกคร้ัง สิ่งที่จะยุติธรรมต่อเจ้าหน้าที่ทุกคน คือ ทุกคนจะต้องผลัดกันดูแล Rose คนละอาทิตย์ ซึ่งอาจจะเป็นหนทางออกที่ดีที่สุด และมันคงถึงเวลาท้าทายที่ Anis ต้องเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ ในการดูแลน้อง Rose แต่อย่างแรกเลย คือต้องไปฝึกวิ่งทุกๆ เย็นแล้วค่ะ

NB: The names used herein are fictitious. (บุคคลในเรื่องนี้ Anis ใช้ชื่อสมมติทั้งสิ้น)




Photobucket


เอาภาพมาฝาก...ตกแต่งบ้าน รับเทศกาลฮัลโลวีนได้น่ารัก+น่ากลัว



















 

Create Date : 31 ตุลาคม 2553
3 comments
Last Update : 31 ตุลาคม 2553 8:12:50 น.
Counter : 507 Pageviews.

 



 

โดย: หน่อยอิง 31 ตุลาคม 2553 14:24:40 น.  

 

@หน่อยอิง: ขอบคุณค่ะ

 

โดย: The Anis (The Anis ) 1 พฤศจิกายน 2553 4:48:18 น.  

 

 

โดย: jodtabean (loveyoupantip ) 6 สิงหาคม 2554 2:02:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


The Anis
Location :

เมลเบิร์น
Australia

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผู้หญิงจากเมืองไทย ที่ออกตามหา "ชิ้นส่วนที่หายไปของชีวิต" ด้วยการหันหลังให้กับงานนักวิจัยเศรษฐกิจที่ทำมาเนิ่นนาน มาลองเป็นอาร์ทติส อินทีเรียดีไซน์ที่เมลเบิร์น ต่อมาได้แรงบันดาลใจจากเพื่อนที่มีลูกเป็นออทิสติก ตอนนี้กลายเป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาลให้ความช่วยเหลือผู้พิการหรือคนด้อยโอกาส ยังไม่อาจบอกได้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเปลี่ยนไปอีกหรือไม่ รู้แต่เพียงว่า ยังคงตามหาชิ้นส่วนที่หายไปนั้นอยู่...
Friends' blogs
[Add The Anis's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.