เฒ่าสายลับ....(ทับสายเหล้า)

บทที่ 10 เดิมพันรถ เดิมพันรัก - 12 วันเดิมพันรัก (The 12 Plus! Loving me)



บทที่ 10
เดิมพันรถ เดิมพันรัก


เมืองหลวงมหานคร ปี 2009 เดือนพฤศจิกายน ซึ่งเหลือเวลาอีกสองเดือนก็จะปีใหม่แล้ว ผู้คนเดินถนนยังพากันใส่หน้ากากอนามัยกันเกือบทุกคน เพราะกลัวการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เรียกย่อๆ ว่า ไข้หวัดแมวสองพันเก้า ที่ระบาดอย่างหนักมาตั้งแต่ต้นปี

ณ อู่แต่งรถของช่างเหิร หรือชื่อเต็มว่า เหิรฟ้าเรซซิ่งเซอร์วิส ช่างเหิรนายช่างใหญ่ คนตัวเล็ก ผอมเกร็งแต่ฝีมือในการซ่อมรถ แต่งรถ ไม่เล็กเหมือนตัว ช่างเหิรโมดิฟายด์ได้ทุกอย่าง จะเอาเร็วเอาแรงแค่ไหนช่างเหิรทำได้ทั้งนั้น

เขากำลังก้มๆ เงยๆ อยู่ใต้ฝากระโปรงรถเปอร์โยต์สีดำคันเก่าๆ ของจุติพงษ์ ลูกค้าเก่าแก่จนคุ้นเคยกันราวกับญาติสนิทคนหนึ่งซึ่งมักจะมาสิงสถิตประจำที่อู่แห่งนี้ ตามมาด้วยเจ้าเปี๊ยกคู่ซี้ที่เพิ่งขับเจ้ารถคันซิ่งสีเหลืองอร่ามทั้งคันเข้ามาจอดเทียบรถของชายหนุ่ม

รถของเจ้าเปี๊ยกเป็นรถสัญชาติเยอรมัน รุ่นเก่า รหัส 34 ที่ถูกช่างเหิรนำมาแปลงใหม่ให้มีหน้าตาทันสมัย อลังการขึ้นด้วยชุดไฟหน้าของรุ่นใหม่ยี่ห้อเดียวกัน และชุดบอดี้สำหรับแต่งรอบคัน ส่วนฝากระโปรงหน้านั้นถูกเจาะเป็นช่องระบายความร้อนสำหรับอุปกรณ์พิเศษ ซึ่งดูแล้วค่อนข้างกลมกลืนเข้ากันดี

รถเจ้าเปี๊ยกไม่ได้สวยแต่ภายนอกอย่างเดียว แต่ความแรงความเร็วก็ไม่เป็นรองใคร ขุมพลังจากเครื่องยนต์ญี่ปุ่นยี่ห้อยอดนิยม ซึ่งมักใส่ไว้ในรถแข่ง แต่มีราคาย่อมเยา ทำให้เจ้าเปี๊ยกยังพอมีเงินเหลือติดกระเป๋า เพื่อให้ช่างเหิร โมดิฟายด์ใส่เทอร์โบแรงๆ พร้อมหัวฉีดแบรนด์ดังขนาด 1,000 ซี.ซี. ทำให้เจ้าเสือเหลืองมีพลังเกือบๆ 600แรงม้า สมใจเจ้าเปี๊ยกซึ่งมีใจรักการแต่งรถมาตั้งแต่เกิดเป็นอย่างยิ่ง

“อ้าว พี่เต้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ เห็นเจ้าดำพี่มาจอดแต่เมื่อวาน” เจ้าเปี๊ยกทักทายเต้อย่างอารมณ์ดี เพราะทั้งสองคนรวยเงินเดิมพันจากการแข่งลดน้ำหนัก และเงินพนันจากเจ้าบอย พอได้เงินมาก็ไม่วายจะเอามาปรับแต่ง รถสุดรักคู่ใจ

“มาสักพักแล้วว่ะเปี๊ยก เอาเจ้าดำมาทำสปาหน่อย มีเงินแล้วนี่ หุหุ ให้ช่างเหิรช่วยล้างคาร์บูด้วยมันชักตันๆ”

“แหมพี่เต้นี่...!! ใจเดียวกับผมเลยนะ ผมก็เอาเจ้าเสือเหลืองมาล้างหัวฉีดเหมือนกัน เครื่องมันชักสะดุดๆ เดินไม่ค่อยเรียบ กระตุกๆ เป็นพักๆ ขับช้าๆ ไม่ได้เลยมันไม่ยอม มันอยากจะวิ่งซิ่งท่าเดียว” เปี๊ยกอดคุยเขื่องด้วยความภูมิใจในความแรงของรถตัวเองไม่ได้

แต่ทั้งนี้ก็ต้องยกความดีให้กับ ช่างเหิร จูนเนอร์มือดีเจ้าของอู่ ที่ช่วยแต่งเติมความสมบูรณ์ให้กับเจ้าเสือเหลือง ได้ซ่าสมใจเหมือนเจ้าของมัน

แต่กับเจ้าดำปืน...รถคลาสสิกปี 1970

“คุณเต้ได้ยกเครื่องเจ้าดำปีนี้แน่ๆ เครื่องมันชักหลวมๆ หน่อยๆ เริ่มมีควันขาวแล้วนะ” ช่างเหิรแนะนำจุติพงษ์

“เปลี่ยนไปเลยพี่เต้ เอารุ่นใหม่ๆ หน่อย เอาแรงๆ เดี๋ยวผมช่วยดูๆให้ เจ้าดำพี่มันชรามากแล้วนะ นะ นะพี่ ” เจ้าเปี๊ยกกุลีกุจอ รีบเชียร์ให้ชายหนุ่มตัดสินใจเปลี่ยนรถในทันที

“อือ...พี่ไม่อยากเปลี่ยนว่ะเปี๊ยกมันก็ยังใช้ดีอยู่นี่ แล้วมันก็อยู่กับพี่มานานแล้ว ถึงจะซื้อคันใหม่ก็คงเก็บเจ้าดำไว้” ชายหนุ่มมองรถสุดรักแล้วทำให้นึกถึงใครบางคนขึ้นมา

“เจ้าดำคุณเต้ยังใช้ได้อีกหลายปีเลยถ้าฟิตเครื่องคราวนี้ สภาพก็ยังดีอุปกรณ์ครบๆ เดิมๆ แบบนี้น่าสะสมไว้นะ ผมว่า แล้วช่วงล่างรถยุโรปอย่างคันนี้เหยียบมาเป็นร้อย ไม่ต้องแตะเบรคเลยตอนเข้าโค้ง เพราะเกาะหนึบไม่ต้องห่วง ถ้าเทียบกับรถสัญชาติเจแปน” ช่างเหิรอธิบายความมีนิสัยดีของเจ้าดำปืน และเห็นด้วยกับชายหนุ่มที่จะเก็บมันไว้

“ไม่จริงล่ะม้าง ผมรู้ดี พี่เต้ไม่ยอมเปลี่ยนรถเพราะอะไร” เจ้าเปี๊ยกทำเป็นยิ้มเยาะ

“อะไรวะเปี๊ยก” เต้ขมวดคิ้ว

“ก็..!! ก็ รถคันนี้มันมีความหลังช่ายละเปล่าล่ะพี่เต้ เฮ้อ...!! ถ้าผมเป็นคุณหนึ่ง คงจะปลื้มมม... ไม่ยอมเปลี่ยนรถเก็บไว้เป็นอนุสรณ์เพราะพี่กับเธอ...เหอะๆ..ช่ายละเปล่า อย่าเถียง...อย่าเถียง ผมน่ะรู้จริง” เจ้าเปี๊ยกเล่นลิ้นอีกตามเคย

“เออ เจ้าเปี๊ยกแกมันแสนรู้”

ช่างเหิรมองสองคนไปมาอย่างงงๆ เมื่อทั้งสองหนุ่มต่างหัวเราะกันอย่างอารมณ์ดี

แต่แล้วความเริงร่าของสองหนุ่มก็ต้องหยุดลงโดยสิ้นเชิง เมื่อเสียงเพลงแสบแก้วหูของเครื่องเสียงติดรถราคาแพง แผดเสียงเพลงวัยรุ่นแบบแร็ปโย่วกระหึ่มนำมา

รถหรูสีแดงเพลิงคันเขื่องแล่นเข้ามาจอดในอู่เหิรฟ้า ไม่ไกลจากรถของเต้และเปี๊ยกเท่าไหร่นัก รถป้ายแดงสัญชาติเยอรมันชาติเดียวกันกับรถเจ้าเปี๊ยก แต่เป็นคนล่ะค่าย คู่แข่งร่วมชาติกันมายาวนาน ระหว่างกังหันฟ้าขาวของเจ้าเปี๊ยกกับดาวสามแฉก

แล้วสองคนที่เปิดประตูก้าวลงมาจากรถเก๋งคันหรู กลับไม่ใช่ใครที่ไหน!!??
ไอ้บอยจอมวางมาดซึ่งมาพร้อมกับไอ้ติ่งคู่หูนรกเบื่อนั่นเอง

“พี่บอย ขำว่ะ สีสะเหล่อจริง ไอ้รถแถวนี้ ของใครก็ไม่รู้ สะเออะจะมาแต่งซิ่งกับเขา” ไอ้ติ่งไม่รอช้า ปากเริ่มกวนบาทา พูดลอยๆ ขึ้นมาตั้งแต่ยังก้าวไม่พ้นประตูรถ

“กูก็ว่างั้นแหละไอ้ติ่ง มันจะวิ่งได้ซักกี่น้ำเชียว ไอ้รถลูกผสมแบบนี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า..!!” ไอ้บอยไม่รีรอ รับลูกแขวะไอ้ติ่งในทันที พร้อมกับหัวเราะเสียงดังจนน่าเหยียบ

“ปัง..!! รถ-กู-เองโว้ย ใครมีปัญหา” เสียงฝ่ามือทุบกระโปรงรถดังสนั่น และเป็นเจ้าเปี๊ยกที่สวนคำเสียงเขียวๆ ออกไปในทันที พร้อมก้าวออกมาจากหลังรถ ตามด้วยจุติพงษ์ ทั้งหมดยืนประชันหน้า นัยน์ตาแต่ละคนเหมือน
จะกินเลือดกินเนื้อกัน โดยเฉพาะไอ้บอยกับไอ้เปี๊ยก

“โอ้....!! นี่รถมึงเหรอวะไอ้เปี๊ยก กูเพิ่งรู้นะเนี้ย กูไม่มีปัญหาหรอกเว้ย ฮ่า ฮ่า ไอ้ติ่งมึงมีไหมวะปัญหาน่ะ” ไอ้บอยเริ่มยียวน แถมยังหันไปถามไอ้ติ่งลูกคู่

“ผมก็ไม่มีอ่ะพี่บอย แฮ่ะ-แฮ่ะ” ไอ้ติ่งหัวเราะอย่างแค่นๆ เมื่อรู้สึกว่าไอ้เปี๊ยกเอาจริง

“มึงจะมีก็ได้นะปัญหา ไอ้ติ่ง ไอ้สาดดด ว่ารถกูสีสะเหล่อเหรอ” เปี๊ยกยั๊วะสุดขีดเตรียมเดินเข้าหาสองแสบ แต่โดนจุติพงษ์ฉุดแขนไว้

“พี่เต้ปล่อยผม..อย่าห้าม..!!”

“เฮ้ยๆ..ใจเย็นเปี๊ยก....!!” เต้ดึงเปี๊ยกไว้ไม่ปล่อย

และก่อนที่เหตุการณ์จะระเบิดเกิดเป็นสงครามล้างเผ่าพันธุ์ ช่างเหิรเจ้าของอู่กรรมการห้ามมวยจำเป็นก็วิ่งออกมาห้ามทัพได้ทันเวลา

“เอาล่ะๆ..!! ใจเย็นๆ นี่อู่รถนะ ไม่ใช่สนามมวย ขอร้องเถอะ พรรคพวกกันทั้งนั้น”

“เฮ้ย..!! ผมไม่ใช่พรรค ใช่พวกมันนะช่าง” เจ้าเปี๊ยกยังไม่ยอมเลิก

“อะน่า..ขอแล้วกัน..เลิกรากันแค่นี้ คุณบอยจะเอารถมาทำอะไร มาทางนี้เลยดีกว่า” ช่างเหิรตัดบทพาไอ้บอย ไอ้ติ่ง เดินห่างออกมาให้พ้นรัศมีการทำลายล้างของเจ้าเปี๊ยก

“พี่ว่าเรากลับกันก่อนดีกว่าเปี๊ยก ชักไม่ค่อยสนุกแล้ว วันหลังค่อยมาใหม่”

“นั่นน่ะซิพี่เต้ ขืนอยู่มีหวังได้กระทืบคนแน่ๆ” เจ้าเปี๊ยกเดินไปที่รถตัวเอง

“เหอะๆ..!! พี่อยากสนุกไหม” เจ้าเปี๊ยกนึกอะไรออก เขากระซิบกับชายหนุ่ม

“เฮ้ย..!! เปี๊ยก เอาอีกแล้วเหรอวะ เวรแล้ว” เต้ฟังเรื่องสนุกๆ ของเจ้าเปี๊ยกแล้วเพลียใจ แต่ก็ไม่ขัด

เจ้าเปี๊ยกเปลี่ยนใจ เดินกลับไปหา คู่อาฆาตข้ามชาติทั้งสอง เขาชี้หน้าพวกมัน แล้วชี้ไปที่รถตัวเองและรถของไอ้บอย พูดกันงึมงำๆ กับไอ้บอยและไอ้ติ่งเหมือนจะทะเลาะกันอีกยก โดยมีช่างเหิรยืนฟังอ้าปากหวอรอเป็นกรรมการ ด้วยความหวาดเสียว

แต่แล้วดูเหมือนทั้งสองคนจะบรรลุข้อตกลงอะไรบางอย่างได้ ทั้งสองพยักหน้าให้กันเป็นที่เข้าใจ โดยมีช่างเหิรเป็นพยานรับทราบ จากนั้นเจ้าเปี๊ยกจึงหันหลังเดินกลับมาที่รถ

“พี่เต้กลับกันเลย เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง ตอนไปส่งพี่”

หลังจากเปี๊ยกและเต้ ขับรถออกไป ไอ้บอยจึงหันมาสั่งงานช่างเหิรอีกครั้ง

“ผมขอแค่ภายนอกนะช่าง กับช่วงล่าง โหลดให้ต่ำลงมาอีกหน่อยเหมือนคันแรกที่เคยเอามาให้ทำ รถป้ายแดงนี่มันดูเรียบๆ ไปหน่อย ขอแบบซิ่งๆ อีกนิด ส่วนเครื่องยนต์ ช่างเหิรไม่ต้องแตะเลย มันแรงของมันอยู่แล้ว ถ้าเสร็จได้ก่อนวันเสาร์นี้ก็ดี ผมมีธุระต้องสะสาง” ไอ้บอยสั่งงานช่างเหิรเสร็จ หันกลับมาพูดกับไอ้ติ่ง

“คราวนี้มันเสร็จกูแน่ ไอ้เปี๊ยก..!”




 

Create Date : 22 มกราคม 2553
1 comments
Last Update : 25 มกราคม 2553 21:31:04 น.
Counter : 461 Pageviews.

 

เฮ้ย พี่แต่งเองเลยเหรอ

 

โดย: ทิน IP: 169.252.4.21 29 มกราคม 2553 9:36:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Tesss
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เฒ่าสายลับ

ลายปากกา


Group Blog
 
 
มกราคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
22 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Tesss's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.