ธันวาคม 2558

 
 
1
3
4
5
7
8
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
22
23
24
25
26
28
29
30
31
 
 
All Blog
เกวียนทมิฬ (หวายดง) ตอนที่ 9 ตรวจค้นที่แอบแฝง




เกวียนทมิฬ (หวายดง) โดย ทักษภณ

บทที่ 9 ตรวจค้นที่แอบแฝง

ใช่แล้วเขารู้จักแก้วดี เขาอดที่จะเผลอตัวล้วงไปในย่ามที่สะพายอยู่ข้างตัวในตอนนี้ไม่ได้ก็เจอสิ่งหนึ่ง สิ่งที่สัมผัสในมือ คือถ้าเช็ดหน้าผืนเล็ก ๆที่แก้วบรรจงปักให้กับเขา มันงดงาม และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยออกมาแค่เขาสัมผัส

แก้วชอบในเรื่องการเย็บปักถักร้อย มีความรอบรู้เกี่ยวกับเรื่องแพรพรรณเพราะได้ช่วยเรื่องการค้าบิดามาตั้งแต่เล็ก แม้แต่เสื้อผ้าของเขาบางคราวที่ชำรุด หญิงสาวมักจะแอบเอาไปซ่อมเมื่อเห็นว่ามันมีสภาพไม่ดี

การเดินทางครั้งนี้แก้วได้เคยขอแอบเดินทางมาด้วยเพราะอยากที่จะไปท่องเที่ยว แต่เขาปฏิเสธ ด้วยเห็นว่า เศรษฐีอ่ำคงไม่ยอมแน่

เพราะว่าการเดินทางกับขบวนกองเกวียนมีอันตรายและความยากลำบากมาก เขาคิดไม่ถึงว่าเมื่อเขาเดินทางกับขบวนเกวียนมาได้ไม่นานจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ซึ่งเขาก็ไม่แน่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหญิงสาวกันแน่

ในใจของเขาขณะนี้วุ่นวายสับสน ด้วยเหตุที่บิดาของหญิงสาวมีน้ำใจกับเขามากมายช่วยเหลือดูแลเขามาตลอดทำให้อดเป็นห่วงไม่ได้ว่า จะมีเรื่องร้ายกับหญิงสาวหรือเปล่า

“แก้วไม่ได้มากับขบวนเกวียนนี้หรอก”

เสียงหนึ่งตะโกนขึ้นมาเป็นไอ้เขียดนั่นเอง ตามด้วยคนอื่นๆ ที่ช่วยส่งเสียงประสานกันในทำนองประมาณว่ามิมี ไม่เห็น เป็นใคร ไม่เคยได้ยินชื่อ ทำให้เขาตื่นจากห้วงจากภวังค์ความคิด

ขณะนี้กลุ่มคนคุ้มกันของขบวนเกวียนได้รายล้อมกลุ่มคนที่มากับม้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมที่จะลุยทุกเมื่อทุกคนไม่รู้สึกกลัว มีแต่ความคึกคัก ด้วยเหตุคนในขบวนเกวียนมีมากกว่าหลายเท่านักเพียงแค่รอสัญญาณเท่านั้น

“ถึงอย่างไรพวกเราก็ต้องขอตรวจค้นก่อน ไม่แน่คนในขบวนเกวียนอาจรู้เห็นเป็นใจหรือไม่ก็ไม่รู้ว่า มีผู้คนแอบมากับขบวนเกวียนก็ได้การตรวจค้นจึงเป็นสิ่งที่ดีสุด”

คนที่เป็นหัวหน้าของคนที่อยู่บนหลังม้ากล่าวด้วยมุ่งหมายว่าจะต้องค้นให้ได้ สถานการณ์มีแนวโน้มว่าจะเลวร้าย ทำให้หวายต้องเจรจาด้วยตนเอง

“การตรวจค้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับท่านแต่ไม่ใช่สำหรับพวกเรา ด้วยว่า สินค้าของเราบางชิ้นมีความสำคัญ และราคาสูงมาก อาจเสียหายได้ใครจะรับผิดชอบ อีกอย่างหนึ่ง การตรวจค้นจะทำให้พวกเราเสียเวลาเดินทาง

ท่านก็ทราบดีกว่าการเดินทางของกลุ่มขบวนเกวียน ย่อมมีเป้าหมายจุดพักของแต่ละวันหากว่าเสียเวลามากนัก พวกเราอาจถึงจุดพักข้างหน้ามืดค่ำ หรือไม่ก็ไปไม่ถึงจุดพักซึ่งนั่นจะสร้างความเสียหายให้แก่เรามาก

การเดินทางในเวลากลางคืนเป็นความยากลำบากของขบวนเกวียนคนและพาหนะถึงเวลาต้องได้รับอาหาร ถึงเวลาต้องได้พักผ่อน พวกท่านจะมาตามความต้องการของพวกท่านได้อย่างไร

หากท่านเป็นคนของทางการจริงย่อมต้องสนับสนุน อำนวยประโยชน์ให้แก่พวกเราบ้าง ที่พวกเราบอกว่าไม่เห็นแก้ว หญิงสาวมิได้มากับพวกเราก็คือเรื่องจริง ข้าในฐานะหัวหน้ากองเกวียนขอรับรอง ด้วยความสัตย์”

หวายกล่าวรับรองแข็งขัน ด้วยหวังว่า จะได้ไม่ต้องถูกตรวจค้นเพราะทำให้เสียเวลา และสินค้าเสียหายได้ อีกอย่างหนึ่งผู้ที่ทำการตรวจค้นจะแน่ใจได้อย่างไรว่า ไม่มีเจตนาแอบแฝง

หลังจากกล่าวจบนิ่งรอฟังคำตอบ แต่ก็ไม่เป็นไปตามความมุ่งหวังของเขาซึ่งก็เป็นไปตามคาดเดาที่มีอยู่ก่อนแล้วว่าอย่างไรเสียคนกลุ่มนี้ต้องตรวจค้นให้ได้ พวกเขาไม่ฟังเหตุผลใด ๆ ทั้งต้องการจะตรวจค้นอย่างเดียว

“ถึงอย่างไรต้องมีการตวจค้นอย่างละเอียด เป็นสิ่งที่พวกเราควรทำอีกอย่างหนึ่ง ข้าได้รับการขอร้องจากเศรษฐี ให้ช่วยตามหาบุตรสาวที่หายตัวไป

จากการติดตามร่องรอยสถานที่แรกๆที่น่าสงสัยก็คือขบวนเกวียนนี้ บ่งชี้ว่ามีเส้นทางมาทางด้านนี้ ข้าเกรงว่า บุตรสาวของเศรษฐีจะมีการนัดแนะกับหัวหน้าขบวนเกวียน ที่ใดที่หนึ่งเป็นแน่”

เอาละสิ งานเข้าหวายเต็มๆหวายคิดว่าถ้าคนบนหลังม้าพูดมาเป็นเรื่องจริง มีแนวโน้มว่าความซวยจะมาเยือนทั้งที่เขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย อีกทั้งยังเคยห้ามปรามมิให้แก้วติดตามเขามา

แต่ถ้าคำพูดที่คนกลุ่มนี้กล่าวเป็นเรื่องเท็จเพื่อหาเหตุตรวจค้นขบวนเกวียนเขาโดยมีจุดมุ่งหมายบางอย่าง

ระหว่างการตรวจค้นอาจมีการยักยอกทรัพย์ยัดข้อหาแก่ขบวนเกวียน หรือมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความปั่นป่วนให้กับขบวนเกวียน ไม่มีใครรู้ได้

ดังนั้นการไม่ให้ตรวจต้นน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด หวายคิดเช่นนั้น

“ข้าขอยืนยันคำเดิม มิให้ตรวจค้นถ้าพวกท่านยังดื้อด้าน จะตรวจค้นให้ได้ ก็ลองมองไปรอบข้างสิคนที่ล้อมท่านอยู่ขณะนี้ มากกว่าท่านหลายเท่า

มีฝีมือระดับครูดาบ ครูมวย ไม่กลัวตายทั้งนั้นแทบทุกคนผ่านการโกงความตายนับไม่ถ้วน ไม่เชื่อก็ลองดู”

การกล่าวของหวาย เป็นการขู่กลุ่มคนบนหลังม้าไปในตัวซึ่งก็ทำให้หัวหน้ากลุ่มต้องใช้ความคิดเป็นเพลาชั่วหลายอึดใจ ก่อนจะตัดสินใจไม้ตายที่ทำให้หวายปฏิเสธไม่ได้ขึ้นมาแสดง

“เศรษฐีก็รู้ว่าการตรวจค้นอาจจะไม่ได้ทำได้ง่ายๆทำให้มีปัญหา เสียหายทั้งสองฝ่าย จึงได้ฝากสิ่งหนึ่งมา เจ้าลองดูสิ่งนี้ก่อน”

คนบนหลังม้าหลังจากส่งสิ่งของให้แล้วก็นั่งยิ้มมองมาที่หวาย อย่างมีความมั่นใจ ว่าเยี่ยงไรคงได้ตรวจค้นเป็นแน่เพราะมันเป็นหนังสือจากเศรษฐีอ่ำ ลงครั่งประทับตรา

ขอให้อำนวยความสะดวกแก่คนกลุ่มนี้ในการค้นหาแก้วเนื่องด้วยเศรษฐีมีความเป็นห่วงในตัวบุตรสาวเป็นอย่างมาก ทำให้หวายต้องยอมให้ตรวจค้น

“เอาละ ข้าเชื่อว่าหนังสือฉบับนี้น่าจะเป็นของจริงจะยอมให้ท่านตรวจค้นสักครั้งก็ได้เพื่อความสบายใจของเศรษฐี และพวกท่าน”

หลังจากหวายสั่งให้คนของขบวนเกวียนเข้าไปประจำที่ของตนเอง คอยดูการตรวจค้น ระวังอย่าให้สินค้าเสียหายได้ การตรวจค้นจึงได้เริ่มขึ้นซึ่งอยู่ในสายตาของคนในขบวนเกวียนอันที่จริงในขบวนเกวียนก็ไม่มีสิ่งที่น่าลึกลับอันใด

แต่การค้นหาดูเหมือนจะพยายามดูอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม บางจุดบางซอกเล็กๆ ที่คนไม่น่าจะไปหลบซ่อนได้ ก็ยังทำ จนรู้สึกรำคาญขวางหูขวางตาเป็นอย่างมาก การตรวจค้นสร้างความตึงเครียดให้กับคนในขบวนเกวียนพอสมควรโดยเฉพาะไอ้เขียดถึงกับทนไม่ได้

“ไอ้อึ่งข้ากำลังหงุดหงิด เครียดมึงช่วยหาผักบุ้งให้คนพวกนี้กินหน่อย”

“เป็นกระไร คนกลุ่มนี้ต้องกินผักบุ้ง..ข้าว่าผักบุ้งไม่น่าจะช่วยบำรุงกำลังได้ อ้อหรือว่าพวกนี้มันโง่ ทำให้ต้องใช้เพลาค้นหานานหมายถึงทำงานช้าเป็นเต่ารึ ข้าเห็นด้วย สงสัยคนพวกนี้กินแต่ผักบุ้ง กินน้ำมันเต่า ถึงได้ทำอะไรชักช้า”

อึ่งทำท่าเห็นด้วย และคิดว่าไอ้เขียดคงแกล้งพูดคลายเครียด ตามนิสัยปากไม่ดีของมันจึงได้รับมุกตามน้ำ

“เปล่า ข้าหมายถึง คนพวกนี้สายตาไม่ดีต่างหากจึงได้หาอะไรไม่เจอ ค้นหาคนทำไมต้องค้นตามซอกตามมุมละเอียดยิบขนาดนั้น ให้กินผักบุ้งจะได้บำรุงสายตาต่างหากเว้ยเห้ย”

เจ้าลวกกล่าวแย้ง ถ้าพูดถึงเรื่องกินอึ่งไม่เป็นรองใครอยู่แล้ว มันเป็นนักชิมอันดับหนึ่งของขบวนเกวียนนี้อีกประการหนึ่ง การเป็นนักเดินทางต้องมีความรู้เรื่องอาหาร เรื่องยาอยู่บ้าง

“ข้าว่า รู้สึกว่าบัดเดี๋ยวนี้ผักบุ้งน่าจะหายาก เพราะละแวกนี้มีแต่ป่าเขา เมล็ดฟักทองก็ดีนะ ข้าได้ยินมาว่าบำรุงสายตาดีเหมือนกันพวกเราไปเอาเมล็ดฟักทองจากเกวียนเสบียงไปให้ พวกนั้นแทะเล่นดีไหม”

“ข้าว่าอย่าดีกว่า กลัวว่าเอ็งจะแอบไปหาของกินที่กองเสบียงเกวียน ข้าแน่ใจว่าไม่มีผักบุ้ง และฟักทอง อีกอย่างข้าไม่แน่ในว่าคนพวกนั้นกินของ สองสิ่งนี้แล้วจะสายตาดีทำให้การค้นหาเร็วขึ้น”

การตรวจค้นใช้เวลาพอสมควรและก็ยังไม่พบแก้วตามข้ออ้างขอตรวจค้นแต่แรก

แม้ว่าการตรวจค้นเจอของแปลกประหลาดมากมายที่คาดไม่ถึงแต่ก็น่าจะยังมิใช่จุดมุงหมายของพวกมัน และดูเหมือนว่ายังไม่เป็นที่พอใจของกลุ่มคนที่ค้นหาในขณะนี้พวกมันต้องการอะไร

หลังจากที่กลุ่มคนบนหลังม้าปรึกษาหารือกันแล้ว จึงเคลื่อนไหวมาที่หัวหน้าขบวนเกวียน

“ข้าต้องการค้นที่ตัวผู้คน ทุกคนอย่างละเอียด”

เจ้าหนุ่มหน้าขาวผมยาวหนึ่งในสมาชิกบนหลังม้ากล่าวซี่งเป็นคำกล่าวที่สร้างความงุนงงให้กับผู้คนในขบวนเกวียนยิ่งนัก

“ค้นหาคนทำไมต้องค้นที่ตัวผู้คนต้วผู้คนจะไปอยู่ในคนได้ยังไง บ้าหรือเปล่า ค้นหาคนที่ตัวคน ตอนแรกบอกว่าหาคนค้นที่คนจะหาอันใด”

เสียงคนในขบวนเกวียนตะโกนโวยวาย มีเสียงเห็นด้วยตอบรับอื้ออึงซึ่งก็ตรงกับความคิดของหวาย กลุ่มคนพวกนี้กำลังเล่นอะไรกันขบวนเกวียนก็ค้นโดยละเอียดแล้ว ไม่เจอแก้ว ยังจะมีค้นที่ตัวคนหาอะไรหวายคิดว่าคราวนี้ยอมไม่ได้

“พวกท่านจะค้นหาอะไรที่ตัวคนเป็นไปมิได้ ที่แก้วจะไปซ่อนในเสื้อผ้าคน”

หวายกล่าวคัดค้านไม่เห็นด้วยพร้อมกันนั้นมีเสียงพูดเบาๆ ทางด้านหลัง

“สงสัยคนพวกนี้อยากจะลูบคลำหัวหน้าหวายมั้งพวกมันเห็นว่าหัวหน้ารูปร่างน่าลูบคลำ อิอิ”

เป็นความทะลึ่งของไอ้เขียวนั่นเอง มันพูดแทบไม่ทันขาดคำมีเสียงพลั๊ก แล้วมันก็ ร้อง โอ้ย เซไปนั่งลงกับพื้น

“สมน้ำหน้า เล่นมิรู้ที่ต่ำที่สูง ฮ่าๆ”

เสียงหนึ่งแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงสาแก่ใจ ที่มันทะเล้นไม่เลือกที่ ในสถานการณ์ตึงเครียดมันยังนึกเล่นไม่เลือก

“ข้าว่าอย่าให้มันค้นเลยจั๊กกะเดี๋ยมว่ะ พวกเราถอดผ้าให้มันดูเลย ง่ายดี เป็นการแสดงความบริสุทธิ์ไม่เสียเวลาด้วย “

เสียงหนี่งเสนอขึ้นมาด้วยอารมณ์คึกคะนองตามประสาผู้ชายหรือว่า มีเจตนาอะไรก็ไม่มีใครรู้ได้

“อือให้พวกมันตั้งแถวแล้วพวกเราก็แก้ผ้าเดินผ่านพวกมัน ให้มันจ้อง ให้เต็มตาพวกมันตาเป็นกุ้งยิงแน่นอน สมน้ำหน้าพวกมัน ฮ่าๆๆๆ”

อีกเสียงเสนอขึ้นมาอีก อย่างคึกคะนองจะว่าไป คนที่ขอค้นตัวผู้คน หาผู้คนว่าบ้าแล้ว คนที่เสนอตัวแก้ผ้าให้ดูน่าจะบ้ากว่าอีกหลายคนได้ยินความคิดนี้อาจเห็นด้วย เพราะคิดสนุกสนานแต่ถ้าจินตนาการว่ามีเปรตมาเดินแก้ผ้าเต็มขบวนเกวียนคงรู้สึกสยองพิลึกแล้วถ้าบางคนแก้ผ้าละจะเป็นเช่นไร อืม...

“เฮ้ย..ไม่ได้นะ บ้าๆๆ “

เป็นเสียงเล็กแหลมปรี้ดของคนในขบวนเกวียนผู้หนึ่งที่มีรูปร่างค่อนข้างบอบบางแต่งตัวมิดชิดไม่เว้นแม้แต่กระทั่งไปหน้าเจ้าของเสียงคงจินตนาการแล้วเกิดความไม่ชอบใจเป็นแน่จึงร้องออกมา ซึ่งก็คือน้ำใสนั่นเอง

เสียงนี้ทำให้หลายสะดุ้งบางคนอาจแสบแก้วหู หวายจึงตัดสินใจกล่าวกับกลุ่มคนบนหลังม้า ขอปรึกษาหารือกับคนในขบวนเกวียนเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดก่อนที่จะมีข้อผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้น

“พวกเราขอปรึกษาหารือก่อนจะแจ้งให้พวกท่านทราบ”

จากนั้นหวายจึงได้เรียก พร้าวและคนอื่นๆ ที่มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจ ส่วนคนที่เหลือให้เฝ้ากลุ่มคนบนหลังม้าไว้

การพูดคุยได้มีการถกเถียงเกี่ยวกับข้อสงสัยต่างๆตั้งแต่ฐานะของกลุ่มคนบนหลังม้า เป็นคนของทางการจริงหรือไม่ ได้คำตอบว่าเคยเห็นคนที่เป็นหัวหน้ามาที่บ้านของเศรษฐี รวมทั้งดูจากการแต่งกาย และแหวนที่นิ้วมือน่าจะเป็นจริง อีกทั้งยังมีจดหมายของเศรษฐีประกอบด้วย

การตรวจค้นที่ตัวผู้คนมิควรยอม เพราะท่าทีการตรวจค้นเหมือนกับว่าแอบแฝงค้นหาสิ่งของบางอย่างไม่แน่ว่าจะเป็นการตั้งใจค้นหาสิ่งของมีค่าสำคัญบางประการบางคนกลุ่มนี้จะข้อมูลอะไรมาเกี่ยวกับขบวนเกวียน จึงพยายามหาสิ่งที่ต้องการให้ได้ สรุปแล้วการค้นเท่าที่ทำไปแล้ว เพียงพอแล้ว หวายจึงได้สรุปและสั่งการอย่างรวดเร็ว

“เมื่อทุกคนเห็นว่าไม่ควรให้ตรวจค้นข้าจะไปแจ้งกับกลุ่มคนพวกนั้น พวกเราทุกคนเตรียมพร้อมไว้เพราะอาจมีเหตุการที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้

ส่วนเรื่องการหายตัวของแก้วขอไหว้วานพี่พร้าวกลับไปสืบข่าวให้ชัดเจนอีกที ตอนนี้เราเดินทางมาจากโคราชได้มิไกลนักอยากจะให้เดินทางไปเลย ข้าก็ร้อนใจอยากทราบข่าวเช่นกัน

ส่วนกลุ่มคนจอมค้นที่เพิ่งจากไป อาจจะยังวนเวียนอยู่แถวนี้ให้ระวังให้มากกองเกวียนของเราเหมือนเคยมีร่องรอยของการรื้อคน ไม่แน่อาจเป็นคนกลุ่มนี้ก็ได้พี่พร้าวพาคนไปสักสอง สามคนก็ได้ เอาที่ฝีมือดีหน่อยเพราะไม่แน่อาจถูกดักซุ่มกลางทางได้”

หลังจากพูดไปแล้ว หวายนึกบางอย่างได้

“ข้าว่าพี่พร้าวไปเดินเท้าไปคนเดียวดีกว่าลัดเลาะไปตามป่าอย่าไปตามเส้นทาง จะได้ไม่เป็นเป้าสายตาของคนพวกนั้น”

จากนั้นหวายได้ไปแจ้งให้กลุ่มคนบนหลังม้าทราบว่ามิให้มีการตรวจค้นอีก ซึ่งคนกลุ่มนั้น บางคนได้แสดงอาการไม่พอใจนิดหน่อย เจ้าผมยาวทำท่าเหมือนจะลุยกับกลุ่มขบวนเกวียนแต่เห็นสีหน้าเอาจริงของพวกขบวนเกวียนก็ไม่กล้า จากนั้นเห็นว่ามีการคุยกันสักครู่ก็พากันขี่ม้าจากไป




Create Date : 15 ธันวาคม 2558
Last Update : 12 พฤษภาคม 2560 23:39:07 น.
Counter : 477 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

thampitak 33
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments