พฤศจิกายน 2558

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
23
25
27
29
 
 
All Blog
เกวียนทมิฬ (หวายดง) ตอนที่ 2 น้ำมาจากไหน




เกวียนทมิฬ (หวายดง) โดย ทักษภณ

บทที่ 2 น้ำมาจากไหน

พอได้ยินคำว่า ปล้นของไอ้เขียวเท่านั้น หวายที่เมื่อสักครู่อยู่ในอาการดูเหมือนคนที่เฉื่อยชาก็กระโจนตัวปลิวลงจากเกวียนอย่างทันทีทันใด ตามประสบการณ์ที่ผ่านมาบวกกับคำสั่งสอนของพ่อแม่ ครูอาจารย์ ทำให้เขาทราบว่าเหตุการณ์ขั้นวิกฤตกำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้

เขาทราบดีว่า ทุกครั้งที่เกิดการปล้นมันจะสร้างความเสียหายกับขบวนสินค้าที่เขารับผิดชอบอย่างร้ายแรงอีกทั้งคนในขบวนที่เขาต้องดูแลรับผิดชอบยังต้องมีการบาดเจ็บหรือล้มตายเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ในเส้นทางสัญจรที่เชื่อมต่อกันระหว่างแขวงเมืองย่อมจะต้องมีขบวนพ่อค้าที่ขนสินค้าไปค้าขายระหว่างเมืองเป็นระยะขบวนพ่อค้านับว่าเป็นนักเสี่ยงโชค เสี่ยงตายอย่างช่ำชองเลยทีเดียวนอกจากนี้แล้วยังต้องเป็นผู้ที่มีฝีมือในทางการต่อสู้เอาตัวรอดอยู่พอตัว

เนื่องจากว่ามีผู้คนบางกลุ่มชอบที่จะคิดหาอัฐใช้ง่ายๆจึงได้คิดเสี่ยงชีวิต ไปเบียดเบียนทรัพย์สินของผู้อื่นซึ่งคนเหล่านี้มีอยู่ทุกแห่งหน ทุกยุคทุกกาลสมัย

บุคคลเหล่านี้มีเบื้องหลังความเป็นมาที่แตกต่างกันไปแต่ละคนมีแรงผลักดันให้ก้าวเข้ามาสู่วังวนแห่งความชั่วร้ายอันแสนจะโหดเหี้ยมสุดแสนรันทด น่าเศร้าใจ แตกต่างกันไป

พริบตาเดียวหวายก็พรวดไปถึงหน้าขบวนเกวียนก็เห็นลูกน้องของเขาจับกลุ่มคุยกันดังโขมงโฉงเฉงซึ่งแต่ละคนแม้นว่าจะคุยกันรู้เรื่อง แต่สำเนียงของแต่คนแปลกแตกต่างกันออกไปจนกระทั่งบางครั้งคนเล่าเรื่องกับคนฟังเข้าใจไปกันคนละเรื่องก็มี

เขามองกวาดไปด้านหน้าของขบวนเกวียนก็มิพบว่ามีสิ่งแปลกปลอมใด ๆ บริเวณหน้าขบวนเกวียน ตามที่นายเขียวบอกกล่าวมามีแต่คนในขบวนเกวียนเท่านั้นที่จับกลุ่มคุยกัน และยืนอยู่พรืดเต็มไปหมดเมื่อมองกวาดสายตาไปรอบๆก็มิเห็นมีสิ่งใดดังที่ไอ้เขียวบอกจึ่งหันไปถามมันที่วิ่งตามมาอย่างกระชั้นชิด ด้วยน้ำเสียงออกจะหงุดหงิดนิดหน่อย

“ไหนมึงบอกว่ามีคนมาดักหน้าขบวนเกวียนแล้วทำท่าว่าจะปล้นข้ามิเห็นมีใครตามที่มึงกล่าวแต่อันใด”

“มิรู้สิขอรับนายเมื่อสักครู่กระผมยังเห็นยืนกันเป็นพรืดอยู่เลย ลองถามพวกจับกลุ่มคุยกันดูสิขอรับอาจจะได้เรื่องราวกระไรบ้าง”

เป็นเสียงของนายเขียวกล่าวหลังจากที่มันก็มิเห็นกลุ่มคนที่มันเห็นสักครู่เลย มันก็ออกงุนงงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกันเพราะว่าตามปกติแล้วพวกที่มาปล้น ควรจะมิหยุดก่อการไปง่ายๆ จนกว่าจะปล้นสำเร็จหรือมิก็คิดว่าการทำการครั้งนี้คงมิสำเร็จ

แต่โจรกลุ่มนี้มาปรากฏขึ้นทำให้เกิดความวุ่นวายสับสนในขบวนเกวียนแล้วมันก็ทำการหลบหนีไป โดยยังมิได้ลงมือตามวิสัยของโจรใดๆเลยนับว่าเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก

“เรื่องมันเป็นมาประการใดข้าใคร่รู้นัก”

หวายกล่าวในทันทีทีเดินไปถึงกลุ่มคนในขบวนเกวียนที่กำลังจับกลุ่มคุยกันคนที่อยู่ในกลุ่มมีท่าทีแตกต่างกันไป บางคนทำท่าทำทางเหมือนฮึดฮัดคันไม้คันมือต้องการจะบดขยี้ฝ่ายตรงข้ามอย่างเต็มที่ บางคนแสดงท่าทางงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“พวกมันไปแล้วหัวหน้า”

เป็นเสียงหนึ่งในกลุ่มคนที่ยืนคุยกันรีบผละจากวงสนทนา เมื่อหันไปเห็นหวายเดินเข้ามา

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะกระไรพวกมันมาดักหน้าพวกเรา ทำท่าเหมือนว่าประสงค์ร้ายต่อขบวนเกวียนของเราพอขบวนเกวียนหยุด

พวกคุ้มกันขบวนเกวียนเตรียมพร้อมเพื่อป้องกันตัวพวกมันก็ส่งสัญญาณถอยหลบตามเส้นทางเดิมที่มันโผล่มา อย่างรวดเร็วพริบตาเดียวก็หายเหมือนมิมีอันใดเกิดขึ้น”

พร้าวกล่าวขึ้นอีกพร้อมกับเดินเข้ามาหาผู้เป็นายพร้อมกับสอดดาบของตนเก็บเข้าฝักที่สะพายติดหลัง

หวายหลังคำบอกกล่าวฟังแล้วก็ได้แต่ยืนนิ่งใช้ความคิดอย่างหนัก จากประสบการณ์กับขบวนเกวียนของของเขามิเคยพบเหตุการณ์ประหลาดเช่นนี้เลย และในขณะนี้เขาก็ยังคิดหาสาเหตุมิได้แม้นจะพยายามเต็มที่แล้วก็ตาม หลังจากตริตรองชั่วครู่ หวายก็ตัดสินใจ

“เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดถ้าคิดมิผิดข้าคิดว่าพวกมันกำลังเล่นกระไรบางอย่างกับพวกเราเพลานี้คงมิอาจทำกระไรดีไปกว่าคอยดูพวกมันว่าจะทำประการใดและคอยแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นเฉพาะหน้า ทีละอย่างน่าจะดีกว่า ข้าคิดว่าพวกเราเริ่มเดินทางต่อไปเถอะ”

หวายหันไปกล่าวเชิงเสนอความเห็นกับนายพร้าวซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุดในขบวนเกวียนนี้ ในที่สุดขบวนเกวียนก็เริ่มเดินทางต่อไป เนื่องด้วยทุกคนในขบวนเกวียนเห็นควรว่าควรปฏิบัติเช่นนี้

ขบวนเกวียนเริ่มเคลื่อนที่อีกครั้งหนึ่งหวายเดินนำหน้าไปกับขบวนเกวียนไปสักระยะหนึ่ง เขาเดินนำหน้าคู่กับพร้าว

“น้าพร้าวคิดว่าในระยะนี้พวกมันจะกลับมาโจมตีพวกเราอีกฤาเปล่า”

หวายหันมาถามพร้าวในเชิงปรึกษาหารือ

“ข้าว่ามันคาดเดายากมากตั้งแต่อยู่กับขบวนเกวียนมิเคยเจอเหตุเช่นนี้แต่ก็มิต้องกังวลอันใดดอก ข้ามิได้กลัวพวกมันสักนิด”

“ข้าก็ว่าเช่นที่น้ากล่าว”

หวายเรียกผู้ร่วมงานที่มากด้วยประสบการณ์ว่าน้าด้วยสูงวัยกว่าเขาและเขาก็รักน้ำใจของพร้าว อีกทั้งให้ความนับถือในฝีมือการต่อสู้ถึงแม้นฝีมือและไหวพริบจะสู้เขามิได้แต่มิได้ยิ่งหย่อนมากนัก

เมื่อไม่มีเหตุผิดปกติ หรือน่าเป็นห่วงเนื่องจากว่าตอนนี้เป็นเวลากลางวัน ภูมิประเทศก็ธรรมดา แม้นว่าข้างทางจะเป็นป่ารกพวกที่โจมตีเมื่อสักครู่คงมิหวนกลับมาอีก เพราะว่าตามธรรมดาโจรที่มาทำการปล้นเมื่อปล้นมิสำเร็จก็คงจะมิยอมเสียเวลามาอีก

เนื่องด้วยเส้นทางสายนี้เป็นเส้นทางสำหรับการเดินทางระหว่างเมืองมีขบวนเกวียนเดินทางเป็นระยะแม้นว่าเป็นทางในระยะนี้จะห่างออกจากตัวเมืองมาพอสมควร แต่ก็มิน่าจะมีปัญหากระไร

เขาได้กลับเข้าไปกระโจมเกวียนอีกครั้งเพื่อเอนหลังเอาแรงซึ่งก็อยู่ในสายตาของคนบาง การกระทำนี้สร้างความหมั่นใส้ยิ่งนัก

แต่ว่าเหตุการณ์ไม่เป็นไปดังที่หวายคิดเอาไว้

ในชั่วขณะเพลามินานหวายอยู่ในอาการเหมือนว่าจะเคลิ้มหลับไป ก็มีเสียงดังฟึบเขารู้สึกว่าดูเหมือนจะเป็นที่บริเวณหลังคากระโจมเกวียนของเขาเสียงนี้เหมือนสิ่งใดสิ่งหนึ่งเคลื่อนที่ มาด้วยความเร็วสูงมายังเกวียนที่เขากำลังเอาศีรษะมุดเข้าไปอยู่ในขณะนี้

ด้วยความที่ว่าในขณะนั้นเขากำลังจะเคลิ้มๆสู่ภวังค์แห่งความนิทราเป็นเหตุให้มิได้สนใจกระไร และยังคงหลับตาพักผ่อนตั้งใจจะฝันหวานต่อไปและด้วยคิดว่าคงมิมีกระไร คิดแต่เพียงว่าจะนอนเท่านั้น

แต่สิ่งที่เขาคิดไว้มันมิเป็นไปตามนั้นมีเสียงแอะอะของคนในขบวนเกวียนดังระงมไปหมด ขบวนเกวียนหยุดชะงักอีกครั้ง

โดยเฉพาะไอ้ลวกที่เป็นผู้ขับเกวียนของเขาฟังดูแล้วเหมือนว่าตกใจกระไรสักอย่างทั้งที่ยังมิลืมตาเขารู้สึกว่าด้านหลังคากระโจมเกวียนเหนือที่นอนของเขาร้อนผิดปกติแถมเสียงดังเปรี๊ยะๆคล้ายกับไฟไหม้

ฉับพลันที่เขาลืมตาท่ามกลางเสียงโหวกแหวกของผู้คนในขบวนเกวียนก็พบว่าที่กระโจมเกวียนด้านบนเหนือศรีษะของเขาเป็นรูโหว่ขนาดเท่าจานข้าวขนาดเขื่องมีไฟกำลังติดรอบๆมองดูคล้ายกับห่วงไฟ กำลังขยายขนาดลามไหม้กระโจมเกวียนของเขาอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีดวงไฟใหม่ๆ เกิดขึ้นอีกหลายจุด

หวายทะลึ่งลุกพรวดกระโจนลงจากเกวียนในทันทีเมื่อลงมาจากเกวียนแล้ว ก็พบว่ามีเพียงเกวียนของเขาเท่านั้นที่โดนโจมตี ทำให้เกิดไฟไหม้ในลักษณะเช่นนี้เกวียนทุกเล่มหยุดการเคลื่อนไหวแต่ผู้คนในขบวนเกวียนพยายามหาที่กำบังดูวุ่นวายสับสนไปหมดไม่เว้นแม้นแต่คนที่ใกล้ตัวเขา

“เป็นอย่างไรบ้างหัวหน้า”

เสียงนายลวกถามมา ด้วยน้ำเสียงสั่นๆ โดยที่ตัวเองนั้นมิได้อยู่ในตำแหน่งเดิมที่ควรจะอยู่แล้วมันพยายามที่หลบเอาตัวรอดจากจากการโดนโจมตีด้วยประสบการณ์อันช่ำชองและด้วยสัญชาตญาณแห่งการเอาตัวรอดเหมือนเช่นมนุษย์ทั่วไป

“ไม่เป็นไรว่ะตกใจนิดหน่อย”

หวายตอบพร้อมกับมองไปรอบๆ เพื่อสำรวจเหตุการณ์ และภูมิประเทศเพื่อหาสิ่งผิดปกติ พร้อมกับเคลื่อนตัวหาที่กำบังด้วย

“เฮ้ยไอ้ลวกมึงไปมุดหัว อยู่ไหนว่ะ”

หวายถามเมื่อมองมิเห็นลูกน้องคนสนิทพร้อมกับพยายามมองหาสาเหตุ หรือที่มาให้เกิดไฟไหม้แต่มีความรู้สึกว่าในขณะนี้บริเวณรอบข้างเงียบสนิทเหมือนกับไม่มีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้น

ดูเหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการจงใจให้เกิดขึ้นกับเกวียนของเขาเท่านั้นและหวายก็จะนึกได้ว่าไฟที่กำลังไหม้เกวียนของเขาอยู่

ในขณะที่กำลังจะหาคนมาช่วยดับไฟที่กำลังพิโรธอยู่ในขณะนี้ก็มีเสียงสาดน้ำเข้ามาที่พระเพลิงที่กำลังลามเลียหลังคากระโจมเกวียนของเขา

น้ำที่สาดมามันเป็นด้านตรงข้ามของเกวียนบ้างด้านอื่นบ้าง สาดไปที่ไฟโครมๆ ด้วยความพร้อมเพรียงว่องไวเขานึกภูมิใจในคนของเขาในใจว่าไอ้พวกนี้ทำงานได้ดี รู้หน้าที่รับผิดชอบต้องหาโอกาสตอบแทนน้ำใจพวกมันสักหน่อยน่าจะเป็นการดี

หวายได้ยินเสียงน้ำที่เข้าปะทะกับกองไฟมิขาดระยะบัดนี้มิทราบว่าพวกมันไปนำน้ำมาจากที่ใดมันแข่งกันสาดน้ำไปที่เกวียนที่ไฟกำลังลุกไหม้กันวุ่นวายสับสน

อันที่จริงไฟไหม้หลังคากระโจมเท่านั้นเพียงแต่ว่าเกวียนนั้นเป็นของหัวหน้าขบวนพวกมันจึ่งตื่นเต้นและช่วยกันทำงานอย่างแข็งขัน เต็มกำลังความสามารถ

ดูเหมือนว่าสิ่งที่พวกมันทำนั้นทำไปด้วยความตกใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากกว่าดังนั้นการดับไฟครั้งนี้ดูวุ่นวายสับสน ผิดพลาด

หวายมีความรู้สึกว่าน้ำที่พวกมันแข่งกันสาดเข้าที่กองไฟนั้นส่วนหนึ่งก็เข้าไปที่กองไฟแต่ส่วนหนึ่งมันมิได้โดนกองไฟ ส่วนหนึ่งมันไปที่ใดกันเล่า ก็สาดกระจายมาที่เขานะสิ

บัดนี้หวายมีความรู้สึกว่ากำลังเปียกโชกไปด้วยน้ำด้วยตำแหน่งที่เขายืนอยู่มิห่างจากเกวียนต้นเพลิงนักในคราวแรกก็รู้สึกว่าน้ำที่สาดมานั้นก็มิได้ผิดแปลกอันใดมันเหมือนกับน้ำทั่วไปเขารู้สึกว่าเออมันก็เย็นดีทำให้เขารู้สึกสดชื่นกระชุ่มกระชวย ในใจเขารู้สึกสบายตัวขึ้นอีกด้วย

แต่ว่า.... หยาดละอองน้ำที่มันพุ่งกระจายมาหาเขาครั้งต่อมาๆ ในจำนวนหนึ่งนั้น ใครก็มิรู้ได้สาดมันพุ่งเข้ามาทางด้านสีข้าง เข้าบริเวณซอกคอกกหูกระจายเข้าเต็มสองรูจมูก

เขารู้สึกว่าน้ำนั้นมันเป็นน้ำที่มิน่าจะใช่น้ำดีเป็นแน่หวายมีความรู้สึกว่ามันมีกลิ่นที่มิน่าปรารถนาติดมาด้วย คล้ายกับว่าใช่แล้วกลิ่นฉี่ อ๊าก เขาร้องในใจนี่มันฉี่ชัดๆ เหม็นแสบรูจมูกจนจมูกแทบไหม้

บัดนี้เขาเหมือนเกิดอาการมึนวิงเวียนศรีษะ แต่ก็ยังนับว่าโชคดีที่มิมีน้ำชนิดนี้สาดมาที่เขาอีกและขณะนี้ไฟดับมอดลงแล้ว

“กระผมอยู่นี่ขอรับ”

เป็นเสียงของไอ้ลวกที่ตอบมาหวายฟังแล้วรู้สึกว่าเสียงมันอยู่มิห่างเขาเท่าใดนัก เขามองไปตามเสียงเห็นเจ้าของเสียงยืนด้วยสีหน้าแหยๆ ที่มือของมันยังถือภาชนะใส่น้ำค้างติดมือของมัน

“ขอประทานอภัยขอรับ มันผิดเป้าหมายไปบ้างแต่ตอนนี้ไฟก็ดับแล้วขอรับ”

ไอ้ลวกมันเห็นสีหน้าของหวายแสดงอาการประหนึ่งว่าการกระทำของมันเมื่อสักครู่นี้เป็นการทำความผิดขั้นร้ายแรงในเพลานี้มันรู้สึกว่ามันทำดีแล้วมิได้ดีทำให้ต้องพยายามอธิบายสิ่งที่มันได้ทำลงไป

“โชคดีนะขอรับหัวหน้าที่หาน้ำดับไฟได้ทันรีบไปหน่อยขอรับพลาดจากไฟไปโดนบ้าง คงมิเป็นไรนะขอรับ ของมันพลาดกันได้นิดๆ หน่อย ๆคงมิว่ากันนะขอรับ”

มันพยายามด้วยความภาคภูมิใจกับผลงานในครั้งนี้ของมัน

“ไอ้ลวกมึงลองดูที่ถังน้ำของมึงหน่อยได้ไหมว่ะ”

“ดูทำไมขอรับ”




Create Date : 24 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 12 พฤษภาคม 2560 23:24:59 น.
Counter : 403 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



thampitak 33
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments