ทักษภณ
<<
สิงหาคม 2562
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
12 สิงหาคม 2562

ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 10/1พลายแก้วได้นางลาวทอง

ขุนช้าง ขุนแผน

เรียบเรียงจากเสภา เรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน โดย ทักษภณ

ตอนที่ 10/1 พลายแก้วได้นางลาวทอง

 

กล่าวถึงแสนคำแมน เป็นนายแคว้นบ้านจอมทอง มีนางศรีเงินยวง เป็นดังดวงใจรักใคร่มาแต่ก่อนมา ทั้งสองมีลูกสาวชื่อลาวทอง ดูแล เลี้ยงดู จนกระทั่งเป็นสาวรุ่น อายุได้ 15 ปีปลาย งามเปล่งปลั่งดังบัวเหนือน้ำ ยังไม่ต้องแดดให้ช้ำเมื่อยามสาย ใบหน้าไร้ไฝฝ้า ไหล่ผาย เอวกลมดังแกล้งรัด มิมีชายใดมาแตะต้องได้ ด้วยมีพี่เลี้ยงที่เจนจัดถึง 2 คน ชื่อว่า นางเวียง นางวัน ปรนนิบัติ ดูแลเป็นอย่างดี

เมื่อพลายแก้วมาตีเวียง ชาวบ้านต่างพากันหลบหนีไปซ่อนตัวในป่าเขา ที่ถูกจับไว้ได้ก็มีไม่น้อย ส่วนบ้านจอมทองของคำแมน ผู้คนยังอยู่หนาแน่นตามปกติ อยู่รอดปลอดภัย เพราะแม่ทัพพลายแก้ว มิให้ทำอันตราย เมื่อการรบสงบลงแล้ว พลายแก้วจะกลับกรุงศรี เงินยวงผู้เป็นภรรยา ตรึกตรองปรึกษากับสามี นึกถึงบุญคุณของแม่ทัพ

“ร้อยบ้านพันเมืองได้รับความลำบาก ผู้คนล้มตายมากมาย แต่บ้านเราอยู่เป็นสุข บัดนี้เขาจะกลับไปเมืองใต้ เขาจะทำเยี่ยงใดมิอาจรู้ได้ จะมานั่งนิ่งจะเป็นการเบาใจเกินไป ฉวยถ้าเขากวาดต้อนบ้านจอมทอง จะพากันย่อยยับ ทุกข์ยากกันไปหมดทุกบ้าน”

ยายตาปรึกษากันในที่สุดลงความเห็นว่า

“ลาวทองลูกเราทั้งสอง จะพาไปยกให้เป็นของคำนับ แม่ทัพเห็นทีจะรักใคร่ ถึงลูกเราจะเข้าไปในกรุงไทย ก็พอจะออกหน้าได้ไม่อับอาย แม่ทัพชุบเลี้ยงเจ้าลาวทอง คงมิให้พวกพ้องต้องได้รับความลำบาก ชาวบ้านก็จะอยู่อย่างมีความสุข มิต้องหวั่นอันตรายจากกองทัพไทย”

จากนั้นเรียกลาวทอง มาด้วยทั้่ง นางเวียง นางวัน เข้ามานั่งใกล้แล้ว แสนคำแมน กล่าวว่า

“โอ้เจ้าลาวทองของพ่อแม่ เจ้าเป็นสาวงามบริสุทธิ์ ผุดผ่อง หลังจากมีศึกสงครามมาโรมรัน เกิดข้าวยากหมากแพง ไปทุกหัวระแหง ร้อยบ้านพันเรือน ได้รับความลำบากยากแค้น กองทัพอยุธยาจะกลับแล้ว เห็นเขาจับ ขับไล่ ผู้คนในหลายๆ ครอบครัว มีผู้คน พลัดพราก ผัวพลัดเมีย เมียพลัดผัว ทำลายทรัพย์สิน สูญเสีย เสียหาย บางคนแม้แต่ผ้านุ่งยังไม่มีติดตัว เป็นการยากที่จะซ่อนเจ้าไว้ได้ พ่อกลัวพวกเราจะเป็นเยี่ยงนั้น

นายทัพ ประคับประคอง ช่วยเหลือเรา ห้ามพวกไพร่มิให้ล่วงเกินพวกเรา ถึงได้อยู่ดีสุขสบาย ทุกคืนวัน พ่อคิดระแวงว่าเมื่อเขาจะกลับไป เข้าเค้าคำโบราณ ลางทีอาจจะเป็นไปได้ว่า เป็นการขุดบ่อล่อให้ปลามาให้หลงอย่างมิต้องสงสัย ยังมิได้กิน ค่อยประคองไว้ บัวในสระมิให้ช้ำ น้ำมิให้ขุ่น ปล่อยปลาให้หากินอยู่คลาคล่ำ เหมือนเขาปล่อยเราไว้ยังไม่ทำ เมื่อเขาจะกลับก็จับ กวาดต้อน กว่าจะรู้ตัวก็สายเสียแล้ว จะหลบไปที่ใดก็ไม่พ้น ต้องหาทางผ่อนปรน อย่าให้เราหญ้าแพรกต้องแหลกลาญ

ตัวเจ้านั้นประดุจแสงเทียน สำหรับพ่อแม่ที่แก่แล้วมืดมนอยู่ในป่าเขา ที่เต็มไปด้วยหนาม รกชัฏ มองมิเห็นหนทาง ต้องอาศัยเจ้าจึงจะมองเห็นทางออกได้ เมื่อยามเล็กเจ้าพึ่งพ่อแม่ ยามพ่อแม่แก่เฒ่าต้องพึ่งเจ้า เราสองจะยกเจ้าให้เขาไปเคล้าคลึง เจ้าอย่าได้ขึ้งเคียดรำคาญใจไปเลย เขาเป็นยอดทหารเก่งกาจในการรบ คงจะได้ดีในภายภาคหน้า เจ้าจะได้พึ่งพาเป็นแน่

อันเชียงใหม่กับอยุธยา ในภายหน้าคงจะทำสงครามกัน รบกันไปในภายภาคหน้าเป็นแน่ เจ้าเป็นสาวนวลละอองามต้องตา ถ้ายังอยู่ในจอมทอง ฝ่ายไหน ไป มา ลางทีจะย่ำยีได้ คงต้องเสียทีเป็นเมียมัน ให้เจ้าไปเสียให้ไกลจะเป็นการดี เขาก็หนุ่ม เจ้าก็สาวรุ่นราวคราวเดียวกัน ดวงชะตาเจ้าก็นับว่าดี ให้สาววัน สาวเวียงไปดูแล ปกป้องน้อง จนกว่าจะตายจากกัน ข้าไทแม่จะให้ไปตามที่มี อย่าเศร้าโศกเสียใจไปเลยลูก”

ลาวทองได้ฟังดังนั้น ยกมือทั้งสองขึ้นเหนือหัวร้องไห้กลิ้งเกลือก กอดเท้าพ่อและแม่ ตัวสั่นสะท้าน สะอื้น ร้องไห้น้ำตาไหล อาบนองหน้า หลังจากเช็ดน้ำตาที่คลอเบ้าแล้วเว้าวอนรำพันพิไรว่า

“เจ้าประคุณทูนหัวของลาวทอง ไม่ต้องการลูกแล้วฤาไฉน ดูแลลูกมานานเท่าใดแล้ว ลูกนี้จึงได้เป็นตัวตน ท่านทั้งสอง อาบน้ำป้อนข้าวทุกเช้าเย็น ไม่วายเว้น พิทักษ์ รักษา ปรนเปรอสารพัดสิ่ง ด้วยเมตตา ลูกจึงได้เป็นตัวตนเพียงนี้

ลูกหมายใจว่าจะแทนคุณพ่อแม่จนสิ้นลมหายใจ คิดอยู่ทุกวันคืน แม้นว่ามีลูกผัวแล้ว ก็จะไม่จากไปไกล เมื่อเป็นเยี่ยงนี้หาได้แทนคุณ ดังใจที่ลาวทองคิดไว้ไม่ อยู่ด้วยกันหลัดๆ ก็จะมาจากกันไป เมื่อใดหนอจะได้หวนคืนมาพบกัน

ถึงเวลาต้องไปจำใจจาก หากใกล้กันคงได้เวียนมาเยี่ยมเยียนทุกวัน คงมิโศกเศร้าเท่าใดนัก แต่นี่ไปไกลลิบลับ สุดหล้า สุดแผ่นดิน นานนับปี หารู้กาลจะได้มาเยี่ยมเยียนไม่ ผิว่าเจ็บไข้เป็นตายคงมิได้เห็นกัน มีทุกข์ภัยใครเล่าจะช่วยนำพา เหมือนมีพ่อแม่เมตตา คอยตามใจ ไปมีผัวถึงเขาจะรัก ฟูมฟักกล่อมเกลี้ยงประการใด ก็ไม่เหมือนพ่อแม่ที่เลี้ยงมา คนอื่นไหนเลยจะเห็นแก่น้ำหน้า ผิดใจก็จะไม่นำพา เขามิใช่ว่าเป็นหนุ่มแท้ๆ เสียเมื่้ือไร เหมือนหลับตาจุดไต้ ตำตอ คอจะหักหารู้สึกตัวไม่ ลูกเมียเขา จะตามหึงหวงไปทุกอย่าง

เป็นเมียน้อยลำบากนัก ถ้าผัวรักใคร่ตลอดไปพอรอดตัว แต่จะระมัดระวังได้เยี่ยงไร คงมีวันที่ลับหลังผัว ลูกจะไปโต้ตอบเขาที่ไหนได้ คารมไทยมันแจด อยู่จัดจ้าน ทัดทานบ้านก็จะขัดใจ จะโดนลำเลิกถึงเหล่ากอ จะออกปากถุ้มเถียงก็ทำมิได้ เขาจะไม่พอใจ ผัวเขาก็จะเข้าข้างกัน แล้วจะข่มให้หลาบกลัว ถ้าดื้อดึงหัวก็จะเลือดย้อย ไหนเจ้ามันจะด่า ข้ามันจะตี เหยียบขยี้ขยำให้ต่ำต้อย ลงเป็นขี้ข้า คนใช้เขา ยิ่งคิดยิ่งใจเสียเกิดมาเสียเปล่าไม่เป็นของตัวเอง”

ฝ่ายแสนคำแมนกับเงินยวง รู้สึกใจเสีย น้ำตาไหลใจเต้นแรง ด้วยกลัวว่าเหตุการณ์ในภายภาคหน้าจะเป็นดังคำของลูก แต่ก็ต้องทำใจให้เข้มแข็งไว้โดยเร็ว ปลอบขวัญลูก

“ลูกเอ๋ยอย่าร้องไห้ไปเลย พ่อแก้วคงมิเป็นเยี่ยงที่ลูกคิดดอก เจ้าดวงกำลังดี กำหนดปีนี้จะมีคู่ พิเคราะห์ใคร่ครวญดูถ้วนถี่ ในดวงชะตานี้ ต้องตกที่นางสีดาทศกัณฑ์พาหนี พระรามตามตีเอาคืน ลูกจะมีที่พึ่งพา อย่าครั่นคร้ามไปเลย

จะกระเดื่องใจเมื่อไปถึง นิดหน่อยเท่านั้น ไม่มีอันใดหนักหนาดอกเจ้า จากนั้นนับวัน เวลา จะลอยฟ้าฟูฟ่องไม่มีอันใดให้หมองใจ เจ้าเกิดมามีชะตาเยี่ยงนี้ จงอดกลั้นน้ำตาไว้ อย่าได้ร้องไห้ไปเลยหนา จวนค่ำแล้วอาบน้ำเสียจะได้ไป”

ข้าไท พี่เลี้ี่ยงก็มาหน้าพร้อมกัน ช่วยกันปลอบ ทาสีตักน้ำมาเต็มขัน แล้วช่วยผลัดผ้า ทากระแจะจันทร์ ผัดหน้าเป็นนวลใย เกล้าผมทรงกระทัดรัด ทัดแซมดอกไม้ทองดูพริ้วสะบัดไหว เกี้ยวกระหวัดด้วยปิ่นพลอย สอดใส่ดอกมะเขือทองคำ ห้อยสายระย้าเพชร สังวาลทองพลอยพริ้งสะอิ้งสาย ดูเด่น สวยงาม สวมกำไลที่ข้อมือทั้งสองข้าง ใส่แหวนเพชรนิลมรกต สไบสีสุกสด กลิ่นหอมกรุ่น

พ่อแม่เป็นผู้ใหญ่ มีข้าไทแวดล้อมลงจากเรือน ข้าวของเครื่องกำนัลนั้นหนักหนา เท่าที่พอจะหาได้ บ่าวข้ายกขนมาเกลื่อนกล่น ลูกหลานพี่น้องไม่ต้องร้องเรียก ก็ไปเป็นเพื่อนลาวทองกันทุกคน หาบหามกันอยู่สับสน พอถึงค่ายก็เข้าไปในทันที พวกที่มาทัพอยู่ในค่ายก็พากันต้อนรับ ออกมาชมโฉมสาวลาวแน่นขนัด จ้องกันตาเป็นมันอ้ายมั่นกล่าวว่ า

“ชะช่างจัดจริงหวาหน้าขาวผ่อง นางคนที่เดินตรงกลางนมเป็นกองอล่องฉ่อง ผิวหน้าเป็นนวลดังดวงจันทร์ อีคนถัดมาย่างเยาะอย่างจะรำ คมขำเอวกลมดังแกล้งปั้น เหมาะเจาะจริงหวา ถ้ากูได้จะไม่ไว้มือ”

ครั้นไปถึงแม่ทัพพลายแก้ว ไม่มีเสียงอื้ออึง ทั้งหมดวางของเรียบร้อย พากันนั่งพับเพียบพนมมือ ไหว้แม่ทัพ

พลายแก้วเชื้อเชิญท่านทั้งสองขึ้นบนพรม ลาวทองขยับนั่งไหว้สงบเสงี่ยม พลายแก้วรับไหว้ท่านทั้งสอง พร้อมกับชำเลืองมองดูลูกสาวขาวจิ้มลิ้ม คิดในใจว่าละม้ายคล้ายพิมนัก ตายาย ชายตามาปะตา ก็ทำเป็นหยิบพานหมากพลู พูดเรื่องอื่นไป

ฝ่ายผัวเมียทั้งสอง ต่างพูดจาตามประสาเป็นผู้ใหญ่

“ข้อยออกมาหาท่านพญาไทย ด้วยต้องการจะขอบใจท่านนัก ที่ช่วยป้องกัน ร้อยบ้านพันเมืองไม่เหลือหลอ ต่างฉิบหายเพราะการห้ำหั่นในสงคราม แต่บ้านจอมทองของข้าน้อย บ่ย่อยยับ ข้าวของที่่อยู่ในมือ มิได้ยื้ิอแย่งให้ช้ำใจ ข้อยขอขอบคุณ พระคุณของท่านมากมายยิ่งนัก

ท่านจะยกทัพกลับเมืองไทย ข้าวของสิ่งใดก็บ่มี หาได้ตามจนตามยากมาฝากบ้าง พอได้เป็นเสบียงกลางทาง เงินทองนั้นมิสู้มี ที่จะแจกรี้พลของท่าน ข้อยมีแต่ลูกสาวลาวทอง กับข้าวของนิดหน่อย คิดมาฝากเจ้าลาวทองให้เป็นข้าช่วงใช้ไปจนตาย ไร้ญาติขาดมิตรแล้วนะนายเด อย่าได้ทอดทิ้งกันไป ข้อยขอฝากตัวต่อเจ้าขรัวนาย ด้วยลาวทองพลัดพรากพ่อแม่ไปแต่ตัว หากแม้นท่านพลายแก้วมิเอ็นดู ลาวทองคงบ่มีหัว ไปไกลตาข้าน้อยนี้จึงนึกกลัว จะรอดได้ก็เพราะท่านกรุณา ข้าเฒ่าทั้งคู่อยู่ไกล มิรู้เมื่อใดจะได้ล่องลงไปหา เมื่อหน้าถ้าท่านได้ขึ้นมา จงเมตตาแวะเยี่ยมกันบ้างเด้อ”

ครานั้นเจ้าพลายแก้วยิ้มแล้วตอบไปว่า

“ท่านอย่าได้โศกาอาลัยไปเลย รู้แล้วว่าไกลกันสุดตา ลูกท่าน ท่านรักดังดวงใจที่เอามาให้ก็เพราะท่านรักข้า คงเป็นบุญกุศลที่ได้สร้างมาแต่ปางก่อน จึงทำให้เกิดเมตตาจิตบ้านจอมทอง เข้าบ้านไหนก็ไล่ตีเสียแตกป่นปี้ แต่บ้านจอมทองนี้ไม่ทำ กลับช่วยปกป้อง โดยที่มิมีผู้ใดแนะนำ ว่าบ้านนี้มีลูกสาวงามให้ทำเยี่ยงนี้

ไม่รู้จริงๆ จึงนิ่งอยู่ พึ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าเอามาให้ เป็นเรื่องที่น่ายินดีเหลือเกินหาสิ่งใดเปรียบได้ไม่ แม้นว่าเราได้เงินทองมากมาย หญิงชายอื่นนับพัน ก็มิได้ยินดี ท่านพาลาวทองมายกให้ จะเลี้ยงไว้ให้สมฐานะ ท่านอย่าได้คิดสงสัยไปเลย ร้อยปีก็จะไม่แยกจากกัน ไม่มีเบื่อหน่ายคลอนคลายจืดจาง จะร่วมเรียงเคียงหมอนกว่าจะสิ้นลมหายใจ สารพัดทรัพย์ที่ได้มานับพัน รวมทั้งข้าวของ ต่างๆ จะไม่แบ่งให้ผู้ใดเลย จะยกให้เป็นของลาวทอง สองท่านอย่าได้เป็นกังวลไป”

จากนั้นสั่งบ่าวให้จัดของเสื้อผ้าเงินทองเป็นต้น วัว ควาย ช้าง ม้า ข้า ตลอดจนข้า คน ยกขนมาให้ยายกับตา ทุกคนต่างยินดีปรีดา

“สาธุ พ่อข้อยบ่ได้แพ้ เงินทอง ที่ได้ควรจะเอาไปบ้าน แต่กลับเอามาให้พวกข่อยเหลือแหล่ แท้แล้วท่านควรเป็นนายพวกเฮา”

ตายายพูดจากับแม่ทัพ แล้วกล่าวคำลา ได้กล่าวคำฝากฝังลูกสาวอีกครา ลาวทองใจหายห่วงมารดา กราบไหว้ ร้องไห้สะอึก สะอื้น

“เมื่อใดหนอจะได้คืนขึ้นมาหาแม่”

แม่ลูกต่างก็มีใบหน้าอาบด้วยน้ำตา ในที่สุดทั้งสองพยายามอดกลั้นข่มอารมณ์ความเสียใจ เดินทางกลับ ให้คนช่วยกันหาบขนเงินทอง เสื้อผ้า และสิ่งของที่พลายแก้วให้ บ้างพูดกระซิบกระซาบดีใจ ส่วนสองตายาย และบรรดาข้า คนคุนเคย ได้แต่อาลัยบ่นถึงลาวทอง ไม่ขาดปาก จนกระทั่งตะวันบ่ายก็กลับถึงบ้าน พ่อแม่ลาวทองต่างยังเศร้าโศก เข้าห้องเงียบไปทั้งคู่

เวลาพลบค่ำพลายแก้ว อยู่ท่ามกลางทหารผู้ชำนาญศึกสงคราม ท้าวพระยาหัวเมืองต่าง ก้มกายกราบกรานด้วยความเกรงกลัว ปรึกษาการเสร็จสิ้นสงครามเมืองเชียงทอง สรุปได้ว่า

“ได้ครอบครองสิ่งต่างๆ มากมาย การบัญชีนายเสมียนรับผิดชอบ การตรวจตรา ให้สิทธิขาดแก่นายหมวด อาวุธยุทธภัณฑ์ ช้างม้า ที่ข้าศึกได้ทิ้งไว้ตอนแตกทัพ ชิงเอามาได้มากมาย ทั้งหมดตีตราเป็นของหลวง วัว ควายนั้นให้พวกทหาร เชี่ยน ขัน โตก ถาด ตะลุ่ม พาน ผู้ใดรานรบได้ ให้แก่ผู้นั้น อย่าได้ พูดส่อเสียด ทุ่มเถียง ริษยากันและกัน ทุกสิ่งได้จัดแจงแบ่งปันอย่างเหมาะสมแล้ว อีกห้าวันจะกลับอยุธยา

อันตัวพระยาเชียงทองนั้น เกี่ยวข้องกับราชทัณฑ์อยู่หนักหนา จะพาเอาลงไปด้วย ให้เข้าเฝ้าฟังพระบัญชา หากแม้นพระองค์ลงโทษทัณฑ์ จะทูลป้องกันให้ได้ พระยากำแพง ระแหง ให้ลงไป ช่วยทูลขอให้ด้วย”

ครั้นสั่งการเรียบร้อยแล้ว ต่างแยกย้ายกันไป จัดแจงตามสั่งทันทีบอกต่อ รู้ทั่วถึง กันไปในเวลาไม่นาน

พวกไพร่ในค่ายพลายแก้ว ครั้นขุนนางไปแล้วรีบเก็บพับพรม เก็บของเข้าที่ กันให้ระงมไป เวลาย่ำค่ำได้สักยามปลาย ข้าไท ทั้งหลายก็นอนหลับ แสงเทียนถูกดับลง พลายแก้วชำเลืองเยื้องกรายรูดม่าน หมายเจ้าลาวทอง เมื่อไม่เจอก็ซักไซ้ลาวที่เคยใช้ ได้ความว่า

“ลาวทองไปอยู่กับนางพี่เลี้ยงอีกห้องหนึ่ง นางร้องไห้ตั้งแต่พ่อแม่ไป พี่เลี้ยงต้องคอยปลอบโยน เพื่อนไปพูดคุยหยอกล้อ ก็หาหยุดเศร้าโศกไม่”

พลายแก้วได้ฟังดังนั้นจึงสั่งไปทันทีว่า

“เอ็งจงรีบไปบอกพี่เลี้ยง เวียง วัน ทั้งสอง ให้พาลาวทองขึ้นมานี่ บอกว่ากูเชิญมาพูดคุย ปรึกษาการ จะอยู่ จะไป”

สาวพรหมาก็รับคำ รีบลุกไปในทันทีถึงห้องลาวทอง เข้าไปนั้งใกล้แล้วพูดกับคนทั้งสามที่นั่งอยู่ด้วยกันว่า

“พลายแก้วให้มาเชิญขึ้นไปนั่งคุยด้วย”

พูดจบนางก็กลับไปทันที ลาวทอง ได้ยินดังนั้น ก็โผเข้าสวมกอดสองพี่เลี้ยงสะอื้นไห้ อีกครา เมื่อรู้ว่าพลายแก้วจะให้ขึั้นไปหาถึงห้องนอน ให้เกิดความรู้สึกจิตคิดหวาดหวั่น ยกมือขึ้นไหว้พี่เลี้ยงอ้อนวอน ว่า

“น้องเว้ากับเจ้านายบ่เป็น พี่ทั้งสองเลี้ยงน้องมาจนเป็นสาว ผู้บ่าวใดก็มิได้มาเบิ่งเห็น พ่อแม่ดูแลป้อนข้าวทุกเช้าเย็น กลางเวน กลางค่ำ บ่เคยปะผู้ใด จะให้น้องไปเว้ากับนายทัพ จะเห็ดจังได๋ ข่อย บ่ฮู้ บ่อหัน อันหยัง น้องไปบ่ฮอดดอกพี่นางวัน”

 

ตอนที่ 10 ยังมีต่อ..




Create Date : 12 สิงหาคม 2562
Last Update : 12 สิงหาคม 2562 20:30:28 น. 0 comments
Counter : 2291 Pageviews.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

thampitak 33
Location :
สุรินทร์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




New Comments
[Add thampitak 33's blog to your web]