ทักษภณ
<<
กุมภาพันธ์ 2562
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
2425262728 
3 กุมภาพันธ์ 2562

ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 9/1 พลายแก้วยกทัพ

 

ขุนช้างขุนแผน

เรียบเรียงจากเสภาเรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน โดยทักษภณ

ตอนที่ 9/1พลายแก้วยกทัพ

 

พลายแก้วเมื่อแม่และเมียไปแล้วก็จัดการเครื่องอาน ว่านยาต่างๆสำหรับป้องกันอาวุธและสิ่งที่ไม่น่าไว้ใจกราบลาแม่ยายแล้วไปขึ้นช้างติดตามด้วยบ่าวไพร่ออกจากเมืองสุพรรณไปอยุธยาทันทีรีบไปหาท่านผู้รับสนองพระบรมราชโองการแล้วพักอยู่ที่นั่นรุ่งเช้าก็เข้าเฝ้า

พระองค์ประทับที่พระที่นั่งมีเสนาอำมาตย์ เข้าเฝ้าอยู่พร้อมกันแน่นขนัดท้องพระโรงทอดพระเนตรแลมาเห็นพลายแก้วแย้มพระสรวล ตรัสว่า

เออเอ็งจงเร่งยกพลจงไปเป็นสุขสวัสดีปราบข้าศึกให้ละเอียดลงเป็นแป้งถึงจะเรืองฤทธิ์ มีเรี่ยวแรงดังราชสีห์กูจะให้อาวุธไปต่อสู้ ดาบเล่มนี้ ที่ด้ามประจุพราย”

จากนั้นประทานผ้ายกสีสะอาดสนับเพลา เจียระบาด(ผ้าคาดเอวชนิดหนึ่งมีชายห้อยลงที่หน้าขา)หมวกตุ้มปี่มีระบาย พลายแก้วกราบถวายบังคมลาออกไปยังศาลาลุกขุนซึ่งเป็นแหล่งชุมนุมพวกพหลพลอาสาตรวจความพร้อมเพรียงแล้วรับตราสั่งการกราบลาท่านผู้ใหญ่ และรับพรจากท่าน

ได้ฤกษ์ออกเดินทางยกทัพ เกลื่อนกลาดคับคั่งออกมาถึงนอกพระนครทั้งช้าง ม้า หมู่นักรบถือศัตราวุธ เสื้อแดงดูดีมีสง่าราศีธงชัยดู ฆ้องตีหึ่งผสมกับเสียงโห่สนั่นยาวนานถึงปากบางลาง ยกพลข้ามไปอีกฟากของหมู่บ้านปลงหาบ ถอดคานลงพักการเดินทางกินอาหารกันคึกคักเสร็จแล้วพลายแก้วสั่งให้เร่งเคลื่อนพลต่อส่วนเองไปที่ต้นทางต่อมาให้พักกองทัพช้าง ม้า ที่ท่ากูส่วนตัวไปเตร็ดแตร่อยู่ที่วัดฝ้าย

พลายแก้วอยู่คนเดียวมองไปเห็นเรือแม่และพิมจอดอยู่ที่นั่นจึงลงจากศาลามาหาทั้งสามได้ปรึกษาเรื่องสำคัญ

ไปทัพทางไกลมิรู้ข้างหน้าจะเป็นประการใดจะทำข้อสังเกตโดยปลูกโพธิ์ไว้สามต้น ถ้าแม้ย่อยยับขอให้โพธิ์มีอันเป็นไปเช่นเดียวกัน”

นั่งปรึกษากันมินานก็ไปเที่ยวหาหน่อต้นโพธิ์เจอแล้วค่อยๆ ขุดมิให้รากขาดพอกดินไว้อย่างดีนำไปที่เรือแล้วก็ข้ามฟากผลักหัวเรือให้ชิดฝั่งขึ้นบกพร้อมกับหน่อโพธิ์ ปลูกในตำแหน่งที่มีต้นไม้ใหญ่เป็นสำคัญจึงแต่งเครื่องบัตรพลีเพื่อบวงสรวงเทวดาที่สถิตอยู่ที่นั้นขุดหลุมแล้วอธิษฐาน ปลูกคนละต้น

ทองประศรีนั้นอธิษฐานก่อน

ถ้าตัวข้าตายไปขอให้ต้นโพธิ์นี้ตายไปด้วยถ้าตัวข้าเป็นไข้ขอให้ต้นโพธิ์เป็นไข้เหมือนกันหากแม้นตัวข้านี้อยู่ดีมีสุขความทุกข์ ลำเข็ญไม่เกิดขอให้ต้นโพธิ์ชุ่มชอุ่มเย็น ให้เป็นประจักษ์อยู่แก่ตา”

จากนั้นก็ยกต้นโพธิ์ปลูกลงไป พลายแก้วไหว้อ้อนวอนต่อเทวดาว่า

ตัวข้านี้จะขึ้นไปชิงชัยหากแม้นจะได้รับชัยชนะขอให้ต้นโพธิ์นี้เจริญงอกงามไสวแม้นตัวข้านี้ตายไปขอให้ต้นโพธิ์นี้ตายตามแม้นตัวข้ามิป่วยไข้ขอให้ต้นโพธิ์สดใสเรืองอร่ามถ้าสำเร็จการสงครามขอให้งามเขียวชอุ่มเป็นพุ่มรก”

อธิษฐานแล้วยกต้นโพธิ์ลงหลุมปลูกจัดต้นให้ดีเอาดินลงทำให้ดินแน่น น้ำตาพิมไหลหยดยกมือกราบเทพารักษ์ สะอื้นร้องไห้ค่อยๆ ประคองต้นโพธิ์ลงปลูกจากนั้นอธิษฐานว่า

ข้าแต่ท่านเทวดาผู้ทรงฤทธิ์ขออธิษฐานต้นโพธิ์ของพิมถ้าตัวข้าพเจ้าตายให้ต้นโพธิ์จงตายตามเถิดหากแม้นยังมีชีวิตอยู่ขอให้ต้นโพธิ์จงงามร่มรื่นถ้าตัวข้าไข้ผอม ตรอมใจขอให้ใบโพธิ์สลดลง”

จากนั้นปลูกลงด้วยน้ำตานองหน้าพูนดินให้เรียบร้อยทุกหลุมเอาน้ำรด ปลดผ้าสไบทั้งสามผืนลงมา ตั้งใจห่มที่ต้นโพธิ์ของตน

ขอเดชะผ้านี้ผูกพันห่มต้นโพธิ์สำคัญของทั้งสามคนต่างคน ก็ต่างจะไปไกลยามกลับขอให้ได้พบกันแม้นตัวข้าตายไป ขอให้ได้ไปสู่สวรรค์หากเกิดในภพชาติหน้าขอให้ข้าได้พบกันให้จงได้ร้อยกัป แสนกัลป์เป็นอนันตกาลก็ขอให้ได้พบกันตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน”

ครั้นห่มต้นโพธิ์เสร็จเรียบร้อยทั้งสามจากที่อธิษฐานกลับมาลงเรือในเวลามินานบ่าวค้ำหันเรือออกพายไปเข้าจอดที่่ท้ายเขื่อนวัดป่าฝ้ายเร่งให้คนขนของขึ้นบรรทุกหลังช้างทันทีพลายแก้วไหว้มารดา นางทองประศรีอวยพร

เจ้าจงโชคดีไปในภายหน้า”

พิมไหว้พลายแก้วกลั้นน้ำตาสะอื้น

จงไปดีเถิดพี่”

พลายแก้วสั่งพิมว่า

เจ้าจงสงวนใจไว้รอท่าพี่เถิดหนา”

แล้วตัดใจเดินจากก้าวขึ้นจากเรือบ่าวไพร่ก็ผลักหัวเรือทันทีพลายแก้วและพิมพิลาไลยทั้งน้ำตาชะแง้มองดูกันและกันจนกระทั่งลับสายตาไป บ่าวไพร่พูดคุยสนุกสนานเฮฮาส่วนพิมเอาแต่ก้มหน้าร้องไห้ทำให้นางทองประศรีต้องคอยปลอบจนถึงเมืองสุพรรณ

พลายแก้วหลังจากแม่และเมียกลับไปแล้วรู้สึกใจหายแต่ก็ต้องรีบตระเตรียมการเดินทางให้ทันเวลาการเดินทางได้เริ่มขึ้นอีกครั้งขบวน ช้าง ม้า หาบ คอน สลอนไปภายในหาบที่แกว่งไกวคอนหาบที่ยวบยาบ หัวปลาที่ถูกเบียดเสียดกลักพริก กลักเกลือ กระทบกันเสียงดังกริ่งกร่าง

เจ้าของหาบที่เหนื่อยล้าแข้งขาแทบจะขัดกัน บางคนถึงขั้นบ่นว่าลูกสะบ้าไม่ขยับบ้างต้องหยุดกินยาหรือไม่ก็ทาน้ำมันยาที่พกมาลุกขึ้นได้ก็ไล่กันให้รีบไปมีบางคนแอบนั่งชักกัญชานัยน์ตาปรือโงกหลับหาวนอน ผ้าผ่อนถูกไฟไหม้ลุกขึันงัวเงียรีบตามขบวนข้ามทุ่งมุ่งเข้าสู่ทางเดินในป่า

พลายแก้วขี่ช้างสูงตระหง่านในท่ามกลางป่า วันหนึ่งของการเดินทางผ่านทุ่งงามตาให้หวนนึกถึงพิมที่จากมาและคิดถึง บ้านกระทงตรงข้ามท่าที่ปลูกต้นโพธิ์

โอ้ว่าต้นโพธิ์ทั้งสามต้น ยังเป็นต้นอ่อนหนา”

ถึงเพลาค่ำก็ปลงทัพหยุดพักหลับนอน รุ่งขึ้นก็ยกพลข้ามแม่น้ำไปลัดล่วงถึงนครสวรรค์ ดั้นด้นตัดทางไปหาลงตามน้ำไม่เส้นทางร่มรื่น เต็มไปด้วยพรรณไม้ดอกไม้ ก่อให้พลายแก้วละห้อยถึงเมียกรักอีกครา

โอ้เจ้าพิมของพลายแก้วมาส่งแล้วกลับไปดูเจ้าหน้าตาไม่สู้ดีหากมาด้วยกันจะได้พาชี้ชมพูดคุยเล่น ในดงเย็นที่เต็มไปด้วยเสียงนกร้องขับกล่อมไพเราะ งดงามเยี่ยงนี้

นกเขาจับอยู่เคียงคู่ผัวมาอยู่ไกลพิมเจ้าห่างไกลต้องอยู่ในพงไพรคับแคทำรังบนต้นแคนกกระลุมพูจิกพวงชมพูเทศดูเหมือนเป็นผ้าสีชมพูของเจ้าดอกพยอมหอมชวนเย้ายวนใจเหมือนกลิ่นสไบเจ้ายังติดมากลิ่บุปผชาติดาษดงเหมือนกลิ่นแก้มที่พี่หลงคะนึงหา

นกแก้วร้องเจรจาหวนคำนึงน้องเจ้าจะเอื้อนเอยกับผู้ใดนกขมิ้นบินจับต้นมะเดื่อโอ้คิดไปว่าผิวเจ้าจะหม่นหมองไม่ผ่องใสเพราะเมินหมางห่างจากขมิ้นโอ เจ้าพิมพิลาไลยของผัวอามองดูพรรณพฤกษาตามรายทางผลมะปรางเปรียบดังแก้มเจ้าทั้งซ้ายขวาเห็นพุ่มกระทุ่มสะบัดตั้งเหมือนผมพิมเจ้าสะพรั่งเพราคิดไปแล้วให้เปล่าเปลี่ยวใจเมื่อใดหนอจะได้กลับมาพบเจ้าหนา”

พลายแก้วคิดคำนึงพลางเร่งพลให้เดินทางถึงป่าใหญ่ไม้มากมายหลายชนิดต้นพฤกษา ยางสูงโอนเอนในสายลมพัดเสียงลมกระแทกเสียงดังถูกรังหนูพุก ที่กำลังเคียงคู่ปลายยอดยางบางยอดเป็นตะใคร่คราบเครอะกระแตตามกระรอกเข้ารูงูเขียวเลี้ยวไล่ไม่ลดละบางต้นล้มรากหักหงายแทงขึ้นยอดหวายพันคลุมอยู่ซุ้มเชิงลางต้นโกร๋นร่อนจนเห็นเปลือกเพราะถูกช้างเอาข้างถูบางต้นถูกแมงภู่ไชข้างในข้างนอกเป็นโพรงค่าง ลิง วิ่งเล่นไปมาบางครั้งไม้หัก ต้องรีบกระโดดเกาะเถาวัลย์ที่พันย้อย

พอถึงระหว่างเขาชะโงกเป็นโตรกเตียนตลอดถ้ำเป็นแผ่นเพิงตระพักชะงักง้ำด้านที่ต่ำแสงกระทบเป็นระยิบระยับ บ้างเป็นสีแดง บ้างเป็นสีเขียว แทรกด้วยสีม่วง ลวดลายดั่งเบญจรงค์ที่เด่นแดงดังแสงปัทมราชที่เป็นสีขาวเป็นดังเม็ดเพชรน้ำซัดเป็นระรอกฝอยน้ำกระเซ็นมากระทบเสียงก้องสะเทือนไพร

พอเข้าดงเดินลงธารน้ำผ่านลานหิน น้ำไหลสะอาดใสกรวดเป็นเม็ดเป็นมูลไป

โอพิมพิลาไลยของพี่อาถ้าเจ้ามาด้วย พี่จะเก็บก้อนกรวดให้อันใดชอบพี่จะเก็บให้มากหนากรีดเล็บเก็บเล่นดูงามตาอนิจจาเจ้านี้อยู่ไกลเจ้ามักรักของเล่นเห็นสิ่งใดงามแล้วอดมิได้ถ้ามาด้วยแล้วในพงไพรจะพานั่งร้อยมาลัยบนหลังช้างจะห้อยห้อมล้อมรอบสัปคับเป็นสร้อยแซมประดับ คิดๆไปสุดแสนจะเสียดายเป็นหนักหนาที่เจ้ามิได้มาด้วย

ครั้นเดินทางถึงกำแพงระแหงเถินวางตราผู้รั้งแล้วมีเรื่อเนิ่นช้าอยู่บ้างมีการจัดกองทัพทั้งสามเมืองและงานเลี้ยงต้อนรับ

พอได้ฤกษ์พิชัยสงครามทุกคนจับอาวุธ ตีฆ้องลั่นปืนโห่ร้อง ขบวนแออัดด้วยกองช้างม้า ไม่นานก็ถึงเขตขันฑ์เมืองเชียงทองให้กองหน้าเที่ยวหาพวกเชียงใหม่เจอที่ใดให้กระหน่ำเข้าตีทุกที่ห้ำหั่นฆ่าฟันตายไปมากกมายริบข้าวของได้มากมายตีไปมิได้ยั้งมือกระทั่งถึงเชียงทอง

ทัพไทยไล่ฟันตะลุยไปพวกเชียงใหม่หลายทัพรับมือไม่ทันเพราะความประมาท คิดว่าเชียงทองไม่สู้ยอมยกธงขาว นาย ไพร่พากันเที่ยวไปทั่วเมืองบ้างเที่ยวหาผัก หาปลาห่างจากค่าย ถูกกองทัพไทยฆ่าตายไปมากมายต่อเมื่อรู้ว่ามีข้าศึกมาจึงเรียกรวมพลเป็นที่อลหม่านรีบกลับเข้าค่าย ขอบคูชาวเชียงทองดูเห็นว่าเป็นกองทัพไทยดีใจรีบปิดประตูเมืองทันที

 

ตอนที่9ยังมีต่อ




Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2562
Last Update : 15 มิถุนายน 2562 9:31:24 น. 0 comments
Counter : 640 Pageviews.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

thampitak 33
Location :
สุรินทร์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




New Comments
[Add thampitak 33's blog to your web]