กุมภาพันธ์ 2560

 
 
 
1
2
3
5
6
7
9
10
11
12
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
 
 
All Blog
เกวียนทมิฬ (หวายดง) ตอนที่ 29 วันแห่งความเศร้า




เกวียนทมิฬ (หวายดง) โดย ทักษภณ

ตอนที่ 29 วันแห่งความเศร้า

ภาพผู้คนบนหลังม้าปรากฏชัดเรื่อยๆตามระยะทางที่ใกล้เข้ามา

“มีสี่ห้าคนเป็นใครบ้างหว่าขนของมาเยอะแยะ ย้ายบ้านไปที่ใด ถ้าให้ทาย น่าจะมี พี่พร้าว จมื่น และลูกน้องของจมื่นศักดิ์มีห่อของใบใหญ่มาด้วย”

อึ่งมองดูแล้วลองคาดการณ์ ชั่วพริบตาเดียว กลุ่มคนขี่ม้าก็มาถึงจุดที่หวายหยุดอยู่ หนึ่งในผู้ที่อยู่บนหลังม้ามีรูปร่างเพรียวบางกว่าคนอื่น ๆ แต่ความสูงไม่ต่างมากนัก แต่งกายด้วยชุดดำ ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้ามีห่อสิ่งของขนาดใหญ่มาด้วย เช่นเดียวกับพร้าว

“ด้านนี้เป็นเยี่ยงไรบ้างไอ้หลอ หรือโจรก๊กไหนโผล่มาบ้านรึเปล่า”

พร้าวมีคำถามหลายคำถามด้วยความเป็นห่วงหลังจากได้เจอกลุ่มขบวนเกวียน

“ถามเป็นชุดเลยรึพี่พร้าวทางขบวนเกวียนก็อยากรู้เรื่องเกี่ยวกับแก้วกับก้อง เช่นเดียวกัน เศรษฐีว่าเยี่ยงไรให้แก้วอยู่กับขบวนเกวียนต่อ หรือว่าให้พากลับไปโคราช วันนี้วุ่นวายหลายเรื่องมีก๊กลำตะคอง ผ่านมาเกิดเข้าใจผิดนิดหน่อย ตีกับพวกไอ้อึ่งพอหอมปากหอมคอ ไอ้งาเดียวปรากฏตัวขวางทางเกวียน”

หวายก็มีคำถามร้อนใจเช่นเดียวกันถามแล้วตอบอย่างเร็ว ทำให้เกิดเหตุการณ์ต่างคนต่างถาม

“เศรษฐีได้ทราบเรื่องของแก้วแล้วก็เบาใจที่แก้วกับก้องปลอดภัย ส่วนทางโคราชเศรษฐีได้ให้คนติดตามข่าว ไอ้หลอแล้ว เท่าที่ทราบมันยังไม่กลับไปบ้านที่โคราชหรือแอบกลับก็ไม่มีผู้ใดรู้ได้

ปกติเศรษฐีอ่ำกับเศรษฐีแดงก็เป็นคู่แข่งทางการค้าอยู่แล้ว เมื่อเกิดเรื่องนี้ขึ้นยิ่งมองหน้ากันไม่ติด จึงได้ร้องเรียนไปยังกรมเมือง เพลานี้จมื่นมาช่วยคุ้มกันแก้วตามคำขอของเศรษฐีอ่ำ

เศรษฐีสั่งมาถึงหวายให้ช่วยดูแลแก้วกับก้องให้ดีและได้ส่งคนมาช่วยดูแลเพิ่มเติมด้วย แก้วกับก้องอยากจะไปที่ใดก็ตามใจ ถือว่าเป็นการหาประสบการณ์ชีวิตไปในตัวไม่อยากให้ไปที่ใดตามลำพัง มีข้าวของเครื่องใช้ รวมทั้งคนดูแลเพิ่มเติมด้วย สมนี่หัวหน้าหวาย”

พร้าวตอบ พร้อมกับให้ผู้มาใหม่เป็นคนที่เศรษฐีส่งมา ทำความรู้จักกับหัวหน้าขบวนเกวียน หวายผงกหน้ารับรู้ ขมวดคิ้วเล็กน้อยจากนั้นกล่าวว่า

“เรื่องเกี่ยวกับขบวนเกวียน จะเล่ารายละเอียดให้ฟังทีหลังคิดว่าเดินทางไปด้วย คุยไปด้วยดีกว่า พี่ไม่อยู่มีแต่เรื่องวุ่นวาย วันนี้รู้สึกเหนื่อยมาก”

หวายสั่งให้อึ่งกับจ้อน คุมท้ายขบวน จากนั้นพาผู้ที่เพิ่งมาถึงรวมทั้ง จมื่นซึ่งวันนี้ท่าทางเงียบขรึม ทั้งหมดขี่ม้าล่วงหน้าไปที่วัดร้าง

ตามเส้นทางที่เกวียนผ่าน ป่าสองข้างทางเมื่อกวาดตาไป บางชนิดเป็นอาหารสำหรับคน บางชนิดเป็นอาหารสำหรับสัตว์พาหนะ บางชนิดเป็นทั้งอาหารสัตว์พาหนะและคน โดยเฉพาะผลสุกจะบก (กระบก) วัวจะชอบเป็นพิเศษ

เมื่อใดวัวได้เห็นสิ่งนี้เป็นได้เดินออกนอกเส้นทางมุ่งไปหาทันทีดังนั้นผลจะบกสุก จึงเป็นรางวัลพิเศษ ที่ผู้ดูแลวัวมักจะเก็บหามาให้วัวกินอีกทั้งยังเป็นเสบียงสำหรับวัวและคน

“อีกแล้ว ๆ หมดกันอาหารเย็นของข้าที่มองเอาไว้”

อึ่งร้องด้วยน้ำเสียงแสดงถึงความเสียดายพร้อมกับส่ายหัวไปมา

“พี่อึ่งเตรียมอาหารเย็นเมื่อใดนิหรือว่าไอ้พองไปขโมยสิ่งใดอีกรึ”

จ้อนถามด้วยความสงสัยเพราะตอนเช้าเจ้าพองได้สร้างเรื่องวุ่นวายไว้ หลังจากมองไปที่สุนัขสีแดงน้ำตาลที่วิ่งไปมารอบๆตามปกติ

“ช่างมันเถอะ ข้าหมายถึงแมงกุดจี่ ที่น่าสงสารเพลานี้โดนเกวียนย่ำแหลกหมดแล้ว คิดว่าจะมีเหลือบ้าง พอได้เอาไปคั่ว แบ่งให้น้องแก้วน้องก้อง ได้ชิมความอร่อย ไอ้พวกนี้ขับเกวียนฝีมือไม่ถึงถ้าเป็นข้าจะไม่ให้เยียบกองอาหารแม้สักนิด”

“โห...พี่ ทำได้จริงรึ ของกินในขี้วัว นอกจากแมงกุดจี่ก็ยังมีอย่างอื่นอีกว่าแต่พวกเขาจะกินแมงกุดจี่พี่รึ”

“ข้าพูดเล่นๆอย่างนั้นแหละ ถ้าไม่เหยียบได้คงดี น่าเสียดาย ตอนนี้หาของกินต่อดีกว่า พวกเราหาสิ่งใดดี”

“เม็ดจะบกในขี้วัวซิพี่อึ่ง อร่อยไม่แพ้ขี้วัวเอ้ยไม่ใช่ อร่อยไม่แพ้แมงกุดจี่ จะบกกินแล้วดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย บำรุงกระดูกบำรุงฟัน บำรุงสมอง บำรุงหัวใจ ข้าเคยลองมาแล้วถึงได้มีความเฉลียวฉลาดคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ ได้เรื่อยๆ”

“เออ เองรู้เยอะดีนิ ข้าว่าเม็ดจะบกในขี้วัวคงไม่เหลือดอกพวกเดินเท้าเก็บไปหมดแล้ว ไปถึงที่พักเมื่อใดจะไปแย่งพวกมันคอยดู พวกเราหาอย่างอื่นตามทางไปเรื่อยๆรีบเดินให้ทันขบวนเกวียนดีกว่า”

ในเส้นทางไปสู่วัดร้างสองข้างทางปรากฏร่องรอยผู้อยู่อาศัยหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็เป็นเพียงบ้านร้างหรือเพียงร่องรอยเรือกสวนเท่านั้น ไม่ปรากฏเงาผู้คนแต่อย่างใด เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่าผู้เหล่านี้ในเพลานี้ไปอยู่ ณ ที่ใด

ในที่สุดกลุ่มที่ล่วงหน้ามาก่อน ทั้งหมดก็ได้เข้าสู่บริเวณวัดซึ่งมีอาณาเขตกว้างขวาง ร่มรื่น ใหญ่โต บางจุดมีหญ้าขึ้นปกคลุม สภาพของวัด เพียงแต่ทรุดโทรมลงตามธรรมชาติและรกครึ้มมากกว่าปกติ เท่านั้น

เนื่องจากไม่ถูกเผาทำลาย วัดนี้อยู่ติดกับเส้นทางของนักเดินทางด้านหลังวัดมีลำคลองไหลผ่านทำให้วัดนี้มักจะเป็นที่พักอาศัยของผู้เดินทาง

รอบๆ โบสถ์ไปทางทิศตะวันออก ของบริเวณวัด ถูกจับจองโดยคนกลุ่มหนึ่ง ประมาณ สี่ห้าคน ไม่ปรากฏพาหนะใดๆน่าจะเป็นการเดินทางด้วยเท้า ทุกคนสวมชุดขาว มีห่อสิ่งของขนาดใหญ่ ดูแล้วไม่น่าเชื่อคนเหล่านี้จะสามารถพากันเดินทางไปในที่ไกลๆ ได้ ยากที่จะคาดเดาได้ว่าภายในบรรจุสิ่งใดไว้

คนเหล่านั้นเมื่อเห็นกลุ่มของหวายที่เข้ามาใกล้ก็พากันส่งสัญญาณให้กับพวกเดียวกันให้เตรียมพร้อม ทำให้ผู้ที่มาทีหลังต้องรีบแสดงออกถึงความเป็นมิตร

“พวกเราเป็นคนเดินทางมาจากโคราชเข้าพักค้างคืนที่นี่ไม่รบกวนพวกท่านดอก พวกท่านเล่าจะเดินทางไปที่ใด”

จมื่นกล่าวทักทายผู้มาพักก่อนซึ่งคำตอบที่ได้คืออาการนิ่งเงียบ เตรียมพร้อมอยู่เช่นนั้นไม่กล่าวโต้ตอบใดๆ ท่าทีไม่แสดงถึงความเป็นมิตร

ดังนั้นผู้ที่มาทีหลังจึงต้องถอยออกมาไปสำรวจบริเวณวัดร้างด้านอื่นไปเรื่อยๆ จากนั้นกำหนดจุดพักกับขบวนเกวียนที่จะมาถึงจากนั้นไม่นานขบวนเกวียนก็มาถึงเสียงอึกทึกวุ่นวายก็ตามมา ในเพลาใกล้ค่ำ

จุดที่กลุ่มของแก้วและน้ำใสพักเป็นลานรอบเจดีย์ ห้าองค์ มีเจดีย์ใหญ่ หนึ่งองค์อยู่ตรงกลาง เจดีย์เล็กสี่องค์ อยู่รอบๆดูแล้วสวยงามยิ่งนัก ทั้งหมดจัดสถานที่พักหันศีรษะหาเจดีย์เป็นวงกลมส่วนพวกที่เหลือ พักตามลานวัดบ้าง ตามช่องระหว่างกุฏิบ้าง

“จะดีรึพักใกล้เจดีย์ มันยังไงอยู่นา”

ก้องมองเจดีย์ขนาดใหญ่สูงตระหง่านเบื้องหน้าเกิดความรู้สึกว่าเหมือนมีสิ่งลึกลับที่แฝงอยู่ในเจดีย์ องค์นี้

“จะมีอันใดน่ากลัวก้องรู้หรือไม่เจดีย์องค์นี้ข้างในบรรจุสิ่งใดไว้”

พร้าวถามด้วยก้องด้วยสีหน้ายิ้มๆเข้าใจในความรู้สึกของผู้พูด

“หนูคิดว่าน่าจะเป็นกระดูกแต่ไม่รู้ว่าเป็นของผู้ใด แค่พักในวัดก็น่ากลัวพอแล้ว เพลานี้พักรอบๆ เจดีย์อีก หนูกลัวผี”

ก้องกล่าวพร้อมกับทำท่าหลับตาเอามือปิดหน้าตัวเองทำนองว่ากลัวผีอย่างที่สุด

“อย่าไปกลัวเลยเจดีย์ใหญ่ส่วนมากบรรจุอัฐิพระบรมสารีริกธาตุ หรือไม่ก็อัฐิของพระอริยะสงฆ์ เป็นผู้เปี่ยมด้วยเมตตาไม่ใช่เป็นสิ่งน่ากลัวแต่อย่างใด

การได้กราบไหว้ หรืออยู่ใกล้ น่าจะเป็นสิริมงคลในชีวิตมากกว่าให้ก้องถือว่ามานมัสการพระบรมสารีริกธาตุ ก็แล้วกัน

จากคำบอกเล่าของผู้คนบอกว่าเจดีย์องค์นี้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุก้องอุ่นใจได้ ไม่มีภัยใด ๆ มากล้ำกรายเป็นแน่ เก็บของเสร็จเรียบร้อยแล้วรึมุกเป็นเยี่ยงไร ถึงวัดแล้วดีใจไหม”

ตอนท้ายพร้าวหันไปถามเด็กหญิงมุกพร้อมกับกวักมือเรียกให้สม ผู้อยู่ในชุดดำยืนนิ่งอยู่ไม่ห่างนัก ทั้งหมดกวาดสายตาไปตามทิศทางมือของพร้าวพบว่าสมถือห่อสิ่งของเครื่องใช้สำหรับแก้วและก้องที่เศรษฐีสั่งให้นำมาให้

“วัดร้างดูน่ากลัวนะจ๊ะลุงตอนกลางคืนจะมีผีมาหลอกไม๊คะ”

ท่าทางมุกจะกลัวผีเช่นเดียวกัน

“ไม่หรอกที่เรานอนอยู่ใกล้เจดีย์ที่มีพระบรมสารีริกธาตุ สิ่งไม่ดีไม่กล้าเข้ามาใกล้ดอกหรือถ้ามาเค้าก็จะมา ก็มาดี นอนรวมกันตั้งหลายคน ไม่น่ากลัวดอก”

จากนั้นหันไปเรียกแก้วก้องรวมทั้งแนะนำให้รู้จักกับสม ผู้ซึ่งจะมาทำหน้าที่ดูแลคนทั้งสอง

“แก้วก้องมาดูข้าวของเครื่องใช้ที่เศรษฐีส่งมาลุงขอแนะนำให้รู้จัก คนที่พ่อของหนู ส่ง มาช่วยดูแล โดยเฉพาะท่านเป็นห่วงมาก”

สมได้นำถุงที่บรรจุสิ่งของที่นำมาจากโคราชเพื่อเป็นเครื่องใช้ส่วนตัวของคนทั้งสอง

“แก้วลองเปิดดูมีสิ่งใดของใดบ้างพี่อยากเห็นลางทีจะได้ขอใช้ด้วย”

เป็นเสียงของหวายกล่าวอย่างเป็นกันเองในขณะเดินมาพร้อมกับจมื่น

“ดูของก้องดีกว่า”

แก้วขณะพูดตายังจ้องมองสมด้วยความสนใจเพราะว่าไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน

“พี่อยากดูของแก้วมากกว่า”

หวายพูดยิ้มๆเชิงเย้าเล่น

“ไม่เอาแก้วอายพี่หวายพูดอะไรไม่รู้”

แก้วพร้อมกับบิดตัวไปมาท่าทางเอียงอาย

“ดูสิ่งของในถุงผ้าไม่ได้ดูผ้าถุงน่าอายตรงไหน”

เสียงของหวายแสดงความสงสัยขมวดคิ้วสีหน้างุนงง

“ก้องว่าดูถุงผ้าเพลานี้ดีกว่าถ้าสิ่งของในถุงผ้าเป็นไอ้ลองพี่แก้วจะทำเยี่ยงไร”

คำพูดล้อเล่นของก้องทำแก้วหน้าเสียชะงักปล่อยมือจากถุงใส่ของ

“ก้องพูดอย่าล้อเล่นแบบนี้นะพี่ยิ่งกลัวอยู่”

แก้วเสียงดังขึ้นมาทันใดท่าทางเอียงอายเมื่อสักครู่หายไปสิ้น กลายเป็นว่าหันซ้ายขวาเหมือนมองหาบางสิ่งบางอย่าง

“แก้ว ก้องมีอะไรดีๆ ก็แบ่งกันใช้บ้างนะ”

เสียงของน้ำใสแทรกเข้ามา

“แบ่งให้มุกด้วย”

“อย่าลืมอึ่งเขียว เขียว ฯลฯ ด้วย”

อึ่งยืนอยู่ไม่ไกลนักตะโกนเข้ามาแบบนึกสนุกล้อเล่น

“คนขอเยอะแก้วจะเหลืออะไรใช้ไหม”

แก้วพูดด้วยน้ำเสียงงอนๆแต่ยังอารมณ์ดีด้วยรู้ว่าโดนล้อเล่น

“คุณแก้ว คุณก้องรู้ไหมของในถุงผ้าทั้งสอง ท่านเศรษฐีจัดใส่ถุงด้วยมือของท่านเอง จากนั้นย้ำแล้วย้ำอีกว่าถุงนี้ของแก้วถุงนี้ของก้อง”

สม ผู้อยู่ชุดดำรัดรูปกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่ผู้ฟังรู้สึกได้ถึงความเป็นห่วงของบิดา

“ได้ทราบมาว่าระหว่างที่ยังไม่ได้ข่าวคุณทั้งสองท่านเศรษฐีร้อนใจมาก กินไม่ได้ นอนไม่หลับ พยายามสืบข่าวหาคุณทั้งสอง ทั้งวัน ทั้งคืนท่านเดินทางไปที่ต่างที่คาดว่าแก้วและก้องจะเดินทางไป วันละหลายๆ รอบ เพื่อถามหาข่าวคราว”

ทำพูดของสมทำเอาแก้วถึงกับน้ำตาไหลสะอึกสะอื้นมองหน้าพร้าวสลับกับหวายเหมือนขอความเห็น

“แก้วควรจะทำอย่างไรดีจ๊ะแก้วกลับไปโคราชหาพ่อดีไหม แก้วรู้สึกเสียใจที่ทำให้พ่อเป็นห่วง”

ฉับพลันมีเสียงร้องดังสนั่นขึ้นอย่างสุดเสียง

“ฮือๆๆๆๆ “

เป็นเสียงร้องของเด็กหญิงมุกที่ร้องเสียงดังลั่นวัด จนผู้คนในบริเวณนั้นต่างหันมามอง บางคนถึงกับแตกตื่นวิ่งมาดู

“หนูมุกเป็นอะไร”

หวายถามด้วยความตกใจคาดเดาเหตุการณ์ไม่ถูก บรรยากาศที่มีแต่ความยิ้มแย้มเมื่อครู่กลับกลายเป็นสงครามเสียงร้อง โดยทั่วไปแล้ว เสียงหัวเราะ เสียงไอ เสียงร้องไห้เมื่อมีผู้นำแล้วมักจะเป็นโรคติดต่อกับผู้อื่นอย่างง่ายดาย

“หนูคิดถึงพ่อแม่ฮือๆๆๆ”

“อ้าว...ก็พ่อหนูนั่งอยู่นี่ไงร้องทำไมเด็กน้อย”

หวายกล่าวพร้อมกับชี้มือมาที่ตัวเองอย่างยิ้มๆ ด้วยระลึกได้ว่าเคยมีหนังสือล้อเล่นเขาว่าเป็นพ่อของมุกซึ่งหวายก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องจริง แต่ก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้รับเด็กไว้ด้วยคิดว่าทิ้งไว้กลางป่าไม่น่าจะเป็นสิ่งดี

“พ่อ แม่ หนูตายหมดแล้ว....ฮื่อ”

มุกร้องไห้หนักว่าเดิมทำเอาหลายคนอยู่บริเวณรอบๆ รู้ตกใจ และรู้สึกว่าที่ดวงตาเริ่มเปียกแฉะหวายเริ่มรู้สึกมึนงงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่แล้วความนึกคิดแวบหนึ่งก็เกิดขึ้นในความคิดว่าคนที่กำลังเศร้าโศก ถ้าได้ระบายสิ่งที่อยู่ในใจ มีคนใส่ใจ เห็นใจ ก็จะช่วยได้บ้าง

“พ่อ แม่หนูมุก ไปกิจที่ต่างเมืองฝากหนูไว้กับพ่อหวายไม่ใช่รึเพลานี้หนูก็มีพ่อหวายดูแลไงจ๊ะ”

หวายพูดพร้อมกับยื่นมือไปรับผ้ามาเช็ดน้ำตาของมุกเบาๆ

“พ่อแม่ หนูตายจริงๆจ๊ะ หนูเห็นกับตา บ้านหนูหนีสงคราม มาทางเมืองโคราช ระหว่างทางเจอคนใจร้ายพ่อแม่ช่วยขวางทางคนใจร้ายไว้ ให้หนูหนีมาได้

ระหว่างหลบอยู่ในป่าเจอพี่สาวใจดีบอกว่าจะหาคนใจดีดูแลหนู โดยบอกว่าให้ทำตามคำสั่ง หนูก็จะไม่ลำบากแล้วพี่สาวคนนั้นก็พาหนูมาที่ขบวนเกวียนนี้”

“หนูหนีมาก่อน พ่อแม่พี่น้องหนูอาจยังไม่ตายก็ได้หนูมุกคิดดีเข้าไว้ จะมีความหวัง พี่สาวใจดีคนนั้นหน้าตาเป็นเยี่ยงไร พี่ใคร่รู้จักคนดีเยี่ยงนี้ยิ่งนัก”

หวายกล่าวให้ความหวังและถามด้วยความสนใจด้วยคิดว่าคนผู้นี้ต้องเป็นกระแตดงตัวแสบ ตัวจริงเสียงจริงอย่างแน่นอน

“หนูไม่รู้ พี่สาวปิดหน้าไว้ขู่หนูด้วย ว่าถ้าดื้อไม่เชื่อฟัง จะทิ้งไว้กลางป่า”

ขณะที่พูดหนูมุกยังสะอื้นไม่หยุด

“คนที่พาหนูมาอาจจะมีอายุรุ่นราวแม่หนูหรือไม่ก็อายุประมาณยายของหนูก็ได้นะ”

หวายกล่าวแย้งเด็กหญิงด้วยตั้งใจชวนคุยให้เด็กคลายความเศร้าโศก ทันใดนั้นมีเสียงของสุนัขเห่าจากลำธารด้านหลังวัด ทำให้หวายเงยหน้ามองพร้าวและจมื่นเหมือนขอคำปรึกษา




Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 12 พฤษภาคม 2560 23:29:42 น.
Counter : 514 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 
  
สวัสดีนะจ้ะ แวะมาเยี่ยมนะจ้าาา sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
โดย: สมาชิกหมายเลข 4057910 วันที่: 23 สิงหาคม 2560 เวลา:17:52:36 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



thampitak 33
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments