มกราคม 2559

 
 
 
 
 
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
21
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
เกวียนทมิฬ (หวายดง) ตอนที่ 15 เด็กทำอันใดก็ดูดี




เกวียนทมิฬ (หวายดง) โดย ทักษภณ

บทที่ 15 เด็กทำอันใดก็ดูดี

หวายหันไปมองก็พบว่าเป็นพร้าวนั่นเองลักษณะของพร้าวในเพลานี้ ดูเหมือนอิดโรย เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง เขารีบลุกเดินไปหาทันที

“เป็นอย่างไรบ้างพี่ มีข่าวกระไรบ้าง”

หวายถามด้วยความอยากรู้ข่าวเต็มที่

“แก้วหายตัวไปจริง ข้าพยายามสืบข่าวแต่ก็ไม่ได้เบาะแสใดๆ แม้แต่เศรษฐีส่งคนตามหาก็ไม่ได้ข่าว”

พร้าวกล่าวด้วยน้ำเสียงแสดงถึงความเหน็ดเหนื่อยเพราะได้พยายามหาทางช่วยตามหาแก้วอย่างเต็มที่แล้ว

“พี่พร้าวทราบหรือยังว่าพวกที่มาค้นขบวนเกวียนของเราพักอยู่ใกล้ๆพวกเรา”

หวายเล่าให้พร้าวฟังด้วยน้ำเสียงปนสงสัย

“จริงรึเห็นพวกนั้นเหมือนเดินทางไปทางโคราชแล้วทำไมยังกลับมาทางนี้ได้”

“ข้าก็สงสัยเหมือนกันแหละพี่พวกนั้นจะวนเวียนอยู่กับขบวนเกวียนพวกเราทำไมคุยกันเมื่อตอนเย็นบอกว่าตามช่วยลาดตระเวนคุ้มกันขบวนเกวียนเรา ถ้าเป็นแบบนั้นจะมาตรวจค้นทำไม”

หวายพยายามเล่าเรื่องภายในกองเกวียนให้พร้าวได้รับรู้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

“วันนี้วุ่นวายจริงๆ ไอ้เขียดปากเสียเมาไปหาเรื่องไอ้พอก อีกคู่หนึ่ง ไอ้อึ่งกับไอ้เขียว เล่นโบกแล้วทะเลาะต่อยตี กัน จึงเรียกประชุมสั่งห้าม และขู่เอาไว้แล้ว ถ้ายังมีเรื่องกันอีก จะหักเบี้ย เอาให้เข็ด”

หวายเล่าให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องที่ประชุมเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา

“ดี ข้าเห็นด้วยพวกนี้อยู่ในวัยแรงเยอะ พร้อมที่จะปล่อยพลังออกมาตลอดเวลา ถ้าไม่มีผู้ใดคอยเตือนสติก็จะมีเรื่องไม่หยุด ไม่หย่อน แอบเอาเหล้ามากิน จนเมามาย มิมีความคิดบางทีก็เคร่งครัดตามกฎมาก็มิได้ กลัวพวกมันจะเคร่งเครียด พอปล่อย ก็มิมีความเกรงใจ”

“มีอีกเรื่องหนึ่งพี่ ข้ารับเด็กหญิงมากับขบวนเกวียนระหว่างทางที่พี่ไปหาข่าวเรื่องแก้ว ฝากไว้ให้น้ำใสช่วยดูแล ไปดูด้วยกันไม๊”

“ไม่ละเหนื่อยขอพักก่อน”

พร้าวตอบปฏิเสธ พร้อมกับลุกไปยังที่พักของตน หวายตั้งใจเดินไปดูน้ำใสกับเด็กหญิงมุก เมื่อเดินเข้าไปใกล้ได้ยินเสียงคนร้องโอดโอย ในใจคิดว่ามีเรื่องอีกแล้วรึนี่ สั่งอุตส่าห์สั่งกำชับยังไม่เกรงกลัวอีก

เขาเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเมื่อไปถึง สิ่งที่เห็นก็คือคนสามคนเขียด อึ่ง เขียว ที่บาดเจ็บจากการทะเลาะกัน นอนเรียงกัน ให้น้ำใสประคบอาการบอบช้ำโดยมีมุกเป็นผู้ช่วยหวายเห็นสภาพในตอนนี้มีความรู้อยากสงสารและหัวเราะในเวลาเดียวกัน

“เป็นไงบ้างเก่งกันนัก รู้จักเจ็บแล้วรึตอนทะเลาะกันไม่รู้จักคิดให้ดี”

“เจ้านาย มีเวลาคิดที่ไหนขอรับ โอย”

เขียด ปากไวรีบกล่าวแก้ตัวแต่แล้วก็ต้องร้องเสียงหลง เพราะการประคบที่แรงไปของมุก

“ลุงเขียด หนูแค่กดเบาๆก็ทำเป็นร้องไปได้ ตอนตีกันไม่เห็นกลัวเจ็บเลย”

เด็กหญิงพูดพร้อมกับเพิ่มแรงกดเข้าไปอีก

“โอ้ย..พอแล้วหนู ลุงยอมแล้วลุงยอมไม่หายดีกว่า”

เขียดร้องเสียงหลงเพราะเจ็บพร้อมกับยกมือขึ้นเป็นการแสดงอาการว่าไม่ไหวแล้ว ไม่เอาแล้วหวายจึงหยิบลูกประคบจากเด็กหญิงมา ชูลูกประคบขึ้น พร้อมกับกล่าวว่า

“มา ...อยู่นิ่งๆ นะข้าจะประคบให้เอง”

จากนั้นก็มีเสียงร้องโอดโอยของเขียดตลอดเวลา

“น้ำใสเตรียมประคบไว้ด้วยเดี๋ยวจะประคบให้ไอ้อึ่ง กับ ไอ้เขียว ฮ่าๆ วันนี้ข้าใจดีประคบให้ฟรีๆ รอสักครู่นะ”

“นายหวาย ข้าขอประคบเองดีกว่า”

อึ่งพูดจบก็หยิบลูกประคบย่องออกไป

“ข้าก็จะประคบเองเหมือนกัน”

เขียวพูดจบก็ย่องออกไปพร้อมกับลูกประคบในมืออีกรายหวายมองตามด้วยสีหน้ายิ้มๆ พร้อมกับส่ายหัว จากนั้นหันมาทักทายหมอตัวเล็ก

“เป็นไงหมอมุก รักษาคนเป็นด้วยรึนี่”

หวายถามเชิงหยอกล้อ

“หนูอดได้เบี้ยเลยลุงเขียดบอกถ้ารักษาลุงหายเจ็บจะให้เบี้ย พวกลุงไปกันหมดแล้ว เพราะกลัวนาย หนูจะไปเอาเบี้ยจากผู้ใดพ่อหวายต้องรับผิดชอบนะ จ่ายมาซะดีๆ”

เด็กหญิงหันมายื่นมือทวงเบี้ยกับหวาย

“อ้าว ...”

หวายร้องเสียงหลงในคราวแรกที่เห็นคิดว่าทั้งสามคนคงจะมารบกวนน้ำใสกับมุกได้รับความรำคาญไม่คิดว่าทั้งสามคนจะมีวิธีหลอกล่อใช้งานเด็กหญิงได้

“พ่อหวายต้องรับผิดชอบ นอนลงให้หนูประคบนะคะจ่ายเบี้ยมาด้วย”

“เอางั้นเลยรึ ข้ามิได้เป็นอันใดจะประคบไปทำไม อีกอย่างลุงมิมีเบี้ยดอก”

หวายพูดเพื่อมิให้เสียเหลี่ยมเด็ก ในใจคิดว่าโดนเด็กล้อเล่นอีกแล้ว

“หนูไม่เชื่อ ไม่ยอม หนูจะเอาเบี้ย”

เด็กออกอาการหน้างอ จะเอาให้ได้

“หนูจะเอาเบี้ยไปทำอันใด อยู่ในขบวนเกวียนนี้มิต้องใช้เบี้ยซื้ออันใดดอก”

หวายพยายามพูดโน้มน้าวให้เด็กเปลี่ยนใจไม่เรียกร้องเบี้ยจากเขา

“หนูจะเก็บเอาไว้เยอะๆ “

เด็กหญิงพร้อมกับยกแขนทั้งสองข้างกางออกไปลักษณะให้ดูเหมือนว่าเยอะประมาณนี้

“เก็บเอาไว้จ่ายให้ขบวนเกวียนอย่างนั้นรึหนูรู้หรือไม่ว่าต้องจ่ายค่าเดินทางไปกับขบวนเกวียนด้วย ไม่ได้ไปฟรี ๆ สิ่งของอันใดไปกับขบวนเกวียนลุงคิดเบี้ยทั้งนั้น เอาอย่างนี้แล้วกัน เบี้ยของหนูเก็บไว้ที่ลุงแล้วกันไหนดูซิหนูมีเบี้ยอยู่เท่าใด ให้ลุงดูหน่อย”

หวายพูดไปแล้วก็โล่งอกที่ได้ความคิดเด็ดๆมาใช้กับเด็กได้

“หนูยังไม่ได้เบี้ยเลยเกือบจะได้แล้วเชียว โดนพ่อหวายขัดลาภซะนี่”

เด็กหญิงพูดด้วยน้ำเสียงงอนนิดๆตามประสาเด็ก ทำให้หวาย และน้ำใสอดยิ้มมิได้ หวายนั่งลงข้างๆเด็กเอามือลูบที่ผมเบา ๆ

“เป็นอย่างไรบ้างหนูมากับขบวนเกวียนสนุกมั้ย”

หวายยิ้ม ถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความเอ็นดูมือยังกุมที่หัวของเด็กหญิง

“สนุกเจ้าคะ”

เด็กหญิงตอบว่าสนุก แต่อาการเศร้าปรากฏที่สีหน้า ทำให้ความตั้งใจที่จะสอบถามเรื่องราวความเป็นมาของเด็กต้องล้มเลิกไป เขาชอบที่จะเห็นเด็กมีความร่าเริงมากกว่าจึงเปลี่ยนเรื่องถามที่คาดว่าจะไม่เครียด

“หนูกินข้าวหรือยัง”

“กินแล้วเจ้าคะ”

เด็กหญิงตอบพร้อมกับดึงมือของเขามากุมไว้หลังจากนั้นเขารู้สึกว่าเด็กพยายามนวดบีบนวดมือของเขา ทำให้เขารู้สึกถึงความขี้ประจบของเด็กซึ่งก็น่ารักไปอีกแบบ

เขาเงยหน้ามองน้ำใสบอกให้ทั้งสองพักผ่อนจากนั้นก็เดินดูไปเรื่อยๆ ในใจเขายังนึกเป็นห่วงแก้ว นึกไม่ออกจะทำอย่างไรดีแต่ก็คิดว่าเศรษฐีคงจะส่งคนค้นหาอย่างเต็มที่ และไม่มีคำสั่งใดๆ มาถึง ดังนั้นจึงต้องทำหน้าที่ดูแลขบวนเกวียนอย่างเต็มที่ต่อไป

ผู้คนในขบวนเกวียนส่วนมากหลับกันเกือบหมดแล้วแต่เขามีความรู้ว่ามีเหมือนมีใครจ้องมองเขาอยู่ เขารีบหันหลังกลับไปอย่างรวดเร็ว




Create Date : 20 มกราคม 2559
Last Update : 12 พฤษภาคม 2560 23:36:42 น.
Counter : 422 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

thampitak 33
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments