มกราคม 2559

 
 
 
 
 
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
21
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
เกวียนทมิฬ (หวายดง) ตอนที่ 14 ประชุมฉุกเฉิน




เกวียนทมิฬ (หวายดง) โดย ทักษภณ

บทที่ 14ประชุมฉุกเฉิน

หวายมีความรู้สึกว่า เพลานี้คนในกองเกวียนทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมสนุกสนานกันเกินขอบเขต ขาดระเบียบวินัย ไร้ความรับผิดชอบ ก่อความวุ่นวายมากเกินไป

การให้สัญญาณเรียกประชุม จึงมีการดำเนินการอย่างรวดเร็วทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเสียงสัญญาณนี้หมายถึงสิ่งใด

สถานที่ประชุมกันเป็นบริเวณที่มีลานกว้างหลัง มีกองไฟตรงกลาง บรรยากาศก่อนการประชุม เหมือนการชุมนุมรอบกองไฟแต่อยู่ในภาวะเงียบตึงเครียด เพราะทุกคนต่างคาดเดาเรื่องราว ไปในแนวทางน่าจะเป็นเช่นไร

“มากันครบทุกคนหรือยัง”

หวายเอ่ยปากถามตามธรรมเนียมก่อนการเริ่มประชุมมักจะมีคำถามประมาณนี้ เพื่อดูความพร้อม หลังจากที่หวายถามคนที่รวมกลุ่มกันอยู่ในบัดนี้มองหน้ากันไปมา สอบถามกันเสียงเบาๆ คล้ายกับพยายามสำรวจว่าผู้ใดมาหรือยังไม่มา

“น่าจะมาแค่นี้มั้งครับที่เหลือน่าจะกลุ่มที่เป็นเวรยาม เท่านั้น”

เสียงหนึ่งตอบรับขึ้นมาหลังจากนิ่งเงียบมิมีผู้ใดตอบ ทุกคนในเพลาต่างที่จะเก็บปากเก็บคำ

“พอกมาแล้วยัง”

หวายถาม พร้อมกับชะเง้อมองหา

“มาแล้วขอรับ”

พอกตอบพร้อมกับยกมือขึ้นเหนือศีรษะ เพื่อแสดงตัวหวายมองตามไป เห็นนั่งอยู่หลังสุดคนเดียวตรงข้ามเขา มองไปเห็นแค่เงาดำตะคุ่มๆ

“เขียด ลวก ....เขียว อึ่ง”

หวายเรียกชื่อเรียงตัวซึ่งผู้ที่โดนเรียกชื่อ ความรู้สึกในเพลานี้ใจเต้นแรง แต่ก็ต้องรีบขานรับพวกมันไม่อาจคาดเดาได้ว่าหวายจะตัดสินใจอย่างไร ได้ภาวนาว่าขอให้หวาย ไม่เอาเรื่องหรือลงโทษสถานเบา

“รู้หรือไม่ว่า เพราะเหตุใดจึงมีการประชุมในวันนี้”

หวายเปิดการประชุมด้วยการตั้งคำถามแต่ในใจผู้ที่ล้อมรอบอยู่ในบัดนี้ คงไม่คิดว่าเป็นการประชุม น่าจะเป็นเรียกมาอบรมหรือไม่ก็ด่า หรือตัดสินคดีความบางคนมากกว่า หวายเว้นระยะชั่วครู่แล้วพูดต่อ

“รู้หรือไม่ว่าเพลานี้พวกเราอยู่ที่ใด กำลังทำสิ่งใด สิ่งใดควรทำ สิ่งใดมิควรทำ”

ความนิ่งเงียบยังมีอยู่ต่อไปเสียงของหวายยังดังก้องกังวานในท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบและความเย็นยะเยือกกำลังคืบคลานเข้ามา

“รู้หรือไม่ว่าสิ่งที่ข้าเกลียดที่สุดคือสิ่งใด”

“ไม่รู้เจ้าค่ะ”

หลังจากหวายตั้งคำถามรู้หรือไม่ว่า เป็นครั้ง 3 ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา เป็นเสียงของมุกนั่นเอง สร้างเสียงหัวเราะครืนแก่ผู้ที่เข้าร่วมประชุมซึ่งก็ช่วยให้บรรยากาศตึงเครียดในขณะนี้ลดลงได้อย่างอัศจรรย์

หวายยิ้มในความไร้เดียงสาของเด็กหญิงจึงได้พูดต่อไปว่า

“เรื่องแรก จริงหรือไม่ที่คนบางคนรู้ทั้งรู้ว่าสิ่งที่ทำมันผิดกฎระเบียบ กองคาราวานเกวียนซึ่งทุกคนได้รับรู้ก่อนการเดินทางมาแล้ว”

หวายพูดพร้อมกับชูบางสิ่งขึ้นมา

“สิ่งนี้คืออันใด”

“กะลากับเมล็ดมะขามผ่าซีก อุ๊บ”

เสียงเด็กหญิงตอบอีกครั้งตามประสาเด็กทำให้น้ำใสต้องรีบเอามือปิดปากเด็กไว้พร้อมกับกระซิบเบากับเด็กในทำนองว่าอยู่นิ่งๆ หวายจึงพูดต่อไปว่า

“ถูกแล้ว กะลากับเมล็ดมะขาม พวกเราทุกคนก็คงรู้ว่าสิ่งนี้มีไว้สำหรับเล่นการพนัน ที่เรียกว่าโบกพวกเราทั้งหลายคงเคยได้ยินคำว่า อยากรวยให้รีบค้าขาย อยากฉิบหายให้เล่นการพนันหรือไม่ ไอ้เขียว ไอ้อึ่ง”

หวายตอนท้ายหันไปถามคนทั้งสอง

“รู้ขอรับ”

อึ่งตอบเสียงอ่อยๆ

“พวกเราทุกคนคงทราบดีว่าอาชีพคาราวานกองเกวียน เป็นอาชีพที่มีรายได้ดี แต่เสี่ยงต่อความตายและต้องมีความรับผิดชอบสูง เป็นงานที่ทำได้ในเพลาที่เรามีสุขภาพแข็งแรง

ดังนั้นเห็นได้ว่าเป็นที่มิได้ทำได้ตลอดเพลาอีกทั้งยังทำได้เพียงฤดูกาลหน้าแล้งเท่านั้น หน้าฝนพวกเราก็ต้องหยุดพัก”

หวายหยุดชั่วครู่แล้วมองกวาดแล้วหยุดที่ไอ้เขียวจ้องมองพูดต่อ

“ข้าทราบมาว่าบางคนก่อนเดินทางมามีหนี้สินติดตัวถ้ายังเล่นการพนัน และกินเหล้าอยู่อีก โอกาสที่จะปลดหนี้คงจะยากดังนั้นข้าจึงอยากจะขอความร่วมมือ

ในระหว่างเดินทางขอให้งดอบายมุขทางแห่งความฉิบหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพนัน และเหล้าสิ่งเหล่านี้เมื่อไปยุ่งแล้ว ก่อให้เกิดการทะเลาะกัน ดังที่พวกเราเห็นในวันนี้แล้วการพนัน เป็นตัวทำลายทรัพย์ เงินทองที่หามาด้วยความยากลำบาก ได้เท่าไรก็ไม่มีเหลือ

เหล้ากินไปแล้วขาดสติเสียทรัพย์อีกทั้งยังทำลายสุขภาพ อันที่จริงเหล้าถ้ากินนิดหน่อยพอเป็นยา ก็คงมิมีปัญหาเหล้าถ้ากินให้เป็น ก็เป็นประโยชน์ แต่ถ้าบางคนกินแล้วบ้าก็ไม่ควรกิน”

หวายพูดช้าๆ เสียงเน้นหันหน้าไปจ้องไอ้เขียดที่เมาแล้วไปหาเรื่องพอก ซึ่งตอนนี้ได้แต่ก้มหน้านิ่งหวายพูดต่อไปว่า

“ข้าขอให้ทุกคนก่อนที่จะเล่นการพนันหรือกินเหล้าให้นึกถึงคนอื่นที่อดอยากกว่าเรา บางคนแม้แต่ข้าวยังมิมีจะกิน ต้องต่อสู้กับความหิว

ดังนั้นขอให้ทุกคนนึกอยู่ตลอดเวลา ว่าการพนันโบก เหล้า คือตัวฉิบหาย นึกไว้ตลอดในเวลาที่อยากจะไปยุ่งกับมันต่อไปถ้าใครเล่นการพนัน กินเหล้า แล้วทะเลาะกันข้าจะหักเบี้ยมันผู้นั้นเลิกประชุม”

หวายพูดสรุปท้ายด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดที่ทำเอาหลายคนสะดุ้งแล้วสั่งปิดประชุม หลังจากที่คนงานทั้งหลายได้แยกย้ายกลับเขาได้ไปจัดการธุระส่วนตัว นั่งพักสักครู่ ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามา




Create Date : 17 มกราคม 2559
Last Update : 12 พฤษภาคม 2560 23:35:49 น.
Counter : 325 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

thampitak 33
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments