มกราคม 2559

 
 
 
 
 
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
21
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
เกวียนทมิฬ (หวายดง) ตอนที่ 12 เรื่องวุ่นวายของนักเดินทาง




เกวียนทมิฬ (หวายดง) โดย ทักษภณ

บทที่ 12 เรื่องวุ่นวายของนักเดินทาง

“นายท่านทั้งหลายมาถึงที่นี่นานแล้วรึ”

หวายทักทาย ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ในขณะที่มีความสงสัยและคำถามเกี่ยวกับคนกลุ่มนี้อยู่เต็มหัว

สถานที่พักของคนเหล่านี้ เป็นเพิงหญ้าหมาแหงนซึ่งคนเดินทางบางกลุ่มได้ทำเอาไว้ คนกลุ่มนี้มาถึงก่อนจึงจองสถานที่แห่งนี้ได้ก่อน

มองไปด้านในเพิงพักยังมีกองไฟคุกกรุ่นตามความเข้าใจของหวายคิดว่าคงมีการหุงหาอาหารกินกันก่อนหน้าที่ขบวนของเขามาถึงไม่นาน

“พวกข้ามาถึงมินานดอก พวกข้าลาดตระเวนไปเรื่อยๆ ในฐานะคนของทางการ หน้าที่การงานของพวกข้า

ส่วนหนึ่งก็คือดูแลความปลอดภัยขบวนเกวียนการค้าของท่าน และอีกส่วนหนึ่งก็คือ ตามหาแก้ว บุตรีของเศรษฐีที่หายไป”

คนที่เป็นหัวหน้าของกลุ่มตอบคำถาม ส่วนที่เหลืออยู่ในอาการจ้องมองมาที่เขาอย่างพร้อมเพรียง

หวายได้ฟังคำของคนที่เป็นหัวหน้าพูดก็ยังไม่ปักใจเชื่อเท่าใดนัก ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ เปลี่ยนเรื่องคุยตามความเหมาะสม

“กลุ่มของท่านกินข้าวแล้วหรือกระไรไปร่วมวงกับพวกข้าก็ได้”

หวายมิรู้จะกล่าวคำใดคิดว่ากล่าวคำนี้เหมาะสมที่สุดแล้ว

“มิเป็นไรหรอก พวกข้าอิ่มท้องเรียบร้อยแล้ว”

ในขณะที่คุยกันหวายพยายามมองสำรวจไปรอบๆก็พบว่าน่าจะเป็นจริงตามนั้น เนื่องจากว่าเขามองเห็นห่อสิ่งของที่มีอยู่ติดตัวกับทุกคน

แม้จะไม่ทราบว่าเป็นสิ่งใดแต่ก็คิดว่าน่าเป็นสิ่งสำหรับนักเดินทางอย่างแน่นอน จึงได้เดินกลับมาที่ขบวนกองเกวียน

หลังจากที่หวายเดินจากมากลุ่มคนบนหลังม้าก็มีท่าทีผ่อนคลาย และพากันปรึกษาหารือ ซุบซิบ ซึ่งหวายมิอาจรู้ได้ว่าคนกลุ่มนั้นปรึกษาอันใดกัน

จากนั้นเขาคิดจะกลับไปดูน้ำใสกับเด็กหญิงมุก เมื่อไปถึงที่พักของผู้คนทั้งสอง ก็ไม่พบผู้ใด

เขาไม่แน่ในว่าทั้งสองไปที่ใดไม่แน่ว่าไปอาบน้ำหรือทำกิจอื่นใด จึงกลับมาที่พักมิเห็นมีผู้ใดอยู่ คิดจะไปอาบน้ำที่ลำธาร

ขณะที่กำลังจัดแจงเตรียมสิ่งของสำหรับอาบน้ำเขาได้ยินเสียงคนในขบวนเกวียนโห่ร้องตะโกนอื้ออึง ผสมกับเสียงดัง ตุ๊บตับ โครมครามน่าจะมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น

จึงได้รีบวิ่งไปในระยะที่มองเห็นพบว่ากลุ่มคนในขบวนเกวียนกำลังมุงดูคนชกต่อยกันเฮ้อ...คนพวกนี้ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยจริงๆ มองไปเห็น คนสามคนกำลังชุลมน พัวพันกันอยู่กลางวง

ในระยะที่ใกล้เข้ามาอีก เท่าที่เห็นดูเหมือนไอ้เขียดจะอยู่ในสภาพสะบักสะบอมเหมือนโดนมือตีนของใครบางคนอย่างหนัก รู้สึกมีคนจะพยายามห้ามหาทางสงบศึก น่าจะเป็นไอ้ลวกมีพอกอยู่ด้วย จากการคาดเดาน่าจะเป็น พอกชกต่อยกันกับเขียด ถ้าเขาคาดการณ์ไม่ผิด

“พอ...หยุดได้แล้ว”

หวายรีบตะโกนออกไปในเพลาที่ได้มาถึงบริเวณมีการชกต่อยกันเขาแหวกกลุ่มคนเข้ามาจนถึงด้านหน้าของคนทั้งสาม แล้วหยุดมองสำรวจอีกครั้ง

“พวกเอ็งเดินทางมาทั้งวันมิเหนื่อยกันรึมิมีการงานสิ่งใดทำกันรึ ข้ารู้สึกเหนื่อยหน่ายปวดกะบาลกับพวกเอ็งจริงๆ”

หวายบ่นด้วยน้ำเสียงเอื่อมระอา ในบัดนี้การชกต่อย ได้ยุติลงแล้ว มองเห็นเขียดนั่งหงอครวญคราง ค่อยๆ ลูบคลำเบาๆไปตามตัว แสดงอาการว่าเจ็บตัวพอสมควร

ส่วนพอกยืนกำหมัดท่าทางประมาณว่าเอาอีกรึเปล่าลวกยืนแทรกตรงกลาง กางแขนสองข้างห้ามระหว่างคนทั้งสอง

“เอาอีกๆ สนุกจังเลย”

มีเสียงหนึ่งขึ้นมา พร้อมกับกระโดดปรบมือหวายหันไปมองพบว่าเป็นเด็กหญิงมุก สีหน้าท่าทางสนุกสนานประหนึ่งว่าได้เที่ยวงานวัด ได้ชมมวยคู่เด็ด ประจำงาน น้ำใสรีบเอามือปิดปากมุกไว้ ทำสีหน้าดุทำเสียงจุ๊ๆๆ อาการบอกเด็กนิ่งให้เงียบ

“พอแล้ว ...มีเรื่องกระไรกันเหตุใดจึงได้ตีกัน”

หวายจ้องหน้าคนทั้งสามถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียดลวกสั่นหน้าชี้มือไปที่คนทั้งสองสลับไปมา

“ไอ้เขียดนะสิ กวนข้าไม่เลิกถามเรื่องของดี ๆ ของขลังกระไรอยู่นั่นแหละ ไม่เลิกรา ข้าเดินไปทางใด มันก็ตามถามร่ำไร

ข้าตอบไปก็แสดงอาการไม่พอใจหาว่าข้าตอบกวน มันต่างหากที่กวนข้า”

พอกชี้หน้าไอ้เขียดตอบด้วยอาการมือสั่นโกรธไม่พอใจอย่างแรง ประมาณว่าอดทนไม่ไหวจริงๆ

“ฮื่อๆๆ เอ็งเป็นคนไม่มีน้ำใจ ข้าถามดีๆตอบกระไร ข้าฟังไม่รู้เรื่อง ก็ข้า... อยากรู้นี่น่า ตอบข้าหน่อยก็ไม่ได้ ฮื่อๆๆ...”

ไอ้เขียดตอนนี้กลายเป็นคนขี้แยไปซะแล้วมันร้องไห้ฟูมฟาย ตีอกชกตัววุ่นวาย ทำเอาหวาย พอได้ฟังเรื่องราวก็เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นอีกทั้งเขายังรู้นิสัยว่าไอ้เขียดเป็นอย่างไร คิดอ้าปากหันมาสั่งสอนอบรมสักหน่อย

ไอ้เขียดรู้ตัวคิดว่าตนเองอาจเป็นฝ่ายผิดโดนด่าแน่ๆ จึงแก้ไขสถานการณ์ตามที่มันคิดว่าน่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดเท่าที่มันคิดได้ในบัดนี้ ทำเอาหวายออกอาการงุนงงไป

“ไอ้เขียดข้าขอสั่งให้เอ็งเลิกยุ่งกับไอ้พอกได้แล้ว เขาจะมีของดี หรือมิมี ก็ไม่ต้องไปสนใจถ้าเอ็งยังวุ่นวาย...เดี๋ยวก่อน...ข้าเหมือนได้กลิ่นกระไร....กลิ่นเหล้า ใครกล้ากินเหล้า..ใครกล้าเอาเหล้ามากิน...”

หวายทำจมูกสูดหาที่มาของกลิ่นรวมทั้งคนที่มุงดูอยู่ในบัดนี้ก็ได้คิด ช่วยดมกลิ่นหาต้นตอ คนที่อยู่รอบข้างฟึดฟัดกันใหญ่

“ใครกล้าเอาเหล้ามากินไม่เรียกกันบ้างเลยถ้ารู้น่าดู มีของดีไม่เรียกกัน”

เป็นเสียงบางคนพูดด้วยความคึกคะนอง ทำเอาอื่นหันไปมองจ้องเขม็งมันจึงต้องเดินหนีหลบหน้าไป สักพักทุกคนต่างหันมาทางไอ้เขียดอย่างพร้อมเพรียงกัน

“ไม่ต้องหาหรอกนาย...กลิ่นมาจากทางนี้ ไอ้เขียดนะสิ กินเหล้าแล้ว ออกอาการบ้าเที่ยวหาเรื่องชาวบ้าน นายลองมาดมที่ปากมันสิ ชัดมาก”

ลวกเป็นอีกคนที่ชี้มือมาที่ไอ้เขียด สีหน้าของของไอ้เขียดในเพลานี้อยากจะร้องให้อีกครั้งให้ดังๆมันนึกในใจ กูโดนซ้ำ โดนซ้อน โดนอีกแล้ว

“เออมิต้องดมหรอก ปากดำ ฟันดำ เหม็นเน่าขนาดนั้นไม่มีใครอยากดมหรอก กลิ่นมาจากมันแน่นอน เอาพวกเราแยกย้ายกันไปทำกิจส่วนตัวได้แล้วส่วนไอ้เขียดข้าจะจัดการเอง”

ตอนท้ายหวายสั่งให้ชาวเกวียนมุงทั้งหลายให้แยกย้ายกันไป หลายคนถือโอกาสนี้หลบไปอย่างรวดเร็ว ด้วยคิดว่าอยู่นานไปไม่แน่จะมีเรื่องให้โดนด่าไปด้วย

“หนูมุกสิ่งที่หนูเห็นในบัดนี้เป็นสิ่งมิดี หนูอย่าทำตามนะ เหล้ากินไปแล้ว กลายเป็นน้ำเปลี่ยนนิสัยบางคนก่อนกินเป็นคนที่มีสติ มีความคิด กินไปแล้วกลายเป็นคนละคน

บางครั้งเป็นคนบ้าๆ บอๆหรือไม่ก็กลายสภาพคล้ายหมา อีกทั้งยังทำลายสุขภาพร่างกายของอีกต่างหาก”

น้ำใสพูดกับมุกเหมือนจะสอนเด็ก แต่หางตาและปากชี้ไปทางเขียด

“เออ...ซ้ำเติมกันเข้าไป คนล้มพากันซ้ำเติมใหญ่เชียวพูดซะข้าเป็นหมา”

ไอ้เขียดบ่นเสียอ่อยๆด้วยขณะนี้มันทั้งมึน ทั้งเจ็บตัว เจ็บใจ

“ไม่พูดซ้ำเติมก็ได้ เอ็งจะเอาใบข่อยรึไม่ข้าจะช่วยเก็บให้ ข้ามองเห็นแถวนี้มีอยู่บ้าง”

น้ำใสถาม ด้วยน้ำเสียงเหมือนมีความจริงใจให้ความช่วยเหลือย่างเต็มที่แต่ไอ้เขียดฟังแล้วมันตีความหมายไปอีกอย่างหนึ่ง

“เอาใบข่อยมาทำกระไร ข้ามิใช่ดักแด้จะต้มข้าหรือกระไร ไหนว่าจะไม่ซ้ำเติมข้าแล้ว ยังจะพูดแบบนี้อีก..”

เขียดพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนน้อยใจทำให้หวายอดขำมิได้

“ต้นข่อย มีประโยชน์นะ ช่วยแก้โรคปากเสียได้เอ็งอมทั้งก้าน กิ่ง ใบ ปิดปากให้แน่นๆไว้แล้วเอามือดึงกิ่งข่อยรูดไป รูดมาหลาย ๆรอบ รับรองโรคของเอ็งหายเป็นปลิดทิ้ง”

หวายอดแหย่ไอ้เขียดเล่นมิได้

“โอ้ โฮ้ แบบนี้นายจะฆ่าเขียดแล้วให้กระผม อมกิ่งข่อยรูดไปมา ปาก็พังพอดี ปากคนนะมิใช่ ชามกาละมังจะได้ใช้ข่อยขัด

เขามีแต่เอากิ่งข่อยทุบปลายให้แบนแล้วใช้ขัดฟันถูไปมา อมกิ่งข่อยรูดไป มา แบบนี้นายฆ่ากระผมชัดๆ ไม่เห็นใจลูกน้องที่ น่าสงสารบ้างเลย..ข้าจะตายแล้ว โอ้ย”

เขียดทำเสียงกระเส่าร้องครวญครางสำออยอย่างเต็มที่ ด้วยว่าผู้คนบางคนที่ยังไม่ไป ยังมุงดูมันหัวเราะเป็นที่ครื้นเครงสนุกสนานมันพยายามมองหาพอกหรือลวก แต่มิเห็นมันแล้ว คิดในใจว่าไปก็ดีแล้ว

“อันที่จริงต้นข่อยมีสรรพคุณช่วยดับกลิ่นปากเหม็นได้ถ้ามิสนใจกระนั้นเปลี่ยนเป็นเถาย่านางดีกว่า ข้าเห็นแถวนี้มีเยอะ”

น้ำใสเสนอขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสีหน้าราบเรียบ มองดูเหมือนหวังดีอีกครั้ง แต่ไอ้เขียดบัดอยู่ในอาการหงุดหงิดใครเสนอสิ่งใดแม้เป็นสิ่งดีมันก็คิดเป็นสิ่งตรงข้ามได้อีก

“โอ้ย หนักกว่าเดิม ข้าว่าหา ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด มะขามเปียก พริกเกลือ ต้มเขียดกินดีกว่า จะบ้าเรอะข้าเป็นคนนะ โอ้ย..”

ตอนนี้เขียดร้องเสียงหลงเพราะคิดขยับจะลุกขึ้นด้วยอารมณ์โมโหคิดว่าผู้อื่นล้อเล่นซ้ำเติมมัน

แต่รู้สึกว่าเจ็บอันที่จริงมันเจ็บตั้งแต่กลางวันยังไม่หาย โดนซ้ำเข้าไปอีกจึงเจ็บหนักกว่าเดิม

บัดนี้เขียดรู้สึกแทบลุกไม่ขึ้นมองหาลวกจะให้ช่วยพยุงก็มองไม่เห็นจึงได้แต่ทำหน้าละห้อยมองไปรอบๆ หวังจะมีคนมาช่วยพยุงมันลุกขึ้น แต่ก็มิมีผู้ใดใส่ใจ

“เถาย่านางช่วยถอนพิษสุราได้ จะได้หายเมาหายบ้า เอ็งดื่มมาบ้างมิใช่รึ ข้ารึอุตส่าห์หวังดี.. ฮึ”

น้ำใส รู้ได้ถึงอารมณ์โกรธของเขียดในเพลานี้จึงทำเสียงเหมือนน้อยใจ ทำให้เขียดตกใจรู้สึกเหมือนตนเองทำผิด มันนึกในใจกูทำผิดอีกแล้วรึนี่ อีกใจหนึ่งตอบว่า ก็มึงมันจอมหาเรื่อง ก็ต้องเป็นแบบนี้แหละ

ดังนั้นมันจึงต้องรีบพูดกับน้ำใสในลักษณะของการขอโทษอย่างระล่ำระลัก

“โอ..แม่คุณน้ำใส ผู้หวังดีต่อข้าเสมอมาข้ากระผมรู้สึกซาบซึ้งยิ่งนัก แต่มิต้องเสนอยาแก้ฟกช้ำมาให้อีก เพราะข้ามียาแก้ฟกช้ำแล้ว.โอ้ย..ใครก็ได้ช่วยพยุงข้าขึ้นที ข้าจะไปทายา”

เขียดรีบดักพูดคอ เพราะดูท่าทางน้ำใสจะเสนอยาสมุนไพรตัวใหม่ให้กับมันอีก

“เอาไม่เอาสูตรยาแก้ฟกช้ำก็ได้ แต่...”

น้ำใส พูดยังไม่ทันจบคำก็มีเสียงคนชกต่อยซี่งไม่ไกลจากนี้นัก บัดนี้ทุกคนหันไปมองเสียงนั้น มองไปเห็นคนกำลังชกต่อยกันไวเท่าความคิด หลายๆ คนวิ่งไปที่เสียงนั้นทันที รวมทั้งหวายด้วย




Create Date : 01 มกราคม 2559
Last Update : 12 พฤษภาคม 2560 23:37:48 น.
Counter : 340 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



thampitak 33
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments