กุมภาพันธ์ 2550

 
 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
 
 
ตอนที่ 9 ความจริงในใจ
ตอนที่ 9 ความจริงในใจ

ผมกลับเข้ามาที่คณะด้วยความรู้สึกเหมือนเป็นคนใหม่ ที่แห่งนี้เองหรือ คือที่ที่ผมเลือก
จริงอยู่ผมอาจจะไม่ได้คิดว่าอยากจะเป็นอะไร อยากจะทำอะไร ที่ผ่านมาในชีวิตตั้งแต่เด็กจนโต ผมก็ทำตามใจพ่อแม่มาตลอด

เมื่อที่นี่เป็นที่ของผมแล้ว ผมกลับมาแล้ว เวลาที่เหลืออยู่ ผมต้องหาให้ได้ ว่าสิ่งไหนกันคือความสุขของผม สิ่งไหนกันที่จะทำให้ผมรัก และเป็นหมอที่มีความสุข

พวงมาลัยดอกมะลิ ถูกวางลงหน้าอนุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พร้อมกับตั้งจิต อธิษฐาน ขอให้พระองค์ทรงดลบันดาลให้ผมค้นพบคุณค่า และความสุขของการเป็นหมอให้จงได้

อาจารย์หมอวันศักดิ์ มองลงมาทางหน้าต่างเห็นเพียงแต่ระยะไกล แต่ก็พอจะรู้ได้ว่า หากไม่ใช่การบนบาน ขอพรในการสอบแล้ว นักเรียนแพทย์อย่างต้นจะมาขออะไรจากพระองค์ท่าน อาจารย์ยิ้มเล็กๆ ก่อนที่จะหันไปพูดกับหมอกานต์ที่มาปรึกษาเรื่องต้น ทันทีหลังจากเกิดเรื่องและช่วยเหลือจนเรื่องจบลงด้วยดี

“ขอบใจมาก ที่ช่วยเรื่องหมอต้น”

**************
พลบค่ำผมเดินเล่นอยู่ในสวนสาธารณะของโรงพยาบาลอยู่คนเดียว นานเท่าไหร่แล้วที่ผมไม่ได้มาที่นี่ สวนสวยๆบรรยากาศดี หาได้ข้างๆตึกที่เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่านวุ่นวาย ตึกที่มีความเป็นความตายวนเวียนเป็นวัฎจักร ที่ที่ผมสามารถหายใจได้อย่างเต็มปอด ที่ที่ผมเคยมาเพียงแค่อยากเห็นสาวๆสวยๆมาวิ่งออกกำลังกาย ไม่เคยคิดว่ายามนี้ที่แห่งนี้เอง ที่จะทำให้ผมผ่อนคลายและสบายใจอย่างเป็นที่สุด เมื่อความมืดมาเยือน ความเงียบงันก็ย่างกรายเข้ามา มีแต่เสียงจิ้งหรีดเรไร และแสงจันทร์เท่านั้น

“ยินดีต้อนรับกลับสู่ที่ของเธอนะ”
เสียงใสๆของน้องพลอยที่ผมจำได้ดี มาทำให้ผมรู้สึกว่าผมไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียว

“ที่ของเราเหรอ”
ผมงง ในคำพูดของน้องพลอยมาก ที่แห่งนี้หรือ เป็นที่ของผม

“ใช่ ที่ไหน ที่เธออยู่แล้วมีความสุขที่นั่นจะเป็นที่ของเธอไง เราเห็นเธอนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มองดูก็รู้แล้วล่ะว่าเธอมีความสุขน่ะ” ในมือน้อยๆของหญิงสาว เอื้อมมาแตะบ่าผม

ผู้ชายพายเรือ นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ อยู่บนเก้าอี้ใต้ต้นไม้ในสวยสาธารณะ ข้างสาวสวยแสนดี ผมไม่ต้องการอะไรไปมากกว่านี้แล้วครับ
“เมื่อไหร่ที่ต้นมีความทุกข์ ต้องการใครสักคน พลอยอยากให้ต้นคิดถึงพลอยเป็นคนแรกนะ”

“แล้วถ้ามีความสุขล่ะ”

“พลอย อยากให้ต้นยิ้ม แล้วเก็บยิ้มนั้นมาฝากพลอยด้วย”

ผมหันไปมองหน้าเธอและยิ้มอย่างสบายใจและสุขใจเป็นที่สุด เธอยิ้มตอบผมอย่างอบอุ่น แสงจันทร์สะท้อนวงหน้า และแววตาที่มีแต่ประกายของความสุขมาพิมพ์ลงในใจของผม

ผมกับน้องพลอย เดินเล่นวนไปวนมาในสวนสวย ผมจับมือเธอไว้แน่น ราวกับจะขอพลังและความกล้าหาญจากเธอมาทำให้ผมแข็งแกร่งและพร้อมที่จะเดินหน้าต่อไป

“ตอนที่ต้นหายไป พลอยเป็นห่วงมากเลยนะ รู้ไหม”

นิ้วน้อยๆของเธอ วาดวนลงบนฝ่ามือของผม ก่อนที่จะวางทาบลงบนมือของผม และจับมือผมไว้ ผมนอนหลับตาพริ้มอยู่บนตักนุ่มๆของเธอ

“ไม่อยากให้พลอยต้องห่วง ไม่อยากให้พลอยต้องเสียใจว่าต้นเป็นคนไม่ดี”

หญิงสาว ประคองมือข้างหนึ่งของผม ด้วยมือทั้งสองข้างของเธอ ก่อนที่จะพูดออกมาทั้งสีหน้าและแววตา แสดงถึงความห่วงใย ที่ผมกลับมาอีกครั้ง อย่างปลอดภัย และเรื่องราวไม่ได้เลวร้ายเกินไปอย่างที่เป็น

“ต้นเป็นคนดีของพลอยเสมอ ให้พลอยได้อยู่ข้างๆต้นตลอดไปนะ”

ผมไม่มีคำตอบใดๆนอกจากกอดเธอไว้แน่น ราวกับว่าทั้งโลกใบนี้มีเราเพียงแค่สองคนเท่านั้น


***********
วันแรกแห่งการกลับสู่การเรียนของผมแทบแย่ วันนี้ผมตื่นสายอีกแล้ว สงสัยว่าผมคงต้องเปลี่ยนนาฬิกาปลุกของผมใหม่จากเสียงหมีตีกลองเป็น วงมโหรีปี่พาทย์ หรือไม่ก็ เป็นวงร็อคแอนด์โรลไปเลย หรือว่าใครเอายานอนหลับให้ผมกินเนี่ย ผมรีบแทบตาย แต่ก็จำไม่ได้ว่าอยู่วอร์ดไหนแล้ว กว่าจะหาทางงม มาวอร์ดกุมารเวชถูก วันนี้วันแรกอาจารย์คงแค่แนะนำนิดหน่อย ผมปลอบใจตัวเองไปพลาง

“นายนี่มันพัฒนาไม่ได้เลยจริงๆนะ”
ยายแป้งเย็นอีกแล้ว ไม่ได้เจอกันนานจะปากร้ายไปถึงไหน ถึงจะมาสายแต่ก็อยู่ในช่วงเวลาที่ยอมรับได้ แค่อาจารย์สอนจบไปเบรคนึงแล้วเท่านั้นเอง

“เค้าเรียกว่าคงเส้นคงวาหรอกนะยายเฉิ่ม” ผมมองไปที่สาวน้อยผมยาวเป็นลอนสวย กับใบหน้าหมดจด ไม่มีแว่นกรอบหนาเชยสะบัดมากวนสายตา ใบหน้าสวยๆอย่างนี้ ไม่น่าใจร้ายเลยแม่คุณ

“ลืมไปคนอย่างนายน่ะ ชีวิตนี้คงจะอยู่ไปวันๆ ไม่เคยคิดอยากจะทำอะไรให้ดีขึ้นนักหรอกใช่ไหม นักเรียนแพทย์ไร้ความรับผิดชอบอย่างนาย มาเรียนทำไม เสียดายภาษีประชาชน”

ยายคนนี้จะอะไรกันนักกันหนากับผมนะ ผมมาสายทีไร เธอเป็นสวดผมทุกที หรือว่ามันอาจจะจริงอย่างที่เธอพูด แต่ผมกำลังพยายามนะครับ

“ใครจะเหมือนเธอล่ะ นี่สมองกลับไปแล้วเหรอ ถึงลุกขึ้นมาเปลี่ยนลุคตัวเองเสียใหม่ แต่จะบอกให้ ผู้หญิงอย่างเธอนะ มันไม่มีเสน่ห์เอาเสียเลย ปากร้าย แล้วยังใจดำอีกด้วย”

ผมสวนกลับเข้าให้ ก่อนจะเดินเข้าห้องเลคเชอร์ไปอย่างเสียอารมณ์ อะไรกันมาเรียนวันแรกก็เจอยายแป้งบ่นใส่ นี่คงยังไม่รู้ล่ะสิว่าก่อเรื่องอะไรไว้ให้ผมเดือดร้อน

แต่ถึงรู้ก็เถอะ คนอย่างแป้ง จะมารู้สึกอะไร ในเมื่อผมก็ไม่เคยทำอะไรดีในสายตาของเธออยู่แล้วนี่ครับ

************
แป้งเข้าไปที่ห้องในหอพักนักศึกษาแพทย์ ถึงแม้พลอยกับแป้งจะอยู่ห้องเดียวกัน แต่ทั้งคู่ก็มีเวลาว่างไม่ค่อยตรงกันสักเท่าไหร่ พลอยเองหลังเลิกเรียนก็ง่วนกับการประชุมและเตรียมออกค่ายช่วงปิดเทอม ส่วนแป้งก็คลุกอยู่ในห้องสมุดจนกระทั่งห้องสมุดปิด

“เรื่องราวมันเป็นมายังไงกันแน่แป้ง ทำไมอยู่ๆต้นถึงโดนพักการเรียน”
พลอยเข้ามายิงคำถามใส่แป้งแบบตรงประเด็น นี่เป็นคำทักทายหลังจากไม่ได้เจอกันหลายวันหรือนี่ แล้วนี่มันเรื่องอะไรกัน ความจริงพลอยอยากถามต้น แต่ไม่อยากไปรื้อฟื้นเรื่องที่จะทำให้ต้นไม่สบายใจ และที่สำคัญต้นเรื่องคือ แป้ง ซึ่งควรรับรู้ และรับผิดชอบ

“พักการเรียน”
แป้งทวนคำพูด ที่เจอต้นที่ทะเล เพราะต้นโดนพักการเรียนหรอกหรือ แป้งไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลย พี่นุวีร์ก็ไม่บอก เห็นต้นไม่ไปหาที่ห้องพักผู้ป่วย ก็คิดว่าต้นน่าจะติดคนไข้คนอื่น เพราะเธอเองก็ไม่ได้เป็นอะไรหนักหนา

“เห็นว่าทะเลาะกับคนไข้ เธอใช่ไหม” พลอยขึ้นเสียงกะเอาเรื่องเต็มที่

แป้งเห็นท่าทางไม่ดี และตอนนี้คนที่เธออยากคุยด้วยก็คือต้น ทำยังไงดีล่ะ เจอเมื่อตอนเช้า ไม่เห็นต้นพูดอะไรสักคำ เธอจะโกรธฉันไหมนะ ฉันทำร้ายเธอขนาดนี้ แต่ฉันก็ยังไม่ขอโทษเธอสักคำ แถมยังว่าเธออีก ต้น แป้งอยากขอโทษต้นจัง ทำไมต้นไม่บอกแป้งนะ

“เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว จะให้ทำอะไรได้อีกล่ะ”

แป้งรีบหลบออกจากห้องทันทีก่อนที่น้องพลอยจะวีนใส่ ผู้หญิงตัวเล็กอะไร พลังวีน 800 แรงม้า 175 เดซิเบล
พลอยเมื่อเห็นแป้งทำเฉยไม่ใยดี ยิ่งทำให้นึกถึงที่หมอชายบอก ว่าแป้งและหนอนด้น รวมหัวกันแกล้งหมอต้นที่รักของเธอ ถึงแม้ว่า พลอยจะมองไม่เห็นเหตุผล แต่เหตุการณ์มันก็ชวนให้คิดเหลือเกิน

*******************************
แป้งลากแขนผมลงมาจากบันไดหอพักนักเรียนแพทย์ชาย หากเป็นไปได้ คุณเธอคงขึ้นไปลากผมลงมาจากเตียงแล้ว ท่าทางจะมีเรื่องสำคัญ แต่ ว่าไป มือเธอก็นุ่มดีนะครับ แถมตั้งแต่ผมยาวดัดลอนสลวย ไม่ใส่แว่นเนี่ย เธอดูสวยขึ้น ผมแอบพอใจเล็กๆ กับฝีมือการเลือกวิกผมของตัวเอง ถึงมันจะเป็นของปลอม แต่มันทำให้แป้งดูมีชีวิตชีวามากเลยครับ

“มีเรื่องกับอาจารย์วันศักดิ์ ทำไมไม่บอก ชั้นจะได้ช่วยพูดกับอาจารย์ให้”

แป้งเริ่มโวยวายใส่ผมทันที

“สำคัญตัวเองผิดไปแล้ว ตอนนั้นเธอป่วยเป็นคนไข้ ชั้นดันซวยไปมีเรื่องกับเธอเข้าให้ พูดไปยังไงอาจารย์ก็ไม่ฟังหรอก”
ผมเหลือบไปเห็นพี่หมอนุวีร์ เดินเข้ามาคงมาหาแป้งแน่ๆดึกป่านนี้แล้วมาตามหาถึงที่นี่มีอะไรนะ ในมือพี่นุวีร์ถือถุงใส่ของกินมาด้วย คงตามมาดูแลกันอย่างดี

“สงสัยอาจารย์คงผ่าต่อมเชย เฉิ่มเบอะ ของเธอออกไปด้วย ออกจากโรงพยาบาลคราวนี้ เลยเนื้อหอมไม่เบา ไม่ต้องมาสนใจอะไรชั้นหรอก เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว จะให้ทำอะไรได้อีกล่ะ”

ทีแรกแป้งโมโห ที่ต้นประชดเข้าให้ แต่ก็ต้องสะดุดตรงคำพูดที่ต้นพูด มันเหมือนกับที่เธอพูดกับพลอยเมื่อกี้ ตอนนั้นในจิตใจเธอ เป็นห่วงต้นมาก แต่ตอนนี้ที่ต้นพูดคำนี้ออกมา ต้นจะคิดอะไรอยู่นะ

แต่ไม่ทันได้ถาม ต้นก็เดินหนีไปเสียแล้ว
****************
ผมเดินทางมาที่สุสาน วันนี้เป็นวันครบรอบ วันจากไปของเด็กสาวคนหนึ่ง ที่เป็นเพื่อนสนิทของผมและกานต์
เธอจากพวกเราไปตั้งแต่อายุ 15 ด้วยไข้เลือดออก โรคร้ายที่มาพรากเธอไปเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ถ้าเธอไม่ไปทานยาแอสไพริน เรื่องราวมันคงไม่เป็นแบบนี้

อัยย์ เด็กสาวสดใสร่าเริง เธอมีความฝันหนึ่งเดียวคือการเป็นหมอ แต่ไม่นึกเลยว่า เธอไม่มีวันนั้นเสียแล้ว ผมกับกานต์ ไม่เคยเสียใจมากมายขนาดนี้มาก่อน ในวันที่เธอจากไป ผมกับเพื่อนกอดคอกันร้องไห้ ราวกับน้ำตาของเราทั้งสองคน จะทำให้เธอฟื้นขึ้นมาได้

อัยย์ คือรักแรกของผม ผมตกหลุมรักอัยย์ตั้งแต่แรกพบ รักมาตั้งแต่อนุบาล เพื่อนๆต่างพากันล้อผมกับอัยย์ เธอร่าเริง สดใส มองโลกในแง่ดี ห่วงใย และใส่ใจผมมาตลอด รองจากกานต์แล้ว ผมว่าอัยย์ คือเพื่อนที่ผมรักที่สุดอีกคน

หมอกานต์เดินถือช่อดอกเดซี่เข้ามาวางไว้ข้างๆหลุมฝังศพของอัยย์ ใกล้ๆกับช่อดอกกุหลาบสีขาวของผม

“อัยย์ ความฝันของอัยย์ใกล้จะเป็นจริงแล้ว อีกไม่นาน เราจะเรียนจบแล้วนะ จะเป็นหมอแล้ว เธอเคยบอกเราว่าตราบใดที่เรายังมีฝันของเธออยู่ ตราบนั้นเธอก็จะอยู่ในใจเราเสมอ เราเสียใจ ที่ไม่ได้ทำอะไรให้เธอได้เลยตลอดเวลาที่เธอมีชีวิตอยู่ เราคงทำได้แค่ ทำความฝันของเธอให้เป็นจริงเท่านั้น”

หมอกานต์ได้เพียงแต่นึกในใจไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่ทรุดลงข้างหลุมศพ เท้าแขนสองข้างกับพื้น และร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร

“เราไม่มีทางรู้เลยว่า วันเวลาในชีวิตของเราจะเหลืออีกเท่าไหร่” ผมเข้ามาประคองกานต์ที่โซเซลุกขึ้นท่าทางกานต์ยังคงเสียใจทุกครั้งที่ มาหาอัยย์ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนแล้วก็ตาม

“ถ้าอัยย์ยังอยู่ นายอยากทำอะไรให้เธอ”ผมถามหมอกานต์

ในใจหมอกานต์ คิดเพียงแต่ว่าหากวันนี้มีอัยย์อยู่ข้างๆ เขาจะรักและดูแลเธอให้ดีที่สุด จะรักให้มากขึ้นทุกวัน ทุกวัน รักให้มากที่สุด เท่าที่ผู้ชายคนนึงจะรักผู้หญิงคนนึงได้ รักให้เหมือนทุกวันเป็นวันสุดท้ายที่จะได้รัก

แต่เขาจะตอบออกไปได้อย่างไร ในเมื่อ คำตอบของหมอต้น มันมาย้ำเตือนว่า สิ่งที่เขาคิด มันเป็นไปไม่ได้ ในเมื่ออัยย์ กับต้น ต่างมีใจให้กัน ตลอดมา

“ถ้าอัยย์ยังอยู่ เราอยากบอกรักอัยย์ อยากให้อัยย์รู้ว่าเรารักอัยย์มากแค่ไหน” คำตอบของผมดังก้องขึ้นมา มันเป็นสิ่งที่ผมอยากทำ และผมรู้สึกผิดมาโดยตลอด ที่ไม่ได้บอกให้เธอรู้ก่อนที่เธอจะจากไป และนับแต่นั้น ผมไม่เคยบอกรักใครด้วยความรู้สึกรักจริงๆเสียที

“การจากไปของอัยย์ ทำให้เรารู้ ว่าการพลัดพรากจากสิ่งที่รักเป็นยังไง”กานต์ตอบผมมาเบาๆ

“ก็แน่ล่ะ เรามีกันแค่สามคนนี่นา”

ภาพเก่าๆของเราสามคนยังคงชัดเจนตลอดเวลา เหมือนกันมันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง

*******************
บรรดานักเรียนแพทย์ต่างพากันมุงอยู่หน้าบอร์ดอย่างกับใครแอบเอาเฉลยข้อสอบมาติดไว้
มันเป็นผลการสอบข้อเขียนคัดเลือกนักเรียนแพทย์เข้าโครงการฝึกงานของสหประชาชาติ หนอนด้น กานต์ ผม แป้ง และเพื่อนอีก 2คน ผ่านข้อเขียนทุกคนต่างดีใจ และเตรียมตัวที่จะเป็นหนึ่งคนเท่านั้นที่จะผ่านสัมภาษณ์ในวันรุ่งขึ้น คู่ที่น่ากลัว คือ กานต์ที่คะแนนทิ้งห่างหนอนด้นพอตัวและยังมีคะแนนข้อเขียนมาเป็นที่หนึ่งอีกด้วย ทั้งภาษาและภาษี ดูดีกว่าหนอนด้นที่เอาแต่เรียนเป็นไหนๆ

ผมกับแป้งติดเรียนซ่อมตอนปิดเทอมต้องอดไปตามระเบียบ ชายกับพลอยนั่งบ่นกระปอดกระแปด
“แล้วไปเมืองนอกกันหมด ใครจะมาช่วยที่ค่ายของพลอยล่ะ”

“ไม่น่าเสนอโครงการไปเลย ถ้ารู้ว่าจะหายไปกันหมดแบบนี้”คิ้วของแม่สาวตัวเล็ก ขมวดเป็นปม ผมกับแป้งมองหน้ากันอย่างคิดไม่ตก
“ใครใช้ให้เธอเข้าโรงบาลฮะ เห็นไหมต้องมาซ่อมเลยค่ายก็ไม่ได้ไป”ผมหาเรื่องแป้ง
“แล้วใครใช้ให้มาทะเลาะกับคนไข้ไม่ทราบ สมน้ำหน้าต้องมาซ่อมเลย”ยายแป้งสวนกลับมาไม่รู้ร้อนรู้หนาว
ยายนี่มันน่าเขกกะโหลกนัก
“โอ้ย สองคนนี้ ไม่ทะเลาะกันสักวันได้ไหม ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว” น้องพลอยทำวงแตก ก่อนที่จะเดินออกไปอย่างเสียอารมณ์

ไม่มีใครรู้ ว่าในห้องสัมภาษณ์ หมอกานต์ขอสละสิทธิ์ในการไปอเมริกาในครั้งนี้ ท่ามกลางการคัดค้านและไม่เห็นด้วยของกรรมการหลายๆคน แต่ก็ต้องยอมกับความตั้งใจของหมอกานต์ที่ขอไปช่วยงานออกค่ายแพทย์อาสาในชนบทของประเทศไทย การได้ทำเพื่อผู้อื่นที่มีทุกข์ร้อนป่วยไข้บนแผ่นดินเกิดเพื่อทดแทนบุญคุณที่เกิดมาบนผืนแผ่นดินไทย เป็นความภูมิใจมากยิ่งกว่าการได้ไปฝึกงานที่อเมริกาเสียอีก



Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2550 21:08:34 น.
Counter : 403 Pageviews.

1 comments
  


รีบตามมาเลยนะคะเนี่ย^^


โดย: มิโนริ วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:21:27:09 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ซังกุงตัวเล็ก
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ตัวเล็ก หัวโต

กินเก่ง

นอนได้ตลอดเวลา

คนนะ ไม่ใช่..........
Free Image Hosting by FreeImageHosting.net