ตุลาคม 2550

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
31
 
 
ตอนที่ 23 Just talk
ตอนที่ 23 Just talk

ปาจรีย์สะดุ้งตื่นขึ้นมาตอนเช้าตรู่ วันนี้วันหมั้นของพี่ต้น หญิงสาวลังเลอยู่นาน ก่อนที่จะลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวและไปตามคุณแม่ของเธอที่ห้อง

“คุณแม่คะ เร็วๆสิคะ เดี๋ยวก็ไม่ทันงานหรอก”
ปาจรีย์เร่งรัดคุณนายให้รีบแต่งตัวไปงานหมั้น พี่ต้นขาของเธอ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ใช่คู่หมั้น แต่เห็นท่างานนี้คงขาดเธอไปไม่ได้ แต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อเห็นคุณนายแม่ของเธอ ยังไม่ได้แต่งตัวเลย

“ไปทำไมลูกเขาไม่ได้เชิญเรา คุณหญิงก็ไม่ไป งานนี้ปล่อยพ่อลูกเค้าจัดการกันไปสองคนเถอะลูก”
ปาจรีย์ยืนหน้างุ้ม ครุ่นคิดและเห็นว่า ต้องเปลี่ยนเป้าหมายไปเอาใจคุณหญิงจิตราวดีแทนจะดีกว่า

“ไปหาคุณหญิงดีกว่าลูก ให้เขารู้ว่า ไอ้เรามันก็หัวอกเดียวกัน ทำตัวให้น่าเอ็นดูไว้ ฝ่ายหมอต้นน่ะ อยากหมั้นก็หมั้นไป แต่ถ้าจะแต่ง ต้องลูกจรีย์ของแม่เท่านั้น”
***********
งานหมั้นเป็นไปอย่างเงียบๆ แขกในงานมีเพียงพ่อของผม ยาย น้องป่าน พี่นุวีร์ กานต์และชาย เท่านั้น ด้วยเหตุผลที่ผมบอกกับพ่อของเขาว่า

“ผมเองยังเรียนไม่จบ ก็ไม่อยากทำอะไรที่เกินตัว”

และผมก็ต้องทำตามคำขอร้องของแป้งว่า อยากให้งานนี้เป็นแค่งานในครอบครัวของเธอเท่านั้น ในใจผมลุ้น แทบแย่ กลัวน้องปาจรีย์พาพวกมาถล่ม หรือว่ากลัวนักข่าวจะมาทำข่าว ไม่อย่างนั้นไม่อย่างนั้นผมกับแป้งได้ทะเลาะกันแน่ ส่วนน้องพลอย เธอบอกว่า ขอไปพักผ่อนต่างจังหวัดดีกว่า

ผมออกมายืนสูดอากาศบริสุทธิ์อย่างโล่งใจที่หน้าบ้าน ไม่ทันสังเกตว่าแป้งเองก็ยืนคุยกับกานต์อยู่ก่อนหน้าแล้ว

“ไม่นึกเสียใจบ้างหรือไง”กานต์ถามแป้งอย่างเป็นห่วง

“เมื่อตัดสินใจทำลงไปแล้ว ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง ก็จะต้องยอมรับ และต้องทำให้ถึงที่สุด”
แป้งพูดออกมาอย่างเด็ดเดี่ยว ตั้งแต่ที่ทะเลาะกับผมวันนั้น ผมกับแป้งแทบจะไม่ได้คุยกัน ต่อหน้าทุกคนเธอทำเหมือนปกติไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่พอลับหลัง เธอกับผม แทบมองหน้ากันไม่ติด

“แต่เธอก็รู้ตอนจบนะแป้ง ตอนจบเธอจะต้องเสียใจ”กานต์เตือนสติ ไม่ให้แป้งถลำตัวลงไปมากกว่านี้

“แป้งไม่ได้อยากเป็นผู้ชนะเมื่อจบเกม แป้งแค่รอเวลาให้เกมโอเวอร์เท่านั้น”

นี่เธอเห็นความรักของผมเป็นแค่เกมครับ เธอคงสนุกมากที่ทำให้ผมปั่นป่วน อลเวงหัวใจได้ขนาดนี้
หัวใจของผู้หญิงคนนี้ทำด้วยอะไร ทำไมถึงหยาบกระด้าง และเข้าใจยากเสียจริง

ก่อนเกมจะจบ ผมต้องทำให้เธอรักผมให้ได้ เพื่อที่เมื่อหมดเวลาแล้ว เธอนั่นแหละที่จะต้องเป็นคนอ้อนวอนขอให้ต่อเวลาของเกมไปอีก ผู้ชายอย่างผม ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนมาทำให้เสียใจ

และจะไม่มีวันที่จะเป็นอย่างนั้น
*************************
เมื่อสิ้นสุดแผนการแห่งความรัก ดูเหมือนกับว่าปาจรีย์ คุณนาย และคุณหญิงแม่ของผม จะเพลาๆเรื่องผมลงไป การออกหน้าของคุณพ่อ ทำให้ผมเหมือนมีเกราะกำบัง ให้เรื่องทั้งหมดมันไม่ได้เลวร้ายหรือว่ายากลำบากเกินไปนัก ก็บอกแล้ว ไม่มีอะไรที่นักศึกษาแพทย์อย่างผมทำไม่ได้

ยกเว้น ข้อสอบ

แต่เมื่อก้าวเข้ามาในรั้วของโรงพยาบาลแล้ว เรื่องราวอันเป็นส่วนตัวทั้งหมดเป็นอันต้องวางไว้ข้างหลัง เมื่อเบื้องหน้าของผมคือการเรียนอันแสนหนักหน่วงที่รออยู่

หนอนด้นเทพเหรียญทองที่บินไปชุบตัวไกลถึงเมืองลุงแซม กลับมาถึงคณะด้วยท่าทางมุ่งมั่น
“อยู่ต่ออีกเดือน มีหวังผมได้กลายเป็นสีทอง”มันบอกอย่างนั้นครับ

“ขาดแคลเซียมจากปลาร้าหรือไงไอ้ด้น แล้วไง ไหนว่าจะเอาผู้ชายมาฝาก”เจอมุกของคุณชายเข้าไป หนอนด้นก็เปลี่ยนไปในทันที

“แป้งอยู่ไหนเหรอ”หนอนด้นมองหน้าผม และหมอชายก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป

“ถามไปงั้นมั้ง สงสัยหาเพื่อนกินส้มตำ”หมอชายวิเคราะห์ให้เสร็จสรรพ ก่อนจะนอนอ่านหนังสือต่อไปอย่างอารมณ์ดี แต่ผมเองกลับรู้สึกแปลกๆในสายตาที่ไอ้หนอนมันมองผม เพิ่งเจอกันแท้ๆ มองอย่างกับเคียดแค้นมานับสิบปี
*********************
เปิดเทอมมาวอร์ดแรกที่ผมไปอยู่คือวอร์ดสูติ การเรียนเกี่ยวกับการให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตน้อยๆ จากช่วงเวลากว่า 9 เดือนของการตั้งครรภ์ วันที่สำคัญก็มาถึง

มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากเวลาที่เราเหลียวไปมองนาฬิกาเพื่อบอกเวลาตกฟากของเด็กน้อยที่ตัวแดงๆอยู่ในมือ สิ่งที่ผมอยากเรียกว่า เป็นสิ่งมหัศจรรย์ การที่ผมมาเรียนเกี่ยวกับการคลอด ทำให้ผมรักคุณหญิงแม่ของผมขึ้นอีกเป็นกอง ถึงผมจะเป็นลูกที่ไม่เอาไหน แต่ผมก็รักคุณหญิงแม่ของผม ในแบบของผม

วันนี้เป็นวันพิเศษของผมและแป้งครับ คนไข้ที่เราดูแลจำเป็นต้องเข้าผ่าตัดทำคลอดเนื่องจากความผิดปกติ ิของกระบวนการคลอดแถมอาจารย์เจ้าของไข้ ยังดุสุดๆ แต่เฉพาะกับพวกผมนะครับ ทีกับคนไข้เนี่ยใจดีเชียวมันน่าน้อยใจไหมล่ะครับ

วันแรกของวอร์ดก็น่าตื่นเต้นแล้ว


“เธอคิดว่าเด็กจะรอดไหม”อาจารย์ปราณี เอ่ยถามแป้งในขณะที่สาวน้อยกำลังล้างมือเพื่อเตรียมเข้าห้องผ่าตัด

“ไม่แน่ใจค่ะ”แป้งตอบแบบสับสนเต็มที จะให้เธอบอกไปเลยอย่างนั้นหรือ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ใครจะกล้า เธอยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคนไข้รายนี้เท่าไหร่เลย

“ถ้าอาจารย์เป็นพ่อแม่ของเด็กคนนี้ คงไม่สบายใจแน่ ถ้าหมอตอบแบบนี้”

“แล้วอาจารย์จะให้หนูตอบแบบไหนคะ”
ผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว งานนี้ยายแป้งเสร็จแน่ๆ ช่างกล้านักนะแป้ง ไปถามแบบนั้นน่ะ

“หมอยังรู้ไม่มากพอที่จะตัดสินใจ การผ่าตัดและการคลอดมีความเสี่ยง เวลาทุกนาทีมีค่า ไม่รอให้หมอมัวแต่มาลังเลแบบนี้” อาจารย์หมอปราณี แต่โหด มองแป้งด้วยสายตาตำหนิ ก่อนที่จะใช้ไหล่ดันประตูห้องผ่า เสียงอันบาดลึกและดังพอที่จะทำให้ผมแทบหยุดหายใจ

“วันนี้เธอไม่ต้องเข้าห้องผ่า ไปทวนมาให้หมด ว่าข้อพิจารณาในการผ่าคลอดมีอะไรบ้าง รพีพงศ์ รีบด้วย”

ผมได้แต่เงอะงะ มือสั่นไปหมด ขนาดยายแป้งเด็กเหรียญยังโดนขนาดนี้ ผมมีหวังตายคาห้องแน่เลย

“อาจารย์ครับ คือ”ผมพยายามจะอ้อนวอนแทนยายแป้ง แต่ก็คงไร้ความหมาย

แป้งออกไปจากห้องทั้งๆที่มือยังเปียกอยู่ และยกค้างไว้อย่างนั้น ส่วนผม ก็แทบลืมว่าต้องทำอะไรบ้างทุกอย่างมันดูเร่งรีบ และเคร่งเครียดไปหมดล้างมือแต่ขาสั่น ต้องสวดมนต์เป็นจบ กว่าจะสงบและทำงานได้

*****************************
เรื่องหมอแป้ง เจอการลองวิชาจากอาจารย์หมอปราณีกลายเป็น talk of the ward ไปแล้ว ไม่วายบรรดาขาเม้าท์โยงเรื่องนั้นเรื่องนี้เข้าหากันจนได้

“สงสัยอาจารย์แกวัยทอง”
“หรือว่าอิจฉาที่ลูกศิษย์มีคู่หมั้นไปแล้ว แต่แกยังโสดอยู่เลย”

“หมั่นไส้ความเก่งมั้ง คิดดูสิ ถ้าเด็กโง่ๆอย่างชั้นตอบผิดคงไม่เท่าไหร่ นี่เด็กแหรียญนะเธออาจารย์ก็เลยผิดหวังเป็นธรรมดา”

“ให้หมอต้นเข้าไปน่ะดีแล้ว ยังไงหมอแป้งก็ทำคลอดตัวเองไม่ได้หรอก”

ผมเองได้แต่ฟังอย่างไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก การอยู่ในสังคมที่แคบและถึงกันอย่างนี้ ทำให้การเงียบบางครั้งดูเหมือนจะเป็นการปกป้องตัวเอง และคนที่รักได้อย่างดีที่สุด เพราะบางทีหากยิ่งพูด ก็ยิ่งทำให้เกิดการแปลงสาสน์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

การเงียบและฟังของผม ทำให้ผมรู้ได้ชัดมากขึ้นว่า การเก่งเหนือคนอื่นของแป้งไม่ได้เป็นผลดีเลย เพราะเมื่อพลาด แป้งจะล้มดังกว่าคนอื่น ลองมาเป็นผมสิ อาจารย์ไม่เห็นถามผมเลย คงรู้อยู่แล้ว ว่ายังไงผมก็ไม่รู้เรื่องอยู่ดีนั่นแหละ

ตรงข้ามหากผมตอบได้ อาจารย์คงภูมิใจสุดๆ

*************
“คนไข้ปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูก” ผมเดินมาบอกแป้งที่นั่งอยู่ในห้องพักคนเดียว ตรงหน้ามีแต่หนังสือ นี่ยังมีกะใจมานั่งอ่านหนังสืออยู่ได้
“เด็กตัวใหญ่ คุณแม่มีประวัติคลอดยาก และเคยผ่าคลอดมาแล้ว”

ผมบอกแป้งตามที่รู้จากอาจารย์ และตามที่ผมได้พูดคุยกับคนไข้ เมื่อเช้าแป้งไปตามผลเลือด ผมเลยไม่ได้บอกแป้งในเรื่องประวัติของคนไข้ พอมาถึงก็ถูกเรียกเข้าห้องผ่าแล้ว

ท่าทางแป้งดูเครียดๆ ผมยิ่งกลุ้มหนักเข้าไปอีก
“เราขอโทษนะ”ผมพูดออกมา พร้อมกับเอื้อมมือไปจับมือของแป้งไว้ คล้ายกับจะปลอบใจ

“ขอโทษทำไม”แป้งชักมือออกและกำลังจะลุกหนี ผมรีบคว้าเธอไว้

“ที่เราไม่ได้บอกเธอเมื่อเช้าเรื่องประวัติคนไข้ เราไม่อยากเห็นเธอไม่สบายใจเลยแป้ง” ในใจผมคิด ผมเองที่ผิดในเรื่องนี้ ประวัติและข้อมูลจากคนไข้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆน้อยๆที่จะมองข้ามไป

แต่บางทีกุญแจสำคัญของโรค อาจจะออกมาจากปากคนไข้ ในขณะที่เขาสบายใจและพร้อมจะเล่าทุกอย่างให้หมอฟัง แต่บางครั้งเช่นกัน เวลาหมอถาม คนไข้ก็ถามคำตอบคำ เหมือนกับจะกลัวหมอเลย อย่างในกรณีนี้ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเวลาที่ผมกับแป้งมาดูแล คนไข้ถึงไม่อยากพูดอะไร แต่พอมีแค่ผมอยู่ คนไข้ถึงบอกและเล่าเรื่องราวของตัวเองมาอย่างมากมาย

แป้งแกะมือผมออก ก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ ปล่อยให้ผมยืน งง ถ้าเป็นแป้งภาคปกติ ป่านนี้เธอด่าผมเช็ดน้ำไปแล้ว
************************
“นึกว่าเก่งแล้วชั้นจะปลื้มเธอหรือไง” อาจารย์ปราณี เลิกแว่นมามองหน้าแป้ง หลังจากที่แป้งรีวิวเรื่องการผ่าคลอดเรียบร้อย
แป้งที่หน้าเศร้ามากอยู่แล้ว ก็ยิ่งหน้าเสียลงไปอีก เธอจำมาได้ทั้งหมดไม่มีตกหล่นแล้วนี่นา

“มันไม่สำคัญว่าเธอจะรู้มากท่าไหร่ แต่มันสำคัญที่เธอจะเอาไปใช้ประโยชน์ได้มากน้อยแค่ไหน จะพิจารณาและตัดสินใจจากสิ่งที่รู้ได้มากแค่ไหน การคลอดไม่ว่าจะวิธีไหนก็มีความเสี่ยง แพทย์จะต้องประเมินความเสี่ยง และความปลอดภัยในการคลอดอย่างทันท่วงที มามัวรอ รอ อ้ำอึ้ง ลังเลไม่ได้”
อาจารย์ปราณี เทศนามาอย่างไม่ปรานี

แป้งก้มหน้ารับคำ
“เมื่อเช้าเธอไม่รู้ประวัติการคลอดของคนไข้ใช่ไหม”
“ค่ะ”อาจารย์รู้ได้ยังไงเนี่ย ลองถามมาอย่างนี้แล้วจะให้ตอบว่ารู้ได้ยังไงเล่า

อาจารย์มองมาอย่างผิดหวัง แป้งล่ะเซ็งกับสายตาแบบนี้ที่สุด เธอไม่รู้ก็บอกไม่รู้ ไม่ได้มั่วดำน้ำไปสักหน่อย
“ไปซักประวัติคนไข้รอคลอดที่เหลือมาให้เรียบร้อย สำหรับเคสนี้ ชั้นหักเธอ สิบคะแนน”
แป้งได้แต่รับคำ และหงุดหงิดใจกับตัวเอง เรื่องแบบนี้เธอจะมาพลาดได้ง่ายๆมันใช้ได้ที่ไหนกัน เฮ้อ
***********
พี่นุวีร์ มายืนรอแป้งอยู่นานสองนาน ก่อนที่แป้งจะเดินคอตกลงมาจากตึก
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พี่จะมารับเราไปทานข้าว”

ที่ร้านอาหารหน้าคณะ น้องเกรซ นักศึกษาแพทย์รุ่นน้องเข้ามาทักทายแป้งอย่างน่าประหลาดใจ
“พี่แป้งคะ เกรซตามหาตัวตั้งนาน อยากจะขอสัมภาษณ์พี่แป้งลงวารสารของคณะน่ะค่ะ”
น้องเกรซเกือบเป็นอดีตหนึ่งในคอลเลคชั่นของนายต้น โชคดีที่น้องเขาไหวตัวทัน ไม่อย่างนั้นคงหลงคารมน้ำเน่าของนายต้นไปแล้วแน่ๆ แล้วนี่น้องเขาจะทำอะไรกันนี่

“เราอยากได้นักศึกษาแพทย์ที่เรียนดี และเป็นแบบอย่างที่ดีมาลงในวารสารฉบับหน้าน่ะค่ะ เลยอยากจะรบกวนพี่แป้ง”

น้องเกรซยังคงอธิบายต่อไปถึงเนื้อหาและเหตุผลมากมาย แต่แป้งกลับไม่เชื่อย่างนั้น เธอไม่เชื่อว่าความเป็นตัวเธอจะมีอะไรน่าสนใจ และเธอเองก็ไม่ได้ดีอย่างที่ใครๆคิด

“พี่ดลภัทรดีกว่า นั่นไปฝึกงานเมืองนอกมานะ หรือพี่พลอย ประธานค่ายอาสา ไม่ก็พี่กานต์ไง นายแบบสุดหล่อ”แป้งตอบเลี่ยงไป และหาทางเลือกที่น่าสนใจกว่าให้น้องเกรซ

“ถ้าพี่ไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรค่ะ หนูแค่เป็นรุ่นน้องที่ชื่นชมในความเก่งของพี่แป้ง เวลาอยู่ในวอร์ด เวลาอยู่กับคนไข้ หนูเห็นว่าพี่เป็นแบบอย่างที่ดีค่ะ แต่ยังไงพวกหนูก็แอบชื่นชมพี่แป้งนะคะ”น้องเกรซยิ้มให้ก่อนที่จะขอตัวไป

“ว่าไง พี่แป้งของน้องๆ จะมัวมาแต่นั่งคิดถึงเรื่องที่ทำให้เสียใจทำไม มีเรื่องดีๆในชีวิตอีกตั้งเยอะนะเรา”
พี่นุวีร์พาแป้งออกมาเดินเล่นที่สวนสาธารณะ ทางแป้งยังคงเศร้ากับเรื่องตอนเช้า ตั้งแต่เรียนมายังไม่เคยโดนหักคะแนนซึ่งๆหน้าแบบนี้

“ถึงแป้งจะไม่เชื่อในตัวเอง แต่พี่ก็เชื่อในตัวแป้งเสมอ น้องสาวของพี่” พี่นุวีร์ยีผมแป้งเล่น ก่อนที่จะมาดึงแก้มให้แป้งยิ้มออกมา

********************
แป้งกลับมาที่วอร์ดพร้อมกับเอาประวัติของคนไข้ที่รอคลอดทั้งหมดมาดู เพื่อที่จะเตรียมประเด็นที่ต้องถาม หมอกานต์มาเห็นเข้า เลยเข้ามาช่วยอีกแรงนึง เพราะผ่านวอร์ดนี้มาแล้ว ความหล่อและหน้าคุ้นๆของหมอกานต์ทำให้คนไข้สบายใจที่จะพูดคุยด้วย

“อาจารย์ก็อย่างนี้แหละ ปากร้ายแต่ใจดีนะ ใครผ่านอาจารย์ปราณีไปได้ ถือว่าเป็นหมอสูติได้สบายเลยล่ะ อาจารย์น่ะสุดยอดแล้ว”หมอกานต์พยายามทำให้แป้งไม่เครียด
“ไม่เอาล่ะ แป้งไม่ชอบที่แคบ”แป้งแอบยิ้มมุมปาก หมอกานต์ก็กลั้นหัวเราะเหมือนกัน ก่อนที่จะโบ้ยใหญ่ว่าใครกันแน่ที่คิดลึก

ผมยืนมองอยู่ห่างๆตั้งแต่สองคนนี้อ่านชาร์จคนไข้ด้วยกัน และช่วยกันซักประวัติคนไข้อย่างสนุกสนาน ทำไมเมื่อบ่ายตอนที่แป้งอยู่กับผมเธอไม่เป็นอย่างนี้บ้าง

เธอคงโกรธผมมั้ง ที่ผมทำเรื่องให้เธออีกแล้ว
**********************************
ผมไม่รู้ว่าน้องพลอยมารอผมอยู่ที่วอร์ดนานแล้ว ผมต้องรีบออกไปหาอะไรทานกับน้องพลอยทันที ทั้งๆที่ผมเองก็อิ่มมากๆเพราะทานขนมในวอร์ดมาซะเต็มคราบ แต่น้องพลอยดันมาหิ้วท้องรอผม

“วันหลังไม่ต้องรอก็ได้นี่นา”ผมบอกเธอไปด้วยความเป็นห่วง ตัวยิ่งเล็กๆอยู่ ท่าทางดูไม่สดใสเอาเสียเลย
“ทุกทีต้นต่างหากที่เป็นฝ่ายไปรอเรา และมารับเราไปทานข้าวเกือบทุกเย็น”

น้องพลอยพูดถูกครับ แต่นั่นมันเป็นอดีตกาล นานมาแล้ว

“แป้งเขาบอกว่า อยากให้พลอยกับต้นเป็นเหมือนเดิม อยากให้เราคบกันเหมือนเดิม และทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เราไม่รู้ว่า ต้นเองจะคิดยังไง”

ผมจะบอกพลอยได้ยังไงว่าผมน่ะหลงรักเพื่อนของเธอจนหมดหัวใจ แล้วผมเอาพลอยไปไว้ที่ไหน พลอยเปลี่ยนไปมากหลังจากคบผม เธอใจเย็นขึ้นเยอะ และทนผมได้ทุกอย่าง ไม่เหมือนยายแป้ง เอะอะเป็นตบ แม่คุณทูนหัวดุอย่างกับเสือ

น้องพลอยอดทนเพื่อผม มากมายขนาดนี้ ผมจะบอกว่าผมไม่ได้รักเธอ จะเป็นการทำร้ายจิตใจเธอหรือเปล่า

“อย่ายึดติดกับเราเลย พลอยเลือกทำในสิ่งที่พลอยสบายใจเถอะ”ผมตอบได้แค่นี้ ที่เหลือคงต้องแล้วแต่น้องพลอย

“ถ้าอย่างนั้น พลอยเลือกที่จะรักต้นต่อไป เรายังรักกันเหมือนเดิมได้ใช่ไหม”

หญิงสาวพูดออกมาอย่างไม่ต้องคิด คำพูดที่ส่งตรงจากหัวใจไม่ได้ผ่านสมอง กลั่นกรองด้วยความรู้สึก ผมมองพลอยด้วยความเจ็บปวด

ขนาดคนดีๆอย่างหมอกานต์พลอยยังไม่หวั่นไหว แล้วผมล่ะ ผมดีพอที่จะทำให้เธอรักผมได้ขนาดนี้เชียว
ผมจะดีใจหรือเสียใจดีครับ
*******************
“ทำไมถึงหมั้นกับต้น บอกเรามาตามตรงเถอะ เธอเองก็ปฏิเสธได้ไม่ใช่หรือ ไม่น่าไปตกลงปลงใจกับแผนการบ้าๆนี่”น้องพลอยทักรูมเมทที่แบกตำรามาเป็นตั้ง

“ที่เราทำเพราะเรารับได้กับผลที่จะตามมาน่ะสิ”แป้งตอบไปอย่างรวดเร็วก่อนที่จะอธิบายต่อ

“เรารู้ว่ายังไงเราก็ไม่ได้รักต้น ไม่ว่าจะวันไหนก็ตาม วันนี้หรือพรุ่งนี้ เพราะฉะนั้น เราก็จะไม่มีวันเสียใจ”แป้งหลบตาเพื่อนทำทีเป็นจัดหนังสือ ไม่ให้พลอยรู้ได้ว่าที่เธอพูดมานั้นโกหกทั้งเพ

“ก็ดีเหมือนกัน พลอยได้ยินอย่างนี้ค่อยสบายใจหน่อย ถ้าอย่างนั้น พลอยคบกับต้นได้เหมือนเดิมใช่ไหม”

แป้งคิดในใจ แล้วทำไมจะไม่ได้ ในเมื่อต้นลงทุนมาหมั้นกับเธอเพื่อปกป้องน้องพลอยอยู่แล้วนี่นา




Create Date : 29 ตุลาคม 2550
Last Update : 22 ธันวาคม 2550 11:45:48 น.
Counter : 401 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ซังกุงตัวเล็ก
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ตัวเล็ก หัวโต

กินเก่ง

นอนได้ตลอดเวลา

คนนะ ไม่ใช่..........
Free Image Hosting by FreeImageHosting.net