ยินดีต้อนรับสู่บ้านของธามาดาครับ ^^
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
 
4 กุมภาพันธ์ 2551
 
All Blogs
 
เดิน.....สู่อิสรภาพ



ผมโปรดปรานการท่องเที่ยวด้วยการเดินเป็นพิเศษ.....

หลายๆเมืองในประเทศไทยผมจึงเคยย่ำไปตามซอกซอยด้วยอุปกรณ์เพียงสองอย่าง คือแผนที่กับรองเท้าแตะ ไม่ว่าจะเป็นน่าน แพร่ เชียงใหม่ เชียงราย สุพรรณบุรี ตรัง หาดใหญ่ บุรีรัมย์ ขอนแก่น พิษณุโลก ฯลฯ หรือแม้แต่ในกรุงเทพฯ

การเดินทำให้เราได้เห็นในสิ่งที่เราจะไม่ได้เห็นเมื่อนั่งรถหรือยานพาหนะอื่นๆผ่านไป

เราจะไม่ทันได้เห็นดอกไม้ในกระถางที่คนตามบ้านห้องแถวอุตส่าห์ปลูกไว้ตามทางเดินแคบๆ หวังให้กระถางดอกไม้เล็กๆนั้นจะทำให้ซอยที่แออัดทรุดโทรมนั้นดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

เราจะไม่ทันได้เห็นใบไม้สีเขียวในสวนกระดิกเมื่อต้องลมและสะท้อนแสงแดดหลังฝนเป็นประกาย

เราจะไม่ทันได้ยินเสียงหัวเราะของเด็กน้อยในอ้อมแขนของแม่เมื่อทั้งคู่เล่นกันอยู่ข้างถนน

เราจะไม่ทันได้ลิ้มรสกาแฟโบราณหวานหอมจากรถเข็นชายชราที่เต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาและซ่อนตัวอยู่ในซอยเล็กๆ

เราจะไม่ทันได้สัมผัสกับน้ำใจไมตรีของคนไทยมากมายนับไม่ถ้วนที่เรียงรายอยู่ตลอดสองข้างทางที่เราก้าวเดินไป.....

ปัจจุบันเราเดินทางสะดวกรวดเร็วมากขึ้น แต่ความรวดเร็วนั้นทำให้เราถูกผูกมัดด้วยพันธนาการแห่งเวลา เรามองหาความเร่งรีบ มองเห็นเวลาเป็นเงินทอง มองเห็นคนไทยด้วยกันสองข้างทางเป็นคนแปลกหน้า เมื่อยิ่งเดินทางด้วยความคิดที่คับแคบ.....จิตใจเราก็ยิ่งสูญเสียอิสรภาพ ร่างกายเราอาจเดินทางถึงที่หมาย แต่ของใจเรากลับหลงทาง.....

เรามีดวงตา แต่สูญเสียการมองเห็นความสวยงามของโลกใบนี้
เรามีหู แต่ไม่อาจได้ยินสรรพเสียงแห่งธรรมชาติรอบกาย
เรามีปาก แต่ใช้พูดเพียงเพื่อหาผลประโยชน์ใส่ตัวเอง
เรามีมือ แต่ไม่ได้หยิบยื่นไมตรีจิตให้ใครต่อใคร
แม้เราจะนั่งเครื่องบินไปด้วยความเร็วเท่าไร แต่จิตและปัญญาของเรากลับไม่ได้เดินทางไปด้วยเลย

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมมองหาหนังสือเล่มหนึ่งมาอ่าน เมื่อได้มาแล้วก็อ่านอย่างกระหายเหมือนคนหลงทางพบกับขวดน้ำเย็น แม้จะเป็นการอ่านที่เชื่องช้าเพราะมีธุระปะปังระหว่างนั้นมากมายนับสัปดาห์ หากก็เป็นการอ่านด้วยความดื่มด่ำและเติมเต็ม และเมื่อปิดหนังสือเล่มหนานั้นลง ผมก็รู้สึกปลื้มปิติร่วมไปกับผู้เขียนหนังสือเล่มนั้น นั่นคือได้เดินทางไปถึงจุดหมายอีกขั้นหนึ่งแล้ว

หนังสือเล่มนั้นคือ....

“เดินสู่อิสรภาพ” ของ ดร.ประมวล เพ็งจันทร์

ดร.ประมวล เพ็งจันทร์ เป็นชาวเกาะสมุยโดยกำเนิด จบการศึกษาปริญญาเอกด้านปรัชญาที่อินเดียและสอนวิชาเดียวกันนี้ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในที่สุดอาจารย์ก็ตัดสินใจลาออกจากราชการเพื่อมาเรียนรู้โลกกว้างอีกขั้นหนึ่ง อาจารย์ประมวลตั้งใจแน่วแน่ที่จะเดินเท้าออกจากเชียงใหม่กลับมายังเกาะสมุยเพื่อเรียนรู้ความงดงามของโลกและของเพื่อนมนุษย์ และหวังจะทำลายความกลัวในใจให้หมดไปด้วยการพิสูจน์ว่าความรักของเพื่อนมนุษย์ยังมีอยู่บนโลกนี้ อาจารย์เดินเท้าริมถนนจากเหนือจรดใต้เป็นเวลาสองเดือนโดยไม่มีเงินติดตัวเลยแม้แต่บาทเดียว อาหารแต่ละมื้อเกิดจากน้ำใจของผู้คนสองข้างทางที่ได้เกื้อหนุน ที่หลับนอนแต่ละคืนเกิดจากความเมตตาของพระสงฆ์วัดต่างๆที่ได้อนุญาติ แม้จะลำบากและเหนื่อยล้าแทบขาดใจ แต่น้ำใจของคนไทยตลอดเส้นทางก็โอบอุ้มอาจารย์มาตลอดจนอาจารย์ประมวลก้าวเท้ามาถึงเกาะสมุยได้อย่างน่าอัศจรรย์ที่สุด จากขุนเขาสูงสู่น้ำทะเล จากวันเป็นคืน จากดินแดนหนึ่งสู่อีกดินแดนหนึ่ง ระยะทางที่ทอดไกลออกไปจนเหมือนไม่มีวันเดินทางไปถึงนั้นได้ชำระจิตใจของอาจารย์ให้พ้นจากความกลัวและความทุกข์ทั้งมวล

พวกเราทุกคนเมื่อก้าวเท้าออกจากบ้านเรากลัวอะไรกันบ้าง?
กลัวไม่มีเงิน
กลัวไม่มีรถมารับส่งทำให้ต้องลำบากเดินไป
กลัวคนสองข้างทางไม่เป็นมิตรด้วย
กลัวโดนจี้ปล้น
กลัวไม่มีที่หลับนอนคืนนี้
กลัวไม่มีอาหารกิน
กลัวอดตาย
กลัวที่จะไปในที่ๆไม่มีใครรู้จักช่วยเหลือเราได้
ฯลฯ
ความกลัวนี้ทำให้เราทำและไม่กล้าทำอะไรหลายอย่าง
อาจารย์ทำลายความกลัวทั้งหมดนี้ด้วยการออกเดิน....

แน่นอนที่สุดที่การเดินของอาจารย์ไม่ได้ราบรื่นสวยงาม หลายครั้งอาจารย์ล้มเจ็บป่วย หลายครั้งหิวแทบขาดใจ หลายครั้งแทบหมดแรงก้าวเดินต่อ แต่มิตรภาพและน้ำใจจากผู้คนใกล้เคียงที่อาสาเข้ามาช่วยเหลือได้พิสูจน์ให้เห็นว่าโลกนี้และคนบนโลกนี้ช่างมีความน่ารัก และนั่นทำให้อาจารย์ลุกขึ้นเดินต่อไปจนถึงจุดหมายได้ในที่สุด

ความรู้สึกเมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จบสำหรับผมคือความกลัวที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันที่มีมาแต่เดิมได้ค่อยๆจางหายไป ข่าวที่มนุษย์ฆ่าแกง คดโกง หลอกลวงกันที่เคยทำให้จิตขุ่นมัวไม่ไว้ใจใครมากขึ้นเรื่อยๆจนเป็นเหมือนกำแพงที่กั้นระหว่างเรากับผู้อื่นค่อยๆหายไป ทัศนคติที่มีต่อโลกใบนี้ว่าช่างโหดร้ายได้เปลี่ยนไปเป็นมองโลกในแง่ที่งดงาม

เมื่อมองโลกงดงาม ใจเราก็งดงาม.....

อาจารย์ได้เขียนไว้ในตอนหนึ่งว่า การข้ามแม่น้ำนั้นก็คล้ายการข้ามไปให้ถึงฝั่งแห่งโพธิ(การรู้แจ้งด้วยปัญญา) บางครั้งฝั่งแม่น้ำดูเหมือนไกลแต่อาจใกล้ บางครั้งดูเหมือนใกล้แต่อาจไกล ทำอย่างไรหนอจึงจะข้ามไปถึงฝั่งแห่งโพธิได้

คำตอบของอาจารย์อยู่ที่เชียงใหม่ อยู่ที่ก้าวแรกของการออกเดินนั่นเอง.....

ด้วยจิตคารวะ

ธามาดา
๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑




Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2551 11:39:47 น. 3 comments
Counter : 389 Pageviews.

 
การเดินทางหมื่นลี้ ย่อมเริ่มต้นที่ก้าวแรกเสมอ


โดย: dinkun (กริชครับผม ) วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:6:40:58 น.  

 
ยังคงชอบการท่องเที่ยว และเก็บรายละเอียดของสิ่งเล็กๆน้อยๆอยู่เหมือนเดิมเลยนะคะ


โดย: ... IP: 125.63.159.32 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:9:28:00 น.  

 
ฟังเสียงดนตรีใน Bloggang นี้แล้วรู้สึกผ่อนคลายทีเดียวเลยค่ะ

การเดินทางด้วยเท้า ก็ทำให้เราได้เรียนรู้ถึงวิถีชีวิตของผู้คนด้วยนะคะ ว่าแต่คุณธามาดามีแผนจะเขียนนวนิยายแนวแบบความเป็นอยู่ของผู้คนในย่านตรอก ซอย บ้างไหมค่ะ

สิ่งที่เราเดินผ่านมามักมีเรื่องราวให้เล่าขาน และต่อยอดถึงความเป็นอยู่ของผู้คน

ป.ล รูปใน Comment นี้ ใช่วังเวียงของประเทศลาวหรือเปล่าค่ะ ดูคล้ายๆ กับที่คนชื่นชอบฯ เคยไปแอ่ว แต่ถ้าบ่ใช่ก็ขอสูมาตวยเจ้า อิอิ


โดย: คนชื่นชอบนิยาย - พเนจร IP: 118.174.87.22 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:8:10:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ธามาดา
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชี้แจงกันก่อน - ภาพถ่ายและข้อเขียนในบล็อกนี้ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมายครับ













Friends' blogs
[Add ธามาดา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.