Good Good Good

oakfun
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สิ่งที่ถูกคือถูกต้องแม้ไม่มีใครทำ สิ่งที่ผิดคือผิดแม้ทุกคนทำสิ่งนั้น
สวัสดี
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2553
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
21 สิงหาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add oakfun's blog to your web]
Links
 

 

Update/ โบรกฯ ทำนาย SET Index สัปดาห์หน้าทรงตัว

Update/ โบรกฯ ทำนาย SET Index สัปดาห์หน้าทรงตัว หลังดัชนีฯ ทะยานต่อเนื่อง

โบรกฯทำนาย SET Index สัปดาห์หน้าทรงตัว หรือปรับตัวลดลง หลังดัชนีฯ
ทะยานต่อเนื่อง พร้อมจับตาการประกาศโครงการในมาบตาพุด วันที่ 23 ส.ค.นี้ กลยุทธ์แนะ
ขึ้นขายลงซื้อ ให้แนวรับไว้ที่ 885-880 จุด ส่วนแนวต้านให้ไว้ที่ 898 -900จุด

วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 893.92 จุด เพิ่มขึ้น 2.69 จุด หรือ 0.30% มูลค่า
การซื้อขาย 40,235.02 ลบ.
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่
1.TRUE ปิดที่ 6.65 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,399.00ลบ.
2.PTT ปิดที่ 266.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 1,854.78 ลบ.
3.CPF ปิดที่ 26.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,356.32 ลบ.
4.JAS ปิดที่ 1.46 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,293.12 ลบ.
5.QH ปิดที่ 2.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.06 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,183.07 ลบ.
สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม นักลงทุนสถาบัน ขายสุทธิ 244.92 ล้านบาท นักลง
ทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ซื้อสุทธิ 489.44 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,870.12 ล้าน
บาท และนักลงทุนทั่วไปขายสุทธิ 2114.63 ล้านบาท

นายสมชาย เอนกทวีผล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าว
ถึงภาพรวมดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยในวันนี้ว่า ในช่วงเช้าดัชนีฯปรับตัวลดลง หลังตลาดหุ้นต่าง
ประเทศปรับตัวลดลง แต่อย่างไรก็ตามเริ่มเห็นแรงซื้อเข้ามาจากนักลงทุน ส่งผลให้ดัชนีฯ
พลิกกลับเป็นบวกได้ โดยเชื่อว่ายังมีเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ(Fund Flow) ยังไหลเข้ามาในตลาด
หุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ตลาดยังมีความคาดหวังต่อกลุ่มพลังงาน เนื่องจากในวันที่ 23 ส.ค.
2553 นี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีคาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปของปัญหามาบตาพุด ทั้ง
นี้ถือว่าตลาดหุ้นไทยยังมีความแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นภูมิภาคที่ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง
โดยดัชนีสเตรทไทม์ ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ปิดตลาดที่ระดับ 2,936.48 จุด ลดลง 10.29
จุด หรือ -0.35% และดัชนีฮั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดตลาดที่ระดับ 20,981.82 จุด ลดลง
90.64 จุด หรือ -0.43% ส่วนดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดตลาดที่ระดับ 9,176.34 จุด ลด
ลง 186.34 จุด หรือ -1.99% และส่วนดัชนี SHI ตลาดหุ้นจีน ปิดตลาดที่ระดับ 2,642.31 จุด
ลดลง 45.67 จุด หรือ -1.70%
สำหรับแนวโน้มดัชนีฯ ในสัปดาห์หน้าประเมินว่าดัชนีฯน่าจะทรงตัวหรือมีโอกาส
ปรับตัวลดลงเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาดัชนีฯปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายวันทำการ นอกจากนี้
แนะนำนักลงทุนติดตามการประกาศประเภท 18 กิจการรุนแรง ในวันที่ 23 ส.ค. 2553 เนื่องจาก
ประเด็นดังกล่าวอาจมีผลกระทบต่อจิตวิทยาการลงทุน แนะนำนักลงทุนเทขายทำกำไรเมื่อดัชนีฯ
ปรับตัวเพิ่มขึ้นและรอซื้อเมื่อดัชนีฯปรับตัวลดลง โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 885-880 จุด ส่วนแนว
ต้านประเมินไว้ที่ 898 จุด
ด้านนายอภิสิทธิ์ ลิมป์ธำรงกุล รองผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.
เกียรตินาคิน เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยวันนี้แกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบๆ ทิศทางเดียวกับ
ตลาดหุ้นต่างประเทศ เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยใหม่ๆ ที่เข้ามาสนับสนุนบรรยากาศการลงทุนที่
ชัดเจน โดยในช่วงระหว่างการซื้อขายหุ้นกลุ่มพลังงานและหุ้นกลุ่มสื่อสารได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดย
หุ้นกลุ่มพลังงานได้รับปัจจัยสนับสนุนจากในสัปดาห์หน้านายกรัฐมนตรีจะมีการประชุมร่วมกับ
กรรมการ 4 ฝ่าย เพื่อแก้ไขปัญหามาบตาพุด โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ขณะที่ราคาหุ้น
กลุ่มสื่อสารยังได้รับแรงเก็งกำไรจากประเด็นที่ กทช.จะเริ่มประมูลใบอนุญาต 3จี
ซึ่งล่าสุด กทช. ระบุว่า มีผู้สนใจขอรับซองประมูลแล้ว 14 รายโดยส่วนใหญ่จะเป็น
บริษัทในประเทศ และคาดว่าจะสามารถประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านการคัดเลือกคุณสมบัติในการเข้า
ประมูลใบอนุญาต 3.9จี ได้ภายในวันที่ 15 ก.ย. นี้ ขณะที่การประมูลจะใช้เวลาประมาณ 8 วัน
โดยเบื้องต้นกำหนดไว้ที่ 20-28 ก.ย. โดยแต่ละวันจะมีการประมูล 12 รอบ และการเสนอราคาใน
แต่ละครั้งจะเพิ่มขึ้นครั้งละ 640 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มการเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า คาดว่าจะแกว่งตัวอยู่ใน
กรอบ 880-900 จุด โดยนักลงทุนยังคงต้องติดตามปัจจัยจากต่างประเทศเป็นหลัก เพราะจะส่ง
ผลต่อจิตวิทยาการลงทุนโดยตรง พร้อมกันนี้ยังคงต้องติดตามปัจจัยภายในประเทศ โดยเฉพาะ
ในสัปดาห์หน้านายกรัฐมนตรีจะมีการประชุมร่วมกับกรรมการ 4 ฝ่าย เพื่อแก้ไขปัญหามาบตาพุด
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำหากดัชนียังสามารถยืนเหนือ 880 จุดได้ ให้นักลงทุนถือไว้
รอขายเมื่อดัชนีไต่ระดับขึ้นไปทดสอบแนวต้าน โดยประเมินแนวรับ 880 จุด ประเมินแนวต้าน
900 จุด



เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อนุมัติ โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 20/08/10 เวลา 17:35:52





 

Create Date : 21 สิงหาคม 2553
0 comments
Last Update : 21 สิงหาคม 2553 1:26:53 น.
Counter : 279 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.