space
space
space
<<
มิถุนายน 2563
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
space
space
23 มิถุนายน 2563
space
space
space

CFD คืออะไร? สัญญาส่วนต่างที่ Forex Trading ไม่ควรพลาด เพื่อกำไรและโอกาสในการลงทุนที่มากกว่า | FXTM
หลายคนที่กำลังเริ่มต้นเข้ามาลงทุนในตลาดฟอเร็กซ์ อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดและจำเป็นต้องรู้จักเมี่อเข้ามาลงทุนในตลาดฟอเร็กซ์แล้ว นั่นก็คือ FXTM CFD หรือ สัญญาส่วนต่าง หลายคนคงเคยได้ยินกันมาบ้าง แต่หลายคนก็ยังไม่รู้จัก วันนี้ FXTM จะมาตอบทุกคำถามที่เกี่ยวกับ CFD ให้ได้เข้าใจและกระจ่างกัน ต้องขอบอกเลยว่า ถ้าใครเข้าใจหลักการและการใช้งาน CFD อย่างถ่องแท้แล้วล่ะก็ จะสามารถสร้างกำไรและโอกาสที่มากกว่าในการลงทุน Forex ได้มากเลยทีเดียว    

CFD คืออะไร?

CFD เป็นคำย่อที่มาจากคำว่า Contract for Difference หรือที่แปลเป็นไทยว่า สัญญาส่วนต่าง เป็นตราสารยอดนิยมอีกประเภทหนึ่ง เพราะเปิดโอกาสให้เทรดเดอร์ได้ทำกำไรจากความผันผวนและส่วนต่างที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นในตัวหุ้น ฟอเร็กซ์ สกุลเงินดิจิตอล สินค้าโภคภัณฑ์ และโลหะมีค่า เป็นต้น ซึ่ง CFD เป็นการเก็งกำไรจากราคาทรัพย์สินอ้างอิง แต่ไม่ต้องครอบครองทรัพย์สินอ้างอิงนั้น และสามารถลงทุนด้วยเงินที่น้อยกว่าการลงทุนแบบโดยตรง ทำให้เทรดเดอร์สามารถหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายและข้อเสียบางอย่างได้ นับเป็นข้อดีของการเทรด CFD เลยทีเดียว

การทำกำไร-ขาดทุนจาก CFD

หลักการการคำนวณพื้นฐานสำหรับกำไรหรือขาดทุนของ CFD คือ ส่วนต่างระหว่างราคาที่เข้าทำสัญญากับราคาที่ออกจากการทำสัญญา คูณด้วยจำนวนหน่วย CFD ของที่ทำการลงทุน ตัวอย่างเช่น
  • วันที่เริ่มเข้าลงทุนเทรดเดอร์เปิดตำแหน่งซื้อ (Long) ที่ 12 USD ในตำแหน่งขาขึ้น และปิดตำแหน่งที่ 15 USD เทรดเดอร์ก็จะสามารถทำกำไรได้เท่ากับ 15 - 12 = 3 USD จำนวน 3 USD คือส่วนต่างระหว่างราคาเข้าลงทุนกับราคาที่ออกจากการลงทุน หากเทรดเดอร์ลงทุน 1,000 หน่วย กำไรทั้งหมดของเทรดเดอร์ก็จะเท่ากับ 3 x 1,000 = 3,000 USD นั่นเอง   
  • หรือเทรดเดอร์ทำการเปิดตำแหน่งขาย (Short) ที่ 10 USD ในตำแหน่งขาลง และปิดตำแหน่งที่ 12 USD เทรดเดอร์ก็จะสามารถทำกำไรได้เท่ากับ 12 – 10 = 2 USD จำนวน 2 USD คือ ส่วนต่างระหว่างราคาที่เข้าเทรดกับราคาที่ออกจากการเทรด หากเทรดเดอร์ลงทุน 1,000 หน่วย กำไรทั้งหมดของเทรดเดอร์ก็จะเท่ากับ 2 x 1,000 = 2,000 USD นั่นเอง  
กล่าวคือ ในช่วงตำแหน่งที่เป็นขาขึ้น ให้เทรดเดอร์เปิดตำแหน่งซื้อ (Long) เพื่อทำการเข้าเทรดทำกำไร หรือหากในช่วงตำแหน่งที่เป็นขาลง ให้เทรดเดอร์เปิดตำแหน่งขาย (Short) เพื่อกำไรในช่วงขาลงนั่นเอง 
ในทางกลับกัน เทรดเดอร์อาจขาดทุนจากการลงทุนได้ ถ้าเทรดเดอร์เปิดตำแหน่งซื้อ (Long) ที่ตำแหน่งซื้อเป็นขาลง และเทรดเดอร์เปิดตำแหน่งขาย (Short) ที่ตำแหน่งขายเป็นขาขึ้น จะเห็นได้ว่าหลักการคล้าย ๆ กับการลงทุนในหุ้นทั่วไป แต่ CFD สามารถทำให้กำไรให้กับเทรดเดอร์ได้ทั้งช่วงขาขึ้นและขาลง อีกทั้งยังช่วยให้เทรดเดอร์ลงทุนในสินทรัพย์โดยใช้เงินลงทุนที่น้อยได้ด้วยเลเวอเรจและมาร์จิ้น

เลเวอเรจและมาร์จิ้น คืออะไร?

เลเวอเรจ คือ การเทรดที่ใช้เงินลงทุนจริงน้อย ในขณะที่เทรดเดอร์สามารถซื้อสินทรัพย์ได้ในปริมาณมาก กล่าวคือ เป็นความสามารถในการเทรดที่เทรดเดอร์สามารถลงทุนได้ในปริมาณที่มากกว่าเงินลงทุนที่มีอยู่จริง เช่น 1:10 1:100 1:1,000 เป็นต้น ทำให้เทรดเดอร์สามารถสร้างกำไรได้มากกว่าตอนที่ใช้เงินจริงเทรดในตลาด เลเวอเรจจึงเป็นที่น่าสนใจในเทรดเดอร์ Forex เป็นอย่างมาก 
มาร์จิ้น คือ หลักประกันที่เทรดเดอร์วางไว้กับโบรกเกอร์สำหรับการเปิดคำสั่งซื้อในแต่ละครั้ง ซึ่งหลักประกันที่ใช้ก็น้อยมาก อาจใช้เพียงแค่ 3% เท่านั้น
ทั้งเลเวอเรจและมาร์จิ้น เป็นส่วนประกอบสำคัญในการเทรด CFD ทำให้การเทรดมีโอกาสทำกำไรได้มากกว่าด้วยเงินทุนเพียงเล็กน้อยได้นั่นเอง

ข้อดี-ข้อเสียของการเทรด CFD

ข้อดี

  • สามารถทำกำไรได้จากส่วนต่างของราคาเปิดตำแหน่งและราคาปิดตำแหน่ง ทั้งในช่วงตำแหน่งที่เป็นขาขึ้นและขาลง ต่างจากการลงทุนในทรัพย์สินโดยตรงที่สามารถทำกำไรได้แค่ในช่วงขาขึ้นเท่านั้น
  • CFD เป็นสัญญาที่มีหลายขนาดและมีความยืดหยุ่นมาก ทำให้เทรดเดอร์สามารถเลือกขนาดที่เข้ากับตัวเองได้ ตั้งแต่เทรดเดอร์ที่เพิ่งเริ่มต้นลงทุนต้องการเริ่มต้นด้วยเงินทุนเล็กน้อย ไปจนถึงเทรดเดอร์ที่เชี่ยวชาญและต้องการลงทุนในขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อผลกำไรที่เพิ่มมากขึ้น
  • ใช้เงินลงทุนจริงน้อยกว่า เพราะมีเลเวอเรจและมาร์จิ้น เช่น การเทรดโดยตรงอาจต้องใช้เงินทุน 10,000 บาท เพื่อลงทุนในหน่วยลงทุน 1,000 หน่วย แต่ CFD เทรดเดอร์อาจใช้เงินจริงแค่เพียง 5% ของจำนวนเงินลงทุนเท่านั้น 

ข้อเสีย

  • หากเทรดเดอร์ใช้เลเวอเรจมากเกินไปอาจก่อให้เกิดการสูญเสียอย่างหนักได้ บางครั้งอาจถึงขั้นต้องล้างพอร์ต
  • การเทรด CFD เทรดเดอร์จะไม่ได้ครอบครองทรัพย์สิน แต่เป็นการเก็งกำไรที่อ้างอิงจากราคาทรัพย์สินที่อ้างอิงเท่านั้น ทำให้เทรดเดอร์อาจไม่ได้รับสิทธิ์บางอย่างที่การลงทุนโดยตรงได้รับ เช่น การเข้าร่วมประชุมสามัญและวิสามัญ เป็นต้น 
  • กฎที่ยังไม่เข้มแข็งมากนัก ทำให้เทรดเดอร์ต้องศึกษาเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือและความน่าไว้วางใจของโบรกเกอร์ก่อนเปิดบัญชี

วิธีการเทรด CFD กับ FXTM

  1. เลือกทรัพย์สินของทุนที่เหมาะกับคุณ หากไม่แน่ใจสามารถศึกษาคู่มือสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ในตลาด Forex ได้ หรือ ค้นหาว่าตลาดใดกำลังเป็นกระแสโดยติดตามในรายงานและวิดีโอการวิเคราะห์ตลาดล่าสุดได้
  2. เลือกตำแหน่งที่จะเปิดคำสั่งซื้อ (Long) หรือ เปิดคำสั่งขาย (Short) ซึ่งสามารถใช้เครื่องมือวิเคราะห์ และกราฟได้ รวมถึงสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์และเครื่องมือวิเคราะห์ได้ที่คู่มือ กลยุทธ์ Forex ของ FXTM แล้วเลือกขนาดการเทรดที่ต้องการ
  3. เลือกแพลตฟอร์มที่คุณสะดวก ไม่ว่าจะเป็น MetaTrader 4 (MT4) หรือ MetaTrader 5 (MT5) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมที่สะดวก รวดเร็ว ใช้ง่าย และมีเครื่องมือต่าง ๆ ที่ต้องใช้ในการเทรด



Create Date : 23 มิถุนายน 2563
Last Update : 23 มิถุนายน 2563 14:37:27 น. 0 comments
Counter : 158 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

BlogGang Popular Award#16


 
สมาชิกหมายเลข 5789344
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 5789344's blog to your web]
space
space
space
space
space