Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2555
 
15 มิถุนายน 2555
 
All Blogs
 
โตโยต้า พริอุส ใหม่ เติมหรู-รักษ์โลกยิ่งขึ้น

       ต้องบอกว่า... ค่ายโตโยต้าจัดหนักรถไฮบริดจริงๆ เพราะมีการเปิดตัวโฉมใหม่ไล่ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นโตโยต้า คัมรี, พริอุส และรถนำเข้าโตโยต้า พริอุส ซี รวมถึงแบรนด์ในกลุ่มอย่างเลกซัส ซึ่งล่าสุดเพิ่งเปิดตัวรุ่นอาร์เอ็กซ์ใหม่ออกมา แต่ครั้งนี้ขอพาไปสัมผัสกับ “โตโยต้า พริอุส ใหม่” ต้นฉบับสร้างชื่อรถไฮบริดของโตโยต้า ว่าได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง?
       
       โตโยต้า พริอุส ใหม่ สิ่งแรกที่มองเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ทันที คงต้องเป็นกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมกับไฟเลี้ยวด้านหน้าและไฟตัดหมอกทรงใหม่ ซึ่งโดยส่วนตัวชอบเวอร์ชั่นใหม่นี้มากกว่ารุ่นที่แล้ว เพราะนอกจากจะโฉบเฉี่ยวขึ้น ยังดูดุดันกว่าเดิม แต่กลมกลืนกับไฟหน้า LED ทรงเดิม เช่นเดียวกับไฟท้าย LED กรอบเดิม แต่เปลี่ยนลวดลายภายในใหม่ และเป็นธรรมดาของรุ่นไมเนอร์เชนจ์ หรือเวอร์ชั่นประจำปี แทบจะทุกยี่ห้อทุกรุ่น ที่จะต้องเปลี่ยนล้ออัลลอยลายใหม่

       โดยพริอุสใหม่ได้มีการปรับเพิ่มทางเลือกใหม่ ด้วยการเพิ่มรุ่น “ท็อปออปชั่น” เข้ามา จากเดิมที่จะมีแค่รุ่นสแตนดาร์ด และรุ่นท็อป ซึ่งถือเป็นอีกไฮไลต์ของการแนะนำพริอุสใหม่ครั้งนี้ และโตโยต้าได้นำรุ่นท็อปออปชั่นนี้มาให้กับสื่อมวลชนได้ลองขับกัน... 
       
       แน่นอนรุ่นท็อปออปชั่นย่อมใส่อุปกรณ์ต่างๆ มาให้แบบจัดเต็ม แต่ที่เป็นความภาคภูมิใจของโตโยต้า เห็นจะเป็นเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม แผงโซลาร์บนหลังคารถแบบมูนรูฟ ซึ่งจะรับพลังงานแสงอาทิตย์มาเป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อใช้ในการทำงานของพัดลมระบายความร้อนออกจากห้องโดยสารขณะจอดกลางแดด ช่วยลดการทำงานของระบบปรับอากาศ ทำให้ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น

       

       อีกจุดเด่นของพริอุสใหม่ในรุ่นท็อปออปชั่น เป็นระบบปรับอากาศเปิด-ปิดด้วยกุญแจรีโมท ซึ่งสามารถเปิดแอร์จากภายนอกรถได้ก่อนขึ้นรถ ช่วยให้ห้องโดยสารเย็นสบาย และไม่สิ้นเปลืองน้ำมัน เพราะใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ 
       
       แต่ที่ทุกรุ่นทุกเกรดของพริอุสใหม่ ล้วนพกพาความทันสมัยมา ไม่แตกต่างจากเก๋งหรูระดับท็อปคลาสของเมอร์เซเดส-เบนซ์ หรือบีเอ็มดับเบิลยู เห็นจะเป็นข้อมูลการขับขี่และระบบนำทาง นอกจากแสดงผลที่จอ MID ยังแสดงบนบานกระจกหน้าตรงคนขับ แม้จะเป็นช่วงกลางวันก็มองเห็นชัดเจน แต่หากรู้สึกรบกวนสายตาก็สามารถปิดได้

       ในการให้สื่อมวลชนได้ลองขับพริอุส ใหม่ ทางโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้จัดเส้นทางครอบคลุมการใช้งาน ทั้งการขับขี่ในเมืองและไฮเวย์ โดยเริ่มจากโรงแรมเรเนซอง ถนนราชดำริ-พระราม4-สุขุมวิท71-รามคำแหง-ถนนนวมินทร์ รวมระยะทาง 27 กิโลเมตร 
       
       ช่วงแรกของการทดลองขับ “ASTV ผู้จัดการมอเตอริ่ง” รับบทบาทเป็นผู้โดยสารเบาะหลัง ภายในห้องโดยสารกว้างขวางทีเดียว เบาะหลังมีระยะให้ยึดแข้งขาสบายๆ ช่องว่างหัวกับเพดานเหลือพื้นที่ให้ไม่อืดอัด ขนาดเบาะนั่งและความชันกำลังพอดีนั่งสบาย โดยในรุ่นท็อปออปชั่นมากับเบาะหนังสีดำ เช่นเดียวกับรุ่นท็อปเกรด และสิ่งที่เคยถูกต่อว่าในเรื่องเบาะนั่งคนขับปรับตำแหน่งด้วยก้านมือโยก คราวนี้โตโยต้าเปลี่ยนเป็นปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ทำให้ดูสมน้ำสมเนื้อหน่อย 
       
       คอนโซลหน้าและชิ้นส่วนบางชิ้นของพริอุสใหม่ ทำจากวัสดุรีไซเคิลจากพืช จึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยังสะดวกสบายกับระบบนำทาง พร้อมดีวีดีหน้าจอแบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว(รุ่นท็อป 6.1 นิ้ว) และยังเป็นมอนิเตอร์ของกล้องหลัง ทำงานร่วมกับเกียร์ถอย ขณะที่เครื่องเล่นรองรับ CD 1 แผ่น/MP3, WMA ส่งความสุนทรีผ่านลำโพง JBL 8 จุด และยังรับอุปกรณ์ภายนอกกับช่อง AUX/USB และเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่านบลูทูธ ซึ่งทั้งหมดควบคุมบนพวงมาลัยได้

       

       โตโยต้า พริอุส ใหม่ ยังมากับโหมดขับขี่ 3 แบบเช่นเดิม เป็นปุ่มให้เลือกอยู่บริเวณเหนือคันเกียร์ แยกเป็นโหมด EV หรือระบบไฟฟ้า ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า ในการใช้ที่ความเร็วต่ำไม่เกิน 50 กม./ชม. วิ่งได้ระยะทางประมาณ 2 กม. และอีกโหมดเรียกว่า ECO ซึ่งระบบจะเลือกใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์อย่างเหมาะสม เพื่อความประหยัดสูงสุด สุดท้ายเป็นโหมดทรงพลัง หรือ PWR ที่ระบบจะผสานกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์อย่างเต็มพิกัด เพื่อตอบสนองการขับขี่อย่างทันใจ 
       
       ขุมพลังของโตโยต้า พริอุส ใหม่ ยังคงเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร Atkinson Cycle 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้กำลัง 99 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร โดยทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 82 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 207 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติไฟฟ้า E-CVT เมื่อผสานกำลังกันจึงรีดแรงม้าได้สูงสุด 136 ตัว

       ช่วงทดลองขับในเมือง ด้วยโหมด ECO พบว่าอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันบนจอ MID อยู่ที่ 5.0 ลิตร ต่อระยะทาง 100 กม. หรือเฉลี่ยอยู่ที่ 20 กม./ลิตร 
       
       หลังจากนั้นใช้เส้นทางไฮเวย์มุ่งสู่พัทยา โดยได้แวะพักดื่มน้ำ-ชา-กาแฟที่จุดพักทางของมอเตอร์เวย์ และเมื่อกลับมาบนรถท่ามกลางแดดร้อนเปรี้ยง ภายในห้องโดยสารไม่ได้รู้สึกร้อนมากนัก แม้จะไม่ใช้รีโมทเปิดเครื่องปรับอากาศจากภายนอกรถ นั่นน่าจะเป็นผลมาจากระบบระบายอากาศอัตโนมัติจากพลังงานแสดงอาทิตย์ 
       
       ในการขับช่วงนี้มีการสลับมาใช้โหมดพาวเวอร์ด้วย โดยขับในแบบของผู้ใช้รถทั่วไป หรือเฉลี่ยความเร็วอยู่ที่ประมาณ 120 กม./ชม. จนถึงพัทยาเมื่อดูอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยจากจอ MID อยู่ที่ 5.2 ลิตร ต่อระยะทาง 100 กม. หรืออยู่ที่ 19.23 กม./ลิตร

       เช้าของอีกวันขากลับ “ASTV ผู้จัดการมอเตอริ่ง” รับหน้าที่เป็นโชเฟอร์ตลอดการเดินทาง โดยใช้เส้นทางสุขุมวิทผ่านตลาดหนองมน ขึ้นทางด่วนชลบุรี-บางนากลับโรงแรมเรเนซองเช่นเดิม ช่วงแรกใช้โหมด ECO รู้สึกไม่ค่อยได้ดังใจเท่าไหร่ ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการเลือกใช้กำลังของระบบ โดยนึกถึงความประหยัดไว้ก่อน แต่ถ้าขับสบายๆ ไม่ได้เร่งแซง หรือให้ปรู๊ดปร๊าดมากนัก นับว่าใช้ได้ไม่ถึงกับน่าเกลียด ความเร็วที่วิ่งในช่วงนี้อยู่ที่ 100-120 กม./ชม. จอแสดงอัตราสิ้นเปลืองตลอดการเดินทางแต่แรก อยู่ที่ประมาณ 5.2 ลิตร ต่อระยะทาง 100 กม.
       
       จากนั้นลองเข้าสู่โหมดใช้พลังบ้าง ระบบตอบสนองตามความต้องการทันที ความเร็วไหลลื่นดีขึ้นชัดเจน และการเร่งแซงทันใจ เกียร์ไฟฟ้าทำงานสัมพันธ์กันดี และให้ความนุ่มนวลไม่กระตุก จากการจับเวลา 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ประมาณ 11 วินาที ใกล้เคียงกับข้อมูลของโตโยต้า 10 วินาทีเศษๆ และทำความไหลขึ้นไป 140 กม./ชม.ได้แบบเนียนๆ ก่อนจะถูกเตือนอย่าให้เกินความเร็วกฎหมายนัก จึงลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 120 กม./ชม.
       
       สิ่งที่ชอบในพริอุสอีกอย่าง เห็นจะเป็นเรื่องพวงมาลัย ซึ่งตอนแรกคิดว่าจะเบาและไว แต่พบว่าน้ำหนักกำลังดี และแม่นยำ ยิ่งสะท้อนผ่านช่วงล่างที่หนึบและเสถียร ทำให้พวงมาลัยนิ่งอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างดี ส่วนระบบความปลอดภัยมีมาให้ครบไม่ต่างจากรถหรูทั่วไป

       เมื่อจบการทดลองขับ ปรากฏว่าอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยบนหน้าจอ 4.9 ลิตร ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร หรือ 20.40 กม./ลิตร โดยข้อมูลของโตโยต้าระบุว่าพริอุสใหม่ ทำอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 22 กม./ลิตร
       
       สรุป โตโยต้า พริอุส เป็นรถที่เหมาะกับการใช้งานในเมืองและวิ่งทางไกลทีเดียว ที่สำคัญยังรักษ์โลกมากยิ่งขึ้น กับเทคโนโลยีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่ใส่เพิ่มเข้ามา แต่นั่นต้องแลกกับค่าตัวในรุ่นท็อปออปชั่น 1.369 ล้านบาท ขณะที่รุ่นท็อปมีค่าตัว 1.299 ล้านบาท และรุ่นสแตนดาร์ด 1.199 ล้านบาท



Create Date : 15 มิถุนายน 2555
Last Update : 15 มิถุนายน 2555 21:05:12 น. 0 comments
Counter : 529 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ยี่สิบห้าเดือนเจ็ด
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






Friends' blogs
[Add ยี่สิบห้าเดือนเจ็ด's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.