Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
26 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 
ผลงานน่าทึ่งของนักศึกษาไทย..คอนเสิร์ตบทสรุป 7 วันจากการอบรมบรอดเวย์มิวสิคัลและดนตรีแจ๊สส์




Get this widget | Track details | eSnips Social DNA


ตัวอย่างเพลง Medley จากบรอดเวย์มิวสิคัล RENT ที่ใช้ในคอนเสิร์ต


จากการที่ได้ทำงานให้กับมูลนิธิ American Voices ของเพื่อนอเมริกัน John Ferguson มาหลายปี ก็ลุ้นอยู่หลายครั้งให้มาจัดอบรมในเมืองไทย หลังจากเคยจัดคอนเสิร์ตใหญ่หนหนึ่งมานานแล้ว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการทำงานกับระบบไทยๆ ทำให้เขาเบื่อและเบนเข็มไปทำงานในประเทศอื่นๆ ทั้งๆ ที่มีบ้านอยู่ที่นี่

ปรากฏว่าวันดีคืนดี..ปุปปับได้สปอนเซอร์ใหญ่จากสถานฑูตสหรัฐอเมริการ่วมกับคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ก็เลยเป็นแจ๊คพ็อตเร่งด่วนที่ต้องทำให้เสร็จภายในเวลาเดือนเดียว กับเวิร์คช็อบอบรมบรอดเวย์และดนตรีแจ๊สส์ ในนามสถาบัน YES Academy Thailand ซึ่งเพิ่งก่อตั้งได้ไม่นานโดยทีมของ American Voices ด้วยช่วงเวลาในการอบรมเพียง 1 สัปดาห์ (ในช่วงปิดเทอม) ซึ่งถือว่าน้อยมาก ขณะเดียวกันโต้โผใหญ่ คุณจอห์นเธอก็ต้องบินไปเมกาให้เป็นที่เสียวไส้ว่าตอนกลับมาจะมีเด็กมาสมัครครบตามจำนวนที่ต้องการหรือไม่ และเนื่องจากไม่มีเวลาออดิชั่น ก็เลยอยากจะได้นักศึกษาที่มีประสบการณ์ในการร้องและเต้นพอสมควร ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องเฉียดฉิวที่ได้มาครบพอดีตอนวันท้ายๆ



แรกๆ ก็ต้องใช้เวลาในการจูนเข้าหากันระหว่างครูและนักเรียนพอสมควร เนื่องจากปัญหาการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ ซึ่งนักศึกษาก็มาจากหลากหลายสถาบันทั้งจุฬา ธรรมศาสตร์ ศิลปากร ศรีนครินทรวิโรฒ ม.กรุงเทพ ม.รังสิต ไปจนถึงภัทราวดีเธียเตอร์ ฯลฯ ประมาณ 30 คน ซึ่งมีหนุ่มทำงานแล้วหลุดเข้ามาคนสองคน ช่วงวันแรกๆ ก็มีผลุบๆ โผล่ๆ อยู่บ้าง หลังจากการเทศนาของครูผู้สอน Michael Parks Masterson เรื่องวินัยของนักแสดงบรอดเวย์ไปพอท้วมๆ ก็ดูอะไรๆ จะเข้าที่เข้าทางขึ้น โชว์หลักที่นำมาแสดงคือเมดเล่ย์เพลงจาก RENT ซึ่งยาวถึง 17 นาที ปัญหาคือนักเรียนรุ่นนี้น้อยคนที่เคยดูมิวสิคัลเรื่องนี้ เพลงก็ร้องยากอีกต่างหาก

แต่ด้วยพรสวรรค์ (และพรแสวง) ที่ไม่เป็นรองใครของนักศึกษาไทย และคงเป็นเพราะประสบการณ์ที่ไมเคิลเคยสอนมาจากหลายสถาบันร่วมกับ YES Academy ทั้งในไทเป ไคโร เลบานอน ตุรกี กรีก รัสเซีย ยันไปถึงอิรัก ทำให้เขาปรับตัวกับนักเรียนได้เร็ว แม้จะมีปัญหาเรื่องภาษาอยู่บ้าง เด็กไทยก็มักเอาแต่เงียบไม่กล้าตอบ แต่เขาก็เอาใจใส่จุดที่ต้องแก้ไข อย่างเช่นการออกเสียงภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง เพราะเขาบอกว่าศาสตร์ที่กำลังเรียนนี้เป็นสากล ถ้าอยากจะทำให้ได้สแตนดาร์ดก็ต้องหัดให้ถูกต้องตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่ตั้งเป้าแค่เล่นกันเองดูกันเองในเมืองไทย



ส่วนคลาสดนตรีแจ๊สส์ที่เหลือร่วม 70 ชีวิตก็มาจากหลากหลายสถาบันทั้งใน กทม.และ ตจว. นำทีมโดย ดร.จีน เอทคินซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสอนดนตรีแจ๊สส์โดยเฉพาะ ส่วนอาจารย์ที่เหลือคืออาจารย์คนไทยจากศิลปากรซึ่งล้วนเป็นนักดนตรีแจ๊สส์ดังๆ ในวงการทั้งนั้น (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ //www.yesth.com) โดยผลงานการอบรม 1 สัปดาห์นี้ ปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรมในกาลาคอนเสิร์ต ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา



งานเริ่มตั้งแต่เวลา 16.30 น. โดยเริ่มจากวงแจ๊สส์ก่อน ซึ่งแต่แรกเราก็นึกว่าคงมีสักสองวงใหญ่ๆ โดยเฉพาะบิ๊กแบนด์ของ ดร.จีน เอทคิน ที่ไหนได้ ล่อไป 6-7 วง แล้วลองคิดดูว่าเพลงแจ๊สส์แต่ละเพลงล้วนยาวยืดเป็นสิบนาที แถมแต่ละคนยังอิมโพรไวส์กันกระหน่ำ จนโฆษก อ.พลวิทย์ออกมาแซวว่า นึกว่าจะอิมโพรไวส์กันไปถึงเจ็ดโมงเช้า 555 ซึ่งนับเป็นการจัดการที่ไม่ค่อยลงตัวอยู่ เพราะความยาวร่วมสองชั่วโมงของการบรรเลงเพลงแจ๊สส์นั้นอาจทำให้ประสาทคนดูนั้นทิ่มดินไปได้ กว่าจะถึงไฮไลท์วงบิ๊กแบนด์ ก็เรียกได้ว่าฟังหูล้ากันไปข้างหนึ่ง อาศัยว่าคนดูส่วนใหญ่เป็นครอบครัวและเพื่อนของนักดนตรีก็เลยลุ้นกันจนจบได้ในที่สุด ซึ่งทุกวงต่างทำกันได้น่าพึงพอใจ โดยเฉพาะวงบิกแบนด์ของ ดร.จีน ฟังดูมืออาชีพมั่กๆ เรียกเสียงปรบมือได้เกรียวกราว



คนที่คอยดูโชว์บรอดเวย์ก็เลยออกจะบ่นๆ กันอยู่ที่รอกันจนเหงือกแห้ง และที่น่าสงสารคือน้องผู้หญิงสองคนซึ่งเป็นลูกศิษย์เปียโนของคุณจอห์น ซึ่งเธอจะต้องเล่นเพลงของเกิร์ชวินคู่กัน และมีเพลง Ragtime เดี่ยวกันคนละเพลง ก็เลยจำเป็นต้องตัดเพลงเดี่ยวออกไปเพราะกลัวคนดูจะเหน็ดเหนื่อยจนสลบไปกับความยาวของโชว์ (ที่ถูกกินแถวมาโดยวงแจ๊สส์ซะก่อน) น่าเสียดายที่เธอต้องซ้อมเพลงกันฟรี



หลังจากพักครึ่งเวลาเพื่อเคลียร์เวที ก็ได้เวลาเบิกโรงด้วยบรอดเวย์มิวสิคัล Hairspray เป็นโชว์แดนซ์แนวยุค 60 ชื่อเพลง Nicest Kids in Town ซึ่งเต้นกันกระหน่ำด้วยจังหวะร็อคแอนด์โรลอันสนุกสนาน ดูบรรดาเด็กๆ ต่างเต้นกันได้เข้าขาเข้าจังหวะกันได้ดีขึ้นกว่าการซ้อมที่ผ่านมา เพราะเท่าที่เห็นส่วนใหญ่น้อยคนที่เรียนเต้น และต่างก็ขาดความแข็งแรงและความคมของท่าทาง ช่วงเวลา 7 วันอาจจะน้อยไปสำหรับการซ้อม (แถมห้องซ้อมก็ไม่มีกระจกให้ดูอีกต่างหาก เลยยากที่จะแก้ไขปรับปรุงท่าเต้นของตัวเอง) กระนั้นก็พากันจบไปได้อย่างตลอดรอดฝั่งเป็นอันดี



หลังจากขั้นรายการด้วยเดี่ยวไมโครโฟน โดย อ.ไมเคิล ร้องเพลงจากมิวสิคัลอย่าง She’s woman จาก Kiss of the spider woman หรือ Stars จาก Les Miserables คู่กับเปียโนของ อ.จอห์น เฟอร์กูสัน






และแล้วก็ถึงฉากเด่นจากละครบรอดเวย์เรื่อง Hair ด้วยเพลง Aquarius และ Let the sunshine in ซึ่งเป็นเพลงดังมากในยุค 70 เด็กๆ ก็ทำกันได้ดีตามสมควร การร้องนั้นถือว่ากลมกลืนใช้ได้เลยทีเดียว หากแต่สไตล์และลีลามันยังไม่ทรงพลังเท่าต้นฉบับ โดยเฉพาะ Let the sunshine in นั้นมันต้องปล่อยกันสุดๆ และต้องมีเสียงแนวไอ้มืดอิมโพรไวส์กันสุดริดสุดเดช..ประมาณนั้น ตอนจบมันก็เลยอ่อยๆ ไปพิกลจนคนดูงงๆ ว่า อ้อ..จบแร้วเหรอ...



แต่ไฮไลท์ของรายการก็มาอยู่ที่ RENT นี่แหละ เพลงซึ่งสมัยที่ดูดีวีดีจากหนังและละครบรอดเวย์มา รู้สึกประมาณฟังแล้วไม่เข้าหู 555 ฟังไปฟังมากลับกลายเป็นเพราะไปได้เหมือนกันแฮะ การร้องประสานเสียงทำได้ดีเกินคาด ทั้งๆ ที่การจัดระบบเสียงก็ยังไม่ลงตัวนัก เพราะจำนวนนักแสดงร่วมสามสิบคน แต่มีไมค์ไวร์เลสอยู่แค่สี่ห้าตัว ทุกคนเลยต้องทำงานกันหนักหน่อยเพื่อสู้กับเสียง Backing Track ดนตรีที่ดังกระหึ่ม และน่าเสียดายที่การซ้อมมีน้อย Sound Engineer ก็หลุดบ่อย ทำให้เสียงร้องโซโล่ที่เปลี่ยนไปมาหลายคนนั้นบางครั้งก็ดันวอลลู่มไม่ทันไปบ้าง ตรงนี้ถ้าได้ทีมงานคนไทยสักคนติดตามมาแต่แรกคอยกำกับก็คงจะดีกว่านี้ รวมไปถึงคิวเพลงคิวแสงที่มั่วกันมัน แต่ก็ยังดูเนียนๆ เอาตัวรอดไปได้ในที่สุด




ขนาดระบบเสียงและไมค์ที่ไม่พร้อม เมดเล่ย์เพลงจากมิวสิคัล RENT (ฟังได้จาก esnips) ก็นับเป็นโชว์ที่ประทับใจเลยทีเดียว เพราะทีมเวิร์คทำได้ดี และลีลาที่ลงตัว โดยเริ่มจากเพลง Rent ซึ่งเป็นเพลงเร็วเปิดหัวฟังระทึกดี ตามด้วย One Song Glory และ Without you ซึ่งประสานเสียงได้น่าฟังมาก



ต่อด้วย Santa Fe ซึ่งต้องโซโล่ด้วยหนุ่มเสียงเบส หากแต่พ่อหนุ่มที่ต้องมาร้องก็ลงต่ำไม่ค่อยถึงเท่าไร แต่พอเอาตัวรอดได้อยู่ ที่น่าทึ่งคือเพลง La Vie Boheme ที่แจกร้องเดี่ยวกันถ้วนหน้า ซึ่งร้องก็แสนยาก แถมลีลาก็โลดโผนโจนทยาน กระโจนขึ้นลงเก้าอี้จนกลัวจะล้มคว่ำคะมำลงมา แล้วยังต้องร้องประสานกันกระหน่ำล้ำเลิศ



ตามด้วยเพลง Will I ? ที่หนุ่มหัวฟูร้องนำมาแบบสะดุดหน่อยๆ แต่ก็เอาตัวรอดตอนจบลากยาวได้เกร๋อยู่ มาจนถึงเพลงเอกอย่าง Seasons of Love ซึ่งประสานงากันได้อารมณ์เกือบๆ ต้นฉบับ ขาดแต่เสียงโซปราโนแนวอาร์แอนด์บีที่ต้องปรี๊ดดดแทรกเข้ามาให้ได้อารมณ์สุดๆ แต่อย่างว่า เด็กไทยที่ร้องแนวนี้ไม่ใช่หาง่ายๆ ปิดท้ายด้วย Finale B ที่น่าประทับใจ ทุกคนเดินลงมาจากเวทีออกมาล้อมรอบคนดูร้องประสานเสียงได้พลังน่าฟังเป็นอันมาก ทำเอาท่านฑูตวัฒนธรรมจากสถานฑูตอเมริกาเป็นปลื้มเป็นอันมากปรบมือให้ไม่เลิก



และเป็นอันค่อนข้างชัวร์ว่า...พฤษภาคมปีหน้า (จริงๆ น่าจะเร็วกว่านั้นหน่อยนะ) จะมีเวิร์คช็อปแบบนี้เกิดขึ้นอีก ในใจอยากจะได้ที่อยู่กลางเมืองอย่างจุฬาไปมาสะดวกหน่อยก็ดี (แหม เดี๋ยวศิลปากรแอบค้อน..555) แล้วมีการอบรมที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งแนวคลาสสิคัล ออเคสตร้า การร้องเพลงแจ๊สส์ หรือแม้แต่ ฮิบฮอป ซึ่งทาง YES Academy มีครูเก่งๆ ทางนี้อยู่แล้วหลายคน และน่าจะเป็นคอร์สอบรมที่ให้เวลาอีกสักหน่อย อย่างน้อยก็สองอาทิตย์ และเปิดโอกาสให้คนทำงานมีโอกาสมาร่วมด้วยจะดีมาก



เท่าที่ฟังมาครูเขาจะชอบเด็กของเราในแง่มุมของทัศนคติที่ดี ทำงานเป็นทีมเวิร์คร่วมกันได้ เพราะในประเทศอื่น อย่างไคโร เลบานอน มีแต่คนแย่งกันเป็นตัวเด่น (แต่ร้องไม่ได้เรื่อง) ถึงแม้ศักยภาพด้าน Performance โดยเฉพาะด้านเต้นรำ จะสู้พวกรัสเซีย อย่างมหาวิทยาลัยศิลปะในเบลารุสไม่ได้ก็ตาม เราก็ยังอยู่ในระดับกลางที่ดีกว่าพวกอียิปต์ ตะวันออกกลาง หรือแม้แต่ไต้หวัน ซึ่งไมเคิล พาร์คส มาสเตอร์สัน ยังบอกเองเลยว่า เด็กไทยเป็นนักเรียนที่ดีที่สุดของเขาในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา 7 วัน..ทำได้ขนาดนี้ นับเป็นความภาคภูมิใจได้แล้วนะน้องๆ ทั้งหลาย

แต่ก็ยังมีอะไรให้เรียนรู้ปรับปรุงอีกมาก และหวังว่าโชว์ชุดเมดเล่ย์ RENT น่าจะได้แสดงอีกครั้งต่อหน้าสาธารณชน ถ้าศิลปากรเก่งพีอาร์สักหน่อย คงได้มีโอกาสออกสื่อโชว์ความสามารถเป็นแน่ เพราะเป็นหนแรกจริงๆ ที่ได้ฟังคนไทยร้องมิวสิคัลประสานเสียงฟังเป็นธรรมชาติบวกกับลีลาอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ใช่โก่งคอทำปากห่อๆ ร้องเหมือนเพลงในโบสถ์เช่นหลายวงบ้านเรากำลังทำกัน แสดงว่ามันขึ้นอยู่กับครูผู้สอนที่มีประสบการณ์ด้านบรอดเวย์มิวสิคัลจริงๆ




Create Date : 26 ตุลาคม 2552
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2552 5:19:56 น. 28 comments
Counter : 753 Pageviews.

 
เอ้า เจิม ๆ ซะ...

แหมคุณหมี...

ใช้เวลาแค่ 7 วันได้ออกมาขนาดที่อ่านจากคำบอกเล่าของคุณหมีนี่...

ต้องนับว่ายอดสุดยอดแล้วละครับ...

ไม่ใช่ชาตินิยมหรอกนะ

เท่าที่อ่านดู..

ใช้เวลาแค่ 7 วัน ฝักเบสิค ปรับฐานกันอย่างกับจรวด

แล้วยังต้องฝึกซ้อมการแสดงอีกด้วย

ไม่ออกมาวิ่งเหยียบกันตายหน้าเวทีก็เลิศหรูสุดขีดแล้วครับ

แต่ก็ต้องตำหนิคนจัึดอยู่หน่อย

ตรงที่ให้เวลาแค่ 7 วันเท่านั้น

เข้าใจว่าจัดกันแบบปุบปับ ไม่ได้วางแผนกันไว้ล่วงหน้าเลยกระมัง

ที่คุณหมีขอเป็นอย่างน้อย 15 วันนั่น

ผมยังว่าน้อยไปนา..

ถ้าได้สักเดือนเต็มๆ

คิดว่าคนของเราน่าจะได้อะไรเป็นกอบเป็นกำอีกหลายเท่า

แต่ก็นั่นแหละ

ของพรรค์นี้เอาแน่ไม่ได้

บางที จัดน้อย ๆ สั้น ๆ

อาจทำให้เด็กของเราต้องรีบตักรีบตวง

จนลืมเวลาทะเลาะกัน

ทำให้ได้ผลมากกว่าจัดยาว ๆ ก็เป็นได้นา...

ของแบบนี้

คาดเดายากนะครับ...


โดย: ลุงแว่น วันที่: 27 ตุลาคม 2552 เวลา:8:52:28 น.  

 
แหม ลุงแว่นยิงได้ปุๆๆ ตรงเป้าเป็นอันมาก 555

ถูกแล้วคับ ที่ประเทศอื่นเขาใช้เวลากันเดือนนึงทั้งนั้น เข้าใจว่าปัญหาคงเรื่องสปอนเซอร์นั่นแหละ ขำที่ว่า..ไม่มาเหยียบกันตายหน้าเวทีก็ดีแร้ว แม่นแล้ว...

แหม ยิงได้ตรงประเด็น แรกๆ ก็คงถือสีถือพวกเหมือนกันนะ แต่พอทุกอย่างมัน hectic บังคับต้องทำให้ได้ในเวลาอันสั้น ทุกคนหมดเวลาทำเริ่ดเชิดใส่กันหันมาจับมือทำให้ได้ดีที่สุด



โดย: หมีบางกอก (Bkkbear ) วันที่: 27 ตุลาคม 2552 เวลา:18:41:52 น.  

 
โอ โชคดีได้เข้ามาอ่านบล็อกเรื่องนี้ของหมี ปกติจะไม่ค่อยรู้เรื่องเพลง เลยต้องตั้งใจอ่านเป็นพิเศษ และอ่านจบแล้ว

เด็กไทยคงจะเก่งไม่น้อยจากการอบรม 7 วัน เขาคงจะได้ประสบการณ์ที่ดีและได้ข้อคิดที่ดี เช่นเรื่องวินัยของนักแสดงบรอดเวย์ และเรื่องศาสตร์ที่กำลังเรียนนี้เป็นสากล ถ้าอยากจะทำให้ได้สแตนดาร์ดก็ต้องหัดให้ถูกต้องตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่ตั้งเป้าแค่เล่นกันเองดูกันเองในเมืองไทย

ใครถ่ายรูปครับ ถ่ายเก่งมาก ถ่ายรูปคอนเสิร์ตผมว่าถ่ายยากกว่าถ่ายอย่างอื่น


โดย: yyswim วันที่: 29 ตุลาคม 2552 เวลา:0:36:03 น.  

 


อยากจะชวนไปร่วมรำลึกถึง

ระหัดวิดน้ำ...

ภูมิปัญญาของบรรพชนที่กำลังสูญหาย

ใน...

"ระหัดวัดใจ"

"...ระหัดวน หมุนช่วย ด้วยแรงน้ำ

เช้าจรดค่ำ ไม่หยุดหย่อน ผ่อนหลับใหล

ไม่พึ่งพา พลังแรง จากแหล่งใด

เพียงอาศัย ร่วมแรง ดัดแปลงทำ..."



โดย: ลุงแว่น วันที่: 29 ตุลาคม 2552 เวลา:7:26:41 น.  

 
ขอบคุณพี่สินที่แวะเวียนมานะครับ

แต่แรกก็นึกหวั่นเหมือนกันครับว่ามันจะออกหัวออกก้อยอีท่าไหน อาศัยว่าทีมเวิร์คเด็กไทยเราอยู่ในขั้นดี แล้วเด็กเรียนร้องเพลงมาดีเป็นส่วนใหญ่ ก็เลยต่อเพลงได้เร็ว ที่อียิปต์เขาเล่าว่าแม่นักร้องนำไม่ยอมซ้อมร้องเพลง เพราะกลัวเสียงเสีย ปรากฏว่าวันคอนเสิร์ตร้องได้วินาศมากกว่าจะเข้าที่ได้ก็รอบที่ 3ไปแล้ว มันเป็นเรื่องทัคนคติโดยแท้

ภาพทั้งหมดรวมทั้งงานออกแบบสิ่งพิมพ์และเว็บไซต์เป็นผลงานของกระผมเองขอรับ ขอบคุณที่ชอบนะคับ...

ลุงแว่นครับ แล้วจะตามไปอ่านโดยด่วน


โดย: พี่หมี (Bkkbear ) วันที่: 29 ตุลาคม 2552 เวลา:9:12:33 น.  

 
แต่เป็นเรื่องจริงนะคะ ที่ว่าได้อะไรดีๆมาเยอะเลย ^^ อย่างน้อยก้มีหลายๆคนหน้าชาไปตามๆกันตอนเค้าว่าเรื่องไม่ตรงต่อเวลานี่ล่ะค่ะ

อยากให้มีอีกจังเลย เย้ๆ


โดย: littlephantom (บ่ได้ล๊อคอิน) IP: 58.9.252.40 วันที่: 29 ตุลาคม 2552 เวลา:11:14:08 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่หมี

อ่านบล้อกพี่หมี
และอ่านเม้นท์คุณลุงแว่น

ชัดเจนและตรงประเด็นมากครับ

แต่ก็ต้องชื่นชมทุกฝ่ายด้วยครับ
ที่ทำให้งานนี้เกิดขึ้นมาได้








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 31 ตุลาคม 2552 เวลา:8:09:59 น.  

 
ก็คิดว่าหลายๆคนคงได้เรื่องวินัยการเป็นนักร้องนักแสดงที่ดีไปบ้างนะหนูแจม คราวหน้าถ้ามีเวลามากกว่านี้คงมีอะไรดีๆ ขึ้น

เวลคัมแบ็คน้องก๋า แอนด์หนูหมิง ดีใจด้วยที่สุขภาพดีขึ้นแล้ว



โดย: พี่หมี (Bkkbear ) วันที่: 31 ตุลาคม 2552 เวลา:12:08:12 น.  

 
สองสามวันนี้
หมิงหมิงซ่าสุดติ่งครับ
เล่นไม่หยุดจนกว่าจะหลับครับพี่หมี




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 31 ตุลาคม 2552 เวลา:20:53:13 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่หมี








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 พฤศจิกายน 2552 เวลา:8:06:33 น.  

 
การเจ็บป่วยเกิดได้กับทุกคนและทุกเวลาจริงๆครับพี่หมี
หมิงหมิงป่วยคราวนี้
ได้คิดอะไรเยอะเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 พฤศจิกายน 2552 เวลา:16:15:27 น.  

 


อะไรเอ่ย ควรจับยัดใส่ลังแล้วเอาไปฝังเสียให้เร็วที่สุด....?

ตอบ....

ก็เจ้า... "ลังเล" นั่นไง...



"เอาลังเล ใส่ลงลัง แล้วฝังเสีย

กลบแล้วเกลี่ย ก้าวให้ข้าม ความคาดหวัง

ใช้หัวใจ ที่ใฝ่ธรรม เป็นกำบัง

คิดให้จริง ทำให้จัง เลิกลังเล..."






โดย: ลุงแว่น วันที่: 1 พฤศจิกายน 2552 เวลา:18:52:07 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่หมี









โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 พฤศจิกายน 2552 เวลา:7:32:28 น.  

 
เหมือนอยุธยาผมไม่่ค่อยกลัว
กลัวจะเหมือนราชวงศ์ชิงของเมืองจีนครับพี่หมี




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 พฤศจิกายน 2552 เวลา:7:58:08 น.  

 
แหม ไม่ห่วงยุดยาเมืองเก่าของเราแต่ก่อน แล้วทำไมไปห่วงราชวงศ์หมิงหมิง..เอ๊ย ชิงๆ

บ้านเมืองเขาใหญ่เกินเนอะ ปูยีคนเดียวเอายังไงก็ไม่อยู่.. สงสัยต้องหาแบบพระนางพจมาร เอ๊ย พระนางซูสีไทเฮา อะนะ


โดย: พี่หมี (Bkkbear ) วันที่: 2 พฤศจิกายน 2552 เวลา:14:28:14 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่หมี


พระนางซูสีไทเฮาเหรอครับ หุหุหุ















แหม...แต่คุยเรื่องนี้แล้วหวาดเสียวจังครับ
เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่านะครับพี่ 5555




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 3 พฤศจิกายน 2552 เวลา:7:54:18 น.  

 
ดูแล้วน่าปลื้มใจครับ ดนตรีเป็นภาษาสากล ต่างชาติต่างภาษาก็สื่อสารกันได้ในเวลาไม่นาน ผมว่าคนไทยเก่งเรื่องดนตรีนะ ถ้าได้คนสนับสนุนดีๆก็ไม่แพ้ต่างชาติครับ

ขอบคุณกำลังใจดีๆจากพี่หมีนะคร๊าบบบ


โดย: JohnV วันที่: 3 พฤศจิกายน 2552 เวลา:9:15:52 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับพี่หมี








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 พฤศจิกายน 2552 เวลา:6:15:40 น.  

 
ผมพยายามร้องเป็นเสียงตัวเองแล้วแต่ก็ยังไปเหมือนชาวบ้านอยู่ดี ช่างมันเนอะพี่หมี 555


โดย: JohnV วันที่: 4 พฤศจิกายน 2552 เวลา:8:55:24 น.  

 
แหม ตามไปกู๊ดมอร์นิ่งไม่เคยทันเรยนะ น้องก๋า...

อย่าซีเรียสอันใดเลย น้องจอห์น พี่ก็แหย่ไปแก้กลุ้มเช่นนั้นแหละ 555 ร้องได้เข้ากับเพลงก็เกร๋แร้วว


โดย: พี่หมี (Bkkbear ) วันที่: 4 พฤศจิกายน 2552 เวลา:13:46:48 น.  

 
โหยยยยยยยยย

อ่านแล้วพาลำเค็ญเลยเหรอครับพี่หมี 5555555




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 พฤศจิกายน 2552 เวลา:14:47:48 น.  

 






วันนี้มาชวนไปฟังเพลง และอ่านกลอนลำนำเพลงครับ...

"หยาดน้ำค้าง"...

"...อรุณอาบฟ้า นภาผ่องแดดทองส่องฉาย

สาดส่องประกาย น้ำค้างแพรวพรายซบใบหญ้าเขียว

หยาดน้ำค้างที่ปลาย ใบหญ้าเรียว

กอดใบยึดเหนี่ยว เกี่ยวใบไหวแกว่ง ท้าแรงลมพา.."



โดย: ลุงแว่น วันที่: 5 พฤศจิกายน 2552 เวลา:6:57:12 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่หมี









โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 พฤศจิกายน 2552 เวลา:7:58:56 น.  

 
คงรีบไป ชวนหลินปิง วิ่งรอบเตียง

.
.
.


ผมล่ะนึกถึงตัวเองเลยครับพี่หมี 5555
ตอนนี้ทั้งผมและมาดามขอบตาคล้ำเหมือนหมีแพนด้าเลยครับ 555555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 พฤศจิกายน 2552 เวลา:22:02:00 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่หมี








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 พฤศจิกายน 2552 เวลา:4:53:19 น.  

 
จะว่าดัดจริตก็ยอมละครับคุณหมี

เรื่องกลอนเปล่าเนี่ย เคยลองเขียนนะครับ

แต่จนแล้วจนรอดก็เขียนไม่ได้อย่างที่คนอื่นเขียนสักที

จึงต้องกลับมาเีขียนกลอนฉันทลักษณ์เสียทุกที

เรียกว่าทางใครทางมันกระมัง...


โดย: ลุงแว่น วันที่: 6 พฤศจิกายน 2552 เวลา:6:49:03 น.  

 
แวะมาอ่านครับ พี่หมี

อยากไป workshop ดด้วยจังแต่ร้องเพลงได้หายนะมาก แถมรู้ข่าวช้ามากมายเหลือเกิน

ส่วน ลมหายใจ ก็ยังแอบเสียดายเวลาพอสมควร


โดย: Onlineza วันที่: 13 พฤศจิกายน 2552 เวลา:11:53:05 น.  

 
Pretty nice post. I simply stumbled upon your blog and wished to say that I have really enjoyed surfing around your blog posts. After all I'll be subscribing in your rss feed and I hope you write again soon!
ugg boot sale //www.marketplacelongbeach.com/wp-content/themes/twentytwelve/sletter.html


โดย: ugg boot sale IP: 192.99.14.36 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2557 เวลา:4:36:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Bkkbear
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




งานเขียนบทความ บทหนัง เรื่องสั้น และนวนิยายในบล็อกนี้สงวนลิขสิทธิ์โดย Bkkbear (หมีบางกอก) ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามมิให้ดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

Friends' blogs
[Add Bkkbear's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.