Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
30 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
เชียงคาน...นิทานริมโขง








เชียงคาน...นิทานริมโขง เรื่องราวประวัติศาสตร์ระหว่างไทยและลาว เหมือนเป็นนิทานที่เล่าขานมานานแต่ในปัจจุปันเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่ผู้คนต่างพากันไปเยือนกันมิขาดสาย

เมืองเชียงคาน เดิมตั้งอยู่ที่เมืองชะนะคาม ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งสร้างโดยขุนคาม โอรสของขุนคัวแห่งอาณาจักรล้านช้าง เมื่อประมาณ พ.ศ. 1400 ต่อมาประมาณ พ.ศ. 2250 อาณาจักรล้านช้างแยกออกเป็นสองอาณาจักร คือ อาณาจักรหลวงพระบาง ซึ่งมีพระเจ้ากิงกีสราชเป็นกษัตริย์ และอาณาจักรเวียงจันทน์ ซึ่งมีพระเจ้าไชยองค์ไว้เป็นกษัตริย์ โดยกำหนดอาณาเขตให้ดินแดนเหนือแม่น้ำเหืองขึ้นไป เป็นอาณาเขตหลวงพระบาง และใต้แม่น้ำเหืองลงมาเป็นอาณาเจตเวียงจันทน์

ต่อมาทางหลวงพระบางได้สร้างเมืองปากเหือง ซึ่งอยู่ฝั่งขวาของแม่น้ำโขง เป็นเมืองหน้าด่านและทางเวียงจันทน์ ได้ตั้งเมืองเชียงคานเดิมเป็นเมืองหน้าด่านเช่นกัน ต่อมาพ.ศ. 2320 พระเจ้ากรุงธนบุรี โปรดให้เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกกับพระสุรสีห์ ยกทัพไปตีกรุงเวียงจันทน์ ตีเวียงจันทน์ได้จึงได้อันเชิญพระแก้วมรกต กลับมายังกรุงธนบุรี แล้วได้รวมอาณาจักรล้านช้างเข้าด้วยกัน และให้เป็นประเทศราชของไทย แล้วได้กวาดต้อนผู้คนพลเมืองมาอยู่เมืองปากเหืองมากขึ้น แล้วโปรดเกล้าฯให้เมืองปากเหืองไปขึ้นกับเมืองพิชัย

ในสมัยรัชกาลที่ 3 เจ้าอนุวงศ์ เจ้าเมืองเวียงจันทน์ คิดกอบกู้เอกราชเพื่อแยกเป็นอิสระจากไทย โดยยกกำลังจากเวียงจันทน์มายึดเมืองนครราชสีมา แต่ในที่สุดเจ้าอนุวงศ์ถูกจับขังจนสิ้นชีวิต กองทัพไทยที่ยกมาปราบเจ้าอนุวงศ์ที่นครราชสีมา ได้ยกทัพไปกวาดต้อนผู้คน จากฝั่งซ้ายของลำน้ำโขงมายังเมืองปากเหืองมากขึ้น และโปรดเกล้าฯให้พระอนุพินาศ (กิ่ง ต้นสกุลเครือทองศรี) เป็นเจ้าเมืองปากเหืองคนแรก แล้วพระราชทานชื่อเมืองใหม่ว่า เมืองเชียงคาน

ครั้นถึงสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พวกจีนฮ่อได้ยกทัพมาตีเมืองเวียงจันทน์ เมืองหลวงพระบาง และได้เข้าปล้นสดมภ์เมืองเชียงคานเดิม ที่อยู่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ชาวเชียงคานเดิมจึงอพยพผู้คนไปอยู่เมืองเชียงคานใหม่ (เมืองปากเหือง) เป็นจำนวนมาก
ครั้นต่อมา เห็นว่าชัยภูมิเมืองเชียงคานใหม่ (เมืองปากเหือง) ไม่เหมาะสม ผู้คนส่วนใหญ่จึงอพยพไปอยู่ที่บ้านท่านาจันทร์ ซึ่งใกล้กับที่ตั้งของอำเภอเชียงคานปัจจุบัน แล้วตั้งชื่อใหม่ว่า เมืองใหม่เชียงคาน

ต่อมาไทยได้เสียดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงให้กับฝรั่งเศส ทำให้เมืองปากเหืองตกเป็นของฝรั่งเศส คนไทยที่อยู่เมืองปากเหืองจึงอพยพมาอยู่เมืองใหม่เชียงคาน หรืออำเภอเชียงคานปัจจุบันโดยสิ้นเชิง “แล้วได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็นเมืองเชียงคานใหม่” ได้ตั้งที่ทำการอยู่บริเวณวัดธาตุ เรียกว่าศาลาเมืองเชียงคาน ต่อมาได้ย้ายที่อยู่บริเวณวัดโพนชัย จนกระทั่งปี พ.ศ. 2452 เมืองเชียงคานซึ่งมีพระยาศรีอรรคฮาด (ทองดี ศรีประเสริฐ) ได้รับตำแหน่งนายอำเภอเชียงคานคนแรก ต่อมาปี พ.ศ. 2484 ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอเชียงคานมาอยู่ ณ ที่อยู่ปัจจุบันตราบเท่าทุกวันนี้

ข้อมูลจาก : ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและพัฒนางานปกครอง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย



เชียงคาน ยังมีเสน่ห์ให้เดินเพลินๆ

เดินทางแบกเป้ขึ้นรถทัวร์ บขส. วีไอพี ไปถึง อ.เชียงคาน จ.เลย ในเช้าตรู่ของวันเสาร์ ปลายเดือนมกราคม อากาศค่อนข้างหนาวและฝนตกหนัก ช่วงเช้าตอนอยู่บนรถ มีเด็กๆนักศึกษากลุ่มหนึ่งลงที่ตัวเมืองเลยตอนประมาณ ตี5 เพื่อต่อรถสองแถวไปวังสะพุง เพื่อเดินขึ้น ภูกระดึง ดูแล้วน่าสนุก ทำให้นึกถึงสมัยเรียน มหาวิทยาลัย ก็แบกเป้ แบกเต็นท์ พากันเดินขึ้นภูกระดึงมาแล้วอย่างสนุกสนาน ยังจำได้ว่าเหนื่อยมาก วันเวลาผ่านไปเร็วนะ

พอมาถึงอ.เชียงคาน ก็ ขึ้นตุ๊ก ตุ๊ก สกายแลป ไปที่พักแถวซอย 19 ที่โทรจองไว้คือ เชียงคานเกสต์เฮาส์ จองห้องที่ติดริมโขงไว้ หวังจะได้ตื่นขึ้นมาชมวิวแม่น้ำโขง...แต่ว่าป้าพิม เจ้าของเกสต์เฮาส์ที่เตยโทรจองมา 2 เดือนก่อนหน้านี้ ตอนนั้นพูดจาตกปากรับคำเป็นมั่นเหมาะว่าจองไว้ให้เรียบร้อย ก่อนเดินทาง เตยก็โทร confirm แล้วถามด้วยว่าจะให้โอนเงินค่าที่พักไปก่อนไม๊ ป้าพิมบอกว่าไม่ต้องๆ ให้มาเลย แต่พอไปถึง กลายเป็นว่าป้าแกไม่สนใจคนไทยตาดำๆ 2 คนที่เพิ่งมาถึงเชียงคาน แกสาละวน speak กับกลุ่มฝรั่งและหาข้าวปลาให้ฝรั่งรับประทาน

แกบอกว่าห้องยังไม่ว่าง คนที่พักอยู่ยังไม่ออก จะออกตอนเที่ยง เตยก็เลยฝากของไว้ก่อนแล้วให้สามล้อพาไปเที่ยว คิดว่าบ่ายๆกลับมาก็คงได้ห้องพัก ที่ไหนได้ พอกลับมาประมาณ บ่าย 2 โมง แกกลับบอกว่า พวกเกาหลีไม่ยอมออก ขอพักต่ออีก 2 คืน ห้องอื่นก็เต็มหมดแล้ว แกก็เลยย้ายข้าวของ ของเตยกับเพื่อนไปพักที่โฮมสเตย์ สามพี่น้อง ซึ่งอยู่ถัดไป พร้อมฝรั่งอีก 4 คน ที่ก็จองมาล่วงหน้าเหมือนเตย พวกฝรั่งก็ไม่ค่อยพอใจ เตยก็เหมือนกัน เลยบอกว่าทำไมไม่ย้ายเกาหลีไปพักโฮมสเตย์อื่นล่ะ แกก็มาทำเป็นโอบกอด บอกโอ๋ๆๆ น้องเตยอย่าโกรธนะๆๆๆ พักที่ สามพี่น้องเหอะ

เตยก็เซ็งนะ แล้วเหนื่อยด้วย เพราะสามล้อพาไปลุยเที่ยวมา ก็เลยเปลี่ยนที่พัก ไปๆมาๆ ที่โฮมสเตย์ สามพี่น้อง เจ้าของน่ารักกว่ามาก เป็นคนเชียงคานแท้ๆ ถึงบ้านจะเก่าๆแต่ก็สะอาด ห้องน้ำทำใหม่สะอาดกว่าเชียงคานเกสต์เฮาส์อีก และเพิ่งได้ข้อมูลจากชาวบ้านละแวกนั้นว่า เชียงคานเกสต์เฮาส์พอใจที่จะให้ฝรั่งพักมากกว่าคนไทย เป็นที่รู้กันทั่วเชียงคาน เคยมีคนโดนเบี้ยวแบบเตยหลายราย บางรายโอนเงินมาจองแล้วด้วย พอมาถึงก็ไม่มีห้องพักตามเคย แล้วเอาไปฝากพักตามที่อื่นๆ จนคนนั้นไปร้องเรียนกับ สคบ. แล้วอีกอย่าง ป้าพิมแกเป็นคนจังหวัดอื่นที่มาทำธุรกิจที่เชียงคาน
เชียงคานเป็นเมืองสงบ น่าอยู่ ถ้าไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยว ถนนก็เงียบๆ ริมโขง สงบดี เดินเล่น วิวสวยมาก ทำให้สบายใจ ตอนเย็นเดินเที่ยวริมแม่น้ำโขง เพลินๆ



สามล้อสกายแลป พาไปเที่ยว แก่งคุดคู้ เดินลงไปถ่ายรูปหินสวยๆ เป็นหาดริมโขง มองเห็นฝั่งลาว บรรยากาศไม่ร้อนมาก มีเมฆฝน ครึ้มๆ และก็ไปไหว้พระพุทธบาท ที่ภูพระบาทภูควายเงิน ที่นี่อ่ะสิ สามล้อขึ้นภูไม่ไหว เลยให้ เตยกับเพื่อน 2 คน เดินขึ้นไป แกบอกว่าเดินแค่ กิโลเดียวเอง โหยย จะเป็นลม เดินไปได้สักครึ่งกิโล ทางลาดขึ้นเขา ก็ทางราดยางดีนะ แต่เตยเหนื่อยมาก เพราะเป็นหอบด้วย นั่งจุมปุ๊ก ทำไงล่ะ พอดีมีรถกระบะขับขึ้นมาคันหนึ่ง ก็โบกรถ เค้าใจดีให้ปีนขึ้นแคปหลังนั่งไป พอถึงที่วัดพระบาทภูควายเงิน เค้าบอก ใครเค้าเดินขึ้นมากัน ทางมันไกลพอควร ก็หัวเราะกันใหญ่ ที่โดนสามล้อแกหลอกให้เดิน ไม่ซีเรียสอะไรนัก แบบว่าหนุกๆดี ตอนนั่งสามล้อมาที่ภูพระบาท มันส์ดีนะ นั่งหน้าเริ่ด ผมปลิวกระจุย เย็นสบาย ฮ่าๆๆๆ สามล้อก็ค่อยๆวิ่งด้วยความเร็ว 40 กิโลเมตร/ชม. พามาถึงที่หมายจนได้ ช่างแกเหอะ นึกว่าช่วยๆคนท้องถิ่นให้มีรายได้ละกัน





ช่วงเย็นๆ ตะวันคล้อยก็เดินเล่นแถวๆ ซอย 19 เดินขึ้นไปเรื่อย มีซอยแยกหลายซอย ร้านค้าเก๋ๆ น่ารัก บางร้านเป็นบ้านเก่าๆ ก็มาตกแต่งทำเป็นร้านกาแฟ ร้านอาหาร บางแห่งก็ทำเป็นเกสต์เฮาส์ และโฮมสเตย์ บ้านไม้เก่าที่นี่เตยชอบนะ ดูมีเสน่ห์ เก๋ๆดี ที่เชียงคานมีที่พักหลายแห่ง อยู่ตามตรอก ซอก ซอย ต่างๆ ถ้าหน้าเทศกาลวันหยุดยาว คนจะมาแยะมาก เดินกันเต็มถนน และที่พักเต็มทุกแห่ง แต่เตยไปหลังปีใหม่แล้ว ก็มีผู้คนพอประมาณ เดินกันพอสมควร

อากาศไม่หนาว แต่ไม่ร้อนมากนัก เดินริมโขงดูพระอาทิตย์ตก บรรยากาศสวยมาก เดินหลบจักรยานของนักท่องเที่ยว ที่เช่าจักรยานขี่กัน น่าสนุก เตยก็คิดว่าวันรุ่งขึ้นจะไปเช่าขี่เล่นมั่ง

มองไปอีกฝากของแม่น้ำโขงเห็นฝั่งประเทศลาว ริมโขงสวยจริงๆ อากาศดีมาก เตยไม่เป็นภูมิแพ้เลยอ่ะ ไม่ไอ ไม่ปวดจมูก มีแต่หอบตอนขึ้นภูพระบาท เท่านั้น เพราะเหนื่อย แต่ก็พ่นยาก็หาย เตยก็เดินเล่นถ่ายรูปกับเพื่อน ถ่ายวิว ถ่ายแม่น้ำโขง สักพักเริ่มหิว ก็หาข้าวกิน ความที่อยากกินท่ามกลางบรรยากาศริมโขง ก็เลยเข้าร้านชื่อ kookkai อาหารแพงไม่สมราคา ปริมาณน้อยมาก แต่ก็ช่างเหอะ ถือว่ามากินข้าวข้างริมโขงละกัน ครั้งหน้าถ้าได้มาก็กินร้านอื่น มีร้านอาหารตามซอกซอยหลายร้าน สนนราคาก็คงไม่แพงนัก

พอกินข้าวอิ่ม ก็เดินเล่นแถวซอย 19 ไปเรื่อยๆ ดูสีสันยามค่ำของเชียงคาน ตามร้านค้าต่างเปิดไฟ สว่างไสว น่ารักดี คนก็เดินซื้อของที่ระลึกกัน เตยไม่ได้ซื้ออะไร เพราะรู้สึกว่าแพง เสื้อยืดสกรีนคำว่า “เชียงคาน” หรือคำอื่นๆ ราคาตัวละ 150 ขึ้นไป บางร้าน 180 บางคนซื้อเพราะอยากได้เป็นที่ระลึก แล้วก็มีพวกของชำร่วย กุ๊กๆกิ๊กๆ เช่น พวงกุญแจ ถุงผ้า และยังมีโปสการ์ดสวยๆขายให้นักท่องเที่ยวเขียนแล้วติดแสตมป์ส่งไปให้เพื่อนๆที่ไม่ได้มาเที่ยวด้วย เตยไม่ได้ส่ง เพราะคนรอคิวเขียนกันหลายกลุ่ม





เช้าวันอาทิตย์ ตื่นตั้งแต่ตี5 เมื่อคืนวันเสาร์ฝนตกหนักมาก แต่ก็นอนหลับสบายดี ตอนเช้าที่เชียงคานจะใส่บาตรข้าวเหนียวเป็นประจำทุกวัน เตยก็ใส่บาตรด้วย พระท่านจะเริ่มเดินมาจากวัดต่างๆ ประมาณ 6 โมงเช้า แต่เช้านี้ อากาศมืดครึ้ม นั่งเรียงแถวรอพระมารับบาตร ฝนก็เริ่มโปรยปราย ต้องยกเก้าอี้ม้านั่งยาวหลบฝนเข้ามาในชายคาบ้าน ไม่นานพระท่านก็ทยอยเดินมารับบาตร มีประมาณ 15 องค์ วัดที่เชียงคานมีหลายวัด แต่มีพระจำพรรษาวัดละแค่ 3-4 รูป ในช่วงออกพรรษา

ใส่บาตรเรียบร้อย ก็กลับเข้าบ้านหลบสายฝนพรำๆ มานั่งจิบกาแฟ ที่ทางโฮมสเตย์ มีบริการให้ฟรี ดีจังเลย แล้วก็ปรึกษากับเพื่อนว่าวันนี้จะไปไหนดี เตยอยากไปภูท่อกมาก อยู่ห่างจาก อ.เชียงคาน ประมาณ 10 กิโลเมตร ถ้าฝนไม่ตกก็ตั้งใจจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นตั้งแต่ตี 5 แล้ว อยากดูทะเลหมอก เค้าว่าสวยมาก

สักพักเด็กที่โฮมสเตย์ก็มาบอกว่ามีคนจะไปภูท่อก เตยก็ดีใจตกลงขอร่วมขบวนไปด้วย ออกจากเชียงคานก็ประมาณ 7 โมงเช้า ขับรถเป็นทางขึ้นภูเขา อากาศดีมากเพราะฝนหยุดตกแล้ว มาถึงจุดชมวิว เดินเท้าไปอีกนิดเดียว ก็ถึงลานกว้าง โห สวยจริงๆ เห็นทิวเขาและมีหมอกบางๆ ก้อนเมฆเรี่ยๆยอดเขา มองเห็นแก่งคุดคู้เป็นลำน้ำสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเช้า สวยจริงๆ จากจุดนี้มองเห็นอำเภอเชียงคานอยู่ไกลๆ เรียกว่าเห็นวิวได้โดยรอบ เตยก็ถ่ายรูปด้วยกล้องตัวเล็กของเตย ตามประสาคนที่ถ่ายไม่เก่ง เสียดายที่ไม่ได้ภาพทะเลหมอก เพราะสายฝนมาโปรยแต่เช้ามืด พอพระอาทิตย์ขึ้นก็เลยก้อนเมฆขึ้นไปสูงซะแล้ว








กลับลงมาจากภูท่อก ก็มาเก็บข้าวของเตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ มาถึงเชียงคาน อากาศร้อน แดดแรง เตยกลัวไม่สบายก็เลยไม่เช่าจักรยานขี่เล่น กลับมานอนพักที่บ้าน

พูดถึงตลาดตอนเช้าที่เชียงคาน มีของขายพอประมาณ มีร้านปาท่องโก๋ขายอยู่ร้านหนึ่ง คนรอคิวซื้อยาวเลย เป็นปาท่องโก๋ธรรมดา และปาท่องโก๋ยัดไส้ อร่อยมาก เช้าวันแรกที่มาถึง เตยก็ไปกินกาแฟกะปาท่องโก๋ ที่ร้านอร่อยนี้แหละ


ที่พักโฮมสเตย์ “สามพี่น้อง” ชื่อแปลกดี ห้องก็เป็นไม้เก่าๆ บันไดทางลงไปชั้นล่าง ชันมากเลย เตยเกือบตกบันไดหลายครั้ง ต้องค่อยๆย่องๆลงไป มีระเบียงไม้มองเห็นแม่น้ำโขง เย็นสบาย แม้จะไม่อยู่ติดริมน้ำแต่ก็โปร่งสบายดี








ตอนเย็นก่อนกลับกรุงเทพฯ ไปเดินเล่นริมโขงอีกครั้ง ไปดูพระอาทิตย์กำลังจะตกดิน นั่งรับลมเย็นสบาย คนน้อยลงเพราะกลับกันไปบ้างแล้ว ดูชีวิตสงบดี มีต้นหญ้าสวยเอนลู่ลมริมชายโขง เตยมีโอกาสจะมาอีกที่เชียงคาน ก่อนที่ธุรกิจและความวุ่นวายจะมาครองเชียงคานเหมือนที่ อ.ปาย มีคนกล่าวไว้ว่า เมื่อก่อนที่ อ.ปายก็สงบ สวยแบบนี้ ต่อมาพอคนไปมากขึ้นๆ อะไรๆก็เปลี่ยนแปลง เป็นสัจจธรรมในชีวิตอ่ะ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา













เดินลงไปถึงชายแม่น้ำโขง แหงนหน้าไปดูบ้านเรือนบนฝั่ง ท้องฟ้าสีสวย แต่ไม่นานพระอาทิตย์ก็ตกดิน ท้องฟ้าเปลี่ยนสีเป็นสีส้มอมฟ้า ยืนมองอยู่นาน ก่อนก้าวเดินกลับ เพื่อเดินทางสู่ถิ่นพำนักของเตย กรุงเทพฯมหานคร เตยจะกลับมาเยือนเชียงคานอีก แต่ยังไม่รู้...ว่าเมื่อไหร่


ฝากเงาเป็นที่ระลึกไว้ที่เชียงคาน










Create Date : 30 มกราคม 2553
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2553 23:04:48 น. 17 comments
Counter : 1554 Pageviews.

 
อยากไปที่นี่เหมือนกันค่ะ


โดย: eikon วันที่: 30 มกราคม 2553 เวลา:1:14:25 น.  

 
สงสัยเราจะสวนทางกัน
เพราะเราไปถึงเชียงคายวันอาิทิตย์ตอนค่ำ
ชอบบรรยากาศที่นั่นจังเลยนะคะ


โดย: มังกรเขียวหัวยุ่ง (cruduslife ) วันที่: 30 มกราคม 2553 เวลา:6:35:36 น.  

 
อ่านเรื่องโดนเบี้ยวที่พักแล้วนึกขึ้นได้
ได้คุยกับคนที่นั่นเรื่องคนที่อื่นเข้ามาทำธุรกิจเหมือนกัน
เค้าแนะนำให้พักโฮมสเตย์ของคนที่นั่นจะดีกว่า
แต่ทีนี้โฮมสเตย์พวกนั้นหาไม่ค่อยได้จากเว็บไซต์
ต้องไปเดินหากัน พวกที่มีรายชื่อตามเว็บไซต์จะออกแนวธุรกิจมากกว่า
เราเองก็ไปพักร้านที่เจ้าของเป็นคนกรุงเทพฯ
ได้คุยกับที่บ้านนึงเป็นครูโรงเรียนเชียงคาน
ท่านยังขำเลย ว่าคนกรุงเทพฯมาเชียงคานเพื่อมาซื้อของคนกรุงเทพฯ
เราเองไม่ซื้อของที่ระลึก เสื้อยืดอะไรที่นั่นเลย
ส่วนโปสการ์ดเอารูปที่ถ่ายเองไปอัดที่ตลาด แผ่นละสามบาท
ได้ภาพสวยถูกใจ แสตมป์ซื้อที่ไปรษณีย์เชียงคาน

ขออภัยที่คอมเม้นท์ยาวไปหน่อย
เพิ่งกลับมาเหมือนกัน เลยรู้สึกมีประสบการณ์ร่วม^^

มีความสุขทุกวันนะคะ
สักวันอาจจะได้พบกันที่เชียงคาน


โดย: มังกรเขียวหัวยุ่ง (cruduslife ) วันที่: 30 มกราคม 2553 เวลา:6:46:27 น.  

 
ได้ฟังเรื่องที่พักแล้ว รู้สึกจะเป็นเรื่องที่นักท่องเที่ยวที่มาเชียงคานเสียความรู้สึกไปหลายราย อย่างที่ว่าครับ ต้องเดินไปถามที่พักเอาเอง แต่ถ้าไม่สะดวกลองเข้าไปที่ //www.Chiangkhan.com ครับ เป็นเวปของคนเชียงคานรักเมือง ไม่เกี่ยวกับกิจกรรมทางธุรกิจ
เอ้อ สามล้อที่นั่งเที่ยว ชื่อเรียกน่าจะเป็น สกายแล็ปนะครับมะใช่สติงเรย์ สามล้อชนิดนี้ มีคนเอาเครื่องยนต์มาดัดแปลงแต่งตัวถังแล้วนำมาจำหน่ายอยู่ในช่วงที่ข่าวสถานีอวกาศSKYLAB กำลังจะตกลงสู่โลกสามล้อชนิดนี้จึงได้ชื่อมาดังนี้แล


โดย: Krunong Hunnall IP: 125.26.208.236 วันที่: 30 มกราคม 2553 เวลา:9:03:45 น.  

 
ขอบคุณ คุณKrunong Hunnall มากค่ะเรื่องชื่อ สามล้อ เตยผิดพลาดเอง ไปจำว่าชื่อ สติงเรย์ ฮ่าๆๆ ปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่ม ชื่อ สกายแลป ถูกต้องค่ะ เพื่อนเตยบอกว่าเตยจำผิดเอง ฮากันใหญ่ ไปเปลี่ยนชื่อ สามล้อของเชียงคานเฉยเลย เดี๋ยวเตยจะแก้ไขข้อความในบล๊อกค่ะ


โดย: เตย (terrynop ) วันที่: 30 มกราคม 2553 เวลา:10:20:07 น.  

 
กล้องไหนก็ถ่ายได้...ค่อยๆ เก็บภาพสิ่งที่เที่ยวนั่นแหละ รางวัลที่แท้จริงของการบันทึกภาพ...

ไปโหวตภาพที่ //www.pantip.com/cafe/camera/topic/O8805223/O8805223.html ห้องมือหมุน เลนส์เก่าเก็บ แต่มีคุณภาพอ่ะ ลองไปชม อ่านกติกา แล้วให้คะแนนดูนะค่ะ


โดย: eikon วันที่: 30 มกราคม 2553 เวลา:15:22:40 น.  

 
น่าไปเที่ยวจัดเลย ค่าที่พักคืนเท่าไรค่ะ


โดย: ณภัทร IP: 203.144.144.165 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:9:12:47 น.  

 
ตอบคุณ ณภัทรนะคะ เรื่องราคที่พัก

โฮมสเตย์ "สามพี่น้อง" คืนละ 300 บาทค่ะ ก็เหมือนเราไปอยู่บ้านเค้าน่ะค่ะ บ้านค่อนข้างเก่าๆแบบชาวบ้านแต่อบอุ่นดี ที่อื่นๆมีหลายราคา โดยทั่วๆไปอยู่ที่ประมาณคืนละ 300-500 บาท

แต่บางแห่งก็ราคาสูงตามลักษณะของที่พัก เช่น "สุเนตา" จะแพงพอๆกับพวกรีสอร์ต ราคาคืนละ 1200 บาท มีหลายราคาค่ะ


โดย: เตย (terrynop ) วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:23:13:41 น.  

 
ภาพสวยค่ะ บรรยากาศน่าเที่ยวดีจังนะคะ


โดย: culcita วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:23:39:06 น.  

 
ไม่มาแล้วครับ
สวยมากๆๆๆๆๆๆ

คิดถึง


โดย: kookkkla IP: 203.144.144.164 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:16:34:41 น.  

 
อ่านแล้วก็ได้ฟามรู้ดีนะ ถึงกลโกงต่างๆ
เจ้าเล่ห์ด้วย จะได้ระวังไว้มั่ง

ภาพบีจีสวยจังเลย
ผมเองไม่มีปัญญาทำบล๊อกสวยๆแบบนี้รอก
ก็แค่แปะๆภาพที่พอมี กะเพลงที่ชอบ
เพลงเก่าๆแบบคนแก่ (ก็คนแก่ฟังน่ะนะ)
รูปภาพสวย ภาพเก้าอี้ไม้น่านั่งจัง
ตุ๊กๆก็เก๋ สวยหมดทุกภาพ


โดย: maczy วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:18:30:21 น.  

 
เดี๋ยวจะไปเที่ยวเหนือ แล้วจะเอาภาพมาฝากเน้อ..


โดย: eikon วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:12:57:40 น.  

 
เตยอยากกินน้ำพริกแล้วได้กินหรือยัง
ตอนนี้ผมไม่กล้านึกถึงอาหารมักๆ
เช่นปลาหมึกเอย กุ้งเอย สารพัดฯลฯ
เพราะยังเกรงใจกระเพาะอยู่อ่า
รอให้แผลกลายเป็นสีน้ำตาลซะก่อนค่อยกิน
ตอนนี้แผลผ่าตัดยังแดง แด๊งแดงเป็นนปช. อยู่เลย


โดย: maczy วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:21:00:08 น.  

 
เมื่อวันก่อนดูรายการมาร์ธาช่อง 21
พิธีกรทำปลากระพงแดงนึ่งมะนาวแบบไทย
โอ้โห อยากกินมั่งจังเลย

หยุดยาวสงกรานไท่ยวไหนดีเตย
เตยน่าจะถอยมอร์ไซด์เก๋ๆมาขับซักคันนะ เพราะประหยัดน้ำมันดี
แต่เอ...ขับมาจอดที่ทำงานจะหายป่าวน๊า


โดย: maczy วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:17:43:41 น.  

 
ตอนแรกจองตั๋วเครื่องบินจะไปอุบลฯ เร็วๆ นี้ แต่ต้องงดแล้วอ่ะ...เสียดาย ไม่งั้นคงได้ภาพสามพันโบกมาบ้าง.. แต่คงสวยน้อยกว่าเชียงคานแน่เลย


โดย: eikon วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:9:12:07 น.  

 
สามพันโบกเคยไปมาครั้งนึงแล้วค่ะ ลองอ่านหัวข้อเก่าดูนะ..มีลงไว้...


โดย: eikon วันที่: 2 มีนาคม 2553 เวลา:22:27:29 น.  

 
รูปสุดท้ายจับมือกันด้วย ผมเพิ่งโดนแฟนทิ้ง เค้าไปเรียนเมืองนอกกลับ มิย. ผมวางแผนไว้ว่าจะขับรถไปหาอะไรกินกันตลอดทางขับรถกันไปเรื่อยๆ แต่มันจบแล้ว


โดย: เต้ สงขลา IP: 113.53.14.250 วันที่: 23 มีนาคม 2553 เวลา:20:15:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

terrynop
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นลูกพระอาทิตย์ อยากไปเดินท่อมๆ หลายๆแห่งในโลกนี้ ไปมามั่งแล้วละ แต่ก็ยังอยากไปอีกเรื่อยๆ

Visitors








Friends' blogs
[Add terrynop's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.